"เกิดอะไรขึ้นหรือครับ" ลู่อันถาม "ทำไมจู่ ๆ ถึง..."
เฉินตงผละออก เขาสูดหายใจเข้าลึกและบอกความจริงกับลู่อันว่าคืนนี้เขาไปทำอะไรมา
ั์ตาเด็กหนุ่มสั่นไหว ใบหน้าหมองหม่นนั้นดูทรมานยากจะบรรยาย
"ฉันรู้ว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งวุ่นวายเื่ของนาย" เฉินตงถึงกับก้มหัวให้ลู่อัน "ฉันขอโทษ แต่ฉันจำเป็ต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาย"
"แล้ว...ได้รู้หรือยังครับ"
"อืม รู้แล้ว"
นิ้วมือลู่อันกำแน่น รู้สึกหวาดกลัวที่จะถามต่อ
"ถ้าผมบอกว่า มันไม่ได้เป็อย่างที่คนพวกนั้นพูด คุณจะเชื่อผมไหม? ..."
"เชื่อ..." เฉินตงตอบทันทีทันใด ไร้ซึ่งความลังเล "ฉันเชื่อนาย"
บางทีนั่นอาจเป็ประโยคที่ลู่อันอยากได้ยินที่สุด ราวกับได้ปลดล็อกบางอย่างในใจ
ร่างบางยืนนิ่งไม่ไหวติง หากแต่น้ำตามากมายไหลทะลักอาบแก้มขาวเนียนจนเปียกชื้น
ลู่อันไม่ได้พูดอะไร เขาพูดไม่ออก เสียงร้องสักแอะก็ยังไม่มี
เฉินตงมองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าร่างกายสั่นเทา รับรู้ได้ว่าลู่อันไม่ได้เสียใจ แต่เขากำลังดีใจที่ในที่สุดก็มีใครสักคนเข้าใจ และยืนหยัดอยู่ฝั่งเดียวกับเขา
ฝ่ามือหนาแสนอบอุ่นดึงร่างนั้นเข้ามากอดอีกหน
ลู่อันซุกหน้ากับอกของเฉินตงอย่างไม่อาจควบคุมได้ ปากเอาแต่พึมพำว่า
"ขอบคุณ ขอบคุณนะครับ...ขอบคุณที่เชื่อผม"
ใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าเสียงสะอื้นจะหยุดลง
ทั้งเฉินตงและลู่อันเข้ามานั่งลงบนโซฟา โดยที่ลู่อันยังคงไม่ยอมผละออก
เฉินตงไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงลูบศีรษะปลอบเด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยน
ผ่านไปสักพัก ร่างบางค่อย ๆ ผละออก
"ผม...ดีขึ้นแล้วครับ"
"อืม..." เฉินตงถาม "อยากรู้ไหมว่าฉันไปทำอะไร และรู้อะไรมาบ้าง..."
หากลู่อันไม่้า เฉินตงก็ไม่คิดพูดมันออกมา เขาจะกลบฝังเื่ราวเ่าั้อย่างมิดชิดราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น เขาจะทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นและไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น
แต่เด็กหนุ่มกลับตอบว่า "อยากครับ"
"ได้" เฉินตงสูดหายใจลึก ก่อนจะเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เขาปะทะฝีปากกับลู่ฉือและเจียวจิ้นให้ลู่อันฟัง
เด็กหนุ่มทำหน้าหยีอย่างขยะแขยงตอนที่เฉินตงเล่าว่า เจียวจิ้นพยายามให้ท่าเขา
ลู่อันไม่แปลกใจกับพฤติกรรมที่เธอคนนั้นแสดงออก โล่งใจด้วยซ้ำที่เฉินตงไม่ถูกหญิงบ้าลวนลาม
"ฉันเล่าสิ่งที่ตัวเองเจอมาแล้ว" เฉินตงบอก "ทีนี้ นายอยากเล่าเื่ที่นายเจอให้ฉันฟังบ้างไหม..."
เมื่อก่อนลู่อันเกลียดที่จะพูดถึงผู้หญิงคนนั้น อาจเพราะไม่มีใครยอมเชื่อเขา โดยให้เหตุผลว่าเขาเป็ผู้ชาย หากจะมีใครที่ดูน่าสงสัยว่าจะเป็ฝ่ายก่อเหตุ ผู้ชายดูมีความเป็ไปได้ว่าจะเป็คนร้ายมากกว่า ซึ่งลู่อันไม่เคยเห็นด้วยกับความคิดแบ่งแยกเช่นนั้น
ผู้ชายแล้วอย่างไร ต่อให้เป็ผู้ชาย แต่เขาก็ยังเป็คน ทั้งยังร่างกายไม่แข็งแรงเท่าคนอื่น ทำไมทุกคนต้องพยายามโยนความผิดให้เขารับมันไว้ทั้งที่เขาเป็ฝ่ายถูกกระทำ
ทว่าเฉินตงทำให้ลู่อันสามารถปล่อยวางความเกลียดในอดีต เพียงแค่ชายคนนั้นเอ่ยปากว่าเชื่อในตัวลู่อัน เขาก็พร้อมที่จะเล่าทุกอย่างออกมาแล้ว
"ครับ..." ลู่อันเงยหน้าขึ้น
เฉินตงเอื้อมมือออกไป ใช้หัวแม่มือปาดหยดน้ำตาจากแก้มของลู่อัน
จากนั้นลู่อันจึงเริ่มเล่าความจริงที่เกิดขึ้นในบ้านหลังนั้นทั้งหมดให้เฉินตงฟัง
ยิ่งฟัง เฉินตงก็ยิ่งโกรธ นิ้วมือกำแน่นจนเส้นเืปูดโปน รู้สึกเจ็บใจ
"ก่อนออกมา ฉันน่าจะชกไอ้แก่นั่นสักที!"
