“ภู...นี่น่ะเหรอแฟนของลูก...หน้าตาน่ารักอย่างนี้นี่เองลูกถึงไม่ยอมบินไปหาพ่อกับแม่ที่ต่างประเทศ”
ภัทรามารดาของภูวดลเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นลูกชายคนเดียวจูงมือหญิงสาวรูปร่างบอบบางเดินขึ้นมาบนเรือสำราญที่กัปตันพร้อมจะพาออกสู่ทะเลในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
ใช่แล้ว...ภูวดลเป็คนจัดการทั้งหมด เช่าเรือยอร์ชลำใหญ่เพื่อพาภัทราและทัดเทพพ่อกับแม่ของเขาออกเที่ยวทะเลอย่างสบายใจกับลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้ทุกอย่างหรูหราไปหมด ขนาดปนัดดาเองเมื่อย่างก้าวขึ้นบนเรือลำนี้ก็ตื่นตะลึงกับความอลังการของพาหนะที่จะพาหล่อนแล่นล่องไปในท้องทะเลและเมื่อหล่อนได้พบกับพ่อแม่ของเขาหญิงสาวจึงยกมือไหว้อย่างนอบน้อมและทักทายว่า
“สวัสดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่”
“พ่อครับแม่ครับ...นี่ปิ๊ก....แฟนผมเองครับ”
ภูวดลเป็คนแนะนำพร้อมกับจับมือเลขาสาวสวยของเขาที่ออกอาการเขินหน้าแดง คิดดูว่าตอนยู่ที่ทำงานภูวดลเป็คนดุและเ้าระเบียบมากๆ เขาแทบไม่ยิ้มกับใคร กับหล่อนก็ยิ้มวันนึงไม่เกินสองหนพอมาเจอสถานการณ์แบบนี้และเห็นท่าทางอ่อนหวานน่ารักของเ้านายใหญ่อย่างนี้ทำให้ปนัดดารู้สึกราวกับว่าหลุดเข้าไปในโลกแห่งความฝันเฮ้อ...ไม่อยากกลับไปทำงานเล้ยจริง ๆ
“โอ้...นี่น่ะเหรอแฟนของแกเ้าภู...เฮ้ย...หน้าตาน่ารักกว่าที่พ่อกับแม่แกคิดเอาไว้นะ แถมยังดูเด็กอยู่เลยระวังนะเดี๋ยวเขาจะหาว่าแกพรากผู้เยาว์”
ภูวดลหัวเราะร่วน “โอย...พ่อครับ ปิ๊กเขาทำงานแล้วนะครับอายุก็ตั้งยี่สิบกว่าแล้วด้วย แต่ถ้าพ่อว่าเขาน่ารักผมก็ดีใจ ใช่ไหมปิ๊ก”
ประธานหนุ่มหันไปโอบไหล่หญิงสาวปนัดดายิ่งออกอาการเขินกระทั่งได้ยินแม่ของเขาเอ่ยขึ้นว่า
“มัวแต่เย้าแหย่ว่าที่สะใภ้กันอยู่เนี่ยล่ะถ้าเรียบร้อยแล้วก้ให้กัปตันออกเรือเลยดีกว่า แม่ล่ะอยากจะไปอยู่ท่ามกลางทะเลกว้างๆ แบบนี้มานานแล้ว ตอนอยู่ต่างประเทศไม่ค่อยได้เที่ยวแบบนี้เลย”
ว่าแล้วทุกคนก็เข้าไปในเรือยอร์ชลำหรูก่อนกัปตันจะบังคับเรือออกจากฝั่งภัทราและทัดเทพล่วงหน้าขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือขณะที่ภูวดลจูงมือพาเลขาของเขาไปที่ห้องพักพอเข้าไปในห้องเขาก็ปิดประตูและหันมาถอนใจโล่งพลางบอกหญิงสาว
“โอเค...ปิ๊ก...เราผ่านด่านแรกได้แล้วนะ คิดว่าจะยากซะแล้วกลัวแต่พ่อกับแม่จะสงสัยว่าเราเป็แฟนกันจริงหรือเปล่า”
“ปิ๊กว่าพ่อกับแม่ของท่านประธานก็น่ารักดีนะคะท่าทางท่านทั้งสองเป็กันเองโดยเฉพาะพ่อของท่านประธานก็ยังดูแข็งแรงและสมาร์ทอยู่เลย”
“ดูอย่างนั้นพ่อของฉันดุมากเลยนะปิ๊ก ทั้งดุทั้งเ้าระเบียบไม่อย่างนั้นจะเลือกแม่ของฉันที่เป็นักบัญชีเป็เมียเหรอ”
“ท่านประธานกลัวเหรอคะ ท่าทางเหมือนท่านประธานยังเป็กังวล”
“ฉันกลัวว่าพวกท่านไม่เชื่อนี่ถ้าพวกท่านรู้ความจริงล่ะเื่ใหญ่แน่ๆว่าแต่...ปิ๊กไม่ว่าใช่ไหมเวลาที่ฉัน...เอ้อ...กอดหรือว่าจับมือปิ๊กน่ะ”
ภูวดลภามขณะตั้งคำถามเขาก็จ้องหน้าเลขาสาวแน่วนิ่งทำให้หล่อนต้องรีบหรุบตามองต่ำจะว่าเขินก็ใช่ถึงตอนนี้หล่อนเองชักไม่แน่ใจว่านี่มันคือการแสดงหรือว่าเป็เื่จริงกันแน่
“ว่าไงล่ะปิ๊ก...หืมม์?”
