“เอ๊ะ?” ทั้งครูและนักเรียนต่างแปลกใจทันทีที่เมขลาได้แนะนำตัวเอง
“อ๋อ คือลืมไปว่าหนูน่ะมาจากประเทศไทยน่ะค่ะ ขอฝากเนื้อฝากเนื้อตัวด้วยนะคะ”
“ตัวเล็กดูน่ารักจังเลยนะว่าไหม”
“น่ารัก”
“สาวประเทศไทยน่ารักขนาดนี้เลยงั้นเหรอ” ทุกคนๆ ต่างลพูดเสียเดียวกันว่าเมขลาเป็คนที่ตัวเล็กและหน้าตาน่ารัก เพื่อนในห้องแนะนำกันจนครบทุกคนแล้ว
“ต่อไปจะเป็เลือกหัวหน้าห้อง รองหัวหน้าห้อง และเรขานะจ้ะ ไหนลองเสนอชื่อมากันหน่อย”
“ครูคะ ขอเสนอชื่อ ทามูระ คัตสึกิค่ะ” นักเรียนหญิงจากทางด้านหลังเสนอชื่อทามูระให้เป็หัวหน้าห้อง
“ทามูระ คัตสึกิ ออกมายืนที่หน้าห้องหน่อยจ้ะ
“ครูครับ ขอเสนอชื่อ เมจัง ครับ” นักเรียนชายเสนอชื่อเมจังขึ้นมาทำให้เธอใอยู่ไม่น้อยไม่คิดว่าคนตัวเองจะถูกเสนอชื่อ
“คิก คิก คิก” อายูจังหัวเราะชอบใจ ใจจริงเธอก็อยากเสนอชื่อเมจังอยู่แล้วแต่ว่าเพื่อนจะโกรธเลยไม่กล้าที่จะเสนอชื่อของเมขลา
“ขอเสนอชื่อ อายูจัง คะ”
“เอ๊ะ?” ไม่ทันที่จะได้หัวเราะอย่างมีความสุขอายูจังได้ถูกเสนอชื่อ
“เอาละจ้ะเรามาโหวตกัน ให้ทั้งสามคนหันหน้าเข้าหน้ากระดาน” ทามูระ เมขลา อายูจัง หันหลังเข้าหน้ากระดาษ
“เมจัง ทำไมฉันถึงได้ถูกเสนอชื่อด้วยเนี่ย” อายูจังที่ไม่ค่อยเต็มใจอยากจะทำ
“เอาน่าอายูจังพวกเขาเชื่อมั่นในตัวเราแล้วฉะนั้นจงทำมันให้ดี”
“ก็ได้”
“ใครเลือกทามูระให้ยกมือขึ้นจ้ะ”
ยกมือ
“ใครเลือกเมจังยกมือขึ้น”
ยกมือ
“ใครเลือกอายูจังยกมือขึ้น”
ยกมือ
ครูประจำชั้นได้รวบรวมผลโหวตแล้วให้ทั้งสามคนหันกลับมา
“ครูจะสรุปผลว่าใครมีตำแหน่งไหนบ้างนะจ้ะ”
“ค่ะ/ครับ”
“หัวหน้าห้องได้แก่ ทามูระ”
“เย้” เสียงเห่ผู้หญิงส่วนใหญ่
“รองหัวหน้าห้องได้แก่ เมจัง”
“เย้” เสียงเห่ผู้ชายส่วนใหญ่
“และเลขาได้แก่ อายูจัง”
“เย้” เสียงเห่ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
“เชิญทั้งสามคนไปนั่งได้จ้า” ทั้งสามคนกลับไปนั่งที่โต้ะตัวเอง
“เอ่อ. . . อายูซัง เมซัง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยเช่นกันค่ะ ทามูระซัง” อายูจังตอบกลับทามูระ
“เช่นกันค่ะ ทามูระซัง” เมขลาส่งยิ้มให้ทามูระ รอยยิ้มเธอช่างสดใสยิ่งนักจนทำคนตรงหน้าเขินหน้าแดงไปเลย
เลิกเรียน
หลังเลิกเรียนบรรดานักเรียนต่างพากลับบ้านทั้งเดินกลับบ้างหรือขี่จักรยานกลับบ้างส่วนเมขลาเลิกที่จะเดินทางมาโดยโรงเรียนโดยการเดินเพราะบ้านไม่ห่างจากโรงเรียนมากนักอีกอย่างเธอก็อยากจะชื่นชมทิวทัศน์ระหว่างทางกลับบ้านอีกด้วย
เมจังกลับก่อนนะ”
“จ้า พรุ่งนี้เจอกันนะ” อายูจังแวะทักทายเมขลาก่อนกลับจากนั้นก็ขี่จักรยานเพื่อกลับบ้านทางบ้านของอายูจังค่อนข้างจะไกลจากโรงเรียนสักหน่อยเลยขี่จักรยานมาเพื่อลดระยะเวลาให้สั้นในการเดินทางมากขึ้น ทางกลับบ้านซากุระกำลังผลิบานเพราะเป็่ฤดูเมษายนเป็การเริ่มต้นใหม่ของปี ไม่ว่าจะเปิดเรียน ทำงาน อะไรใหม่ ๆ เป็การเริ่มต้นใหม่ที่ดีทีเดียว
“สวยจัง” เมขลาชื่นชมกับความงามของดอกซากุระมันเบ่งบานเต็มข้างถนนมันช่างดูสวยงามสะเหลือเกิน เมขลาหยุดเดินมองไปซากุระที่บานสะพรั่งสายสมที่พัดผ่านทำให้กลีบซากุระร่วงโรยลงสู่พื้นกับภาพเด็กสาวตรงหน้าช่างดูสดใสสวยงามจนมีสายตาคู่มองมายังเธอด้วยความหลงไหล เขาผู้นั้นมองเธออยู่เนินนานจนเธอที่กำลังชื่นชมซากุระอยู่นั้นหันมาทางเขา
“ทามูระซังบ้านก็อยู่ทางนี้สินะ” หญิงตรงหน้าเข้ามาทักทายเขา
“เอ๊ะ เธอรู้จักชื่อฉันได้ยังไง?” เขาแปลกใจที่เธอรู้จักเธอชื่อเขา ทั้งที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน
“จำกันไม่ได้เหรอ?” เมขลาไม่ใจก็ตอนเช้าพึ่งทำความรู้จักกันทำไมถึงจำกันไม่ได้ความจำเขาสั้นขนาดนั้นเลยเหรอ?
