พริกวิ่งอยู่พักใหญ่ พอเหนื่อยก็เปลี่ยนเป็เดิน และทันทีที่เเรงกลับมา ก็เริ่มจ้ำอีก แต่ไปได้ซักหน่อย ก็พบกับเหตุประหลาด นั่นก็คือฝูงรถนับร้อยคันที่จอดขวางถนน
“เฮ้ย! รถแม่งมากองอะไรตรงนี้วะ ”พริกอุทานดัง แต่ไม่นาน เธอก็เริ่มสงสัย และพยายามมองหา
“แล้วคนหายไปไหนกันหมด ”
พริกค้นหาอยู่ไม่นาน ก็พบคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนออหน้าอาคารสูง กะโดยประมาณน่าจะมีราวๆ30 กว่าชีวิต
“เออ เจอซักที อย่างน้อยก็มีคนให้ถามว่าแม่งเกิดอะไรขึ้น ” แต่ก่อนที่พริกจะเดินเข้าไป สามัญสำนึกก็ร้องเตือนว่าอาจจะมีอันตราย ด้วยชายหญิงเ่าั้มีคราบเืเกาะตามตัวจนชุ่มโชก แถมบางคนดูเจ็บหนัก ร่างกายแหว่งหายไปบางส่วน คล้ายถูกสัตว์ร้ายกัด
“เอ๊ะ! พวกนั้นดูไม่ปกติ ถอยก่อนดีกว่า ”
แต่เหมือนโชคไม่เข้าข้าง เพราะในขณะที่พริกถอยหลัง เท้าดันไปเตะกระป๋องโค้กที่ตกตามพื้นจนเกิดเสียงดัง
“แก๊ง ”
“เฮ้ย! ซวยแล้ว ” พริกแอบสบถในใจ พร้อมนิ่งทันควัน และภาวนาไม่ให้เสียงนี้ดังไปถึงหูของคนประหลาดกลุ่มนั้น ทว่าทั้งสามสิบตนกลับหันมามอง จากนั้นก็เริ่มคำรามดังด้วยอาการดุร้าย
“แฮ่………”
ทั้งฝูงรีบกรูเข้ามา แม้จะช้าพอๆกับวิ่งเหยาะ แต่ก็ดูน่ากลัวอยู่ดี ด้วยใบหน้าของแต่คนล้วนช้ำเืช้ำหนองจนห่างไกลจากคำว่ามนุษย์ แถมยังมีฟันคมกริบที่ฝังตัวอยู่เต็มปาก นี่ยังไม่รวมสภาพร่างกายที่ยับเยิน ราวกับถูกฝูงไฮยีน่ารุมกัดมา นับว่าเป็ฝันร้ายชัดๆ
“เหวอ……อย่าเข้ามานะ ไอ้ผีนรก ” พริกสับเกียร์หมา เธอไม่ยอมอยู่ให้ฝูงปีศาจกินแน่ และก็หนีได้ไม่ยาก ด้วยพวกมันมีสปีดที่ค่อนข้างต่ำ ทว่าก็ไร้ความเหน็ดเหนื่อย แถมยังส่งเสียงขู่คำรามที่ชวนหลอน ทำให้ใครที่ขวัญอ่อน เยี่ยวเล็ดเยี่ยวราดได้ง่ายๆ
วิ่งได้ไม่นาน พริกก็เริ่มหมดแรง และการจะหนีุ์ซึ่งติดตามไม่ลดละ มีอยู่เพียงทางเดียว นั่นก็คือ……
“รีบเข้าตึก! รอดจากฝูงนี้ให้ได้ก่อน แล้วค่อยคิด ”
แม้นั่นจะเป็แผนที่ดี แต่พริกลืมนึกไปว่าบางทีอาจมีซอมบี้หลบซ่อนในตัวตึก และทันทีที่เปิดประตูร้าน KFC เข้าไป เธอก็พบกับ……
แคชเชียร์สาววัยเดียวกัน เสื้อที่ใส่ขาดรุ่งริ่งจนเกือบเห็นเรือนร่างครึ่งบนที่เปล่าเปลือย แต่คงไม่มีใครสนใจ เพราะกายนั้นมีเืสดไหลอาบ เนื้อบางส่วนตรงลำคอก็ขาดหาย ราวกับถูกของมีคมคว้านออกไป
“เฮ้ย! อย่าบอกนะว่ายัยนี่ก็เป็พวกมัน” พริกสะดุ้งสุดตัว เพราะมันกะทันหันเกินไป แถมเด็กสาวคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมา ทำให้รู้ว่ามีเบ้าตาซ้ายที่กลวงโบ๋ ปากโหว่นิดนึงจนเห็นฟันขาวซ่อนอยู่ข้างใน
“เหวอ…..ชัดเลย เธอคือซอมบี้ล้านเปอร์เซ็นต์ ซวยของแท้ ” พริกะโดัง และเสียงนั้นก็กระตุ้นให้ปีศาจสาวตื่นตัว พร้อมทำในสิ่งที่จอมงับพึงใจ นั้นก็คือพุ่งเข้ามากัดกินมนุษย์
“แฮ่……”
“อย่าเข้ามานะเว้ย! ” พริกตวาดลั่น และโต้ตอบตามสัญชาตญาณ ด้วยการเหวี่ยงไม้เบสบอลใส่ใบหน้าของปีศาจสาวจนสะบัด
