ไอร่าไม่แน่ใจว่าเธอขยับตัวเพราะอะไร
แค่รู้ว่า
หลังของเธอตรงขึ้นเล็กน้อย
เหมือนร่างกายตอบสนองต่อเสียงที่ยังไม่เกิดขึ้น
มือที่วางอยู่บนหน้าตัก
เลื่อนเข้าหากัน
นิ้วงอเข้า
โดยไม่รู้ตัว
ความเงียบในร้าน
ไม่กดทับ
ไม่กดดัน
แต่นิ่งเกินไป
มีเพียงเสียงหายใจเบา ๆ
ของรินที่นอนบนโซฟา
เอลาร่าพูดขึ้นทันที
ไม่รอ
หรือถามซ้ำ
“ช่วยพี่หน่อยนะ ไอร่า”
คำว่า ช่วย
ถูกวางลงอย่างพอดี
ไม่เบา
ไม่หนัก
เหมือนเื่ที่ควรพยักหน้ารับั้แ่แรกฟัง
ไอร่าชะงัก
สายตาเงยขึ้นเพียงนิดเดียว
ไม่ถึงกับสบตา
เอลาร่าไม่ได้อธิบาย
ไม่ได้ขยายความ
เธอพูดต่อ
เหมือนเื่นั้นชัดเจนอยู่แล้ว
“พี่เเค่อยากคุยกับหนูอีกหน่อยน่ะ”
ไม่บอกว่าเื่อะไร
ไม่บอกว่าทำไม
ไม่บอกว่าเกี่ยวกับใคร
“แป๊บเดียวเอง”
คำว่า แป๊บเดียว
ทำให้การปฏิเสธ
ดูเหมือนเื่ใหญ่เกินจำเป็
เอลาร่าขยับเข้ามาใกล้ขึ้นครึ่งก้าว
ไม่พอจะเรียกว่าเข้าหา
แต่พอให้รู้สึกว่า
ระยะห่างหายไปแล้ว
“หนูไม่ต้องทำอะไรมากหรอก”
น้ำเสียงยังคงอ่อน
ยังคงเป็พี่สาวคนเดิม
“แค่อยู่เฉย ๆ
แล้วทำตามที่พี่บอกก็พอ”
ประโยคนั้น
น้ำเสียงไม่ได้เป็คำสั่ง
แต่ไม่มีช่องให้ต่อรอง
ไอร่ารู้สึกถึงบางอย่างในอก
ไม่ใช่ความกลัว
ไม่ใช่ความไม่ไว้ใจ
แต่เป็ความรู้สึกแปลก ๆ
คล้ายตอนเด็ก
เวลาผู้ใหญ่พูดว่า
เดี๋ยวจัดการให้
เธอกลืนน้ำลาย
เงียบ
ไม่ใช่เพราะเห็นด้วย
แต่เพราะไม่รู้ว่า
ควรถามอะไร
เอลาร่าไม่ได้รอคำตอบ
เหมือนรู้ว่า
ความเงียบแบบนี้
ก็เพียงพอแล้ว
เอลาร่าไม่ได้พูดต่อทันที
เธอปล่อยให้ความเงียบ
อยู่ตรงนั้นอีกนิด
เหมือนกำลังจัดลำดับอะไรบางอย่างในหัว
โดยไม่ต้องก้มมอง
ไม่ต้องถอนหายใจ
“งั้น…”
เธอเริ่ม
น้ำเสียงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ไม่ใช่จริงจังขึ้น
แต่เป็ทางการขึ้นอย่างประหลาด
“พี่ขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการนะ”
คำว่า อย่างเป็ทางการ
ทำให้ไอร่าชะงักโดยไม่รู้ตัว
ทั้งที่มันควรจะเป็เื่ธรรมดา
เอลาร่ายิ้มบาง ๆ
รอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้มปลอบ
แต่เป็รอยยิ้มของคนที่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่
“พี่ชื่อเอลาร่า วอส”
เธอพูดช้า
ชัดทุกพยางค์
“ทำงานที่นี่ประจำแหละ”
เว้นจังหวะ
เหมือนจงใจ
“หน้าฉาก…หรือหลังฉากก็ตาม”
ประโยคนั้นไม่ควรถูกพูดในจังหวะนี้
แต่ไอร่าไม่ได้รู้สึกแบบนั้น
เธอแค่รู้สึกว่า
ตัวเองถูกดึงเข้าไปอยู่ในวงสนทนา
ที่จริงจังขึ้น
เหมือนผู้ใหญ่คุยกับเธอ
ไม่ใช่แค่ปลอบใจ
ไอร่าเงียบ
ไม่ได้ตอบชื่อกลับทันที
แต่สายตาเธอเงยขึ้นมากกว่าเดิมนิดหนึ่ง
เหมือนกำลังฟังอย่างตั้งใจ
เอลาร่าไม่ได้เร่ง
ไม่ได้ถามซ้ำ
แค่พูดต่อ
เหมือนเื่นั้นควรตามมาเอง
“พี่ว่า… พี่อยากสนิทกับหนูนะ
ถ้าหนูอยากรู้จัก พี่มากกว่านี้”
คำว่า สนิท
ทำให้การ์ดบางอย่างในอกไอร่า
ลดลงโดยไม่รู้ตัว
“หนู หนูก็เหมือนกันค่ะ..”
ไอร่าตอบอย่างรวดเร็ว
ราวกับกลัวใครเเย่งพูด
เธอมองไปที่เอลาร่าโดยตรง
ราวกับ้าสื่อถึงความจริงใจ
“งั้น..เริ่มจาก ชื่อของหนูก่อนเป็ไง?”
