ตอนนี้จะเข้าโต่วอิน[1] บิลิบิลิ[2]แก้เบื่อก็ไม่ได้ แอปดูวิดีโอถ้าไม่เปิดเสียงแล้วจะดูรู้เื่ได้อย่างไร พอคิดดูแล้วจึงปัดผ่านแอปพวกนี้ด้วยความจำใจ จนมาถึงแอปสั่งอาหารเทคอเวย์ เมื่อกดเข้าไปเสิ่นชิงหลัวกลับเจอเื่ไม่คาดคิด
แอปพลิเคชันนี้สามารถระบุที่อยู่ตอนนี้ของเธอได้!
อืมในยุคสมัยนี้แผนที่นำทาง หรือการบอกพิกัดน่าจะยังไม่มีไม่ใช่เหรอ?
ด้วยความคิดซุกซนตามประสา หญิงสาวจึงลองกดสั่งโจ๊กหมูสับไข่เยี่ยวม้าร้อนๆ สองถุงพร้อมทั้งติ๊กช่องเครื่องหมายรับภาชนะและช้อน จากนั้นก็ยืนยันคำสั่งซื้อแล้วเลือกจ่ายเงินผ่านวีแชทเพย์ เพราะไหนๆ เงินพวกนี้ก็ใช้ไม่ได้อยู่แล้ว เอามาลองเล่นดูก็ไม่เสียหาย แล้วอีกอย่างถ้าผู้รับไม่ได้รับของไม่นานทางแอปพลิเคชันก็จะคืนเงินอยู่ดี หรือหากอาหารถูกจัดส่งไปยังโลกอนาคตให้กับคนที่อยู่ตรงจุดที่เธออยู่ ก็ไม่เห็นจะเป็อะไร ชีวิตเธอมีอะไรให้ต้องเสียอีกล่ะ? มันก็แค่การเดิมพันเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
ติ๊ง!
[คำสั่งซื้อกำลังดำเนินการ กรุณารอร้านปรุงอาหารสักครู่]
พอเห็นแจ้งเตือนในหน้าสมาร์ตโฟน เสิ่นชิงหลัวก็รออย่างไม่ได้คาดหวังอะไร กระทั่ง..
ติ๊ง!
[เปิดจุดรับอาหารในช่องว่างมิติ พนักงานของเราใกล้จะถึงภายใน 1 นาที]
เสิ่นชิงหลัวจดจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์แล้วลอบกลืนน้ำลาย
เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่า จะสามารถสั่งอาหารข้ามเวลา ข้ามมิติได้ ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?
แล้วเปิดจุดรับอาหารในช่องว่างมิติเธอจะไปรู้ได้ยังไงว่ามันเปิดตรงไหน!
ดวงตาของหญิงสาวมองไปรอบตัวอย่างกระวนกระวาย ถ้าจู่ๆ อาหารโผล่มาในอากาศคนจะหาว่าเธอเป็ิญญาภูตผีปีศาจไหม ยุคนี้ยิ่งต่อต้านความเชื่องมงายอยู่ด้วย กลัวว่าถ้าเป็แบบนั้นคงถูกแห่ประจานเป็แน่
“ย่าจ๋า ฉันจะไปปลดทุกข์สักหน่อย เดี๋ยวฉันมา” เธอรีบบอกแม่เฒ่าเสิ่นก่อนจะวิ่งไปยังทิศทางที่ลับตาคนเพื่อหาวิธีเปิดช่องว่างมิติ
เสิ่นชิงหลัวยืนงมหาวิธีในสมาร์ตโฟนอยู่สักพัก ทั้งค้นหาในอินเทอร์เน็ต ทั้งเข้าไปในการตั้งค่าต่างๆ สุดท้ายเหมือนเส้นผมบังูเา เพราะการเปิดช่องว่างมิตินั้นทำได้ง่ายๆ แค่เชื่อมต่อไวไฟที่ชื่อ “Multiverse”
ติ๊ง!
