ภายใต้ความมืดมิดของถ้ำลับหลังน้ำตกที่เย็นจัดหลินหยวนนั่งขัดสมาธิอยู่บนโขดหินที่ชุ่มไปด้วยละอองน้ำทว่าบรรยากาศรอบกายเขากลับไม่ได้มีความเย็นสบายแม้แต่น้อย
เบื้องหน้าของเขาคือ 'เศษศิลาอัสนีบาต' ที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศพลังงานสีน้ำเงินเข้มสลับม่วงพุ่งพล่านออกมาจากศิลาประดุจัคลั่งที่พยายามจะฉีกกระชากมิติรอบด้าน
หลินหยวนสูดลมหายใจเข้าลึกกัดฟันแน่นจนกรามแทบแตก เขาเริ่มเดินพลัง 'วิชาสลายิญญา'ออกจากจุดตันเถียน
พลังงานความว่างเปล่าสีม่วงหม่นค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าโอบอุ้มศิลาอัสนีบาตอย่างช้าๆ ทันทีที่พลังสองสายที่รุนแรงและขัดแย้งกันัักันแรงะเิของปราณพลันกระแทกใส่หน้าอกของเขาจนกระอักเืสีคล้ำออกมา
"อึก...!เนตรวิวัฒนาการ... เริ่มกระบวนการหลอมรวม!" เขากู่ร้องในใจด้วยความทรมาน
[เริ่มต้นกระบวนการ: หลอมรวมอัสนี์เข้าสู่กระดูกหยก]
[คำเตือน:ความเ็ประดับสิบ ความเสี่ยงต่อการที่เส้นชีพจรจะแตกสลายอยู่ที่ 40%]
[คำแนะนำ: ใช้ 'ปราณย้อนกลับ' เพื่อสร้างโพรงสูญญากาศในจุดชีพจรหลักเพื่อรองรับการประจุไฟฟ้านับหมื่นโวลต์!]
ความรู้สึกต่อมาไม่ต่างจากการถูกถ่านไฟที่ร้อนจัดกรอกลงไปในลำคอพลังอัสนีบาตที่ดิบเถื่อนพุ่งเข้าสู่ร่างกายของหลินหยวนผ่านทางปลายนิ้วมันไม่ได้ไหลเวียนเหมือนปราณทั่วไป
แต่เข็มสายฟ้าเล็กลงนับล้านเล่มกำลังทิ่มแทงและแผดเผาเส้นเอ็นของเขาจากภายในิัของหลินหยวนเริ่มแตกปริ มีแสงสีม่วงเรืองรองลอดออกมาจากรอยแยกเ่าั้ประดุจร่างกายของเขากำลังจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ
เสียงกรีดร้องถูกกักเก็บไว้ภายใต้ลำคอที่แห้งผากหลินหยวนใช้เจตจำนงอันเด็ดเดี่ยวบังคับให้พลังสลายิญญาเข้ากลืนกินสายฟ้าเ่าั้เขาสลับสับเปลี่ยนระหว่าง 'ความมีอยู่' และ 'ความว่างเปล่า' ในชั่วพริบตาเพื่อให้ร่างกายสามารถรับน้ำหนักของพลังงานที่เหนือชั้นนี้ได้
พริบตานั้นนิมิตแห่งความแค้นจากถ้ำน้ำแข็งทมิฬพลันซ้อนทับเข้ามาเสียงกระซิบของผู้ล่วงลับย้ำเตือนถึงความอยุติธรรมที่เขาเผชิญความโกรธแค้นกลายเป็เชื้อเพลิงชั้นยอดที่ทำให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์
[วิวัฒนาการคืบหน้า: 90%...95%... 100%!]
