【วิชาอาวุธพื้นฐาน】 ครอบคลุมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสร้างปืนและอาวุธระยะประชิด ช่วยลดจำนวนครั้งในการประกอบชิ้นส่วนเพื่อทำความเข้าใจพิมพ์เขียวปืนพื้นฐาน แถมยังเพิ่มความเร็วในการคราฟต์อาวุธขึ้นอีกด้วย
【สารานุกรมวัสดุพื้นฐาน】 นี่คือความรู้แกนหลักของสายติดอาวุธ สเตตัสพื้นฐานของอุปกรณ์จักรกลทั้งหมดขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ วัสดุยุคใหม่สามารถจุดประกายการปฏิวัติเทคโนโลยีและยกระดับคุณภาพของเครื่องจักรไปได้อีกขั้น วัสดุสังเคราะห์หลายชนิดถือเป็ของบังคับที่ขาดไม่ได้เลยในการสร้างเครื่องจักรระดับสูง
[คุณเรียนรู้ความรู้พื้นฐานสายติดอาวุธครบ 5 แขนง ปลดล็อกสกิล 【สกัดขั้นต้น】 และ 【โอเวอร์โหลด】!]
[ปลดล็อกพิมพ์เขียว 【หุ่นยนต์·เรนเจอร์】!]
【สกัดขั้นต้น】 สกิลนี้ทำให้เขาสามารถสกัดวัสดุเพื่ออัปเกรดเลเวลของมันได้ ปกติแล้วสกิลที่มีคำว่าขั้นต้นหรือธรรมดาแปะป้ายเอาไว้ มักจะเป็เวอร์ชันตั้งต้นของสกิลหลักประจำอาชีพ ถ้าอัปเกรดไปจนถึงขั้นสูงอย่าง 【สกัดระดับโมเลกุล】 ก็จะสามารถใช้พลังงานมาเปลี่ยนคุณสมบัติของวัสดุได้โดยตรงเลยทีเดียว
วัสดุเองก็มีการแบ่งเกรดไม่ต่างจากตัวอุปกรณ์ ยิ่งคุณภาพสูงราคาก็ยิ่งแพงหูฉี่ แถมวัสดุที่อยู่ในระดับคุณภาพเดียวกันก็ยังมีการแบ่งเกรดย่อยสูงต่ำลงไปอีก ยกตัวอย่างเช่น แร่เหล็กหินซึ่งเป็วัตถุดิบเกรดโหลๆ มีราคาขายแค่ปอนด์ละ 13 เหรียญอความารีน แต่พอเอามาสกัดเป็เหล็กหินดำ ราคาจะพุ่งพรวดไปถึง 45 เหรียญอความารีนต่อปอนด์ ทั้งที่มันก็ยังอยู่ในระดับคุณภาพสีเทาเหมือนกันแท้ๆ
วัสดุแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัว อย่างเช่นโลหะที่เหมาะจะเป็ตัวนำพลังงาน ก็มักจะไม่เหมาะเอามาตีเป็เกราะ เป็ต้น
【โอเวอร์โหลด】 สกิลกดใช้ ผลาญพลังงานเพื่อบัฟสเตตัสของเครื่องจักรขึ้น 30~50% ใน่เวลาสั้นๆ โดยแลกกับการเผาผลาญค่าความทนทานลดฮวบฮาบ ยกตัวอย่างเช่น แขนกลพาวเวอร์อาร์มรุ่นเบาที่หานเซียวเคยใช้ ถ้ากดเปิดโอเวอร์โหลดก็จะทำให้พลังโจมตีและพลังป้องกันพุ่งขึ้น 30~50% ทันที แต่ด้วยพลังงาน 120 หน่วยที่เขามีในตอนนี้ จะยื้อเวลาบัฟเอาไว้ได้แค่ราวๆ 10 วินาทีเท่านั้น ถือเป็ไพ่ตายก้นหีบเอาไว้ะเิพลังตู้มเดียวจบ
ในที่สุดก็ได้สกิลกดใช้กับเขาสักที! หานเซียวหน้าบานแฉ่ง ต้องเข้าใจก่อนว่าสกิลกดใช้่ต้นเกมของอาชีพสายจักรกลนั้นมีน้อยจนน่าใจหาย ถ้าตอนที่หนีตายออกจากองค์กรเจอร์มินัลเขามีสกิลกดใช้ติดตัวแล้วล่ะก็ คงไม่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนสภาพดูไม่จืดขนาดนั้นหรอก