“คำสั่งซื้อโจ๊กร้านอันอี่เสร็จสมบูรณ์ โปรดให้คะแนนความพึงพอใจ”
เสิ่นชิงหลัวใกล้จะหลั่งน้ำตาเต็มที แม้ตัวเธอจะเปิดช่องว่างมิติได้แต่ก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน ฉะนั้นการพึ่งพา AI ผู้ช่วยคงเป็ทางเดียวที่เหลืออยู่
“สวัสดีตู้เหนียง[3] ฉันไม่รู้ว่าช่องว่างมิติอยู่ที่ไหน”
[สวัสดี รอสักครู่กำลังค้นหาช่องว่างมิติ]
[ฉันตรวจพบช่องว่างมิติระดับ 1 ในจิตใจของคุณ]
“แล้วฉันจะนำของออกจากช่องว่างมิติได้อย่างไร?”
[เพียงจินตนาการเพราะช่องว่างมิติไม่มีรูปแบบไม่มีขนาด เมื่อรับรู้ถึงช่องว่างแล้วจะสามารถนำสิ่งของภายในออกมาได้]
หลังจากที่ได้ยินคำแนะนำของผู้ช่วยอัจฉริยะ เสิ่นชิงหลัวก็ทำตามอย่างไม่รีรอ จากนั้นโจ๊กเ้าประจำจำนวนสองถุงที่มาพร้อมกับถ้วยกระดาษและช้อนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
หญิงสาวอึ้งไปสักพักก่อนจะรีบเทโจ๊กใส่ถ้วยที่ได้มา แล้วถือมันไปยังทิศทางที่แม่เฒ่าเสิ่นนั่งรออยู่ พลางเอ่ยขอโทษที่มาช้าโดยอ้างว่าหาห้องน้ำของที่นี่ไม่เจอ แล้วเผอิญเดินหลงไปถึงร้านขายอาหาร
โจ๊กหมูสับสีขาวข้น ถูกราดด้วยไข่ลวกหนึ่งฟองอีกทั้งยังมีไข่เยี่ยวม้าอีกหนึ่งฟองใหญ่ๆ โรยหน้าด้วยขิงซอยส่งกลิ่นหอมชวนให้ผู้คนน้ำลายสอ ยิ่งเห็นว่าโจ๊กสองชามนี้มีควันฉุยลอยขึ้นมา หลายคนที่อยู่ไม่ไกลจึงเอาแต่จ้องมองแล้วกลืนน้ำลาย
เมื่อได้รับโจ๊กจากหลานสาว แม่เฒ่าเสิ่นก็ดึงเธอมาถามด้วยเสียงอ่อนโยน
“โจ๊กแบบนี้ต้องแพงมากแน่ๆ เลยใช่ไหม”
“ค่อนข้างแพงเลยค่ะ แต่พนักงานในร้านจำได้ว่าฉันคือคนที่หมดสติไป เธออยู่ในเหตุการณ์พอดีก็เลยตักให้ฉันมากหน่อยเพราะมันเหลือแค่ก้นหม้อแล้ว”
คำตอบของเสิ่นชิงหลัวทำให้แม่เฒ่าเสิ่นสบายใจขึ้น เพราะมีหลายคนที่อยู่ตรงนั้นทำทีจะเข้ามาถามว่าเธอซื้อโจ๊กที่ไหน
“ฉันว่าเรารีบกินตอนที่มันยังร้อนๆ กันดีกว่านะคะ ดูปากย่าสิซีดหมดแล้ว”
แม่เฒ่าเสิ่นพยักหน้า ก่อนจะถอดถุงมือแล้วยกชามโจ๊กขึ้นมา ฝ่ามือเย็นๆ เมื่อได้ััชามโจ๊กทำให้อุ่นขึ้นมาก ใช้เวลาไม่นานโจ๊กเต็มชามของสองย่าหลานก็หมดเกลี้ยง และร่างกายก็อุ่นสบายขึ้นทำให้ใบหน้าเริ่มมีสีเืฝาดขึ้นเล็กน้อย
เสิ่นชิงหลัวไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ว่าเธอสามารถสั่งอาหารข้ามมิติเวลามาได้จริงๆ ถ้าเป็แบบนี้แล้วแอปพลิเคชันชอปปิ้งออนไลน์อย่างพวกเถาเป่า 1688 JDCentral ก็มีความเป็ไปได้สูงที่จะสั่งสินค้าได้ใช่หรือเปล่า?