น้ำเสียงยังคงอ่อน
ยังคงเป็พี่สาวคนเดิม
ไม่มีแรงบังคับในคำพูด
เเต่ว่ามันกลับ
อยู่ในบริบททั้งหมด
ที่เกิดขึ้น
ณ ตอนนี้..
ไอร่ากลืนน้ำลาย
นิ้วที่เกร็งอยู่
คลายออกเล็กน้อย
“ชื่อ…”
เธอเริ่มพูด
เสียงเบากว่าที่คิด
“…ชื่อจริงของหนูนะคะ?”
เอลาร่าพยักหน้า
เบามาก
แทบไม่เห็น
“อืม”
แค่นั้น
ไม่มีคำถามเพิ่ม
ไม่มีแรงกด
ไอร่าลังเลเพียงเสี้ยววินาที
สั้นเกินกว่าจะเรียกว่าคิด
ยาวพอจะเรียกว่า ตัดสินใจ
“ไอร่า…ค่ะ”
เธอหยุด
แล้วพูดต่อ
เหมือนกลัวว่าคำตอบจะยังไม่ครบ
“ไอร่า ธอร์น”
ความเงียบตกลงมา
ไม่หนักหนาสาหัส
แต่ไม่เหมือนเดิม
เอลาร่าค้างอยู่เสี้ยววินาที
เสี้ยวเดียวจริง ๆ
เหมือนจังหวะที่คำพูดหนึ่ง
ไปชนกับข้อมูลบางอย่างในหัว
แล้วหยุดคิด
รอยยิ้มของเธอ
ยังอยู่เพียงเเต่เหมือนมันค้างไว้
ไม่ขยับ หรือ เคลื่อนไหว
กล้ามเนื้อบนใบหน้า
ก่อนที่มันจะกลับมา
เป็เหมือนปกติทุกอย่าง
“หืม…”
เธอหัวเราะเบา ๆ
เหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรเป็พิเศษ
“แสดงว่าชื่อที่บอกตอนแรก…”
เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย
“…คือชื่อจริงเลยงั้นหรอ”
น้ำเสียงยังคงนุ่ม
ยังคงเป็กันเอง
“ก็ดีนะ”
เธอยิ้ม
คราวนี้ดูพอใจจริง ๆ
“จริงใจมากเลย ไอร่า”
เว้นจังหวะนิดเดียว
นิดเดียวเท่านั้น
“ถึงจะไม่ระวังตัวเลยก็ตาม”
ไอร่าไม่ได้รู้สึกว่าถูกตำหนิ
หรือรู้สึกว่าต้องปกป้องตัวเอง
เธอแค่รู้สึกว่า ในที่เเห่งนี้
“เธอได้รับการยอมรับอย่างสมบูรณ์”
โดยไม่รู้เลยว่า
การยืนยันชื่อครั้งนี้
ได้ปิดประตูทางออก
ของเธอไปแล้ว
ร่างกายของไอร่า
เคลื่อนไหวไปเอง
ตอนแรกแค่เปลี่ยนท่านั่ง
แต่พอรู้ตัวอีกที
เธอก็ยืนอยู่แล้ว
แขนข้างหนึ่งพิงเคาน์เตอร์ไม้
น้ำหนักตัวเอนไปข้างหน้าเล็กน้อย
ใกล้กว่าตอนที่นั่งตรงนั้น
ใกล้เกินกว่าที่เธอจะนึกถึงเหตุผล
เอลาร่าไม่ได้ถอย
ไม่ได้ขยับเข้ามา
แค่ยืนอยู่ตรงนั้น
เหมือนเดิม
“หนูอยากเก่งเหมือนพี่จังเลยค่ะ”
คำพูดหลุดออกมาเอง
เร็วเกินกว่าจะกลืนกลับ
ไอร่าหัวเราะเบา ๆ
เหมือนรู้ตัวว่าพูดอะไรแปลก ๆ
แต่ไม่รู้สึกอยากหยุด
“พี่ดู…ทำอะไรได้ดี ไปหมดเลย”
เอลาร่าหรี่ตานิดหนึ่ง
เหมือนกำลังคิด
แต่รอยยิ้มยังอยู่
“เก่งตรงไหนกันล่ะ”
น้ำเสียงไม่ปฏิเสธ
ไม่ถ่อมตัว
แค่รับไว้เฉย ๆ
“ก็…ดูรู้ไปหมดทุกอย่างเลยค่ะ”
ไอร่าพูดต่อ
“หนูยังงงกับหลายอย่างมาก ๆ เลย”
เอลาร่าพยักหน้า
เหมือนไม่แปลกใจ
เเม้เเต่น้อย
“พี่ก็เหมือนกันนั่นเเหละ
ตอนเเรกก็เเบบหนูนี่เเหละ”
เมื่อรู้ว่าพี่สาวคนเก่ง
ก็เคยอยู่ในจุดเดียวกับเธอ
ไอร่าหัวเราะขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้เบากว่าเดิม
สบายใจกว่าเดิม
“พี่ชอบอะไรหรอคะ?”