【หุ่นยนต์·เรนเจอร์】 นี่คือหนึ่งในพิมพ์เขียวหุ่นยนต์ที่ดรอปง่ายที่สุดใน่ต้นเกม (อย่างน้อยก็ง่ายสำหรับเขาล่ะนะ) มันจัดเป็หุ่นยนต์อเนกประสงค์เทคโนโลยีระดับล่าง สามารถติดตั้งอุปกรณ์และเสริมชิ้นส่วนเครื่องจักรได้หลากหลาย จะเอาไปใช้สู้ ลาดตระเวน ป้องกัน สนับสนุน หรือกระทั่งสั่งให้วิ่งไปพลีชีพก็ยังไหว แน่นอนว่าความอเนกประสงค์จัดๆ ก็แปลว่ามันไม่มีจุดเด่นอะไรเป็ชิ้นเป็อันแต่กลับมีศักยภาพในการดัดแปลงสูงลิ่ว หานเซียวรู้ดีว่าทีมสายผลิตของกิลด์ใหญ่หลายกิลด์ต่างก็ใช้เ้าเรนเจอร์สายสนับสนุนนี่แหละไปช่วยขุดแร่และสำรวจพื้นที่กันทั้งนั้น
พิมพ์เขียวที่ช่างกลปลดล็อกได้นั้น บางชิ้นก็เป็ของที่มีอยู่แล้วบนโลก แต่บางชิ้นก็เป็เทคโนโลยีที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อน บริบทของแต่ละดาวเคราะห์แตกต่างกันไป
จ่ายแค่ 2 แต้มศักยภาพแต่ได้สกิลกลับมาเพียบ... โคตรคุ้ม!
เฒ่าหลี่ว์เดินโซเซเข้ามาใกล้ ทำหน้าอยากรู้อยากเห็น "เห็นแกนั่งหน้าบานมาั้แ่เมื่อกี้แล้ว ทำอะไรอยู่กัน?"
หานเซียวปรายตามองตาแก่่่่
"ตาไม่คิดว่าตัวเองมาเดินเตร็ดเตร่แถวนี้มันดูขัดหูขัดตาบ้างเหรอ?"
"ขัดหูขัดตา? ยังไงหะ?"
เฒ่าหลี่ว์ก้มมองกางเกงขาสั้นลายดอกสไตล์ชายหาดของตัวเอง แกว่งขวดเหล้าในมือแล้วเรอเอิ๊กออกมาหนึ่งที เขาไม่เห็นจะรู้สึกว่าตัวเองแปลกตรงไหนเลยสักนิด
หลี่ว์เชี่ยนกระแทกหัวแร้งเชื่อมลงกับโต๊ะ ไอความร้อนทำให้ใบหน้าของเธอแดงก่ำและมีเหงื่อซึม เธอขยับแว่นตานิรภัยแล้วกลอกตามองบนด้วยน้ำเสียงดุดัน
"เวลาทำงาน คนไม่เกี่ยวข้องช่วยถอยไปไกลๆ เลยค่ะ"
"ยัยเด็กนี่..."
เฒ่าหลี่ว์บ่นอุบอิบพลางกระดกเหล้าเข้าปากไปอีกอึกแล้วเดินลอยชายออกไปเดินเล่นข้างนอก ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์จัดจนน่าหมั่นไส้
"เถ้าแก่ ที่นี่รับซ่อมของรึเปล่า?" เฒ่าหลี่ว์คล้อยหลังไปได้ไม่ทันไร ลูกค้าก็เข้าร้าน ชายวัยกลางคนท่าทางทะมัดทะแมงคนหนึ่งเดินเข้ามา
หานเซียวกวาดตามอง พบว่าอีกฝ่ายก็กำลังจ้องเขาอยู่เหมือนกัน พอสบตากันปุ๊บ ชายวัยกลางคนก็รีบเบนสายตาหลบทันที
หานเซียวชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะหลับตาลงสังเกตจังหวะก้าวเดินที่หนักแน่นและทรงพลังของชายคนนั้น เขารู้ทันทีว่าอะไรเป็อะไรแต่ก็ยังตีหน้านิ่งเก็บอาการเอาไว้มิดชิด
แปดในสิบส่วน... หมอนี่ต้องเป็สายลับจากหน่วย 13 ที่ถูกส่งมาหยั่งเชิงเขาอย่างแน่นอน
หลี่ว์เชี่ยนเดินเข้าไปรับหน้าฉีกยิ้มการค้าตามมารยาท
"สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่า้าให้ซ่อมอะไรคะ?"