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าความคิดของตัวเองเข้าท่าเข้าที แต่ก่อนที่เธอจะได้เล่นสมาร์ตโฟนอีกครั้ง แม่เฒ่าเสิ่นก็พูดขึ้นมาก่อน
“ต้ายา ย่าว่าพวกเราไปรอที่หน้าประตูดีหรือเปล่า ตอนนี้ย่าดีขึ้นมากแล้ว”
เสิ่นชิงหลัวก้มมองเวลาที่แสดงบนหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะส่ายหน้า
“เราฝากสหายยามสองคนนั้นแจ้งข่าวให้พ่อรู้แล้วนี่คะ ถ้าพ่อกลับมาเขาคงออกมาตามเราเอง ดีกว่าที่จะไปรออย่างไร้จุดมุ่งหมายเพราะไม่รู้ว่าเมื่อไรพ่อจะกลับมา”
“เฮ้อ ต้าเหว่ยก็จริงๆ เลย เอากับเขาสินัดไม่เป็นัด ไปไหนไม่บอกไม่กล่าว อย่างน้อยๆ ก็บอกสหายที่เฝ้าประตูไว้สักหน่อยก็ยังดี” แม่เฒ่าเสิ่นตำหนิลูกชาย
เสิ่นชิงหลัวแค่นหัวเราะในใจ เดิมทีในความทรงจำชาติแรกของเ้าของร่างคนก่อน เธอและแม่เฒ่าเสิ่นยืนรออยู่หน้าประตูจนร่างกายขยับไม่ได้ พอนางหลี่เจี๋ยมาเห็นก็มีเพียงคำขอโทษที่ไม่ได้จริงจังอะไร และเหตุการณ์นั้นทำให้แม่เฒ่าเสิ่นเริ่มล้มป่วยและจากไปในเวลาต่อมา
“นั่นใช่พ่อหลานหรือเปล่า?” แม่เฒ่าเสิ่นมองเห็นลูกชายจากไกลๆ เอ่ยขึ้น
ความโกรธของเสิ่นชิงหลัวเพิ่มมากขึ้นเมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังเดินมาโดยไม่รู้สึกผิดอะไร เธอและย่าเสิ่นยืนตัวสั่นท่ามกลางความหนาวเหน็บ แต่พวกเขากลับเดินสบายใจเฉิบมากับเสื้อผ้าอุ่นๆ
“ต้าเหว่ยทำไมแกถึงมาเอาตอนนี้ พวกเราเกือบจะหนาวตายอยู่แล้ว!” แม่เฒ่าเสิ่นอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
“แม่ครับวันนี้เป็วันขึ้นแสดงงิ้วปักกิ่ง[4]ของอันอันที่ศูนย์วัฒนธรรม ทีแรกผมว่าจะไปส่งอันอันก่อนแล้วค่อยมารับแม่ แต่แกดันประหม่าเพราะเป็เวทีแรกด้วย ผมกับหลี่เจี๋ยก็เลยต้องอยู่ให้กำลังใจ”
“แม่คงไม่โกรธหรอกใช่ไหมคะ พวกเราก็ลำบากเหมือนกันที่ต้องย้อนกลับมารับแม่กับต้ายาที่นี่ ดูสิอันอันหน้าซีดหมดแล้ว” นางหลี่เจี๋ยพูดขึ้น เธอเองก็ไม่พอใจเช่นกันที่ต้องฝ่าหิมะมารับแม่สามีที่นี่
เื่ที่เสิ่นชิงหลัวมารอที่สถานีขนส่งไม่ได้มีในชาติก่อน ไม่แปลกที่นางหลี่เจี๋ยจะไม่พอใจและไม่เอ่ยคำขอโทษ
“ฉันกับย่ายืนรออยู่หน้าประตูโรงงานเป็ชั่วโมง เรารีบเดินฝ่าหิมะไปเพราะไม่อยากให้เลยเวลาที่นัดหมายกันไว้แต่กลับไม่เห็นใครสักคน ย่าแก่แล้วอีกทั้งขาก็ไม่ดี ยิ่งพอมาเจออากาศหนาวๆ แบบนี้นี้ย่าจะทนอย่างไรไหว”
