“คีรินมันรับไปไหนของมันวะดูเหมือนรีบไปหาใคร” มินิทถามด้วยความสงสัยและระหว่างกำลังเดินไปที่รถ ก็เห็นรถคีรินวิ่งผ่านออกไป เห็นเงามีคนนั่งข้างๆคนขับแต่มองไม่ออกว่าเป็ผู้หญิง หรือผู้ชาย เพราะมันค่อนข้างไกล และฟิล์มรถมันก็มืดมาก
“แกเห็นเหมือนฉันมั้ยเหมือนมีคนนั่งข้างๆคีริน” พระพายก็เห็นเหมือนกันแต่คิดว่าน่าจะไม่มีอะไร แต่ข้างในลึกๆ ก็อดสงสัยไม่ได้
“อืม เห็น อาจจะเพื่อนคนอื่น หรือวาโยก็ได้เมื่อกี้วาโยก็มาประชุมด้วยนิ” เธอตอบอย่างขอไปที
“หรอ มึงคิดน้อยไปรึป่าวของแบบนี้มองในแง่ลบไว้ก่อน มึงจะได้เผื่อใจไง ถ้าเกิดมันคบกับใครขึ้นมาจริงๆ” ก็จริงอย่างที่มันพูดอะไรไม่แน่นอน เธออาจจะต้องเผื่อใจไว้บ้างหากเธอยังไม่เริ่มทำอะไรเลยอยู่แบบนี้ สักวันเธออาจจะเสียคีรินไปจริงๆ
“เออๆ ปี 3 นี้ ฉันต้องได้สารภาพรักกับมันแน่” ถึงผลจะออกมายังไง เธอก็ต้องยอมรับความจริง
“ย่ะกูเห็นมึงผัดวันประกันพรุ่งตลอด” เธอเอ่ยขึ้นอย่างรู้นิสัยเพื่อนเลื่อนไปเรื่อย
“มัวแต่บ่นกูอยู่นั่นแหละจะกลับกับภีมไม่ใช่หรอ เดี๋ยวมันก็ทิ้งเอาหรอก” เธอเอ่ยเบี่ยงประเด็นเพราะมันพูดอีก ก็ถูกอีก เมื่อไหร่เธอจะกล้าสักที ทีเื่อื่นไม่เคยจะกลัว
“เออว่ะ มึงน่ะต้องเอาแบบกูชอบก็บอกชอบ แสดงให้มันรู้ซึ่งๆ หน้ากันไปเลย ”
“เออมึงกล้าแสดงออกกูยอมรับแต่กูเห็นมึงเต๊าะมันมาจะ 2 ปีละ ไม่เห็นมันจะชอบมึงกลับซักหน่อย” เธอพูดไปตามที่เห็น เพราะภีมมักจะเฉยๆหรือรำคาญด้วยซ้ำเวลาโดนไอ้มินิทเต๊าะ
“เอ้า ไม่เคยได้ยินหรอน้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน แล้วหัวใจคนจะไปเหลือหรอ 555”
“ของมึงอ่ะน้ำหยดลงหินทุกวัน หินบอกไปหยดที่อื่นโว้ย รำคาญ 555” เธอนึกสภาพหน้าภีมออกทันทีชอบทำหน้าเซ็งๆ แล้วมองบน เวลาที่ไอ้มินิทมันเต๊าะ
“มึงก็เกินไปไม่เห็นมันจะรำคาญเลยเห็นมั้ย วันนี้มันยังจะไปส่ง” เธอทำสีหน้าเอือมระอามันไปส่งก็จริง แต่มันเต็มใจรึเปล่านั่นคือประเด็น ี้เีพูดล่ะ เดี๋ยวดูเป็การตัดความหวังของเพื่อน
“ ย่ะๆ ไม่เถียงละ แต่ถ้ามึงยังไม่ไปจริงๆเดี๋ยวมันทิ้งมึงแน่ ”
“เออๆ บ๊าย บายเดี๋ยวค่อยเจอกัน ไปละ ขับรถดีๆ อย่าเที่ยวไปฉุดใครขึ้นรถล่ะ 555” พูดสร็จมินิทก็รีบวิ่งออกไปที่รถของภีมทันทีแต่เธอก็โวยวายตามหลังมันไปติดๆ
“ฉันไม่ใช่แกนะยะที่ลากใครมั่วซั่วกลับบ้าน” ที่พูดแบบนั้นเพราะครั้งหนึ่งมินิทมันเคยเมาเนื่องจากอกหักจากแฟนคนแรกตอนที่มันเมามันติด สกินชิพมากเที่ยวไปกอด แล้วชวนเขากลับบ้านไปทั่ว ั้แ่ครั้งนั้นยังไม่เคยเห็นมันเมาอีกเลย
“กลับถึงคอนโดก็มืดแล้วเธอเลยต้มมาม่ากิน แล้วเข้าไปอาบน้ำต่อ นอนเล่นโทรศัพท์ได้สักประมาณ 4 ทุ่ม เห็นในไอจีของนิกกี้นางลงสตอรี่อยู่ร้านอาหารวิวสวยถ่ายรูปอาหารและติดมือของฝั่งตรงข้ามมานิดนึง ดูก็รู้ว่าเป็มือผู้ชาย คนเราก็เนอะมีแฟนแล้วจะแอบทำไมวะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ถ้าเป็ฉันนะจะประกาศให้ทั่วเลยจ้า หรือว่านางเรียกกระแสอยากให้คนสนใจเหมือนที่ฉันสนใจอยู่ตอนนี้ 555
ลองโทรไปเต๊าะคีดีกว่ามันจะเสร็จธุระละยังนะ ที่เรียกคีมันดูเป็คนสนิทดีเลยเนียนๆเรียกคีเฉยๆละกัน
“ตู๊ด ตู๊ด ” เรียกสายได้ไม่นานสักพักคีก็รับทันที
“มีอะไร” เขาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
“เปล่า โทรมาถามดูรับเร็วนิแสดงว่าธุระเสร็จแล้ว แล้วทำอะไรอยู่” เสียงเหมือนเขาลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วสักพักก็มีเสียงลมพัด แล้วตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนกว่าเดิม
“กินข้าวอยู่ข้างนอก แล้วมีอะไรรึเปล่า”
“ก็เปล่า อยากโทรโทรไม่ได้รึไง” เธอตอบด้วยน้ำเสียงโมโหเพื่อกลบเกลื่อนความเขินที่โทรไปหาเขาแต่ไม่มีเื่จะพูด
“เปล่านึกว่าเป็อะไรฉุกเฉิน”เขาตอบออกมาแสดงถึงความเป็ห่วง?