"รถผมเสียครับ จอดอยู่ตรงทางแยกนี่เอง"
ชายวัยกลางคนตอบพร้อมกับชะเง้อมองข้ามไหล่หลี่ว์เชี่ยนเพื่อแอบสังเกตการณ์หานเซียว
"ได้เลยค่ะ ไม่มีปัญหา"
หลี่ว์เชี่ยนรับคำเตรียมจะหิ้วกล่องเครื่องมือออกไปแต่ชายวัยกลางคนกลับชี้มือไปทางหานเซียว
"ผมอยากให้พี่ชายคนนั้นไปซ่อมให้หน่อยครับ"
หลี่ว์เชี่ยนถึงกับแข็งค้างและแอบไม่พอใจนิดๆ หรือฉันดูฝีมืออ่อนหัดงั้นเหรอ? นี่มันเหยียดเพศกันชัดๆ!
"ฉันไปเอง"
หานเซียวตัดบทคว้ากล่องเครื่องมือมาจากมือของหลี่ว์เชี่ยนที่กำลังยืนแผ่รังสีอำมหิตทะลุแว่น
ทั้งสองคนเดินออกจากซอยมาพบเจอรถเก๋งบุโรทั่งคันหนึ่งจอดสนิทอยู่ริมถนน
"รถคันนี้แหละ"
หานเซียวเปิดฝากระโปรงหน้ารถกวาดตามองแค่แวบเดียวก็หยิบเครื่องมือออกมาลงมือซ่อมอย่างคล่องแคล่วทันที
ชายวัยกลางคนยืนพิงรถทำทีเป็ชวนคุยตีสนิท
"ไอ้หนุ่ม อายุยังน้อยอยู่นะเราน่ะ"
"ผมสามสิบแล้ว"
หานเซียวสวนกลับหน้านิ่ง
สามสิบบิดาแกเถอะ! แกเห็นฉันตาบอดหรือไง! ชายวัยกลางคนแทบสำลักมุมปากกระตุกยิกๆ
"แล้วน้องชายชื่ออะไรล่ะ?"
หานเซียวไม่เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ
"ก่อนจะถามชื่อคนอื่นมันก็ต้องแสดงความจริงใจแนะนำตัวก่อนสิ"
ชายวัยกลางคนเลยจำใจตอบ
"ฉันชื่อ เฝิงจวิน"
"ชื่อดีนี่"
น้ำเสียงหานเซียวราบเรียบสนิท ฟังไม่ออกเลยสักนิดว่ากำลังชมอยู่จริงๆ
เฝิงจวินรู้สึกปวดขมับ ไอ้น้ำเสียงที่ดูเหมือนกำลังชมหมาวัดว่าเ้าด่างเ้าทองนี่มันอะไรกัน! แล้วชื่อฉันมันไปดีตรงไหน?
"แต่คุณเข้าใจความหมายผมผิดไปนะ"
หานเซียวเงยหน้าขึ้นมามองบน
"ผมแค่ขอบุหรี่สักมวนต่างหาก"
เฝิงจวินหน้าตึงเปรี๊ยะแต่ก็ยอมล้วงบุหรี่ยื่นให้พร้อมกับจุดไฟให้เสร็จสรรพ
หานเซียวหรี่ตาคาบบุหรี่ก้มหน้าก้มตาซ่อมรถของเขาต่อไป
"เรียกผมว่า หานเซียว"
เฝิงจวินจดจำข้อมูลไว้ในใจแล้วเริ่มตะล่อมถามต่อ
"หานเซียว... นายไม่ใช่คนเมืองซีตูใช่ไหม นายมาจาก..."
