ชายหนุ่มไม่อยากจดจำ่เวลาที่เคยชอบยูซองมันทั้งเ็ปและน่าเกลียด หัวใจของเขาเอาแต่เต้นแรงอยู่ตลอดเวลาแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันจะเกิดขึ้นอีกไหมวันที่ลองรักใครสักคนอย่างบริสุทธิ์ใจและไม่หวังสิ่งใดตอบแทนเฉกเช่นวัยเยาว์เมื่อคิดเช่นนั้น ซึงฮยอนก็เริ่มคิดถึงวันวานเ่าั้เล็กน้อย...
“อ้อ! นายมีแฟนแล้วหรือยัง”
“ไม่ครับผมยังไม่คิดเื่นั้น แล้วพี่ล่ะ ยังคบกับเขาคนนั้นอยู่ไหม”
“อืมก็มีคนที่คบอยู่...ว่าแต่นายกำลังพูดถึงเขาคนไหนน่ะ ฮ่าๆ”
“ทำไมล่ะครับก็่ที่พี่เพิ่งเรียนปริญญาเอกเทอมแรกไง ไม่ได้คบกันแล้วเหรอ”
“โอย...นั่นมันเื่สมัยไหนแล้วกับคนนั้นน่ะจบกันไปนานนม”
ยูซองเสริมต่อว่าคนที่คบอยู่ตอนนี้เด็กสุดๆเลยค่อนข้างเหนื่อย จากนั้นเ้าตัวก็หลุบมองซึงฮยอนด้วยแววตาสงสัยทันที
“หน็อย!นายยังไม่ได้บอกเลยนี่ว่ากำลังคบใครอยู่”
พอซึงฮยอนหลุดหัวเราะยูซองก็ยื่นส้อมจ่อหน้าและข่มขู่
“มีความลับเยอะนี่เรา”
“ความลับที่ไหนกัน...”
“ความลับสิพอมาคิดๆดู...พี่ไม่เคยได้ยินว่านายเดตกับใครเลยนะ”
ซึงฮยอนได้แต่หัวเราะแก้เก้อแล้วอยู่ๆก็มีบางอย่างสั่นเตือน
“โอ๊ะ! โทรศัพท์ของผมเอง ฮัลโหลครับ”
“ซึงฮยอน ตอนนี้ด่วนหน่อยกินข้าวอยู่เหรอ”
“เกือบเสร็จแล้วครับไม่เป็ไร”
อ๋อ! งั้นไปเอาเอกสารของฉันจากห้องพัสดุกลางแล้วส่งต่อให้อีซึงอาที่อยู่ทีมการเงินหน่อยขอบใจ!”
อีซึงอาทีมการเงินอีซึงอาทีมการเงิน...
ซึงฮยอนพึมพำขณะพิมพ์โน้ตลงโทรศัพท์มือถือเผื่อลืมยูซองลอบสังเกตแล้วคิดว่าคงมีเื่ด่วนจึงบอกว่าไม่เป็ไรและเร่งให้รุ่นน้องรีบไปเถอะ
“โทรหาพี่บ่อยๆด้วยอยู่ๆนายก็ไม่ติดต่อมาเลย พี่เสียใจนะ”
“ฮ่าๆขอโทษครับ”
“ดีแต่พูด”
“คราวนี้ผมจะติดต่อไปครับจริงๆนะ”
ซึงฮยอนพยักหน้ารับช้าๆ
นับจากนี้ไปเขาจะติดต่ออีกฝ่ายในฐานะพี่ชายและรุ่นพี่ที่แสนดีเท่านั้นแม้รู้สึกเศร้าเล็กน้อยแต่ซึงฮยอนกลับภูมิใจที่ตัวเองโตเป็ผู้ใหญ่แล้วว่าแต่มั่นใจในตัวเองเกินไปหรือเปล่านะ ชายหนุ่มเริ่มกระดากอายแปลกๆจึงรีบสาวเท้ากลับบริษัทไปอย่างรวดเร็ว ทว่าเขาไม่เกลียดชังความรู้สึกนี้เลยสักนิด
********************
“อาหารเย็นชืดหมดแล้ว”
“ไม่ใช่สไตล์ฉันอยู่แล้ว ดื่มกาแฟกันสักแก้วเถอะ”
จงชานตอบโต้อย่างเ็าเห็นได้ชัดว่าขณะคุยกันอีกฝ่ายก็ยังมิวายก้มๆเงยๆตรวจสอบบางอย่างตรวจแล้วตรวจอีกก่อนจะได้สติต้องชื่นชมที่จงชานระลึกได้ว่ากำลังกินข้าวอยู่และไม่ตรงดิ่งกลับบริษัททันทียูซองเดาะลิ้นแล้วลุกจากเก้าอี้
“ซึงฮยอนรับโทรศัพท์จากใครบางคนในทีมนายแล้วลุกออกไปเลย”
