ลั่วอู่หลินเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ทันที เพียงแค่หนึ่งก้านธูปเท่านั้นที่เขาต้องทนให้ได้ ชายหนุ่มสรรค์สร้างหอกน้ำแข็งออกมากระชับจนเข้ามือด้านหลังปรากฏมีดบินน้ำแข็งอีกแปดเล่มลอยวนอยู่ หากบวกกับวงเวทย์เทียนจินตอนนี้ลั่วอู่หลินคล้ายจะเป็เทพเซียนจริงๆอย่างไรอย่างนั้น
"โอ้ ปราณหยิน ดวงเนตรอสรพิษสีม่วงที่ทอประกาย เ้าเองก็มีสมบัติล้ำค่าเช่นกัน"เทพแห่งโชคลาภกล่าวแววตาดูสนใจในตัวของเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่น้อย
"เริ่มเถอะ ข้ามีเวลาไม่มากนัก"ลั่วอู่หลินกล่าว ที่บอกว่าไม่มีเวลาเพราะจะต้องกลับออกไปยังอาณาจักรก่อนที่พวกท่านตาท่านยายของเขาจะกลับไปถึง ซึ่งหนึ่งก้านธูปก็น่าจะเท่ากับเวลาที่รุ่นเยาว์พากันไปถึงหน้าประตูทางเข้ามิติพอดี
"หืม รีบร้อนเสียจริง เช่นนั้นก็จัดให้ตามคำขอ"เทพแห่งโชคลาภกล่าว มือของเขาชี้ไปทางชายหนุ่มเบื้องหน้า วิหคทองคำพลันพุ่งมาด้วยความเร็วสูงปีกขนาดใหญ่พุ่งเข้าไปปะทะกับลั่วอู่หลินราวกับหมายเอาชีวิต
"เพล้ง!!"
"อะไร!"ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาสีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง เพียงแค่การปะทะครั้งแรกก็ทำให้เขาถอยหล่นไปถึงสิบเก้าด้วยกัน อีกครั้งยังทำให้หอกในมือแตกกระจายไม่มีชิ้นดี
'น้องชายเ้าวิหคทองคำตัวนี้มีองค์ประกอบเป็ทองซึ่งเป็ที่สุดของธาตุดินดังนั้นจึงไม่แปลกที่หอกของเ้าจะรับมือไม่ได้'ขณะที่ชายหนุ่มกำลังใช้มีดสั้นทั้งแปดรับมือวิหคเพลิงตรงหน้า ไฉ่เยว่เอ่อกล่าวขึ้นมาเพื่อไขความกระจ่าง ลั่วอู่หลินตอนนี้ได้ใช้มีดสั้นไปหมดแล้วและกำลังใช้ทักษะผนึกที่แข็งแกร่งที่สุดต่อกรกับวิหคทองคำเบื้องหน้าด้วยความยากลำบาก
ไม่ว่าชายหนุ่มจะใช้น้ำแข็งผนึกมันมากเพียงใดไม่เกินสามลมหายใจมันก็หลุดรอดออกมาได้ทุกครั้งทั้งยังจู่โจมด้วยความเร็วสูงเสียจนย่างก้าวเงาสนทยายังหลบแทบไม่พ้น
"เป็แบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่ ผ่านไปยังไม่ถึงครึ่งก้านธูปก็ถูกไล่ต้อนถึงเพียงนี้!"ชายหนุ่มกล่าว ก่อนที่ทั้งตัวจะมีชุดเกราะน้ำแข็งปรากฏออกมาซึ่งมันดูงดงามและแข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนมากนัก
"ของแบบนั้นจะไปป้องกันหลิวเอ๋อร์ของข้าได้อย่างไร"เทพแห่งโชคลาภกล่าวอย่างมั่นใจ เขาชี้นิ้วสั่งการวิหคทองคำกางกรงเล็บพุ่งใส่ลั่วอู่หลินในทันทีโดยไม่รีรอ