เธอถามต่อ
แทบไม่เว้นจังหวะ
“นอกจากกาแฟน่ะ”
เอลาร่าทำท่าคิดจริงจังเกินจำเป็
สายตามองขึ้นเล็กน้อย
“สีหรอ…”
เธอเอียงคอ
“อืม…พี่น่าจะชอบสีเขียวนะ”
เธอหัวเราะกับคำตอบของตัวเอง
เหมือนมันไม่ได้สำคัญอะไร
“ไม่เคยคิดเื่นี้จริงจังเลยน่ะ”
แล้วก็โบกมือเล็กน้อย
“เอาเถอะ ๆ”
เธอหยุด
ก่อนจะพูดต่อเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
“ว่าแต่…”
สายตาเอลาร่าลดลงมา
หยุดที่แขนของไอร่า
“พี่ได้ยินจากรินมาว่า
หนูเคยปกป้องเด็กผู้หญิงคนนึงเอาไว้งั้นหรอ”
น้ำเสียงยังเป็กันเอง
เหมือนคุยเล่นทั่วไป
ไอร่าชะงักแค่เสี้ยววินาที
แต่รอยยิ้มยังคงอยู่
“อ๋อ…เื่นั้นหรอคะ”
เธอหัวเราะเบา ๆ
“มันช่วยไม่ได้นี่คะพี่ น้องยังเด็กมากเลยนะ
ตอนนั้น เอาจริงๆ หนูก็กลัวนะ”
ไอร่ายักไหล่
เหมือนพูดถึงเื่เล็กน้อย
“เเต่พอเห็นน้องยืนสั่นอยู่ข้างหลังหนู
หนูเห็นแบบนั้น ก็ไม่มีทางเลือกหรอกค่ะ”
เธอยิ้ม
ยิ้มอย่างอบอุ่น
อย่างที่ไม่ได้ยิ้มมานาน
เธอเผลอยิ้มกว้างขึ้น
ก่อนจะมีความคิดนึง
เเวบเข้ามาในหัว
เเต่เธอก็ผลักมันทิ้งไป
ไม่อยากจะทำลายบรรยากาศตรงหน้า
เเต่ความจริงก็คือ เธอเองก็จำไม่ได้ซะเเล้ว
ล่าสุด... เธอยิ้มแบบนี้ ครั้งสุดท้ายให้ใคร
เอลาร่าทำเสียงเบา ๆ
เหมือนประหลาดใจเกินจริง
“เห…งั้นเธอก็ฮีโร่ตัวจริงเลยสิ”
เธอก้มมองแขนของไอร่า
สายตาวิ่งสำรวจอย่างเล่น ๆ
“ตัวก็แค่นี้เองนะ”
เอลาร่าพูด
เหมือนแซว
“เอาแรงมาจากไหนกัน”
ปลายนิ้วของเธอแตะลงบนต้นแขนไอร่าเบา ๆ
บีบเพียงนิดเดียว
คล้ายเเกล้งเล่น
ไอร่าชะงัก
ลมหายใจสะดุดเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะใ
แต่เพราะไม่เคยชิน
“ฮีโร่อะไรกันคะพี่ พี่ต่างหากฮีโร่”
ไอร่าพูดเสียงเบา
แก้มร้อนขึ้นจนเป็สีเเดง
“หนูก็แค่…เอาโล่ฟาดมันจนกระเด็นไปเลยค่ะ”
เธอพูดร่าเริง
เหมือนเล่าเื่ขำ ๆ
เหมือนเื่ซุบซิบในร้านกาแฟ
เอลาร่าหัวเราะ
“จริงหรอ!”
เธอเงยหน้าขึ้น
แววตาเป็ประกาย
เ้าเล่ห์เพียงเสี้ยววินาที
เมื่อได้ยินคำว่า ''โล่''
สั้นเกินกว่าที่ไอร่าจะจับได้
“เก่งกว่าที่พี่คิดเยอะเลยนะ ไอร่า”
และในตอนนั้นเอง
โดยที่ไอร่าไม่รู้ตัว
การ์ดสุดท้ายของเธอ
ก็หล่นลงกับพื้นเรียบร้อยแล้ว
เอลาร่าหัวเราะเบา ๆ
เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้
“อ้อ…เดี๋ยวก่อนนะ”
เธอพูดขึ้นอย่างเป็กันเอง
น้ำเสียงเบา
ไม่มีอะไรเร่งรีบ
“พี่ขอแป๊บนึง”
ไม่รอคำถาม
ไม่อธิบายเพิ่ม
เธอหมุนตัวเดินออกไปด้านใน
ทิ้งให้ไอร่ายืนพิงเคาน์เตอร์อยู่คนเดียว
เสียงฝีเท้าค่อย ๆ หายไป
ตามด้วยความเงียบที่กลับมา
เงียบแบบเดิม
แต่คราวนี้…ไอร่าไม่รู้สึกอึดอัด
เธอขยับนิ้วไปมา
แตะขอบไม้ของเคาน์เตอร์
รู้สึกได้ถึงผิวัั
เหมือนกำลังยืนยันว่า
ตัวเองยังอยู่ตรงนี้
ไม่นานนัก
เอลาร่าก็กลับมา
ในมือของเธอ
คือกล้องถ่ายรูปตัวหนึ่ง
ไม่ใหม่
ไม่เก่า
สายสะพายผ่านการใช้งานมาแล้ว
“ถ่ายรูปกันเถอะ ไอร่า”
คำชวนถูกพูดขึ้นง่าย ๆ
เหมือนเป็ความคิดฉับพลัน
เหมือนเื่สนุกเล็ก ๆ หลังเลิกงาน
ไอร่ากะพริบตา
แปลกใจนิดเดียว
ก่อนจะยิ้ม
“ถะ…ถ่ายรูปหรอคะ?”
