เด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล

    ตอนที่ 52 ความไว้ใจที่ร้าวราน

            เช้าวันต่อมาแสงแดดสีทองอ่อนๆสาดส่องลงมายังบ้านเรือนสายลมเย็นพัดผ่านเบาๆพร้อมกับเสียงนกที่ร้องจิ๊บๆในเช้าของทุกๆวัน

              

    ณโรงเรียนเวชจุฬาลักษณ์

    เวลา 08:12 น.

            ​

            หลังจากเสร็จกิจกรรมหน้าเสาธงเหล่านักเรียนทยอยกันเดินแยกย้ายกลับเข้าอาคารเรียนด้วยท่าทางร่าเริงตามปกติ

             

            ​ทว่า...สำหรับประธานนักเรียนอย่างธันวา ภาพความวุ่นวายตรงหน้ากลับดูไกลออกไปทุกที ​ร่างสูงในชุดนักเรียนเรียบร้อยยืนนิ่งอยู่ข้างเสาธงนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนมองเหม่อออกไปอย่างไร้จุดหมายใบหน้าคมคายฉายแววความเครียดและเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด

             

            ตลอดทั้งคืนจรดเช้าวันใหม่ในหัวของเขาวนเวียนอยู่กับความจริงอันน่าอดสู... ความจริงที่ว่าปู่แท้ๆของเขาคือคนที่ยัดเงินสั่งปิดคดีการตายของพ่อแม่รุ่นน้องและเป็นคนบีบให้เด็กหนุ่มคนนั้นต้องจมปลักอยู่กับความแค้นมาตลอดหลายปี

             

            ​ยิ่งเห็นริวยืนอยู่ในแถวห้องม.5/1 ด้วยสีหน้าอมทุกข์เพราะกำลังมืดแปดด้านที่ไม่รู้จะไปสืบหาเบาะแสต่อจากไหนธันวาก็ยิ่งรู้สึกจุกแน่นในอกราวกับมีก้อนหินใหญ่ทับไว้

             

            ​ยังพูดตอนนี้ไม่ได้...

             

            ธันวาเตือนสติตัวเองในใจอย่างหนักหน่วงหากเขารีบบอกความจริงออกไปตอนนี้ ริวคงตั้งตัวไม่ทันและแผนงานฟอกเงินของปู่ที่ผูกติดอยู่กับความปลอดภัยของพ่อแม่เขาที่อังกฤษก็อาจจะระเบิดจนควบคุมไม่ได้

             

            ​ก่อนที่เสียงออดสัญญาณเข้าเรียนวิชาแรกในคาบเช้าจะดังขึ้นธันวาก็ก้าวพาตัวเองตรงดิ่งไปยังห้องเรียนที่รุ่นน้องกำลังเรียนอยู่ทันที

             

    ณ ห้องเรียนม.5/1

             

            ​​ธันวาเลื่อนบานประตูห้องเรียนเปิดออกสายตาจ้องตรงไปหาเด็กหนุ่มร่างเล็กที่กำลังนั่งโต๊ะแถวติดหน้าต่าง โดยที่นักเรียนในห้องคนอื่นๆไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลยก่อนจะเรียก

             

            “ริว...ออกมาคุยกับพี่ข้างนอกแป๊บหนึ่งสิ”

             

            ​ประโยคนั้นทำให้เพื่อนทั้งห้องหันมองเขาพร้อมกันริวชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ยอมลุกขึ้นก้าวเท้าเดินตามรุ่นพี่ประธานสภานักเรียนออกมายังระเบียงทางเดินริมสวนหย่อมหลังอาคารเรียนซึ่งเป็นพื้นที่เงียบสงบไร้นักเรียนคนอื่นๆพลุกพล่าน

             