[ความสำเร็จ: บรรลุ 'กายาอัสนีม่วงสลายิญญา' ขั้นต้น]
[ผลลัพธ์:กระดูกทุกท่อนถูกสลักด้วยอักขระอัสนี พลังโจมตีแฝงด้วยฤทธิ์ทำลายอาคมธาตุทอง 200%]
เมื่อแสงสว่างวาบสุดท้ายดับลงหลินหยวนทรุดกายลงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงน้ำนิ่งในถ้ำรอบตัวเขาบัดนี้กลายเป็ไอระเหยร้อนจัดิัที่เคยแตกปริกลับสมานตัวขึ้นมาใหม่
ทว่าคราวนี้มันกลับมีความใสกระจ่างประดุจหยกขาวและมีประกายสายฟ้าจางๆวิ่งวนอยู่ใต้ิั
เขาลืมตาขึ้นดวงตาข้างซ้ายของเขากลายเป็สีม่วงเข้มที่มีสายฟ้าพาดผ่านชั่วนิรันดร์หลินหยวนััได้ถึงพลังที่น่าสะพรึงกลัวในมือ เขาเพียงแค่ขยับปลายนิ้วเบาๆอากาศรอบด้านก็แตกตัวเป็เสียงประทุเปรี๊ยะปะ
"หกวันแห่งการรอคอยจบลงแล้ว..."เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงกลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจนทำให้น้ำตกที่ไหลเชี่ยวอยู่เบื้องหน้าถึงกับขาดสายไปชั่วขณะ
บัดนี้ 'ปศุสัตว์' ที่พวกมันเคยดูแคลนได้ถือครองดาบสายฟ้าที่พร้อมจะฟาดฟันคอกเลี้ยงแห่งนี้ให้เป็จลแล้ว!
หลินหยวนเร้นกายกลับเข้าสู่เขตศิษย์สายนอกในยามที่ราตรีปกคลุมหนาแน่นทว่าบรรยากาศในคืนวันที่ห้านี้กลับวิปริตผิดแผกไปจากเดิม กลิ่นอายคาวเืจางๆลอยมาตามลม ผสมปนเปกับกลิ่นธูปหอมที่รุนแรงจนน่าคลื่นไส้
เนตรเร้นเงาของเขามองเห็นไอหมอกสีแดงจางๆปกคลุมไปทั่วบริเวณหอพัก มันไม่ใช่หมอกธรรมดา แต่คือ 'หมอกลวงิญญา' ที่ถูกปล่อยออกมาเพื่อทำให้เหล่าศิษย์ตกอยู่ในภวังค์หลับลึกกว่าปกติ
เขาทะยานขึ้นสู่หลังคาอย่างแ่เบาด้วยท่วงท่า'อัสนีไร้ลักษณ์' ที่เพิ่งพัฒนาขึ้นทุกย่างก้าวไร้ซึ่งเสียงสะท้อน ราวกับเงาที่พาดผ่านยอดตึกสายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังลานดินกว้างหลังเรือนพักที่ซึ่งมีแสงตะเกียงน้ำมันสลัววูบวาบ
ที่นั่นหลินหยวนเห็นศิษย์พี่จ้าวยืนเด่นตระหง่านมือหนึ่งถือกระบี่สีดำสนิทที่แผ่กลิ่นอายอัปมงคลเบื้องหน้าของเขามีศิษย์สายนอกสามคนถูกมัดไว้กับเสาไม้ทุกคนถูกปิดปากและมีดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดทว่าไร้ซึ่งกำลังจะขัดขืน
"พวกเ้าควรจะภูมิใจ..."ศิษย์พี่จ้าวเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่บิดเบี้ยวคล้ายเสียงคำรามของสัตว์ร้าย
"เืและิญญาของพวกเ้าจะกลายเป็เครื่องสังเวยเพื่อเบิกทางให้'หัวใจเทวะ' ตื่นขึ้นก่อนกำหนด ยิ่งพวกเ้าหวาดกลัวพลังงานหยินที่กลั่นออกมาก็ยิ่งบริสุทธิ์!"
[ตรวจพบ:พิธีกรรมสังเวยปลีกย่อย] [สถานะ: กำลังเริ่มกระบวนการสูบโลหิตหัวใจ]
[คำแนะนำ:อย่าเพิ่งวู่วาม! การฆ่าศิษย์พี่จ้าวตอนนี้จะทำให้ผู้าุโฉีตื่นตัว แต่หากใช้ 'วิชาสลายิญญา' แทรกแซงในจังหวะที่ดาบััเนื้อจะสามารถชิงิญญากลับมาและทำให้พิธีล้มเหลวโดยไม่มีใครรู้ตัว]
หลินหยวนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อความเป็มนุษย์ในใจของเขาร้องะโให้เข้าช่วยเหลือทว่าความเ็าที่ได้รับจากมรดกในถ้ำน้ำแข็งทมิฬกลับเตือนให้เขาต้องนิ่งสงบดุจผิวน้ำเขาประทับตราอัสนีไว้ที่ปลายนิ้วเตรียมพร้อมจะทำลายค่ายกลสังเวยขนาดเล็กนี้จากเงามืด
ศิษย์พี่จ้าวยกกระบี่ขึ้นสูงแสงจันทร์สะท้อนคมดาบเป็สีโลหิตน่าสยดสยองในจังหวะที่เขากำลังจะแทงกระบี่เข้าสู่หัวใจของศิษย์คนแรก หลินหยวนพลันดีดนิ้วส่ง 'ศรอัสนีสลายิญญา' ขนาดจิ๋วพุ่งผ่านอากาศไปอย่างเงียบเชียบ
ฉึก!