“อืม”
เอลาร่าพยักหน้า
ยกกล้องขึ้นนิดหนึ่ง
“เอ้า ทำหน้าสวย ๆ หล่ะ”
ประโยคนั้น
ทำให้ไอร่าหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ได้ค่ะ…”
เสียงตอบรับออกมาเร็วกว่าที่คิด
่ถ่ายรูปผ่านไปอย่างเรียบง่าย
ไม่เป็ทางการ
ไม่จัดท่าให้ยุ่งยาก
เอลาร่าถ่ายไปเรื่อย ๆ
มุมเผลอ
จังหวะที่ไอร่าหัวเราะ
ตอนที่เธอหันหน้าหนีเพราะเขิน
เสียงชัตเตอร์ดังแ่ ๆ
ไม่กี่ครั้ง
ไม่ต่อเนื่อง
“ดูหน่อยไหม?”
เอลาร่าขยับเข้ามา
ยื่นกล้องให้
ไอร่าโน้มตัวเข้าไปดู
ใกล้โดยไม่รู้ตัว
ไหล่แทบชนกัน
รูปเลื่อนไปทีละภาพ
ภาพของร้าน
แสงไฟ
ใบหน้าเธอในมุมที่ไม่คุ้น
แล้วนิ้วของเอลาร่าก็เลื่อนต่อ
ภาพหนึ่งปรากฏขึ้น
ต่างจากภาพก่อนหน้าอย่างชัดเจน
เป็ภาพของใครบางคน
ยืนหันหลังให้กล้อง
มือข้างหนึ่งยกขึ้นปิดอกตัวเอง
แผ่นหลังเปลือยเปล่าในระดับที่ไม่เห็นใบหน้า
และตรง่ไหล่ซ้าย
มีลวดลายบางอย่าง
ฝังอยู่บนผิว
เป็เส้นคดโค้ง
คล้ายรอยที่ไม่ควรอยู่ตรงนั้น
ไอร่าชะงัก
ลมหายใจหยุดไปเสี้ยววินาที
“อะ—”
เอลาร่าทำเสียงขึ้นพร้อมกัน
รีบเอามือแตะกล้อง
“ตายแล้ว ๆๆ”
เธอหัวเราะแห้ง ๆ
เหมือนเพิ่งนึกออก
“พี่ลืมล้างเมมเลย ขอโทษนะ”
เธอรีบกดข้ามภาพนั้น
เร็วเกินไปนิดหนึ่ง
แต่ช้าเกินกว่าจะไม่เห็น
หัวใจของไอร่าเต้นแรง
ไม่ใช่เพราะความกลัว
แต่เพราะมันคือครั้งแรก
ครั้งแรกที่เธอ
เห็นตราของคนอื่น
ชัดขนาดนี้
“พี่…”
เสียงเธอสั่นนิดเดียว
“ทำไม…ต้องถ่ายด้วยหรอคะ”
คำถามหลุดออกมาเอง
ตรงไปตรงมา
ไร้การป้องกัน
เอลาร่าหยุดมือ
ไม่เลื่อนรูปต่อ
เธอหันมามองไอร่า
แววตานุ่มนวลเหมือนเคย
แต่มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ข้างหลัง
บางอย่างที่ไม่จำเป็ต้องพูด
“พี่แค่ไม่อยากให้ถึงวันที่
เราหันกลับมาดู
แล้วนึกไม่ออกว่า
มันเริ่มเปลี่ยนั้แ่เมื่อไหร่”
น้ำเสียงของเธอบ่งบอกถึงความจริง
เเต่ มันมีอะไรมากกว่านั้น
วิธีที่เธอพูด วิธีที่เธอไม่อธิบายต่อ
มันทำให้ไอร่าตระหนักได้ในทันที
เเต่เธอก็กลบฝัง ความคิดนั้นไปอีกครั้ง
”ความคิดที่เธอ.. จะมองพี่สาวคนนี้ไม่ดี”
เเต่เอลาร่าสังเกตได้ในทันที
สายตาของเธอหรี่ลงแบบมีนัยยะ
”รับไม่ได้หรอ? คือว่า..”
เธอพูดช้าๆ ราวกับกำลังรอ..
น้ำเสียงสั่นอย่างมีรูปแบบ
เเต่ก่อนที่เธอจะได้พูดขึ้น
ไอร่าก็พูดเเทรกขึ้นมาก่อน
”รับไม่ได้อะไรกันคะ.. หนูเเค่ไม่ชินเฉย ๆ”
เธอหันหน้าหลบสายตาไปจากกล้อง
เอลาร่าพูดขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของเธอ
”จริงหรอ! ถ้างั้น..”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงดีใจจนตัวลอย
”พี่ขอถ่ายรูปตราบาปของไอร่าหน่อยสิ?”
คำถามนั้น
ไม่ได้ดัง
ไม่ได้แข็ง
ไม่ได้รีบ
แต่มัน อยู่ตรงนั้น
เหมือนมือที่วางรออยู่แล้ว
แค่รอให้เธอเอานิ้วไปสอด
ไอร่าไม่ตอบทันที
เธอมองกล้องในมือเอลาร่า
แล้วก็เงยหน้าขึ้น
สายตาเลื่อนผ่านรอยยิ้ม
ผ่านน้ำเสียงที่ยังอ่อนโยน
ผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงก่อน
หัวใจเต้นแรงขึ้น
คราวนี้ไม่ใช่เพราะตื่นเต้น
แต่เพราะรู้สึกว่า
พื้นที่ตรงหน้าแคบลง
“เอ่อ…”
เสียงของเธอเบากว่าปกติ
เหมือนกลัวจะทำให้บรรยากาศเสีย
“มัน…จำเป็หรอคะ”
คำว่า จำเป็
หลุดออกมาเอง
โดยที่เธอไม่ได้ตั้งใจจะใช้มันเป็โล่
เอลาร่าไม่ตอบทันที
เธอเอียงศีรษะนิดหนึ่ง
เหมือนกำลังคิด
เหมือนกำลังเลือกคำ
แต่ดวงตา
ไม่ลังเล
“ไม่จำเป็ก็ได้”
น้ำเสียงนั้น
เบา
เรียบ
จริงใจเกินกว่าจะจับผิด
“พี่แค่คิดว่า…
ถ้าเราอยากรู้จักกันมากขึ้น
มันก็เป็ส่วนหนึ่งของตัวหนูไม่ใช่หรอ
หรือว่า ไอร่า ไม่ไว้ใจพี่อย่างนั้นหรอ?”