ทางลั่วอู่หลินเมื่อเห็นเช่นนั้นตัวเขาก็สร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาอย่าวรวดเร็วเช่นกันแต่กรงเล็บนั้นกลับตัดผ่านกำแพงอย่างง่ายดาย ทว่าหลังกำแพงกลับไม่มีชายหนุ่มอยู่อีกต่อไป ในจังหวะนี้เขาใช้ย่างก้าวเงาสนทยาด้วยความเร็วสุดขีดมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าวิหคทองคำ
หมัดของเขาซัดไปที่วิหคทองคำจนมันต้องกระเด็นไปไกล หากสังเกตุดีๆจะเห็นว่าบริเวณหน้าของเ้าวิหคทองคำตอนนี้มีรอยแตกร้ายเกิดขึ้นมาเล็กน้อย
"เป็ไปได้อย่างไร!!"เทพแห่งโชคลาภเมื่อเห็นภาพนี้ถึงกับต้องอุทานออกมาด้วยความใ วิหคทองคำนั้นขึ้นชื่อเื่พลังป้องกันที่แข็งแกร่งแต่กลับถูกชายที่อยู่แค่ระดับจักรพรรดิซัดจนกระเด็น
"หืม นั่นมัน!!"เมื่อหันมองไปยังลั่วอู่หลิน เทพแห่งโชคลาภดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้น กรงเล็บาาัอัสนีของลั่วอู่หลินได้เผยโฉมออกมาแล้ว อีกทั้งมันยังพลิกสถานการณ์ได้จากหน้ามือเป็หลังมือเลยทีเดียว
ตอนนี้ไม่ใช่วิหคทองคำอีกต่อไปที่ไล่โจมตีลั่วอู่หลิน แต่เป็ลั่วอู่หลินต่างหากที่ไล่โจมตีวิหคทองคำ เหตุการณ์นี้ทำให้เทพแห่งโชคลาภถึงกับต้องกุมขมับอย่างช่วยไม่ได้
"จะหนีไปไหน เมื่อครู่เ้ายังไล่จิกไล่ตีข้าอยู่เลยไม่ใช่หรือ"ลั่วอู่หลินกล่าว พร้อมพุ่งไปหาวิหคทองคำที่ตอนนี้กำลังบินหนีเขาผิดกับเมื่อครู่ เวลานี้มันเหมือนเกมราชสีห์ไล่จับหนูเสียมากกว่าการรับมือให้ได้หนึ่งก้านธูปตามที่เทพแห่งโชคลาภตั้งเอาไว้ และมันทำให้เทพแห่งโชคลาภเผยใบหน้าแปลกประหลาดก่อนที่จะะโยุติการทดสอบนี้
"พอแล้ว! เ้าชนะ"
ลั่วอู่หลินได้ยินก็พลันงุนงงสงสัย นี่มันยังไม่ถึงหนึ่งก้านธูปเลยไม่ใช่หรือ อีกทั้งเขายังไม่ได้แก้แค้นเ้านกนี่ที่ไล่จิกไล่ฟาดเขาอย่างสมใจเลย แม้จะดีใจที่ผ่านการทดสอบแต่อีกใจกลับเกิดความเสียดายขึ้นมาซะอย่างนั้น
"เห้อ ใครจะไปคิดว่าเ้าจะเป็ลูกหลานตระกูลาาัอัสนีบาต หากบอกแต่แรกก็ไม่ต้องทดสอบแล้วข้าสามารถยกมรดกให้เ้าเลยก็ได้"เทพแห่งโชคลาภกล่าวอย่างเหนื่อยหน่ายใจ แต่ทว่ามันกลับทำให้ลั่วอู่หลินยิ่งแปลกใจขึ้นมากขึ้นไป
"ท่านกำลังพูดเื่อะไร ข้าแซ่ลั่วเป็คนของราชวงศ์ลั่ว ไม่ใช่ตระกูลาาัอะไรนั่นเสียหน่อย"
"หึหึ เด็กน้อย แต่เ้าใช้จิตอสูรเทวะของตระกูลาาัอยู่นะ เ้ากำลังจะบอกว่าดวงจิตอสูรเทวะนี่ไม่ใช่าาัอัสนีบาตงั้นหรือ"เทพแห่งโชคลาภชี้ไปที่มือของชายหนุ่มที่ตอนนี้หุ้มไปด้วยกรงเล็บัพร้อมกับกล่าวออกมา
ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็พลันยกมือของตัวเองขึ้นมา "ท่านกำลังจะบอกว่าดวงจิตอสูรเทวะนี้คือ??"