ภูวดลถามย้ำพร้องมั้งทั้งดึงมือหญิงสาวไปกุมไว้ไม่ใช่แต่หญิงสาวที่รู้สึกแปลก ๆแม้แต่เขาเองซึ่งเป็คนต้นคิดแผนการณ์ทั้งหมดก็ยังรู้สึกแปลกเวลาอยู่ใกล้หญิงสาวที่จริงเขาก็เจอหล่อนทุกวันปนัดดาเป็เลขาหน้าห้องที่ทำงานให้เขาโดยที่แทบทุกวันเขากับลูกน้องมีปฏิสัมพันธ์กันน้อยมากพอมาอยู่กันสองคนแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมาเสียอย่างนั้นไม่ใช่นจะรังเกียจหรือไม่ชอบหล่อน แต่ตัวเขาเองกำลังเริ่มไม่แน่ใจตัวเองตงิดๆสักครู่ปนัดดาก็พยักหน้า
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะท่านประธาน มันก็แค่การแสดงเท่านั้นนี่คะเราสองคนก็รู้ดี”
“เนี่ย...ฉันต้องขอโทษปิ๊กด้วยนะแล้วมาเที่ยวกับฉันแบบนี้ได้บอกแฟนหรือยัง”
“เอ้อ...ปิ๊กยังไม่มีแฟนค่ะท่านประธาน”
“จริงดิ?...นี่อายุขนาดนี้ยังไม่มีแฟนเลยเหรอ...นี่ฉันไม่รู้เื่นี้มาก่อนเลยนะปิ๊กเรามาทำงานกับฉันตั้งครึ่งปีแล้ว นึกว่ามีแฟนมารับมาส่งที่ทำงานทุกวันซะอีก”
“ปิ๊กเคยมีค่ะ แต่ตั้งนานแล้ว มีสมัยเรียนมหาวิทยาลัยตอนนี้เขาไปทำงานที่อื่นเราเลยไม่ได้คุยกันอีกเลย”
“คุยเหรอ?” ภูวดลเลิกคิ้ว “ไอ้คำว่าคุยนี่ ฉันว่าสาว ๆสมัยนี้เขาไม่ใช้กันแล้วนะ เดี๋ยวนี้คบกันก็ต้อง...เอ้อ...ผูกพันกันมากกว่านั้นซี”
“เื่ของเื่คือพ่อกับแม่ปิ๊กรู้ว่าเราคบกันปิ๊กพยายามไม่ทำให้ท่านผิดหวังแต่พอท่านอยากทำความรู้จักกับแฟนของปิ๊กเขาก็ไม่คุยเื่นี้อีกปิ๊กว่าเขาไม่จริงจังสักเท่าไหร่”
“แสดงว่าถ้ามีคนจริงจังพ่อกับแม่ของปิ๊กก็คงดีใจ”
“คงงั้นมังคะท่านประธาน”
หญิงสาวช้อนตามองชายหนุ่มแล้วต้องรีบหรุบเปลือกตาลงต่ำอีกหนภูวดลจะรู้ไหมว่าเวลาเขาจ้องตาหล่อนหัวใจดวงน้อย ๆดวงนั้นก็เต้นแรงทุกครั้งที่สบประสานสายตา แก้มของหล่อนเป็สีแดงเรื่อนึกโกรธตัวเองที่ปกปิดความรู้สึกไว้แทบไม่อยู่ แต่สักพักเขาก็เอ่ยขึ้นว่า
“โอเคๆ...เราไปบนดาดฟ้าเรือกันเถอะ พ่อกับแม่รออยู่ที่นั่น”