ไม่มีคำว่า ต้อง
ไม่มีคำว่า ควร
ไม่มีแรงกดในภาษา
มีเพียงคำถาม
มีแค่การวางความสัมพันธ์ไว้ตรงกลาง
แล้วปล่อยให้ไอร่าเป็คนคิดเอง
ไอร่ากำมือแน่นขึ้น
นิ้วโป้งถูหลังมือไปมา
เป็ท่าทางที่เธอทำเสมอ
เวลาพยายามคิดเร็ว ๆ
เธอไม่อยากให้พี่สาวตรงหน้าคิดว่า
เธอไม่ไว้ใจ
ไม่อยากให้ความรู้สึก สนิท
ที่เพิ่งจะรู้สึก
มันลอยหายไปเหมือนหมอกควัน
ในหัวของเธอ
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา
ชัดเจนเกินไป
ถ้าปฏิเสธตอนนี้…
มันจะยังเหมือนเดิมไหม
“พี่…จะยังนับฉันเป็น้องไหมนะ”
ในขณะที่ความกลัวครอบงำ
โซ่ที่มองไม่เห็นก็คลืบคลานเข้ามา
“หนู…แค่ไม่เคยให้ใครเห็นเลยน่ะค่ะ”
เธอพูดในที่สุด
พยายามยิ้ม
ให้มันดูไม่ใช่การปฏิเสธ
เอลาร่าหัวเราะเบา ๆ
โล่งใจเกินจริงนิดหนึ่ง
เหมือนคนที่เพิ่งได้ยินคำตอบที่รออยู่แล้ว
“ไม่เป็ไรเลย”
เธอพูดเร็วขึ้น
เหมือนจะรีบปลอบ
เอลาร่ามองกล้องอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ
เหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว
“อืม”
แค่นั้น
เธอวางกล้องลง
ไม่หันมามองไอร่า
แล้วพูดต่อ
“งั้นพี่ก็คงไม่ควรถามั้แ่แรก”
สายตาของเธอมองต่ำลง
เหมือนกำลังผิดหวังเเละตัดบท
ประโยคนั้น
ควรจะเป็ทางออก
แต่ทันทีที่มันจบ
ไอร่าเกิดกลัวขึ้นมา
ความรู้สึกหนาวเหน็บในขั้วหัวใจ
เธอเ็ปเมื่อเห็นเพื่อนรุ่นพี่
ที่เธอพึ่งจะเคยมี
กำลัง ถอยห่างออกไป..
ในที่สุดไอร่าก็พูดขึ้นอีกครั้ง
น้ำเสียงลังเล หวาดระเเวง
“ถะ.. ถ่ายก็ได้ค่ะ
พี่อย่าโกรธหนูเลยนะ”
เธอรู้สึกถึงความร้อนวูบหนึ่งใต้ผิว
ไม่ใช่ตรงตำแหน่งของตรา
แต่ตรงเป็ตรงกลางอก
ตรงความ้าจะถูกยอมรับ
กำลังเอาชนะความไม่สบายใจ
“…แป๊บเดียวนะคะ”
เสียงนั้น
แทบจะเป็การขออนุญาตตัวเอง
เอลาร่ายิ้ม
ยิ้มกว้างกว่าก่อนหน้าเล็กน้อย
แต่ไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม
เธอแค่ยกกล้องขึ้น
แล้วถอยหลังครึ่งก้าว
ให้พื้นที่
ให้ความรู้สึกว่า
ไอร่า เลือกเอง
ไอร่าขยับตัว
เธอหันไปมองรินที่นอนบนโซฟา
เหมือนดูให้เเน่ใจว่าเขาหลับไปจริง ๆ
เมื่อเธอเห็นว่าเขาหลับสนิท
มือหนึ่งจับชายเสื้อแน่น
ชั่ววินาทีหนึ่ง
เธอลังเล
ก่อนจะค่อย ๆ
ยกมันขึ้น
ไม่เร็ว
ไม่ช้า
เหมือนคนที่หวังว่า
ถ้าทำช้า ๆ
ความอึดอัดจะเบาลง
เธอหลับตาสนิท
ริมฝีปากเม้มไว้
โดยไม่รู้ตัว
ิัที่ไม่เคยมีใครเห็น
โผล่พ้นผ้า
พร้อมกับลวดลายที่เธอพยายามไม่นีกถึง
ลมหายใจของเธอสะดุด
เบาจนแทบไม่ได้ยิน
เอลาร่าไม่พูดสิ่งใดออกมา
เเต่เธอกลับก้าวเข้ามาใกล้
ใกล้อีก..
