เืหยดหนึ่งร่วงหล่นจากมุมปากของเฟิงหลงลงบนหิมะสีขาว ก่อเกิดเป็รอยด่างสีแดงฉานที่น่าใ เขาทรุดตัวลงพิงกับต้นสนโบราณต้นหนึ่ง หอบหายใจอย่างหนักหน่วงจนไอสีขาวพวยพุ่งออกมาไม่ขาดสาย ทรวงอกของเขารู้สึกเ็ปราวกับถูกค้อนั์ทุบซ้ำแล้วซ้ำเล่า อวัยวะภายในของเขาสั่นะเืจากการปะทะกับยอดฝีมือระดับปราณปฐีขั้นที่เก้าเมื่อครู่
"อั่ก..." เขาไอออกมาเป็เือีกคำรบหนึ่ง
นี่คือผลของการปะทะกับพลังที่อยู่เหนือกว่าเขาถึงสี่ระดับย่อย แม้ "ปราณอสูร" ของเขาจะรุนแรงและมีพลังทำลายล้างสูงส่งกว่าพลังปราณทั่วไป แต่ความแตกต่างของระดับพลังที่มากเกินไปก็ยังคงเป็กำแพงที่ยากจะข้ามผ่าน หากเมื่อครู่เขาไม่ตัดสินใจทำลายเข็มทิศค้นิญญาและฉวยโอกาสหลบหนีออกมา เขาและบิดาคงต้องกลายเป็ศพอยู่ ณ ช่องเขาแห่งนั้นอย่างแน่นอน
"หลงเอ๋อร์! เ้าเป็อย่างไรบ้าง!?" เฟิงเจิ้น ที่ถูกวางลงข้างๆ พยายามจะพยุงตัวเองเข้ามาหาบุตรชายด้วยความร้อนใจสุดขีด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเ็ปที่ตนเองกลายเป็ภาระ
"ข้า...ข้าไม่เป็ไรขอรับท่านพ่อ" เฟิงหลงตอบเสียงแ่ เขาโคจร "คัมภีร์อสูรกลืนตะวัน" เพื่อรักษาอาการาเ็ภายในอย่างช้าๆ "เป็เพียงแค่อาการาเ็เล็กน้อย พักสักครู่ก็หาย"
เขากล่าวปลอบใจบิดาไปเช่นนั้น แต่ในใจกลับหนักอึ้ง การต่อสู้เมื่อครู่ได้ตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย... เขายังแข็งแกร่งไม่พอ... ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องคนที่เขารักและทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาได้
‘ปราณปฐีขั้นที่เก้า... แข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวรึ...’ เขาคิดในใจ ‘แล้วเซียวคังกับหลันเจี้ยนที่อยู่ในระดับเดียวกันเล่า? หากข้าต้องเผชิญหน้ากับพวกมันตรงๆ... ข้าจะมีโอกาสชนะหรือไม่?’
ความหยิ่งทะนงในพลังที่เขาได้รับมาใหม่ถูกสั่นคลอนเป็ครั้งแรก เขาตระหนักได้ว่าเส้นทางแห่งการแก้แค้นของเขานั้นยังอีกยาวไกลและอันตรายกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก
"เราจะอยู่ที่นี่นานไม่ได้" เฟิงหลงกล่าวพลางพยุงตัวเองลุกขึ้น "แม้ข้าจะทำลายเข็มทิศนั่นไปแล้ว แต่พวกมันต้องส่งคนออกตามล่าเราอย่างแน่นอน"
เขาแบกร่างของบิดาขึ้นหลังอีกครั้ง และเริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก... ทิศทางสู่หุบเขาโอสถ... โดยไม่หันกลับไปมองเมืองที่เต็มไปด้วยความแค้นเื้ัอีกเลย
ณ คฤหาสน์ตระกูลเซียว บรรยากาศนั้นเงียบงันและเยือกเย็นจนน่ากลัว
เซียวซาน ผู้าุโสูงสุด ได้กลับมารายงานความล้มเหลวด้วยใบหน้าที่ดำคล้ำและเต็มไปด้วยความอัปยศอดสู
"มันหนีไปได้... และเข็มทิศค้นิญญา... ถูกทำลายแล้ว" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง
"ว่าอย่างไรนะ!?" เซียวคัง และ หลันเจี้ยน ที่รอฟังข่าวอยู่ อุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตกตะลึง
"มัน...มันแข็งแกร่งมาก" เซียวซานกล่าวต่อ ดวงตาของเขายังคงฉายแววไม่เชื่อสายตา "พลังปราณของมันแปลกประหลาดและรุนแรงอย่างยิ่ง แม้จะอยู่เพียงขั้นก่อเกิดรากฐานระดับเก้า แต่กลับสามารถรับฝ่ามือทลายขุนเขาของข้าได้โดยไม่ตาย! และท่าร่างของมันก็ว่องไวราวกับภูตพราย! ที่สำคัญที่สุด... มันยังเป็เพียงเด็กหนุ่ม!"