"มันเป็จิตอสูรเทวะที่มีเพียงหนึ่งตระกูลเท่านั้นในใต้หล้า แถมของเ้ายังเป็ัที่มีอัสนีบาตทมิฬนั่นคือลักษณะของัอัสนีบาตทรราชซึ่งเป็ตำนานของตระกูลาาัอัสนีบาต"ลั่วอู่หลินที่ได้ยินเช่นนี้หัวใจก็เต้นโครมคราม นี่อาจจะเป็เบาะแสของบิดามารดาของเขาก็เป็ได้ ตระกูลาาัอัสนีบาตชื่อนี้ได้สลักในใจของเขาแล้ว สักวันหากเขามีพลังมากพอที่จะตามหาบิดาและมารดาที่หายไปสถานที่แห่งนี้จะเป็ที่แรกที่เขาจะไปอย่างแน่นอน
"ละ แล้วท่านรู้จักมันได้อย่างไร ทั้งยังไปรู้จักตำนานของตระกูลาาัอัสนีบาตอะไรนั่นอีก?"ลั่วอู่หลินกล่าวถามเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
"หึหึ เ้าจะไปรู้อะไรสมัยที่ข้ายังไม่ตายข้าท่องไปทั่วทิศทั่วแดนนั่นแหละ ข้าแวะเวียนทุกทุกที่ขอแบ่งปันสมบัติจากตระกูลเ่าั้มาก็มากมาย เมื่อคิดไปถึงตอนที่ตาเฒ่าพวกนั้นหัวเสียข้าก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดี ฮ่าๆๆๆ"เทพแห่งโชคลาภหัวเราะร่า ลั่วอู่หลินได้ยินก็พลันอดทำสีหน้าแปลกประหลาดไม่ได้ แบ่งปันสมบัติ คำพูดนี้สวยหรูแต่ความจริงก็แค่หัวขโมยไม่ใช่หรืออย่างไร
"ช่างเถอะๆข้าไม่อยากรู้เื่ของท่านแล้ว ไหนๆข้าก็ชนะแล้วท่านช่วยเล่าเื่ตระกูลาาัอัสนีบาตให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่"ลั่วอู่หลินกล่าวถาม แน่นอนเขาย่อมสนใจเพราะนี่เป็เบาะแสเดียวที่เขาสามารถจะใช้หาตัวบิดามารดา
"ก็ได้อยู่แต่ข้ารู้อะไรไม่มากหรอกนะเพราะข้าเองก็แอบเข้าไปในตระกูลาาัอัสนีบาตได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น"เทพแห่งโชคลาภกล่าว ในเมื่ออีกฝ่ายผ่านการทดสอบและเป็คนที่เขาจะส่งต่อสมบัติให้ แค่การเล่าเื่ให้ฟังสักเื่ไม่นับเป็อะไร ถือสะว่าเป็ของขวัญให้แด่ผู้รับมรดกของตนเองก็แล้วกัน
"ตระกูลาาัอัสนีบาตตั้งอยู่ในแดน์ปกครองเขตแดนทิศทักษิณทั้งหมด ทุกคนในตระกูลมีจิตอสูรเทวะาาัอัสนีบาตซึ่งมันก็จะแตกต่างกันไปตามชนชั้น เช่นชนชั้นผู้นำตระกูลสายฟ้าก็จะเป็สีแดง ผู้าุโเป็สายฟ้าสีม่วง และสมาชิกทั่วไปก็จะมีสายฟ้าสีครามหากเจือจางมากๆก็จะเป็สีขาว ลักษณะนิสัยของตระกูลนี้เป็ตระกูลที่เอาแต่ใจและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีซึ่งเป็ปกติของผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับัทั่วไป ข้อมูลคร่าวๆที่ข้ารู้ก็จะมีเพียงเท่านี้"เทพแห่งโชคลาภกล่าวอธิบาย
"เดี๋ยว! ข้ามีข้อสงสัย หากผู้นำมีสายฟ้าสีแดง ผู้าุโมีสายฟ้าสีม่วง สมาชิกทั่วไปมีสายฟ้าสีคราม หากเป็เช่นนั้นสายฟ้าสีดำของข้าละ? มันแตกต่างจากพวกเขาไม่ใช่หรือ แล้วท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าข้าเป็มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลาาัอัสนีบาต"ชายหนุ่มกล่าวถาม