"เสร็จแล้ว"
คำพูดที่เฝิงจวินอุตส่าห์เตรียมมาถูกจับยัดกลับลงคอไปจนหมด สีหน้าบิดเบี้ยวเหมือนคนปวดอึแต่เข้าห้องน้ำไม่ได้ บ้าบออะไรเนี่ย ฉันเพิ่งจะเริ่มหยั่งเชิงแกไปได้แค่ประโยคเดียวเองนะ! ฝีมือช่างแกจะเก่งเกินเบอร์ไปแล้วไอ้เวรเอ๊ย!
หานเซียวแบมือหน้านิ่ง
"ท่อไฮดรอลิกขาด คิดหกสิบเหรียญ จ่ายมา"
ปัดโธ่เว้ย! ฉันก็ต้องรู้สิว่าเป็ที่ท่อไฮดรอลิกก็ฉันเป็คนเอามีดตัดมันเองกับมือนี่แหละ!
เฝิงจวินหัวเราะแห้งๆล้วงกระเป๋าสตางค์ออกมาทำทีเป็ควานหาเงินอย่างอ้อยอิ่ง ทำอย่างกับกระเป๋ามันลึกเป็หลุมดำจักรวาล หวังจะถ่วงเวลาเพื่อหลอกถามข้อมูลเพิ่มอีกสักหน่อย
"ฝีมือซ่อมไม่เลวนี่ ไปเรียนมาจากไหนล่ะ?"
"ครูพักลักจำ"
"โอ้... เก่งหนิ แล้วเป็คนที่ไหนล่ะ?"
"คนบ้านนอก"
"..."
หานเซียวเห็นเฝิงจวินงมหาเงินอยู่นานก็เลิกคิ้วถาม
"ที่คุณทำยึกยักนี่คือ... กำลังใบ้ว่าผมควรลดราคาให้ใช่ไหม?"
เฝิงจวินกระแอมไอเบาๆ สุดท้ายก็ยอมควักเงินยื่นให้หานเซียวแต่โดยดี จะให้ทำยังไงได้ ขืนชิ่งไม่จ่ายมีหวังเป็เื่ใหญ่แน่ ว่าแต่... ไม่รู้ว่าทางองค์กรจะยอมให้เบิกค่าใช้จ่ายตรงนี้หรือเปล่าเนี่ย
หานเซียวรับเงินมาแล้วหัวเราะหึๆ
"นี่เป็ครั้งแรกเลยนะที่ผมเจอกระเป๋าสตางค์ที่ลึกขนาดนี้ นึกว่าคุณจะล้วงหาสักครึ่งชั่วโมงซะอีก"
เฝิงจวินขอสาบานต่อฟ้าเลยว่า ถ้าไม่ติดว่าต้องทำภารกิจบ้าบอนี่ให้เสร็จ ขืนเขายืนทนอยู่ตรงนี้ต่ออีกแค่วินาทีเดียว...ก็มาเตะหน้าเขาได้เลย!
หานเซียวผิวปากอย่างอารมณ์ดีพร้อมหิ้วกล่องเครื่องมือเดินเตร็ดเตร่กลับร้านไปตามทางเดิม
พอคล้อยหลังปุ๊บ เฝิงจวินก็หน้ามุ่ยรีบยกโทรศัพท์ขึ้นมารายงานทันที
"ผลการสังเกตการณ์เบื้องต้น เป้าหมายเป็ช่างกล ยังประเมินระดับความอันตรายไม่ได้ ใช้เวลาสนทนา 4 นาที 38 วินาที รู้แค่ว่าเป้าหมายเรียกตัวเองว่าหานเซียว ขอเสนอให้ทำการหยั่งเชิงและสืบสวนเพิ่มเติม... และหลีกเลี่ยงการปะทะด้วยครับ"
ปลายสายถามต่อ เฝิงจวินเลยกัดฟันกรอด เค้นเสียงตอบกลับไป
"การประเมินนิสัยเป้าหมายน่ะเหรอ? อื้ม... โคตรกวนประสาทเลยครับ!"