จงชานรับคำ “อืมๆ” พร้อมกับเดินไปยังร้านกาแฟที่อยู่ข้างๆอย่างไม่คิดอะไรทว่าพอได้ยินเสียงยินดีต้อนรับใสแจ๋ว เ้าตัวกลับหยุดนิ่งราวกับผิดหวังเพราะคาเฟ่นี้เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์น่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มแบบที่ชายหนุ่มเกลียดนัก
ตอนอยู่ในออฟฟิศจงชานมักพูดจารุนแรงออกมาโดยไม่ลังเลแต่เขาไม่อาจทำเสียงแข็งนอกเวลางานได้ ปัญหาคือชายหนุ่มหาเวลาว่างไม่ค่อยเจอเลยทำให้น้อยคนนักพอจับสังเกตได้ว่า ภายใต้ใบหน้าอันหล่อเหลาดูดีแต่ไร้อารมณ์ชายผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่
พอเจอพนักงานตรงหน้ากำลังยิ้มแย้มแจ่มใสพลางเชื้อเชิญอย่างอ่อนหวานจงชานก็เหลียวมองไปรอบๆด้วยสีหน้าลำบากใจแล้วเดินเข้าไปด้านในตรงตามที่ยูซองคาดเอาไว้ เนื่องจากจงชานไม่มีนิสัยหันหลังกลับอย่างเสียมารยาท
“เอาอเมริกาโนเย็นกับโยเกิร์ตสมูตตี...แล้วก็คลับแซนด์วิชครับ”
“สั่งอะไรเยอะแยะขนาดนั้นหิวนักหรือไง”
“ใครบอกว่าฉันจะกินคนที่ต้องกินน่ะ...คือนายต่างหาก!”
“เหรอ”
เมื่อเห็นสีหน้าเย่อหยิ่งของจงชาน ยูซองก็โพล่งขึ้นว่า “หน็อย! ไอ้คนหยาบคาย” แล้วตะครุบคอของอีกฝ่ายเอาไว้ จงชานออกมานอกร้านกาแฟพลางเขย่าซองบุหรี่ลังเลว่าจะสูบดีหรือไม่ ทว่าทันทีที่กำลังหยิบบุหรี่มวนหนึ่งเข้าปากโทรศัพท์มือถือกลับส่งเสียงดังอีกครั้ง
“จะรับไหม”
ยูซองที่ตามออกมาชี้ไปยังโทรศัพท์มือถืออย่างนึกรำคาญ
“ไม่ละ ถ้ารับตอนนี้คงได้ะเิลง”
จงชานยกมือกุมขมับแน่นราวกับปวดหัว
“ขืนนายยังเป็แบบนั้นคงได้ซี้แหงแก๋เข้าจริงๆฉันก็หลงคิดว่าไอ้การโหมงานหนักจนตายจะเกิดเฉพาะหัวหน้าครอบครัววัยสี่สิบห้าสิบเท่านั้นนี่เราเพิ่งจะสามสิบห้าเองนะโว้ย!”
กับไอ้หมอนี่ไม่ว่าตอนคบหรือกระทั่งตอนนี้พฤติกรรมเป็อย่างไรก็ยังคงเป็อย่างนั้นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงใช้ชีวิตได้น่าเบื่อสุดๆ ทำงานหนักเหมือนมดจนกระทั่งสิ้นใจตายต่อให้ยูซองบริภาษคำหยาบคายเช่นไร จงชานก็เอาแต่รับฟังเงียบๆนั่นเพราะเ้าตัวรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้พูดเพราะเป็ห่วง
แล้วเป็ดังที่ยูซองพูดไม่มีผิดบางทีจงชานก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าแม้แต่เวลาที่คนอื่นพักกินข้าวอย่างเช่นในตอนนี้ทำไมถึงมีสายด่วนโทรหาเขาอยู่ตลอดราวกับเป็เื่ปกติส่งผลให้กินไปได้คำสองคำก็อิ่มเสียแล้วมีเพียงคนที่เขาเคยเดต ยูซองรวมถึงเพื่อนร่วมชั้นในมหาวิทยาลัยทั้งหมดสามคนที่รู้เื่นี้
ไม่สิ! สามคนถูกไหมนะ หรือจะมีแค่สอง ช่างมันเถอะ...