กระบี่ของศิษย์พี่จ้าวแทงทะลุหน้าอกของเหยื่อทว่าสิ่งที่ควรจะเป็การพุ่งทะลักของโลหิตและิญญากลับเงียบสงบอย่างประหลาดศิษย์พี่จ้าวขมวดคิ้วด้วยความใ
เขาพบว่ากระบี่ของตนคล้ายกับแทงเข้าไปในความว่างเปล่าพลังิญญาที่ควรจะถูกสูบออกมากลับหายสาบสูญไปในอากาศธาตุราวกับมีหลุมดำล่องหนมาคอยดักปล้นชิงผลลัพธ์ของเขาไป
"เกิดอะไรขึ้น!?"ศิษย์พี่จ้าวสบถ พยายามดึงกระบี่ออกแต่รอยแผลของเหยื่อกลับปิดสนิทอย่างรวดเร็วด้วยอำนาจการเยียวยาจากอัสนีม่วงที่หลินหยวนแฝงไว้
หลินหยวนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดบนยอดไม้จ้องมองความสับสนของเพชฌฆาตด้วยแววตาที่เย็นเยียบ'เ้าจะไม่ได้อะไรไปทั้งนั้น จ้าวเสวี่ย... แม้แต่ความตายของคนเหล่านี้ข้าก็จะชิงมาเป็พลังเพื่อทำลายพวกเ้า!'
ในวินาทีนั้นเองผู้าุโฉีที่ควรจะอยู่ในห้องลับกลับส่งกระแสจิตััที่รุนแรงปานพายุหมุนเข้ามากวาดล้างทั่วบริเวณลานดินหลินหยวนรีบเร่งเร้าเคล็ดเต่าจำศีลจนถึงขีดสุด กลั้นลมหายใจจนร่างกายแทบจะกลายเป็หิน
"จ้าวเสวี่ย!เหตุใดพิธีสังเวยถึงสะดุดหยุดลง!?" เสียงกัมปนาทของผู้าุโฉีดังขึ้นในอากาศ
หลินหยวนรู้ดีว่ายามนี้เขาไม่ได้อยู่บนเส้นด้ายธรรมดาแต่เขากำลังยืนอยู่บนคมดาบที่พร้อมจะปลิดชีพเขาได้ทุกเมื่อหากเขาขยับเพียงนิดเดียว ความลับทั้งหมดที่เพียรสร้างมาจะพังทลายลงทันที!
บรรยากาศรอบลานดินหนักอึ้งจนได้ยินเสียงหยดน้ำค้างตกลงบนใบไม้ผู้าุโฉียังคงแผ่จิตััอันทรงพลังกวาดไปทั่วทุกซอกมุมประดุจเรดาร์ที่พร้อมจะบดขยี้สิ่งแปลกปลอมให้เป็ผุยผง
หลินหยวนที่แอบซ่อนอยู่บนยอดไม้รู้สึกได้ถึงความกดดันที่บีบคั้นปอดจนแทบหายใจไม่ออกพลังสลายิญญาในร่างสั่นะเืตอบรับไอสังหารนั้นอย่างรุนแรงทว่าเขาต้องสะกดมันไว้ให้ลึกที่สุด
"แปลก...จ้าวเสวี่ย เ้าบอกว่าพิธีสะดุดงั้นรึ?" ร่างของผู้าุโฉีค่อยๆเลือนรางออกมาจากหมอกโลหิต เขาเดินกะเผลกเข้าหาศิษย์พี่จ้าวแววตาคมปลาบจ้องมองไปที่าแของเหยื่อที่ปิดสนิทอย่างน่าประหลาด
"ขะ...ขอรับผู้าุโ"จ้าวเสวี่ยตัวสั่นเทา ก้มหน้าลงต่ำจนคางชิดอก
"กระบี่ของข้าคล้ายกับแทงเข้าไปในหลุมดำพลังที่ควรจะไหลเวียนกลับขาดสะบั้นลงฉับพลัน"
ผู้าุโฉียื่นมือเหี่ยวแห้งไปลูบไล้ที่หน้าอกของศิษย์ผู้เป็เหยื่อทันใดนั้นเขาก็ขมวดคิ้ว
"มีร่องรอยของอัสนีจางๆ...แต่กลับมีความว่างเปล่าที่ลึกล้ำยิ่งกว่าปกคลุมไว้"
[วิเคราะห์วิกฤต:ผู้าุโฉีกำลังจะค้นพบร่องรอยของอัสนีม่วง] [สถานะ: อันตรายสูงสุด]
[กลยุทธ์แนะนำ: 'แผนแพะรับบาป' — ใช้พลังสลายิญญากระตุ้น 'ค่ายกลระฆังวารี' ที่อยู่ห่างออกไป 50 ก้าว เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ]
หลินหยวนไม่รอช้าเขาใช้นิ้วชี้เล็งไปที่หอระฆังเก่าที่ตั้งอยู่ไกลออกไปพลังอัสนีม่วงถูกบีบอัดจนเล็กเท่าเส้นด้ายแล้วยิงออกไปอย่างเงียบเชียบ พลังนั้นไม่ได้มุ่งเน้นการทำลายแต่เป็การ 'กระตุ้น' ข่ายอาคมป้องกันที่เสื่อมสภาพให้ทำงานผิดปกติ
เหง่ง...! เหง่ง...!