            ​ธันวาเดินนำไปอยู่ด้านหน้าไม่ไกลอย่างเนิบนาบพลางทอดสายตามองทิวทัศน์ที่ระเบียงด้านข้าง เขาพยายามสะกดอารมณ์ซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มบางๆก่อนจะหยุดเดินแล้วเริ่มหาเรื่องคุยไปเรื่อยเปื่อยเพื่อกลบเกลื่อน

             

            ​“เช้านี้ริวเป็นยังไงบ้างล่ะตอนที่อยู่หน้าเสาธง พี่เห็นน้องดูซึมๆเลยนะ”

             

            ริวหลุบตาลงเล็กน้อย“ครับ ผมก็แค่…”

             

            “ก็นั่นแหละแต่ไม่เป็นไรนะ อย่างน้อยการที่น้องมีเป้าหมายในชีวิตมันก็เป็นเรื่องที่ดีมากเลยนะริว”

             

            “อย่างน้อยตอนตื่นนอนขึ้นมาทุกเช้าน้องก็ยังรู้ว่าตัวเองตื่นขึ้นมาเพื่อทำอะไร... เพื่อใคร”

             

            ​ประโยคนั้นทำให้ริวขมวดคิ้วเล็กน้อยหันมามองเสี้ยวหน้าของคนตัวสูงกว่าด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรแทรก

             

            ​“ผิดกับพี่...”ธันวาแค่นหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเศร้าสร้อยอย่างน่าประหลาด “หึพี่ไม่มีเป้าหมายอะไรเลยสักอย่าง ที่ยอมทนอยู่กับตาแก่นั่นไปวันๆ… ก็แค่อยากให้พ่อกับแม่ได้ใช้ชีวิตที่อังกฤษแค่นั้นเอง”

             

            “บางทีพี่ก็ยังตั้งคำถามกับตัวเองเลยว่าสิ่งที่พี่เสียสละยอมอยู่นี่... มันมีความหมายกับพวกเขาจริงๆหรือเปล่านะ”

             

            ​บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงบลงริวจ้องมองรุ่นพี่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ เด็กหนุ่มขยับก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด

             

            ​“มีความหมายสิครับ!”ริวสบตาคมคายคู่นั้นอย่างไม่หลบเลี่ยง “สิ่งที่พี่ทำอยู่ทั้งหมดสิ่งที่พี่ยอมแลกเพื่อปกป้องครอบครัว... มันมีความหมายมากๆ เลยล่ะครับ”

             

            ​คำพูดเรียบง่ายนั้นทำให้หัวใจของธันวากระตุกวูบชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาค่อยๆหันใบหน้ากลับมามองรุ่นน้องตัวเล็กนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสั่นระริกด้วยความรู้สึกหน่วงในอกก่อนจะระบายลมหายใจยาวแล้วพูดถึงยศถาบรรดาศักดิ์ที่ตัวเองแบกรับอยู่

             

            ​“เหอะ...แล้วถ้าพี่ไม่ได้เป็นหลานผู้อำนวยการล่ะ ถ้าพี่ไม่ได้เป็นประธานสภานักเรียน ไม่ได้มีเงิน...ถ้าตัดเรื่องพวกนั้นออกไปหมดแล้ว”

             

            “พี่ก็อาจจะเป็นได้แค่…ไอ้คนไร้ค่า ที่ไม่มีเป้าหมายในชีวิตอีกคนหนึ่ง”

             

            ​“ไม่จริงหรอกครับ!” ริวสวนขึ้นมาทันควันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเต็มปากเต็มคำนัยน์ตาของเด็กหนุ่มฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ข้อกังขา

             

            “ต่อให้พี่จะไม่ได้มีตำแหน่งหรือยศถาบรรดาศักดิ์พวกนั้น! พี่มี… คุณค่าในตัวเองครับ”

            ​

            ​ประโยคที่ออกจากปากของริวเหมือนกับสายน้ำเย็นฉ่ำที่ชโลมลงบนแผ่นดินที่แตกแห้งความรู้สึกอึดอัดและตราบาปอันหนักอึ้งที่ธันวาแบกรับมาตลอดทั้งคืนพลันสลายหายไปกลายเป็นความรู้สึกใจฟูขึ้นมาทันที