“แต่จะว่าไปซึงฮยอนตรงสเป็กนายเลยไม่ใช่เหรอ”
“พนักงานฝึกหัดนั่นเหรอตรงสเป็กฉันตรงไหน”
“ก็พูดเพราะ ผิวขาว น่ารักยิ้มเก่ง เหมือนลูกหมาเลย ตรงเป๊ะทุกอย่าง”
“ก็ถึงถามไงว่าตรงสเป็กฉันตรงไหน”
“ฮึ้ย! อะไร? ก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ! ซึงฮยอนเลือกหัวข้อมาเขียนวิจัยได้ดีสุดๆยิ่งเื่สัมมนานะงานถนัดเขาเลยแหละ เอ...เตรียมพร้อมทุกอย่างดิบดีใช้กลยุทธ์จู่โจมซึ่งๆหน้า จัดการฟาดลูกศิษย์ของอาจารย์คิมซะหงายเงิบไปเลย”
หืม? มาคิดๆดูก่อนหน้านี้ยูซองเคยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พร่ำอวดว่าตัวเองมีรุ่นน้องน่ารักอยู่หนึ่งคน
เขากับยูซองรู้จักกันแบบผิวเผินั้แ่ตอนเป็นักเรียนแลกเปลี่ยนแต่พอกลับมาเกาหลีใต้แล้วจงชานมักบังเอิญเจอยูซองตามสถานที่ที่มีเกย์แวะเวียนมาเที่ยวอยู่บ่อยครั้งหลังจากโดนโจรใช้ชะแลงแทงจนาเ็ชายหนุ่มชักเริ่มรู้สึกว่าที่นี่ค่อนข้างอันตรายเลยย้ายไปเที่ยวที่อื่นบางทีจงชานอาจไม่ใช่คนเดียวที่คิดแบบนี้ เพราะเขาได้พบยูซองในที่เที่ยวใหม่อีกครั้ง
สิ่งที่คาดเดาไว้กลายเป็ความจริงเวลานั้นจงชานรู้สึกกระดากอายมากกว่ายินดีปรีดาที่ตนกับอีกฝ่ายชอบอะไรเหมือนๆกันเ้าตัวเตรียมบอกลาแล้วจากไปทว่าคนที่ยื้อยุดเอาไว้ก็คือยูซอง
“อ้อ...ตอนนั้นเป็่เวลาที่ดีเลยนี่ฉันอายุสามสิบห้าแล้วเหรอเนี่ย”
ยูซองคร่ำครวญขณะบิดคอไปซ้ายทีขวาทีแก้เมื่อย
“มีแค่นายที่แก่ขึ้นหรือไง”
เห็นแบบนี้แต่ทั้งสองมักเข้ากันได้ดีตลอดยูซองบอกว่ามีชมรมของกลุ่ม LGBTQ ในมหาวิทยาลัยด้วย พอโดนชวนในทำนองว่า “นายจะไปที่นั่นด้วยกันไหม” จงชานกลับปฏิเสธเพราะกลัว นอกเหนือจากนั้นก็ถือว่าเข้ากันดีเป็ปี่เป็ขลุ่ยทีเดียว
ถึงนิสัยเ้าเล่ห์เพทุบายประดุจหมาป่าคลุมหนังแกะจะสวนทางกับรูปลักษณ์ของยูซอง จนไม่ค่อยตรงสเป็กของตนเท่าไรแต่ทั้งสองกลับกระตือรือร้นในการทำงานและชอบแสวงหาความสมบูรณ์แบบคล้ายกันมากจงชานเลยคิดอยู่ตลอดว่าถ้าเขาออกเดตกับยูซองไปซะคงจะสบายบรื๋อแล้วก็เป็เช่นนั้นจริงๆเมื่อเริ่มออกเดตกัน
สองปีกว่าที่ได้รู้จักกับยูซองเป็่เวลาสงบสุขที่สุดในบรรดาเื่รักอันปั่นป่วนที่ผ่านมาของจงชานเพราะหลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแล้วต่างคนต่างมุ่งความสนใจไปที่งานไม่มีเหตุต้องทุกข์ทรมานจากปมด้อยของอีกฝ่าย