เสียงระฆังวารีดังขึ้นกึกก้องท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาลแสงสีครามของอาคมตรวจจับพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทางทิศตะวันออกทันที
"นั่นมันทางหอตำรา!"ผู้าุโฉีหันขวับ แววตาเปลี่ยนเป็ความอำมหิต
"หรือว่าเ้าเฒ่าเฝ้าหอนั่นจะคุ้มคลั่งขึ้นมาอีก?จ้าวเสวี่ย! ทิ้งที่นี่ไว้ก่อน ไปกับข้า!"
"รับบัญชาขอรับ!"จ้าวเสวี่ยรีบกุลีกุจอตามไป ทิ้งให้ศิษย์ทั้งสามคนนอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้น
เมื่อเงาร่างของทั้งสองลับหายไปในหมอกหลินหยวนจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา เขาทะยานลงจากยอดไม้ดุจขนนกที่ร่วงหล่นร่างกายยังคงอาบด้วยประกายสายฟ้าจางๆเขาเดินเข้าไปหาศิษย์ทั้งสามที่ยังคงดวงตาเบิกโพลง
"พวกเ้า...จงหนีไปซะ" หลินหยวนกระซิบเสียงเย็นเขาใช้ฝ่ามือแตะไปที่โซ่อาคมที่ล่ามพวกเขาไว้ พลังสลายิญญาทำงานทันทีโซ่เหล็กกล้าละลายกลายเป็ผุยผงโดยไร้เสียง
"ท่าน...ท่านคือใคร?" ศิษย์คนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"คนที่พวกเ้าไม่จำเป็ต้องรู้จัก"หลินหยวนไม่ได้หันกลับมามอง
"มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเลี่ยงเส้นทางหลัก แล้วอย่ากลับมาที่สำนักนี้อีก... เพราะในอีกไม่กี่วันที่นี่จะกลายเป็นรกที่ไม่มีใครรอดออกไปได้"
หลินหยวนมองส่งร่างของศิษย์ทั้งสามที่วิ่งหนีหายไปในเงามืดแววตาของเขากลับมาราบเรียบดุจผิวน้ำในบ่อน้ำลึก
การช่วยเหลือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพราะความเมตตาแต่มันคือการ 'ทำลายแผนการสังเวยล่วงหน้า' ของผู้าุโฉี เพื่อชะลอการตื่นขึ้นของหัวใจเทวะ
เขาััได้ถึงพลังสลายิญญาในร่างที่ดูจะแข็งแกร่งขึ้นหลังจากได้ดูดซับเศษเสี้ยวปราณของผู้าุโฉีมาโดยบังเอิญ
'ยิ่งพวกเ้า้าเืข้าจะยิ่งทำให้มันเหือดแห้ง... ยิ่งพวกเ้า้าิญญา ข้าจะยิ่งทำให้มันสูญสลาย'
เขาทะยานหายไปในเงามืดเพื่อเตรียมตัวสำหรับก้าวสุดท้ายก่อนที่วันงานเลี้ยงจริงจะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า
หลินหยวนเร้นกายกลับเข้าสู่ห้องพักศิษย์สายนอกอย่างเงียบเชียบดุจิญญาร่างกายของเขายังคงสั่นสะท้านเล็กน้อยจากกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนอยู่ใต้ิั เขาลงกลอนประตูอย่างเบามือที่สุด
ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิที่มุมห้องอันมืดมิดทันทีที่เขาหลับตาลงเนตรวิวัฒนาการพลันฉายภาพโครงสร้างทั้งหมดของสำนักเมฆาคล้อยขึ้นมาในมโนสำนึกทว่าคราวนี้มันไม่ใช่แค่แผนที่ธรรมดาแต่มันคือแผนที่ที่เต็มไปด้วยจุดสีแดงเข้มข้นที่กำลังกะพริบถี่ๆ