"เห้อ เ้าหนูเ้าไม่ได้ยินที่ข้าพูดไปข้างต้นหรืออย่างไรว่าาาัอัสนีบาตของเ้ามันเป็ตำนาน ข้าเคยอ่านบันทึกโบราณที่อยู่ในตระกูลาาัอัสนีบาตอยู่ มันกล่าวไว้ว่า ตัวตนที่เป็ตำนานของตระกูลาาัอัสนีบาตจะแบ่งออกเป็สองตัวตนด้วยกัน หนึ่งคือาาัอัสนีบาต์ที่มีสายฟ้าสีทองอร่ามดูศักดิ์สิทธิ์วิจิตรและงดงาม สองคือาาัอัสนีบาตทรราชที่มีสายฟ้าทมิฬดูน่าเกรงขามและหวาดกลัว"
"ตัวตนทั้งสองเปรียบเสมือนหยินและหยาง าาัอัสนีบาต์เปรียบดังแสงสว่างตรงกันข้ามาาัอัสนีบาตทรราชเปรียบดังความมืด ทั้งสองจะถือกำเนิดร่วมกันในสายเืาาัอัสนีบาตที่เป็ทารกแฝดเท่านั้นส่วนโอกาสที่จะเกิดนั้นคือหนึ่งในพัน จากในอดีตนับล้านปีมีตัวตนแบบนี้เกิดขึ้นเพียงสี่ครั้งเท่านั้นและเ้าคือครั้งที่ห้า แต่ไม่รู้ว่าคำสาปหรือเพราะเหตุใดเมื่อแฝดสองคนที่มีจิตอสูรเทวะในตำนานเติบโตขึ้นจะต้องห่ำหันกันจนตายกันไปข้าง"
"ด้วยตัวตนของาาัอัสนีบาต์นั้นดูศักดิ์สิทธิ์และเป็ที่ยกย่องศรัทธา เมื่อเกิดศึกระหว่างพี่น้องขึ้นมาคนในตระกูลาาัอัสนีบาตจะอยู่ฝั่งาาัอัสนีบาต์เสมอเพื่อเข่นฆ่าาาัอัสนีบาตทรราชที่เป็ดังตัวตนแห่งความมืดมิด"เมื่อเทพแห่งโชคลาภเล่ามาถึงจุดนี้ใจของลั่วอู่หลินเต้นถี่ระรัวขึ้นมา
'แท้จริงแล้วพวกเขาไม่ได้ทิ้งเพราะข้าอ่อนแอ แต่ทิ้งข้าเพราะเห็นข้าเป็ตัวประหลาดงั้นหรือ'ลั่วอู่หลินอดคิดเช่นนี้ไม่ได้จริงๆ จิตใจของเขาเริ่มจมดิ่งและมีแต่ความเศร้าหมอง แน่นอนเขาเชื่อชายคนนี้ไปแล้วถึงแปดส่วนด้วยกันเพราะเขาเป็เพียงแค่เสี้ยวิญญาอีกทั้งยังไม่มีเหตุผลใดๆที่ต้องโกหกตน
"เฮ้ เ้าหนูอย่าทำสีหน้าอาลัยตายยากเช่นนั้นสิ ข้าบอกทุกอย่างให้เ้ารู้แล้วมารับมรดกได้"ชายหนุ่มที่ได้ยินก็เก็บอาการเศร้าของตนเอาไว้ และลอยเข้าไปหาชายตรงหน้าช้าๆแต่เห็นได้ชัดเลยว่าใบหน้าไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไร
"แบมือมา"ลั่วอู่หลินทำตามแต่โดยดี เขายื่นมือไปให้ชายหนุ่มเบื้องหน้า ทันใดนั้นมิติแห่งนี้ก็พลันเปลี่ยนไป ตัวของเขาได้ออกมานอกหอคอยเมื่อไรก็ไม่รู้อีกทั้งหอคอยขนาดใหญ่มหึมาที่เคยตั้งตระหง่านอยู่ก็พลันหายไป และกลายเป็หอคอยสีทองสิบชั้นขนาดเท่าฝ่ามือที่ตอนนี้กำลังแผ่แสงสีทองอร่ามแวววาว
"นี่เป็สมบัติเทพเพียงชิ้นเดียวที่ข้าสร้างขึ้นมา มันคือหอคอยมหาสมบัติ ความสามารถของมันคือทำให้เ้าของสามารถตรวจจับสมบัติล้ำค่าได้ กักเก็บสมบัติเทพอื่นๆได้ อีกทั้งยังสามารถให้คนเข้าไปอยู่ด้านในได้ซึ่งสภาพอากาศด้านในแปรเปลี่ยนไปตามความ้าของผู้ถือครอง มันไม่ได้มีประโยชน์ทางด้านการบ่มเพาะแต่ทว่ากลับมีประโยชน์มากในเื่ของโชควาสนาและความสะดวกสบาย ในตอนนี้เพียงเ้าหยดเืลงไปมันก็จะกลายเป็ของเ้า"