การเยาะเย้ยถากถางว่า “ก็นายจบมาจากมหาวิทยาลัย S ไง” เป็ประโยคที่คนจากมหาวิทยาลัย S มักได้ยินอยู่บ่อยๆจากปากของคนรักจงชานเป็พวกบ้างานและมีวุฒิการศึกษาดีเลยยิ่งมีแผลใจและเบื่อหน่ายกับคำพูดเ่าั้แต่กับยูซอง...เขาสามารถรักษาความสัมพันธ์อันดีพร้อมกับทุ่มเทเวลาให้งานของตัวเองโดยไร้เื่หยุมหยิมรำคาญใจ
ทว่าความสัมพันธ์ที่จงชานเคยคิดว่ายอดเยี่ยมกลับสร้างปัญหาให้ยูซองวันหนึ่งขณะดื่มเบียร์และแผ่หลาอย่างหมดแรงบนเตียงที่ไม่ได้ล้มตัวนอนมาพักใหญ่เพราะมัวแต่ตรากตรำคิดบทความและโฆษณาซีซันใหม่ให้วุ่นวาย อยู่ๆยูซองก็พูดขึ้นว่าตอนนี้พวกเราสบายใจกันเอามากๆ แต่ไม่เห็นมีอะไรต่างจากตอนเป็เพื่อนกันเลยด้วยเหตุนี้ยูซองจึงขอลาไปค้นหาความรักและความโรแมนติกที่หาไม่ได้จากจงชานในเมื่ออีกฝ่ายประกาศกร้าวเช่นนี้ จงชานจึงถูกทิ้งอีกครั้ง
“เอาเป็ว่านายควรหาเวลาพักผ่อนบ้างทำงานหนักอย่างกับวัวกับควายทั้งที่นายเหมือนจะเป็ครอบครัวเดียวกับท่านประธานอยู่แล้วหักโหมขนาดนั้นให้ได้อะไร”
“ถึงนายไม่บ่นหลังจบโปรเจ็กต์นี้ฉันก็ว่าจะเพลาๆเื่งานลงบ้าง”
“ที่รัก...นายพูดแบบนั้นั้แ่สมัยที่เราคบกันแล้วหาแฟนบ้างก็ดี”
จงชานหัวเราะให้ความยุ่งไม่เข้าเื่ของยูซอง ก่อนลุกขึ้นยืนแล้วถลึงตาใส่
“ฝากนี่ให้ซึงฮยอนด้วย”
ยูซองยื่นโยเกิร์ตสมูตตีที่สั่งไว้แต่ยังไม่กินมาให้จากนั้นก็เริ่มพรรณนาว่าซึงฮยอนเขียนบทความได้น่าอัศจรรย์ใจ นิสัยน่ารัก และมีเสน่ห์มากเพียงใด
“เอาเถอะหมอนั่นเป็เด็กที่ใช้ได้จริงๆนะ”
แล้วอย่างไรเห็นพูดท่าโน้นท่านี้มาั้แ่เมื่อกี้
“ฉันจะรู้ไหมถ้าเก่งจริงก็น่าจะสมัครงานผ่านไปแล้ว เลิกพูดเื่นี้สักทีน่า”
“ฉันไม่ได้หมายถึงเื่นั้นสักหน่อย...เฮ้อ! ช่างเถอะ ี้เีจะพูดแล้ว ฉันแค่อยากบอกเื่ดีๆให้ฟังเท่านั้น นายคิดจะมีปฏิสัมพันธ์เพราะเื่งานอย่างเดียวหรือไง”
ฮึ? ไร้สาระชะมัด คงอยากยัดเยียดพนักงานฝึกหัดให้เขาจริงๆสินะ
ดูจากบุคลิกของจงชานยูซองย่อมรู้ดีว่าการกระทำเช่นนี้ไม่ได้ผล เป็อะไรไปั้แ่เมื่อกี้แล้วร้องแต่เพลง “ซึงฮยอน...ซึงฮยอน...” อยู่นั่นแหละจงชานส่ายหัวอย่างระอาขณะมองตามแผ่นหลังของยูซองที่บ่นว่าสายก่อนวิ่งไปโบกแท็กซี่แล้วนั่งออกไป
********************