“. . .” เขาส่ายหน้า
“เมไง ที่อยู่ห้องเดียวกันกับทามูระ”
“อ๋อ เมซังอย่างนั้นเหรอ” เขาต้องเอ่อ อ๋อ ตามเธอคงเป็การเข้าใจผิดคนที่เธอจำเป็คงพี่ชายฝาแฝดของเขาชุดนักเรียนก็ไม่ใช่ชุดนักเรียนเขา
“บ้านของทามูระซังอยู่ทางนี้เหมือนกันอย่างนั้นเหรอคะ?”
“ใช่ คือว่านะ...” เขาที่กำลังจะอธิบายว่าพี่เธอเห็นนั้นไม่ใช่ ทามูระ คัตสึกิ แต่อย่างใด
“คะ?”
เสียงโทรศัพท์สั่น
“ค่ะแม่”
เสียงคุยในสาย
“ค่ะหนูจะรีบกลับเดี๋ยวนี้ละค่ะ”
“ขอโทษด้วยนะคะ คือว่าฉันต้องรีบกลับแล้วละ ค่อยคุยกันพรุ่งนี้นะคะ”
“ฉันไม่ใช่ ทามูระ คัตสึกิ...” ไม่ทันได้พูดเธอก็รับวิ่งกลับไปเสียแล้ว
บ้านเมขลา
“ยัยเม” ทันทีที่กลับบ้านเอก็ได้พบกับเพื่อนๆ
“ฟ้าใส แก้วใจ” ทั้งสามคนโผล่เข้ากอดกันด้วยความคิดถึง
“คิดถึงแกจังเลยยัยเม” แก้วใจรีบพูด
“คิดถึงพวกแกเหมือนกัน คิดยังไงถึงได้มาหาฉันเนี่ย”
“ก็คิดถึงไง” ฟ้าใสพูดบ้าง
“แชทหากันก็ได้นี่”
“แค่แชทหากันมันจะหายคิดถึงได้ยังไงกันเล่าใช่ไหมฟ้าใส”
“ใช่ อีกอย่างฉัน กับแก้วใจก็ไม่ได้มาส่งแกด้วยเลยอยากจะมาหากลัวว่าแกจะโกรธ”
“เห็นแกไม่ค่อยตอบแชทด้วย โกรธอยู่แน่ ๆ เลยพวกฉันขอโทษนะที่ไปส่งแกไม่ทันอ่ะ”
“ไม่เป็ไรฉันเข้าใจ ฉันไม่ได้โกรธอะไรพวกแกหรอกที่ไม่ค่อยตอบเป็เพราะฉันน่ะไม่ว่างต่างหากเล่า”
“ไม่โกรธจริงๆ ใช่ไหม เย้ ๆ ยัยเมไม่โกรธเราจริง ๆ ด้วยฟ้าใส”
“แล้วพุดจีบละ?” เมขลาหันซ้ายหันขวาไม่เจอพุดจีบถึงถาม
“รายนั้นน่ะเหรอ นางไม่ว่างหรอกฉันชวนเป็สิบรอบแล้ว ก็เลยตัดสินใจมากับยัยฟ้าใสสองคน”
“ช่างเหอะแก ไม่เป็ไร”
“แกอ่ะ เป็ไงบ้าง” ฟ้าใสถามเมขลาด้วยความเป็ห่วง
“ฉันสบายดีพวกแกละ”
“สบายที่ไหนกันละ ซ้อมแทบตาย”
“ฉันก็อ่านหนังสืออย่างหนักเลย”
“พยายามเข้านะพวกแก”
“แกมีเพื่อนอยู่ใช่ไหม?”
“มีสิแก”
“วันแรกแกก็หาเพื่อนได้เลยเหรอ?”
“ก็เพื่อนสมัยเด็กฉันไง”
“ดีแล้วยังไงแกก็ดูแลตัวเองด้วยนะ ฉันกับยัยฟ้าใสพร้อมให้คำปรึกษาแกเสมอใช่ไหมฟ้าใส”
“ใช่ ๆ มีไรก็บอกนะเม ถ้าไม่ไหวกลับมาไทยที่ไทย”
“อื้มได้ขอบใจมากนะ สำหรับฉันน่ะสบายอยู่แล้วตั้งใจที่จะมาเรียนที่นี้แล้วนี่ก็ต้องตั้งใจให้สุด ๆ ไปเลยสิความตั้งใจฉันน่ะเต็มร้อย”
“จ้ะๆ ยัยเมคนเก่งฉันเอาใจช่วย” ทั้งสามคนได้พูดคุยกันตามประสาเพื่อนสนิท ถามว่าพวกเขาสนิทกันแค่ไหนน่ะเหรอ? ตอบได้เลยว่าสนิทกันมาก สนิทกันั้แ่เรียนประถมเรียนโรงเรียนเดียวกันตลอดไปไหนไปด้วยกันตลอด คำว่าเพื่อนสำหรับพวกเธอนั้นมันสำคัญยิ่งนัก