             

            ​ชั่วชีวิตที่ผ่านมาธันวามีความรู้สึกว่าเขาถูกมองเป็นเพียงเครื่องมือที่เอาไว้ใช้งานของผู้เป็นปู่มาโดยตลอดทุกคนเข้าหาเขาเพราะตำแหน่งและอำนาจ เด็กผู้ชายตัวเล็กๆตรงหน้าคนนี้กลับเป็นคนแรกที่มองเห็นคุณค่าในตัวตนที่แท้จริงของเขาโดยไม่สนใจเปลือกนอกอันเน่าเฟะพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย

             

            ​นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของประธานหนุ่มฉายประกายอบอุ่นขึ้นมาอย่างปิดไม่มิดริมฝีปากค่อยๆขยับยิ้มขึ้นมาบางๆ ​อย่างน้อย...ในมรสุมนรกที่เขากำลังเผชิญอยู่ตรงนี้ การได้รู้ว่าตัวเองมีคุณค่าในสายตาของริวมันก็คุ้มค่าพอที่จะทำให้เขาพร้อมจะสู้ต่อแล้ว

             

            บรรยากาศละมุนอบอุ่นรอบตัวพลันเงียบสงบลงไปชั่วขณะริมฝีปากของธันวาที่ขยับยิ้มบางๆค่อยๆหุบลงนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสลับวูบไหวด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่ตีตื้นขึ้นมาจุกที่อกข้างซ้าย

             

            ​ประโยคที่ริวบอกว่าเขามีคุณค่า...มันชุบเลี้ยงหัวใจที่เหี่ยวเฉาของเขาได้ก็จริงทว่ามันก็ยิ่งเตือนสติเขาให้ตระหนักถึงสิ่งที่เขากำลังแบกไว้เช่นกัน

             

            “แล้ว…ที่พี่เรียกผมมา พี่มีเรื่องอะไรเหรอครับ” ริวถามขึ้น

             

            ​ธันวาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง“…เรื่องคดีพ่อแม่ของริวน่ะ พี่รู้แล้วนะ... ว่าคนที่สั่งปิดคดีเป็นใคร”

             

            เมื่อได้ยินแบบนั้นแล้วร่างเล็กของริวชะงักกึกนัยน์ตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้าง หัวใจของริวเต้นรัวๆราวกับจะทะลุออกมานอกอกสัญชาตญาณความแค้นที่สั่งสมมานานนับสิบปีพุ่งขึ้นสูงปรี๊ดจนแทบควบคุมไม่อยู่

             

            เด็กหนุ่มถอนหายใจสะอื้นโถมตัวก้าวเข้าหาธันวาด้วยดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์สองมือสั่นเทิ้มด้วยความหวังอันสว่างวาบ

             

            ​“พะ...พี่รู้เหรอครับ!” ริวถามเสียงสั่น รุกต้อนด้วยความร้อนรน “เขาคือใครครับ!บอกผมที! คนที่สั่งปิดคดี... มันเป็นใครครับ!!”

             

            ​ริวจ้องมองใบหน้าคมคายอย่างคาดหวังนั่นคือสิ่งที่เขาตามหามาทั้งชีวิต มันคือเบาะแสเดียวที่เขายอมถวายชีวิตเพื่อแลกกับการได้ล้างแค้นให้พ่อกับแม่

             

            ​ทว่า...ธันวากลับหลุบสายตาลงต่ำ ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นเบือนหน้าหนีสายตาอันโหยหาความจริงคู่นั้นอย่างใจดำ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าคนที่สั่งปิดคดีการตายของรุ่นน้องตรงหน้าคือปู่ของตัวเองแต่ธันวาไม่ได้พูดออกไป...