ลู่อันถึงกับหัวเราะออกมา "ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกครับ"
เขาไม่อยากให้เฉินตงเอาตัวเองไปเกลือกกลั้วกับคนสกปรกพวกนั้น
"แล้ว...หลังออกจากบ้านหลังนั้นนายไปอยู่ที่ไหน" เฉินตงถามต่อ
"ผมย้ายมาที่เมืองเทียนเหมิน เพราะอยากอยู่ให้ห่างจากสองคนนั้น"
เฉินตงพยักหน้า "ทำถูกแล้ว"
"ดีที่ผมเริ่มทำงานพิเศษมาั้แ่เด็ก เลยพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง ผมเช่าห้องเล็ก ๆ ทำงานตามร้านอาหารอยู่ปีนึง พอเริ่มมีเงินเก็บถึงค่อยไปสมัครเรียนมหาลัยอีกครั้ง"
ตอนที่เจอกันครั้งแรก เฉินตงมองว่าเด็กหนุ่มคนนี้ช่างเย่อหยิ่งและไร้มารยาท แต่หลังจากได้รู้เื่ราวที่ลู่อันต้องผ่านมาอย่างยากลำบาก เขาถึงได้เข้าใจว่าหน้ากากแสนเ็าที่ลู่อันสวมใส่อยู่นั้น มีไว้เพื่อปกป้องเ้าของจากใครก็ตามที่พยายามทำร้ายเขา
สิ่งที่ลู่ซูลี่พบเจอมา เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่ลู่อันต้องเผชิญเพียงลำพัง
"เ้าหนู นายเก่งมาก เก่งมาก ๆ แล้ว"
เป็อีกครั้งที่ฝ่ามือหนาวางลงบนศีรษะของลู่อัน
ศีรษะเล็กถูกับมือของเฉินตง ท่าทางประหนึ่งลูกสุนัขตัวน้อยที่กำลังออดอ้อนเ้าของ
"ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น" เฉินตงยืนยัน "ถ้าคนพวกนั้นมารังแกนายอีกละก็ ฉันจะซัดมันให้หน้าหงายเลย!"
"..." ลู่อันไม่ได้พูดอะไร เพียงมองคนโอ้อวดตรงหน้าตาปริบ ๆ
"อะไร ไม่เชื่อเหรอ?" เฉินตงยกแขนขึ้นข้างหนึ่ง แสร้งทำเป็เบ่งกล้าม ซึ่งต่อให้ไม่ทำแบบนั้นเฉินตงในสายตาลู่อันก็ดูแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว
"ตอนนี้เราสองคนก็ไม่ต่างอะไรกับพี่น้องแท้ ๆ ดังนั้นใครแกล้งนายหรือทำให้นายเสียใจก็มาฟ้องพี่ชายคนนี้ได้เลย"
ลู่อันยิ้ม หากแต่แฝงความเศร้าเล็ก ๆ
ในใจรู้ดีว่าที่เฉินตงทำดีกับตน เพราะชายคนนั้นมองลู่อันเป็น้องชายของคนที่ชอบ
ถึงอย่างนั้นลู่อันยังดีใจ ที่บนโลกใบนี้ยังมีคนคอยรับฟังปัญหาของเขา เลือกที่จะเชื่อคำพูดของเขามากกว่าคำพูดของคนอื่น
"ขอบคุณครับ" ลู่อันเอ่ยเบา ๆ
เฉินตงประคองลู่อันกลับไปที่เตียง "นอนพักเถอะ คืนนี้ฉันจะอยู่เป็เพื่อน...เพราะงั้นไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น"
"คุณไม่นอนหรือครับ" ลู่อันไม่ชอบความคิดนี้ "แบบนั้นไม่ได้นะ"
"ฉันจะนอนตรงนี้"
มือของทั้งสองประสานกัน เฉินตงย่อตัวนั่งลงข้างเตียงของลู่อัน
"นอนซะ พรุ่งนี้หลังนายทำงานพิเศษเสร็จ ฉันจะพานายไปเที่ยว"
ั์ตาของลู่อันเป็ประกาย ถามว่า "ที่ไหนครับ"
"เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้เอง" เฉินตงจิ้มหน้าผากลู่อัน "ถ้าไม่นอน ฉันไม่พาไปหรอกนะ"
ลู่อันดึงผ้าห่มขึ้นถึงอก หลับตาปี๋ทั้งที่หัวคิ้วยังขมวดมุ่นอยู่เลย
"หลับหรือยัง?" เฉินตงแสร้งถาม
"หลับแล้วครับ" ลู่อันตอบ
เฉินตงต้องกลั้นเสียงหัวเราะ
เขาจับมือลู่อันไม่ปล่อยตลอดทั้งคืน เพียงหวังว่าการดูแลของเขาจะช่วยให้เด็กหนุ่มลืมเลือนเื่ราวเลวร้ายในอดีตไปได้บ้าง...แค่เล็กน้อยก็ยังดี