กลับใจไม่หย่า
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
บูกัตติสีขาวขับมาจอดตรงประตูของสำนักกิจการพลเรือน
เสิ่นอันอันนั่งรออยู่ในรถครู่หนึ่งก่อนจะเห็นรถของเจียงอี้เฉินขับเข้ามา
เมื่อเขาลงจากรถเธอก็เปิดประตูแล้วก้าวเท้าเดินไปหา “ไปกันเถอะ วันนี้คนไม่เยอะไม่นานก็น่าจะเสร็จ”
เจียงอี้เฉินเห็นใบหน้าของเธอสงบนิ่งแบบไม่สามารถสงบไปมากกว่านี้ได้อีกแล้วคล้ายกับว่าเขากลายเป็คนนอกไปโดยสมบูรณ์
เขาเม้มริมฝีปากเป็เส้นตรงและไม่พูดอะไร
เสิ่นอันอันไม่สนใจและหันหลังเดินไปที่ประตูสำนักกิจการพลเรือน
เจียงอี้เฉินเดินตามมาเขาจ้องมองแผ่นหลังที่เย็นเฉียบและแน่วแน่ของเธอแล้วรู้สึกราวกับมีเข็มทิ่มแทงอยู่ที่หน้าอก
มันไม่ได้ร้ายแรงถึงชีวิตแต่ก็ทำให้เ็ปไม่น้อยเลย
ขณะที่เธอกำลังจะถึงประตู จู่ๆเขาก็ยื่นแขนยาวออกมาดึงเธอเข้าหาตัว “เสิ่นอันอัน เธอรีบร้อนจะหย่าขนาดนี้เลยเหรอ?”
เสิ่นอันอันเงยหน้าขึ้น
เธอจ้องมองคอของเขาและเห็นรอยลิปสติกสีเข้มบนเสื้อเชิ้ตสีขาว
ไม่รู้ว่าเขาไปเล่นพลิกผ้าห่มกับแม่นางคนไหนมา
“ใช่แล้ว” เธอพยักหน้าเบาๆส่งรอยยิ้มขึ้นไปถึงดวงตา“ฉันแต่งงานแบบไร้ความรักมาสองปีและตอนนี้กำลังจะเป็อิสระ คุณคิดว่าฉันควรรีบไหม?”
“เธอ...” เจียงอี้เฉินโกรธจนพูดไม่ออก
ทันใดนั้นเขาก็พยักหน้าและยิ้มแทนที่ความโกรธ“เธอรีบเหรอ? งั้นผมไม่รีบแล้วกัน!”
“คุณชายเจียง คุณอายุยี่สิบหกปีแล้วหยุดทำตัวเป็เด็กสักทีได้ไหม?”
เสิ่นอันอันไม่โกรธที่เขาพลิกลิ้นไปมาแต่ก็ไม่อาจซ่อนความเหน็บแนมในดวงตาได้
คนนอกใจคือเขา คนที่ตกลงจะหย่าก็คือเขาคนที่กลับคำตอนนี้ก็ยังเป็เขาอีก?
เธอสลัดมือออกและก้าวไปข้างหน้าคว้าคอเสื้อของเขาอย่างแรง น้ำเสียงเ็าราวกับน้ำแข็ง “เจียงอี้เฉินก่อนที่คุณจะนึกเสียใจ ทำไมไม่ไปส่องกระจกให้ดีๆ ก่อนล่ะ?”
เจียงอี้เฉินงงงวย “เธอหมายความว่าอะไร?”
เสิ่นอันอันแตะรอยลิปสติกเบาๆด้วยปลายนิ้ว “ใครเป็คนทิ้งสิ่งนี้ไว้? นางแบบสาวหรือคนดัง?หรือคู่นอนของคุณ สวี่หรูอิน?”
“อันอัน...”
“คุณชายเจียงรายล้อมไปด้วยสาวงามนับไม่ถ้วนไม่จำเป็ต้องเก็บฉันไว้เป็เมียแต่งหรอก”
เจียงอี้เฉินเห็นอย่างชัดเจนว่าดวงตาอัลมอนด์คู่สวยที่มักจะมีชีวิตชีวานั้นกลายเป็น้ำนิ่งไร้การกระเพื่อมขณะที่เอ่ยพูดคำเหล่านี้
“พอเราหย่ากันคุณก็ไปเที่ยวเล่นได้ตามที่ใจคุณ้าแล้วก็ไม่ต้องมาแบกรับพันธนาการแห่งศีลธรรมด้วย” เสิ่นอันอันปล่อยมือ“เรามาช่วยกันดีไหม?"