“เปรี้ยง “
ถ้าเป็คนทั่วไปน่าจะสลบในไม้เดียว แต่ไม่ใช่กับุ์ เพราะมันได้หันกลับมามองเด็กสาวอีกครั้ง แล้วแยกเขี้ยวใส่
“แฮ่……”
“อย่าลุกขึ้นมาอีกนะโว้ย! ” ความโกรธผสมกลัว ทำให้พริกสติแตก และกระโจนเข้าซัดแสกหน้าด้วยอาวุธคู่ใจจนุ์ร่วงลงไปนอนกอง แต่เธอก็ยังกระหน่ำต่อไปอีก ราวกับเกรงว่าปีศาจตนนี้จะลุกขึ้นมา
“ตายซะ ตายไปได้แล้ว ” พริกะโลั่น ก่อนจะทุบลงไปเป็ครั้งสุดท้าย เืแดงจากร่างแหลกเหลวสาดกระเด็นมาโดนเธอ ทำให้ทั่วกายมีคราบเืติดเป็หย่อมๆ
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” พริกหอบถี่ มือไม้สั่นไปหมด เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เธอฟาดกระบาลอย่างโเี้ แม้คนๆนั้นจะไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว แต่ก็ชวนให้จิตตกอยู่ดี
“นี่เรากำลังทำอะไร ”
ทว่าร่างบางนั่นแน่นิ่งได้ไม่นาน มันก็เงยหน้าที่เละเทะขึ้นมา ก่อนจะอ้าปากกว้างที่อุดมไปด้วยเื พร้อมยืดมือที่บิดเบี้ยว หวังจะดื่มกินเหยื่อสาวให้ได้ เพื่อบรรเทาความหิวที่ไม่มีวันสิ้นสุด
“แฮ่……”
ภาพเบื้องหน้ากระตุกจิตของพริกสุดๆ เธอจึงโต้ตอบด้วยการฟาดหัวของปีศาจสาวสุดแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
“เปรี้ยง ”
คราวนี้ได้ผล ไอ้ตัวฆ่าไม่ตาย แน่นิ่งทันที แต่มันไม่ได้ทำให้พริกรู้สึกดีเลยซักนิด เธอก้มลงมองมือที่เปื้อนเืสลับร่างบางของอดีตมนุษย์
“นะ นี่เราทำอะไร ทำไมถึงโหดร้ายแบบนี้ เรากลายเป็ตัวอะไรไปแล้ว”
ทว่าพริกทบทวนตัวเองได้ไม่นาน หายนะก็มาเยือน ด้วยได้ยินเสียงคำรามในลำคอที่คุ้นเคย และเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่
“ฮื่อ…..แฮ่…….”
ไม่ต้องเห็นกับตา พริกก็รู้ทันทีว่าพวกผีนรกกำลังใกล้เข้ามา และถ้าอยู่ตรงนี้ คงถูกฝูงจอมงับกัดกินเป็แน่ เธอจึงสะกดกลั้นทุกอารมณ์ แล้วรีบวิ่งเข้าไปข้างใน หวังจะค้นหาประตูหลัง
“ต้องหนีให้พ้น ไม่งั้นตายแน่ ” พริกเปิดประตูเข้าไปในห้องครัวที่ตอนนี้ร้างผู้คน มีหม้อ กระทะ ภาชนะร่วงหล่นตามพื้นดูเกะกะ แถมยังปรากฏคราบเืเป็หย่อมๆ ทำให้รู้ว่าสถานที่นี้น่าจะเคยเป็ลานอาหารของเหล่าซอมบี้มาก่อน และทันทีที่เธอพบประตูหลัง ก็ได้มีจอมงับอีกตนยืนขวาง
ไอ้ตัวนี้เป็อดีตชายหนุ่มร่างอ้วนใหญ่ที่มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า120 กิโล ซึ่งไม่ว่ามองมุมไหน พริกก็น่าจะล้มมันไม่ได้ เธอจึงอาศัยความไวที่เหนือกว่า เพื่อหลบหลีก
“แฮ่…..” หลังจั่วลมไปหนึ่งที ผีร้ายร่างั์ก็หันกลับมา เพื่อเตรียมพุ่งเข้ามาขย้ำรอบสอง แต่ช้าเกินไป พริกได้ตรงไปที่ประตูทางออกแล้ว
“ชั้นไม่สู้กับเ้าั์อย่างแกหรอก ”
ทว่าเื่ซวยกลับวิ่งหาพริกไม่หยุดหย่อน เพราะทันทีที่ขยับลูกบิด เธอก็พบว่า…
“แกร๊ก ”