[ตรวจพบ:แรงสั่นะเืจากใต้ดิน] [สถานะ: 'หัวใจเทวะ' เริ่มตอบรับกลิ่นอายโลหิตที่ขาด่]
[คำเตือน:ความโกรธเกรี้ยวของสิ่งที่อยู่เบื้องล่างกำลังทำให้ค่ายกลห้าธาตุเริ่มทำงานล่วงหน้า5%]
“พวกมันบีบคั้นข้าข้าก็จะบดขยี้มันคืนเป็เท่าตัว” หลินหยวนพึมพำน้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความอาวรณ์ในชีวิตเดิม เขารีดเค้นพลังจาก 'เศษศิลาอัสนีบาต' ที่หลอมรวมเข้ากับกระดูกสันหลังให้ไหลเวียนไปตามจุดชีพจรหลักทั้ง 108 จุด
แสงสีม่วงทองเจิดจ้าขึ้นในห้องพักที่มืดมิดเพียงชั่วครู่ก่อนจะถูกกลืนหายไปในความว่างเปล่าของวิชาสลายิญญา
หลินหยวนใช้เวลาที่เหลือเพียงไม่กี่ชั่วยามก่อนรุ่งสางในการสลักอักขระอัสนีลงบนปลายนิ้วทั้งสิบ เพื่อใช้เป็ "กุญแจสังหาร"ในการย้อนกลับค่ายกลของผู้าุโฉี
ทันใดนั้นเสียงกลองศึกที่ทำจากหนังมนุษย์พลันดังสนั่นขึ้นจากใจกลางสำนัก ตึ้ง... ตึ้ง...ตึ้ง... เสียงนั้นไม่ได้ดังกังวานแบบกลองทั่วไปแต่มันสั่นะเืลึกเข้าไปถึงดวงิญญาของผู้ที่ได้ยิน ศิษย์สายนอกคนอื่นๆเริ่มลุกขึ้นจากเตียงด้วยท่าทางเลื่อนลอยดุจซากศพเดินได้พวกเขาเดินเรียงแถวออกไปตามเสียงกลองนั้นโดยไร้ซึ่งการขัดขืน
หลินหยวนลุกขึ้นยืนช้าๆร่างกายของเขาสูงโปร่งขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยแววตาคมปลาบดุจกระบี่ที่เพิ่งผ่านการลับด้วยโลหิตเทพเขาเดินปะปนไปกับฝูงชนที่กำลังมุ่งหน้าสู่ 'ตำหนักเมฆาเร้น'โรงเชือดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พวกมันเตรียมไว้
ที่หน้าประตูตำหนักผู้าุโฉียืนรออยู่ด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวแววตาของมันจับจ้องมาที่หลินหยวนเป็พิเศษราวกับกำลังมองดูอาหารเลิศรสที่รอการปรุง
“มาเถิดศิษย์รักทั้งหลาย...เข้าไปรับวาสนาที่ข้าเตรียมไว้ให้พวกเ้าสิ”
หลินหยวนก้าวข้ามธรณีประตูตำหนักเมฆาเร้นไปเป็คนสุดท้ายในวินาทีที่ฝ่าเท้าััพื้นหินเย็นเยียบภายในประตูั์พลันปิดสนิทลงพร้อมกับอาคมสังหารที่เริ่มแผ่ซ่านออกมาจากทุกทิศทางหลินหยวนขยับยิ้มเย็นที่มุมปากมือซ่อนอยู่ในแขนเสื้อเริ่มปรากฏประกายสายฟ้าสีม่วงที่เข้มข้นจนอากาศบิดเบี้ยว
'งานเลี้ยงเริ่มแล้ว...และข้าคือคนที่จะปิดโต๊ะนี้ด้วยชีวิตของพวกเ้าทุกคน!'
***************************
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (และฉบับเพิ่มเติม)
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเื่ "เนตรวิวัฒนาการพลิกวิถีลวง์"
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็ลายลักษณ์อักษรจากเ้าของลิขสิทธิ์หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
ลิขสิทธิ์เป็ของ : พิมภัสสร