เมื่อพูดจบเธอก็หันหลังกลับและก้าวเข้าไปข้างในประตู
เธอชอบเจียงอี้เฉินมาหกปี
น่าเสียดายที่ความดื้อรั้นตลอดหกปีไม่ตอบสนองความ้าของเธอในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าไม่ใช่ทุกสิ่งบนโลกนี้จะจบลงอย่างมีความสุขถ้าเรายังยึดติด
เจียงอี้เฉินเดินตามมาข้างหลังดวงตาของเขาลุกโชนด้วยความโกรธ
เสิ่นอันอันหยิบข้อตกลงการหย่าร้างที่เธอลงนามแล้วออกมาจากกระเป๋าและยื่นให้เขา
ทันทีที่เขาลงนามสำนักกิจการพลเรือนทำการบันทึก และใบทะเบียนสมรสแทนที่ด้วยใบหย่าเมื่อนั้นความสัมพันธ์ของพวกเราก็จะตัดขาดกันโดยสิ้นเชิง
เจียงอี้เฉินรับมันมา เขาจับปากกาแล้วแต่ยังไม่ยอมขยับ
“เซ็นชื่อเถอะ” เสิ่นอันอันเร่งเขาเบาๆ
เขาคลายนิ้วออกปลายปากกาจึงตกลงไปบนกระดาษ และเกิดรอยหมึกสีดำจุดเล็กๆ
เมื่อเห็นเขาไม่ยอมทำอะไรต่อเสิ่นอันอันก็กังวลเล็กน้อย “เจียงอี้เฉิน รีบเซ็น”
เจียงอี้เฉินปล่อยมือและโยนปากกาทิ้ง“ผมไม่หย่า”
...............................................................................................................................
อยากตัดให้ขาดจริงๆ
ความสงบและความยับยั้งชั่งใจทั้งหมดของเสิ่นอันอันพังทลายลงทันทีหลังได้ยินคำตอบของเจียงอี้เฉินเธอลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว “คุณบ้าไปแล้วหรือไง?”
“ไม่ว่าเธอจะคิดยังไงผมก็ไม่มีทางเซ็นมันแน่”
“เจียงอี้เฉิน”เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความโกรธ “ไม่ตลกนะ”
อย่างไรก็ตาม ที่นี่เป็สถานที่สาธารณะไม่ใช่ที่ที่เธอจะมาทะเลาะกับเขา ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงหาเหตุผลอย่างใจเย็น
“ใจร้อนเหรอ?” เจียงอี้เฉินยืนขึ้นและเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์บนริมฝีปาก“เสิ่นอันอัน เธอมีสิทธิ์อะไรมาบอกให้ผมเซ็นแล้วผมต้องทำตาม?”
เธอไม่คิดจะให้เขามีความสุขแล้วทำไมเขาต้องทำตามความปรารถนาของเธอด้วย?
ฝันไปเถอะ!
เสิ่นอันอันรู้สึกเหมือนหัวกำลังจะะเิเพราะความโกรธเธอใช้เวลาสักพักกว่าจะสงบสติอารมณ์ได้“คุณโทษว่าฉันแย่งตำแหน่งคุณนายเจียงจากคนรักของคุณไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้ฉันก็ให้อิสระคุณแล้วก็ตามที่คุณ้าแล้วนี่?”
ทั้งสองคนถกเถียงกันจนไปต่อไม่ได้แม้การทะเลาะจะไม่รุนแรงแต่เสียงก็ไม่ได้เบา ทำให้คนบริเวณนั้นหันมาสนใจ
“เสิ่นอันอันอย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เธอก็แค่หาบ้านใหม่[1]ได้แล้วเลยแทบรอไม่ไหวที่จะกำจัดผมไม่ใช่เหรอ?” เจียงอี้เฉินจ้องเธออย่างดุดันดวงตาของเขาเฉียบคมราวกับใบมีด “ผมไม่ให้เธอสมหวังหรอก!”
สถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆเ้าหน้าที่จึงเข้ามาเตือนอย่างไม่พอใจ “เชิญคุณสองคนไปทะเลาะกันข้างนอกอย่ากระทบคนอื่นที่นี่”
เจียงอี้เฉินยืนนิ่งดวงตาสองข้างจ้องมองเธออย่างเดือดดาล
เสิ่นอันอันรู้สึกอับอายสายตาคนอื่นจึงเดินออกไปอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าเ็า
ทันทีที่เธอก้าวออกจากประตูคนข้างหลังก็คว้าแขนเธอไว้แน่นราวกับ้าหักกระดูกเธอ
“เจียงอี้เฉิน”เธอขมวดคิ้วด้วยความเ็ปและหยุดเดิน “ปล่อยฉัน”
“ผมจับมือภรรยาตัวเองไม่น่าจะผิดกฎหมายนะ?”
เสิ่นอันอันก้มหัวลงและเตือนอย่างใจเย็น“เราไม่ใช่สามีภรรยากันอีกแล้ว”
ไม่ใช่สามีภรรยา?
เหอะ! พูดง่ายดี
เจียงอี้เฉินเย้ยหยันเขาจับคางของเธอด้วยฝ่ามือใหญ่และลูบริมฝีปากเธอเบาๆ ด้วยนิ้วหัวแม่มือ
เขาเกลียดปากน้อยๆที่ไม่ยอมประนีประนอมและยอมรับความพ่ายแพ้ “เสิ่นอันอันตราบใดที่ผมยังไม่เซ็นใบหย่า เธอก็ยังเป็ของผมอยู่”
ชีวิตนี้เธอหนีไม่พ้นแล้ว!
เสิ่นอันอันต่อต้านอย่างหนักแต่แรงของเธอไม่สามารถสู้ชายร่างใหญ่อย่างเขาได้
เจียงอี้เฉินใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้โอบแขนรอบเอวและจับท้ายทอยของเสิ่นอันอันพยายามจูบเธอ
“คุณชายเจียงการใช้กำลังบังคับผู้หญิงในที่สาธารณะไม่ใช่การกระทำของสุภาพบุรุษนะครับ”
เสียงสุภาพและอ่อนโยนดังมาจากด้านหลังซึ่งไม่เข้ากับบรรยากาศที่ตึงเครียดเสียเลย
ใบหน้าของเสิ่นอันอันแข็งทื่อเมื่อได้ยินเสียงนั้นเธอไม่อยากเชื่อภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
ไม่ใช่ว่าเขาไปมหาวิทยาลัยแล้วเหรอ? ทำไมจู่ๆถึงมาโผล่ที่นี่ได้?
ขณะที่เธอกำลังงุนงงอยู่เ้าของเสียงก็เดินเข้ามาประชิดตัวแล้ว เขาจับข้อมือเธอเบาๆ เพื่อปลอบโยน
“คุณ...”เสิ่นอันอันประหลาดใจอย่างอธิบายไม่ถูกที่เห็นเขาปรากฏตัวที่นี่“คุณบอกว่าจะไปมหา’ลัยไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?”
ฮั่วเฉิงโจวไม่สนใจคำถามของเธอ
เขามองเจียงอี้เฉินด้วยอารมณ์สงบตามปกติและพูดเสียงต่ำ“คุณชายเจียง ถ้าคุณไม่พอใจอะไรมาลงกับผมดีกว่าครับ”
แม้เจียงอี้เฉินจะกลัวชายคนนี้อยู่บ้างแต่ตอนนี้เขาเต็มไปด้วยความโกรธ ซ้ำยังไม่มีที่ระบาย น้ำเสียงจึงไม่ได้ดีมากนัก“คุณชายฮั่วมีทั้งตำแหน่งและอำนาจ ใครจะกล้าเอาอะไรไปลงด้วยครับ?”
ฮั่วเฉิงโจวเห็นมือของเขาโอบเอวของเสิ่นอันอันก็เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น
อยากตัดให้ขาดจริงๆ
-----------------------
[1] คู่แต่งงานใหม่