             

            เขาเลือกจะแบกทุกอย่างไว้คนเดียวเหมือนที่เคยยอมแบกรับเพื่อพ่อแม่ เหมือนที่เคยยอมแบกรับใต้เงาของปู่และตอนนี้เขากำลังทำแบบเดียวกันกับริว โดยคิดไปเองฝ่ายเดียวว่านี่คือ การปกป้องไม่ให้เด็กหนุ่มตรงหน้าต้องวู่วามจนทำให้ปู่รู้ตัวแล้วโดนสั่งเก็บและเพื่อไม่ให้งานฟอกเงินล่มจนพ่อแม่ที่อังกฤษต้องซวยไปด้วย

             

            ​มือหนายื่นไปแตะไหล่ริวเบาๆนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววเด็ดเดี่ยวแต่ปราศจากคำอธิบาย

             

            ​“รอพี่ก่อนนะริว...”ธันวาพูดเสียงเบา

             

            “รอเหรอครับ…พี่จะให้ผมรออะไรอีก”

             

            “เชื่อใจพี่…”

             

            “ชีวิตผมรอมานี่สิบปีแล้วนะ และมันยังไม่พออีกเหรอครับ!” ริวเผลอขึ้นเสียง

             

            “อดทนรอพี่อีกนิดเดียวนะริว”

             

            ​ธันวาพูดจบแค่นั้น...ก่อนจะหมุนตัวและก้าวเท้าเดินผละออกจากระเบียงทอดสายตาตรงไปข้างหน้าโดยไม่คิดที่จะหันกลับมามอง หรืออธิบายความหมายของการที่เขาบอกให้เด็กหนุ่มรอเลยแม้แต่คำเดียว

             

            ​ริวยืนนิ่งขึงอยู่กับที่...จ้องมองแผ่นหลังกว้างของรุ่นพี่ประธานสภานักเรียนค่อยๆเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ความอบอุ่นเมื่อครู่สลายหายไปในพริบตา...ถูกแทนที่ด้วย ความโกรธแค้นที่เริ่มปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง

             

            ​กำปั้นสองข้างของเด็กหนุ่มกำแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อความคิดที่เคยสงสัยผู้อำนวยการโรงเรียนผุดย้อนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง...สายตาที่ธันวาใช้มองเขาเมื่อครู่ มันไม่ใช่สายตาของผู้บริสุทธิ์แต่เป็นสายตาของคนที่กำลังปกปิดบางอย่างเอาไว้

             

            ​แต่สิ่งที่ธันวาไม่เคยเข้าใจเลยก็คือ...ริวไม่เหมือนพ่อของเขาที่อยู่อังกฤษ แต่ริวคือคนที่แบกบาดแผลและความแค้นมาตลอดสิบปีเต็มและไม่อยากให้ใครมาตัดสินใจหรือจัดการแทน

             

            ​การที่ธันวาบอกให้ริวและรอสำหรับริวแล้วมันไม่ใช่การปกป้อง แต่มันคือการกีดกั้นเขาให้ออกจากเป้าหมายที่เขาตามหามาทั้งชีวิต

             

            ​รอยร้าวระหว่างรุ่นพี่ผู้เอาแต่แบกโลกไว้คนเดียวกับรุ่นน้องผู้แบกความแค้น... ได้เริ่มเป็นรอยร้าวเล็กๆ ณ ระเบียงทางเดินแห่งนี้

             

    ​ณห้องเรียน ม.5/1

    เวลา09:15 น.