“แล้วเธอกินข้าวยังกลับถึงห้องแล้วใช่มั้ย” เมื่อเขาถามกลับมาเธอเริ่มดีใจได้นิดนึงเหมือนเขายังอยากสนทนากันต่อ
“กินมาม่าละ ง่ายดีี้เีทำกับข้าว”
“เธอนี่นะทีหลังก็ซื้อเข้าไปสิ กินแต่มาม่าผอมจะขาดสารอาหารอยู่ละ” ฮิๆเธอหัวเราะทันที ถึงเขาจะดุ แต่ก็เพราะเป็ห่วงล่ะเนอะ?
“ทำไม เป็ห่วงหรอฉันแอบคิดเข้าข้างตัวเองนะเนี่ย”
“เหอะฉันก็พูดไปตามความจริง เป็อะไรขึ้นมาเดี๋ยวลำบากฉันต้องไปเฝ้าอีก” เขากระแอมทำน้ำเสียงกลบเกลื่อนอีกที
“มีใจก็พูดมาเดี๋ยวจะให้แม่ไปขอ 555” เธอตอบกลับไปทำเป็พูด ทีเล่น ทีจริง เต๊าะเขาแบบเนียนๆ
“เพ้อเจ้อจริงๆเลยเธอเดี๋ยวฉันตอบรับขึ้นมา เดี๋ยวจะหัวเราะไม่ออก ”
“ชิไม่กลัวอยู่แล้วย่ะ” ตอบกลับไปแบบไม่คิดอะไรแต่จริงๆแล้วอยากจะกรี๊ดใส่หมอนสัก 10 รอบพูดเองเขินเองเลยฉัน ^^
“เสาร์นี้นายว่างปะ อยากไปดูหนัง Fast ….. ภาค9 อ่ะ” เธอชอบมากเื่นี้หรือหนังแนวแอคชั่น เธอก็จะชวนเขาไปดูบ่อยๆ จนบางครั้ง เป็เขาเองที่มาชวนฉันดู
“ก็ได้นะน่าจะไม่ติดอะไร เอ่องั้นแค่นี้ก่อนนะ ฉันยังอยู่ข้างนอก ”
“โอเค ฝันดีนะคี”
“อืม ฝันดี”
กรี๊ดๆ ๆ ๆ เธอกรี๊ดใส่หมอนหลังจากวางสายแล้ว เฮ้ยถือว่าการเต๊าะครั้งนี้เป็ไปได้ด้วยดี มีการพัฒนาขึ้น อิๆเธอน่าจะต้องโทรหารเขาบ่อยๆละ ประโยคนั้นคือฉันขอคิดเกินเลยได้มั้ย
“เดี๋ยวฉันตอบรับขึ้นมา เดี๋ยวจะหัวเราะไม่ออก ”หรือฉันมโนมากเกินไปวะ ไม่รู้แหละ เข้าข้างตัวเองไว้ก่อน นอนๆ ฝันดีแน่เลยคืนนี้ยัยพระพายเอ้ย
ตัดไปที่อีกฝั่งในร้านอาหาร“ทำไมคีไปนานจังคะใครโทรมาหรอ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงงอนๆ เพราะเขาออกไปนานมากไม่คิดว่าเธอจะรออยู่รึไง
“เพื่อนน่ะ ไม่มีอะไรขอโทษนะที่ให้รอ” หึ เพื่อนหรอ ถ้าเป็ยัยพระพายอะไรนั่นคิดว่าเธอจะดูไม่ออกหรอ ว่ายัยนั่นก็ชอบคี ตัวติดกันอย่างกับอะไรดีรอให้ได้เป็แฟนกันก่อนเหอะ ฉันจะแยกให้อยู่คนละซีกโลกเลย
“อ๋อ ไม่เป็ไรค่ะกี้แค่ถามดูเฉยๆ”