“เฮ้ย! ซวยของจริงแล้ว ประตูล็อค ” พริกอับจนหนทาง เธอขยับลูกบิดอีกหลายหน แต่มันก็ยังเปิดไม่ได้ และในขณะที่เด็กสาวพยายามอยู่นั้นเอง ซอมบี้ร่างั์ก็ใกล้ถึงตัว
ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ว่องไว พริกจึงเบี่ยงหลบการชาร์จได้อย่างเฉียดฉิว ทำให้ซอมบี้พุ่งชนประตูเต็มแรง
“โครม ”
และผลที่ได้คือการพังทลายของประตูไม้ พร้อมร่างอ้วนใหญ่ที่ล้มลงไปนอนคว่ำหน้า
“เอ๊ะ! มันชนประตูพัง ทางรอดมาแล้ว ” แน่นอนว่าพริกย่อมไม่ยอมปล่อยโอกาสดีให้ลอยผ่าน เธอจึงวิ่งฝ่าไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนว่าจะเหยียบไปบนแผ่นหลังของซอมบี้ร่างั์หรือไม่ และพอผ่านพ้นไปได้ เด็กสาวก็จ้ำสุดกำลัง เพื่อสลัดฝูงผีร้ายที่ไล่ตาม
…………………………..
เด็กสาวจอมเฮี้ยววิ่งลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย โดยไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงจุดไหนของกรุงเทพ แต่เธอไม่ใช่เหล็กไหลมาจากไหน ความเหนื่อยและหิวจึงเริ่มย่างกรายเข้ามา
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” เด็กสาวทรุดกายลงนั่งชันเข่า หลังพิงกำแพง จากนั้นก็ก้มลงไปมองนาฬิกาข้อมือ เลยพบว่าขณะนี้เป็เวลาบ่ายสาม
“โห…นี่เราตะลอนไปมาตั้งหลายชั่วโมงเลยเหรอเนี่ย”
และสิ่งที่เด็กสาว้าในเวลานี้คืออาหาร พร้อมการได้พัก ทว่าด้วยความรีบร้อน จึงไม่มีเสบียงติดตัว เลยมองหาทางออกอื่น
“ใช่แล้ว ต้องมีซักบ้านที่มีของกินเหลืออยู่ รีบหาอะไรใส่ท้อง แล้วงีบซักชั่วโมงดีกว่า เพราะถ้าฝืนเดินต่อ มีหวังตายก่อนถึงพรุ่งนี้แน่” เมื่อนิ่งตรึกตรอง พริกก็เลือกหนทางที่ควรจะทำมาตั้งนาน นั่นก็คือ…..ใจเย็นๆ อย่าทำตามอารมณ์ และแก้ไขอย่างมีสติ
พริกเหลียวซ้ายแลขวา เพื่อมองหาเคหสถานที่พอจะพักได้ ทว่าก็พบเพียงอาคารสูงที่ปิดสนิท และเพื่อความปลอดภัย เธอจึงลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย ซึ่งนับว่าได้ผล เพราะเด็กสาวสามารถหลีกเลี่ยงเหล่าซอมบี้ที่ยืนชุมนุมได้ถึงสามฝูงใหญ่
“พวกมันเยอะชะมัด ใกล้หกโมงเย็นแล้ว ต้องรีบหาที่พักและอาหารโดยด่วน ” พริกเครียด เพราะถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ เพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นในวันถัดไป ก็มีแต่ต้องใช้วิธีนี้เท่านั้น
พริกไล่เช็คทุกประตูที่เดินผ่าน เพื่อจะเข้าไปในตัวตึก หลังจากเพียรอยู่ประมาณชั่วโมงเศษ ก็พบความสำเร็จ
“แกร๊ก ”
“เอ๊ะ! เจอแล้ว ประตูนี้ไม่ได้ล็อค ”
ที่นั่นเป็อาคารปูนสูงห้าชั้น กว้างประมาณสองคูหาเศษ มีป้ายใหญ่ติดอยู่บนชั้นดาดฟ้า อ่านจับใจความได้ว่า “หอพักฟ้าใส” แต่เหมือนเธอจะเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนยืนอยู่ตรงขอบตึก จึงเกิดความสงสัย
“หรือว่านั่นจะเป็ผู้รอดชีวิต ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