“เป็ฉันเองแหละที่เสนอให้กลับมารอที่นี่ เพราะอย่างน้อยที่นี่ก็มีหลังคาไว้บังหิมะ ร่างกายได้อบอุ่นขึ้นสักหน่อย แต่พวกเราก็ฝากสหายรักษาความปลอดภัยบอกพ่อแล้วนะว่าพวกเรามาถึงแล้วและรออยู่ที่นี่ ถ้าพวกพ่อกลับมายังไงเขาก็น่าจะแจ้งให้รู้ แล้วพ่อกับแม่ล่ะ? ไม่มาตามนัดอีกทั้งยังไม่บอกอะไรให้เรารู้เลยสักนิด บอกกับคนเฝ้าประตูไว้สักหน่อยก็ยังดี จะให้รออย่างไม่มีจุดหมายไปถึงเมื่อไร หรือจะให้รอจนฉันกับย่าถูกแช่แข็งตาย? พวกคุณใจร้ายมาก”
ใบหน้าของแม่เฒ่าเสิ่นมืดครึ้ม ก่อนที่ลูกชายจะแต่งงานเขาไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้ เธอกัดฟันเลี้ยงดูลูกมาั้แ่เด็กยันโต ทุกคนในบ้านให้ความเคารพเธอเสมอมา แต่ที่เป็อยู่ตอนนี้คืออะไร? คำขอโทษไม่มีแม้แต่ครึ่งคำ เื่การมาเยี่ยมลูกชายใน่วันตรุษจีนไม่ใช่เธอที่เสนอ มีบ้านไหนบ้างที่เป็เช่นนี้บ้าง แทนที่วันหยุดลูกชายจะกลับชนบทไปเยี่ยมหาพ่อแม่ แต่นี่ผู้เป็แม่กลับต้องแบกสังขารมาหาลูก
แค่มาหาก็แล้วไปเถอะ นี่ต้องยืนรอท่ามกลางความหนาวเหน็บและคำพูดลูกสะใภ้ยังปิดปากไม่ให้เธอพูดว่าเป็ความผิดของหลานสาวอย่างเสิ่นอันอัน
“เรานั่งรถประจำทางที่นั่งมา่นี้คนก็เยอะจนไม่มีที่นั่ง ฉันกับย่าต้องยืนตลอดทาง เราเดินไปค่ายยืนรออยู่นานแล้วต้องฝ่าหิมะกลับมาที่นี่อีกรอบ มันไม่หนักกว่าแม่ที่ฝ่าหิมะมาเหรอคะ ตอนนี้ฉันกับย่าเดินไม่ไหวแล้ว ดูขาฉันสิแข็งไปหมดแล้ว” เสิ่นชิงหลัวเยาะเย้ย
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบกลับบ้านกัน จะได้กินอาหารร้อนๆ”
“เดินทางตั้งไกลเกิน ฉันรอมาสองชั่วโมงแล้วจะให้เดินไปอีกคงไม่ไหวแน่ๆ ย่าคะเรากินอะไรอุ่นๆ ก่อนกลับสักหน่อยดีหรือเปล่า” เสิ่นชิงหลัวบีบมือแม่เฒ่าเสิ่นเบาๆ ไม่ให้เอะอะ เื่ที่พวกเธอเพิ่งกินโจ๊กไปไม่นาน
นางหลี่เจี๋ยไม่เต็มใจที่จะใช้เงินไปกับสองคนนี้แม้แต่เหมาเดียวแต่ก็ไม่สามารถห้ามได้ ส่วนเสิ่นต้าเหว่ยก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ตอนนี้แม่และลูกสาวของเขาคงหนาวและโมโหหิว หากอาหารร้อนๆ จะช่วยบรรเทาความผิดในครั้งนี้ได้เขาก็ยินดี ดังนั้นเสิ่นต้าเหว่ยจึงพาทั้งครอบครัวไปร้านอาหารรัฐที่อยู่ไม่ไกล
[1] 抖音 (Douyin) คือแอปพลิเคชันวิดิโอสั้น ติ๊กตอกของจีน
[2] 哔哩哔哩 (Bilibili) คือแอปพลิเคชันคล้ายยูทูป มีความบันเทิงมากมาย
[3] ตู้เหนียงคือผู้ช่วยผู้รอบรู้ ไป่ตู้ผู้รอบรู้
[4] ปักกิ่งโอเปร่าหรืออุปรากรแห่งชาติจีนเป็การแสดงที่เน้นการเคลื่อนไหวที่สวยงาม การแต่งหน้าแสนประณีตและการร้องเพลงโทนเสียงแหลมสูง ประกอบด้วยศิลปะการแสดง 4 สาขา คือ การร้องเพลง การบรรยาย การแสดงและศิลปะการต่อสู้ คนไทยรู้จักในนาม การแสดงงิ้ว