ไอร่า ยังไม่ได้ลืมตา
ร่างเธอเกร็ง ปิดมันไว้เเน่น
เเต่เธอััได้ถึงความร้อนของลมหายใจ
ตอนนี้เอลาร่ากำลังหายใจรดตราบาปของเธอ
”น่าเกลียดนักนะ… ไอ่ปีศาจ”
เสียงของเอลาร่าดังขึ้นพึมพำ
ราวกับกำลังคุยกับตราบาป
เสี้ยววินาทีที่ผ่านไปช่างยาวนาน
เเต่ในที่สุดเธอก็ก้าวถอยหลังกลับไป
เธอมอง
อย่างตั้งใจ
อย่างมืออาชีพ
อย่างคนที่กำลังจดจำรายละเอียด
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้น
ร่างกายของไอร่าสะดุ้งโหยง
เหมือนได้ยินเสียงฟ้าผ่า
ยังไม่กล้าเเม้เเต่จะลืมตา
เสียงภาพถูกถ่ายดังขึ้นไม่ขาดสาย
ทุกครั้งที่มันส่งเสียงร้อง
ร่างกายของไอร่าก็ชักกระตุกทุกครั้ง
เเน่นอนว่าเอเลร่าสังเกตเห็นถึงสิ่งนั้น
เเต่เธอไม่ได้พูดถึงมัน
ราวกับสนใจสิ่งที่ถ่ายอยู่ในกล้อง
หรือไม่ก็.. ไม่ได้เเคร์อะไรเธอเลย
“แบบนี้แหละ ดีมาก”
คำชมนั้น
ไม่ได้ทำให้ใจเต้น
เธอค่อยๆคลี่ตาออก
หรี่ตามองเอลาร่า
ที่กำลังเช็ครูปภาพในกล้อง
เธอถอนหายใจเบา ๆ
จนแทบไม่ได้ยิน
ไม่ใช่เพราะความภูมิใจ
แต่เพราะลึก ๆ แล้ว
เธอกำลังโล่งใจ
โล่งใจที่
ยังไม่ถูกปฏิเสธ
ยังไม่ได้ทำให้ใครผิดหวัง
ความโล่งใจนั้นอยู่ได้ไม่นาน
เอลาร่ากดปุ่มปิดหน้าจอกล้อง
เสียง คลิก เบามาก
แต่ดังพอจะทำให้ไอร่ารู้สึกว่า
บางอย่างจบลงแล้ว
เธอไม่ยิ้ม
ไม่ถอนหายใจ
ไม่ให้คำชม
เอลาร่าเงยหน้าขึ้น
คราวนี้สายตาไม่อ่อนโยน
ไม่แซว ไม่พูดเล่น ติดตลก
ไม่เป็พี่สาวเเสนใจดีอีกต่อไป
มันเป็สายตาของคนที่
ได้ข้อมูลชุดแรกครบแล้ว
และกำลังจะไปต่อ
“ยืนนิ่ง ๆ แบบนั้นแหละ”
น้ำเสียงเรียบ
ไม่สูง
ไม่ต่ำ
ไม่ใช่คำขอ
ไอร่าชะงัก
ร่างกายแข็งค้างโดยไม่ต้องคิด
เอลาร่าขยับเข้ามาอีกก้าว
แต่ไม่ใกล้แบบก่อนหน้า
ไม่ใช่ความสนิท
เป็ระยะทำงาน
“ตำแหน่งของตรา”
เธอพูด
เหมือนอ่านหัวข้อในแฟ้ม
“อยู่กึ่งกลางค่อนไปทางซ้าย
ระดับซี่โครงที่สาม
ถูกต้องไหม”
ไอร่ากะพริบตาถี่ขึ้น
ใช้เวลาชั่ววินาทีกว่าจะเข้าใจว่า
นั่นคือคำถาม พลางใช้มือเเตะเบาๆที่ซี่โครง
เหมือนกำลังนับว่าอยู่ตรงนั้นไหม
“…ค่ะ”
เอลาร่าพยักหน้า
จดจำ
ไม่แสดงความพอใจ
เธอไม่ถามต่อทันที
สายตาเลื่อนต่ำลง
หยุดที่ิั
ที่ไอร่ากำลังพยายามไม่รู้สึกถึงมัน
“เวลาหนูไม่อยากให้ใครเห็น”
คำถามใหม่ขึ้นมาเเทน
“หนูปกปิดมันยังไง”
ไอร่าหายใจติดขัด
คำถามนั้นไม่ได้ถามถึงตรา
แต่ถามถึง พฤติกรรม
“…ใส่เสื้อหนา ๆ ค่ะ
หรือไม่ก็…หลบ”
“หลบใคร”
“…ทุกคน”
คำตอบเดิม
แต่คราวนี้มันหนักกว่า
เอลาร่าพยักหน้าอีกครั้ง
เหมือนข้อมูลตรงช่อง
“แล้วเคยมีใคร
เห็นโดยที่หนูไม่ได้ตั้งใจไหม”
ไอร่าชะงัก
ครั้งนี้
ไม่ใช่เพราะไม่เข้าใจคำถาม
แต่เพราะเข้าใจมันดีเกินไป
“..ไม่เคยค่ะ”
เสียงเบา
จนเกือบจะหายไป
คิ้วของเอลาร่าขมวดขึ้นเล็กน้อย
ไม่ใช่อารมณ์
เหมือนระบบเจอข้อมูลผิดปกติ
“หนู... พี่เป็คนเเรกที่เห็นค่ะ”
ไอร่าส่งสายตาราวกับอ้อนวอน
พร้อมกับน้ำเสียงที่พยายามเอาใจ
เเต่ปฏิกริยาของเอลาร่า