คำพูดของเซียวซานทำให้ทุกคนในห้องต้องสูดลมหายใจเย็นเยียบ! เด็กหนุ่มที่สามารถต่อกรกับยอดฝีมือระดับปราณปฐีขั้นที่เก้าได้! นี่มันปีศาจตนใดกันแน่!?
"ในที่สุด... ท่านก็เชื่อข้าแล้วใช่หรือไม่?" เซียวเทียนอี้ ก้าวออกมาข้างหน้า "ศัตรูของเรา... คืออัจฉริยะที่น่าสะพรึงกลัว... คนที่เกลียดชังเราทั้งสองตระกูลจนเข้ากระดูกดำ"
"แล้วมันเป็ใครกัน!?" หลันเจี้ยนคำรามลั่น "ในเหมันตนครแห่งนี้ไม่เคยมีอัจฉริยะที่น่ากลัวถึงเพียงนี้มาก่อน!"
ทุกคนต่างขมวดคิ้วใช้ความคิด... แต่ไม่มีผู้ใดเลยที่สามารถเชื่อมโยง "ปีศาจ" ตนนี้เข้ากับ "นายน้อยขยะ" ที่พวกเขาเหยียบย่ำจนจมดินไปเมื่อหนึ่งปีก่อนได้... มันเป็เื่ที่เหลือเชื่อและเป็ไปไม่ได้เกินไป
"ข้าไม่สนใจว่ามันจะเป็ใคร!" เซียวคังกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด "ในเมื่อมันกล้าทำถึงเพียงนี้... ก็เท่ากับเป็ศัตรูกับเราทั้งสองตระกูล! ข้าขอเสนอ... ให้เราสองตระกูลร่วมมือกันอย่างแท้จริง! ส่งยอดฝีมือทั้งหมดออกไป! พลิกแผ่นดินตามล่ามัน! ข้าอยากจะเห็นหน้าของมัน... อยากจะรู้ว่ามันเป็ใคร... ที่กล้ามาท้าทายพยัคฆ์ัแห่งเหมันตนคร!"
หลันเจี้ยนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างช้าๆ... ในตอนนี้ ศัตรูที่มองไม่เห็นตัวตนนั้นน่ากลัวกว่าความขัดแย้งระหว่างพวกเขาแล้ว
พันธมิตรที่เปราะบาง... ได้ก่อตัวขึ้นอย่างเป็ทางการอีกครั้ง... โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว... คือการไล่ล่าเฟิงหลง!
หลายวันต่อมา ณ ป่าทึบที่ห่างไกลออกไปทางทิศตะวันออก
เฟิงหลงและเฟิงเจิ้นได้เดินทางมาอย่างต่อเนื่องโดยแทบไม่ได้หยุดพัก พวกเขากินผลไม้ป่าและเนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้อย่างยากลำบากเพื่อประทังชีวิต
อาการาเ็ของเฟิงหลงเริ่มทุเลาลงแล้วด้วยความสามารถในการฟื้นฟูอันน่าทึ่งของร่างกายอสูร แต่สภาพของเฟิงเจิ้นกลับย่ำแย่ลงทุกขณะ พิษสลายปราณกำลังกัดกินพลังชีวิตของเขาอย่างช้าๆ
ในที่สุด... ในเช้าวันที่สิบของการเดินทาง พวกเขาก็มาถึงจุดหมาย
เบื้องหน้าของพวกเขาคือหุบเขาขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกสีขาวจางๆ ตลอดทั้งปี อากาศที่นี่อบอุ่นและชุ่มชื้นกว่าภายนอกอย่างน่าประหลาด และเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรนานาชนิด... ที่นี่คือ หุบเขาโอสถ สถานที่ในตำนานซึ่งเป็ที่อยู่ของเหล่าหมอเทวดาและเป็แหล่งเพาะปลูกสมุนไพริญญาที่หายากที่สุด
เฟิงหลงมองไปยังหุบเขาเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง... ที่นี่... คือจุดเริ่มต้นใหม่ของเขา
เขาจะรักษาบิดาของเขาให้หาย...เขาจะบ่มเพาะพลังให้แข็งแกร่งขึ้นจนไม่มีผู้ใดหยุดยั้งได้...
และเขาจะกลับไป... กลับไปทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็ของเขา... พร้อมกับ "ดอกเบี้ย" ที่พวกมันต้องชดใช้ด้วยเืและน้ำตา
การเดินทางบทใหม่... ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ หุบเขาแห่งความหวังและความท้าทายแห่งนี้