     

            ​เสียงของครูประจำวิชาบรรยายเนื้อหาบนหน้าชั้นเรียนดังสะท้อนผ่านลำโพงไปเรื่อยๆทว่าเสียงเหล่านั้นกลับไม่ได้เล็ดลอดเข้าสู่หัวใจของเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างเลยแม้แต่น้อย

             

            ​ริวนั่งจ้องมองสมุดจดตรงหน้านิ้วเรียวเกร็งแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด นัยน์ตาฉายแววเหม่อลอยและสับสนอย่างหนักในหัวของเขายังคงมีเสียงทุ้มต่ำของธันวาดังก้องซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุดหย่อน

             

            ​จะว่าไปแล้ว...เรื่องคดีพ่อแม่ของริวน่ะ พี่รู้แล้วนะ... ว่าคนที่สั่งปิดคดีเป็นใคร

             

            รอพี่ก่อนนะริว...เชื่อใจพี่

             

            ​คำพูดเหล่านั้นมันเหมือนกับเข็มพิษ ที่แทงลงมากลางอกของเด็กหนุ่มว่าทำไมถึงไม่ยอมบอกเขา แต่ถ้าถ้าปฏิเสธว่าไม่รู้...เขายังพอเข้าใจได้ แต่การที่บอกว่า รู้ แล้วสั่งให้ รอโดยปราศจากคำอธิบายใดๆ

             

            ​ภาพความทรงจำเกี่ยวกับรุ่นพี่ประธานสภานักเรียนคนนี้ที่เคยมองดูอบอุ่นเป็นที่พึ่งพาได้พลันลดวูบลงอย่างรวดเร็วในใจของริว

             

            พี่เขาปิดบังอะไร...ทำไมถึงไม่ยอมบอกผมล่ะ

             

            ​ความคิดเก่าๆผุดย้อนกลับเข้ามาในเรื่องของธันวาคือหลานชายแท้ๆของผู้อำนวยการโรงเรียนริวเม้มริมฝีปากแน่น

             

            ผมเคยสงสัยเขา… แต่ก็หาหลักฐานไม่ได้

             

            ส่วนพี่เขาก็น่าจะรู้หลายอย่างในโรงเรียนนี้และเข้าถึงข้อมูลได้มากทั้งมีประโยชน์กับผมมากด้วยเหมือนกัน…

             

            ​ริวจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างดวงตาคู่เรียบเฉียบพลันฉายแววหนักใจ

             

            แต่เสียที่ผมควบคุมพี่เขาไม่ได้เลยสักอย่างเนี่ยสิครับ

             

            ​​นั่นคือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับริวในเวลานี้เพราะธันวาไม่ใช่คนที่จะยอมทำตามคำสั่งใครง่ายๆ

             

            ก็แหงล่ะพี่เขาก็เป็นถึงระดับประธานสภานักเรียนหนิ จะฟังใครง่ายๆที่ไหนกันล่ะครับ...

             

            สัญชาตญาณเตือนเขาว่ารุ่นพี่คนนี้กำลังทำนอกเหนือแผนการของเขาอยู่และอาจกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้แผนการของเขารวนหรือผิดพลาดได้ทุกเมื่อ

             

            ​ถึงอย่างนั้นแล้วพี่เขาก็ยังมีประโยชน์กับผมมากจริงๆ ถ้าควบคุมไม่ได้... ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีสิครับ!

             

            ​เมื่อนึกขึ้นได้แบบนั้นแล้วริวก็ตัดสินใจว่าเขายังคงต้องรักษาความสัมพันธ์กับธันวาไว้และใช้ตำแหน่งประธานสภานักเรียนของอีกฝ่ายเป็นโล่ป้องกันต่อไปแต่ในเมื่อธันวาเลือกที่จะปิดบัง เขาก็จะค่อยๆเว้นระยะห่างออกมาจากรุ่นพี่คนนี้อีกครั้ง

             

            ​จากนี้ไปแผนการสืบหาตัวคนที่สั่งปิดคดีริวจะต้องเป็นคนลงมือทำด้วยตัวเองโดยที่ธันวายังคงถูกวางตำแหน่งโล่ในแผนการ...แต่เขาจะไม่มีวันปล่อยให้รุ่นพี่คนนี้ได้รับรู้เรื่องราวมากไปกว่านี้และเข้ามาแทรกแซงเด็ดขาด!

    คล้ายกับเรื่องเด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891