ไม่ได้ตอบสนอง ไม่เเม้เเต่จดมันลงไป
“เข้าใจแล้ว”
เธอขยับถอยหลังครึ่งก้าว
ไม่ใช่เพื่อให้พื้นที่
แต่เพื่อมองทั้งตัว
“เวลาหนูรู้สึกว่ามีคน
กำลังมองมัน”
น้ำเสียงเย็น
เป็กลาง
“ตรามีปฏิกิริยายังไง”
ไอร่ากำมือแน่น
เล็บจิกผิว
“…หนูไม่เคยให้ใครเห็นค่ะ
เเต่เมื่อกี้ที่พี่มอง.. มันอุ่นขึ้นค่ะ”
“แค่อุ่น หรือมีอย่างอื่นร่วมด้วย”
เอลาร่าจดจำทุกคำ
โดยไม่แสดงสีหน้า
คำถามเฉือนเข้ามา
“หนูควบคุมได้ไหม”
ไอร่ากลืนน้ำลาย
“…ไม่ได้ค่ะ”
คำตอบนั้น
ไม่ต้องขยายความ
เอลาร่าหยิบกล้องขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่ยกถ่าย
แค่ถือไว้ในระดับอก
“จากนี้พี่จะถามต่ออีกหลายอย่าง”
น้ำเสียงเป็ทางการเต็มรูปแบบ
“ถ้าหนูตอบไม่ได้
ให้บอกว่าจำไม่ได้
ถ้าไม่แน่ใจ
ให้บอกว่าไม่แน่ใจ”
เว้นจังหวะสั้น
“แต่ห้ามปรับคำตอบ
เพื่อให้ดูปกติ”
ไอร่าพยักหน้า
แรงเกินจำเป็
เหมือนนักเรียนรับคำสั่ง
เอลาร่ามองเธอ
ครู่หนึ่ง
ไม่ใช่เพื่อปลอบ
ไม่ใช่เพื่อกด
เหมือนกำลังยืนยันว่า
เธอยังอยู่ตรงนี้จริง ๆ
“เริ่มใหม่”
เธอพูด
“ตรานี้ ตอบสนองต่ออะไรมากที่สุด”
ไอร่ารู้สึกได้ทันทีว่า
ไม่มีทางย้อนกลับแล้ว
ไม่ใช่เพราะคำถาม
มากมายที่ต้องตอบ
เเต่เป็เพราะ
เธอยังยืนอยู่ตรงนี้
ปล่อยให้ผู้หญิงที่พึ่งรู้จัก
ตัดสินเธอ ทั้งร่างกาย
เเละ จิตใจ
เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ
ช้าจนไอร่าเริ่มไม่แน่ใจว่า
มันคือเวลาจริง
หรือแค่ช่องว่างระหว่างคำถาม
คำถามยิบย่อยมากมาย
ถูกวางลงอย่างเป็ระเบียบ
ไม่ซ้อน
ไม่ทับ
เหมือนถูกเตรียมมาแล้วก่อนหน้า
เอลาร่าไม่ได้เดินไปไหน
ไม่ได้เปลี่ยนท่า
แค่ยืนอยู่ตรงนั้น
สายตาตรึงอยู่ที่ไอร่า
เหมือนกำลังอ่านบางอย่างที่ไม่จำเป็ต้องพูดออกมา
เอลาร่าไม่รีบ
เธอปล่อยให้ความเงียบ
ทำหน้าที่ของมันจนสุด
ก่อนจะพูดขึ้น
เหมือนนึกอะไรขึ้นมาเฉย ๆ
“พี่สงสัยอย่างหนึ่งนะ”
ไม่ใช่น้ำเสียงสอบสวน
แต่ไม่ใช่การคุยเล่น
“เวลาหนูทำเพื่อใครสักคน”
เธอเอียงศีรษะนิดเดียว
“หนูแยกออกไหม
ว่านั่นคือการช่วยเหลือจากใจจริง
หรือแค่การรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง”
คำถามนี้
มันบีบไว้เเน่น
ตรงเเก่นศีลธรรมของเธอ
ยังไม่ทันให้ไอร่าจัดคำตอบ
เอลาร่าก็ถามต่อทันที
เหมือนเปลี่ยนเื่
แต่จริง ๆ คือการฟาดซ้ำ
ลงบนเเผลสดของเธอ
“แล้วถ้าวันไหน
การทำสิ่งที่ถูก
ทำให้คนตรงหน้าผิดหวัง”
สายตานิ่ง
ไม่ไล่ต้อน
ไม่กดลง
“หนูจะยังเลือกเหมือนเดิมไหม
หรือจะเลือกให้ตัวเองไม่โดนเกลียด”
เอลาร่าไม่พูดต่อ
ไม่สรุป
ไม่เฉลย
เหมือนโยนมีดลงบนโต๊ะ
แล้วถอยออกหนึ่งก้าว
ปล่อยให้ไอร่ายืนอยู่กับมัน
คนเดียว
ไม่มีใครทำอะไรผิด
ไม่มีคำสั่ง
ไม่มีการบังคับ
แต่ความรู้สึกแย่
กลับชัดขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่ใช่เพราะคำถาม
แต่เพราะ
เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า
ที่ผ่านมา
เธอ “เลือก”
หรือแค่ “ยอม”
ความนิ่งที่ไหลลึก
ลึกพอที่ไอร่าจะเริ่มรู้สึกว่า
ถ้าเธอพูดอะไรออกไปตอนนี้
มันอาจไม่ใช่คำตอบ
แต่อาจเป็การโกหกตัวเอง
เอลาร่าไม่เร่ง
ไม่จ้อง
ไม่เดินเข้ามา
ก่อนจะพูดขึ้น
เหมือนนึกอะไรขึ้นมาเฉย ๆ
“โอเค…”
น้ำเสียงธรรมดา
เกินไปด้วยซ้ำ
“งั้นพี่เข้าใจแล้ว”
คำว่า เข้าใจ
ไม่ได้ถูกใช้เพื่อปลอบ
แต่ใช้เหมือนติ๊กช่องในหัว
เอลาร่าหยิบสมุดบาง ๆ ออกมาจากด้านหลังเคาน์เตอร์
ไม่เปิดดูหน้าไหนเป็พิเศษ
เหมือนรู้แล้วว่าต้องเขียนตรงไหน
ปลายปากกาขูดลงบนกระดาษ
เสียงนั้นดังชัด
ชัดเกินกว่าที่ร้านควรจะมี
ไอร่าไม่รู้ว่าทำไม
แต่เสียงนั้นทำให้ไหล่เธอเกร็ง
เอลาร่าเขียน
ไม่เร็ว
ไม่ช้า
ไม่เงยหน้า
“ตอบคำถามเชิงคุณค่าไม่ได้”
ขีดเส้นสั้น ๆ ใต้ประโยค
“มีแนวโน้มหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
มากกว่าการตัดสินใจ”
เธอหยุดเขียน
เว้นช่องว่างหนึ่งบรรทัด
แล้วพูดต่อ
เหมือนอ่านออกมาจากในหัว ไม่ใช่จากกระดาษ
“ไม่ผิดนะ”
ไอร่าขยับริมฝีปาก
เหมือนจะพูดว่าอะไรสักอย่าง
แต่เสียงไม่ออก
เอลาร่าเงยหน้าขึ้นนิดเดียว
ไม่ถึงกับสบตา
“แค่ไม่ใช่คนที่รู้ตัวว่า
กำลังเลือกอะไรอยู่”
ประโยคนั้น
ไม่ได้เสียงดัง
ไม่ได้แข็งกร้าว
ไม่ได้มีน้ำหนักทางอารมณ์
แต่มันตกลงตรงกลางอก
พอดีจนเกินไป
ไอร่ารู้สึกเหมือน
มีอะไรบางอย่างในตัวเธอ
ถูกวางชื่อไว้เรียบร้อยแล้ว
โดยที่เธอไม่ได้เป็คนตั้ง
ไม่มีใคระโ
ไม่มีใครกล่าวหา
ไม่มีใครบอกว่าเธอผิด
แต่เธอรู้สึกแย่ขึ้นเรื่อย ๆ
แบบไม่สามารถเอาไปลงที่ไหนได้เลย
เอลาร่าพลิกหน้ากระดาษ
“เื่ตรา…”
น้ำเสียงเปลี่ยน
ไม่อ่อน
ไม่แข็ง
เป็โหมดทำงานเต็มรูปแบบ
“จากที่ได้ยินมา
ไม่มีระบบป้องกันอัตโนมัติ”
เธอพยักหน้าเบา ๆ
เหมือนยืนยันกับข้อมูลที่ตัวเองรู้ดีอยู่แล้ว
“ตราเป็โล่”
หยุด
“แต่ไม่ใช่โล่ที่ยกขึ้นเอง”
ปลายปากกาหยุดค้าง
ก่อนจะเขียนต่อ
“แปลว่า
หนูไม่ได้ปกป้องตัวเอง”
เงยหน้าขึ้น
คราวนี้สบตาไอร่าเต็ม ๆ
ไม่มีความดุ
ไม่มีความดูถูก
ไม่มีอะไรให้จับเป็อารมณ์
“หนูแค่ยืนรับทุกอย่าง
แล้วเรียกมันว่าการปกป้อง”
คำพูดนั้น
ไม่เปิดช่องให้โต้เเย้ง
เพราะมันไม่ได้กล่าวโทษ
มันแค่
สะท้อน
ไอร่ารู้สึกเหมือน
แต่เหตุผลที่เธอยืนอยู่
เริ่มไม่มั่นคง
พื้นใต้เท้าไม่ได้หายไป
บนโซฟา
รินขยับตัวเล็กน้อย
ลืมตาขึ้นครึ่งหนึ่ง
มองภาพตรงหน้า
แล้วก็ไม่ได้พูดอะไร
เอลาร่าปิดสมุด
วางมันลงอย่างเรียบร้อย
“เอาล่ะ”
คำสั้น ๆ
เหมือนเปลี่ยนหน้าเอกสาร
เธอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
“พี่ไม่ถามต่อแล้ว”
ไอร่าชะงัก
หัวใจเต้นแรงขึ้น
ไม่ใช่เพราะโล่งใจ
แต่เพราะ
จู่ ๆ ก็ไม่แน่ใจว่า
นี่คือจุดจบ
หรือจุดเริ่ม
เอลาร่าขยับตัว
เดินอ้อมเคาน์เตอร์ออกมา
ครั้งนี้ระยะห่างหายไปจริง ๆ
ไม่ใช่เพราะใกล้
แต่เพราะ
ไม่มีอะไรคั่น
“พี่ขออย่างเดียว”
น้ำเสียงต่ำลง
ชัดขึ้น
ตรงขึ้น
“ใช้มัน”
ไอร่ากะพริบตา
สมองตามไม่ทัน
ร่างกายยังคงชา
เเละหาคำตอบไม่ได้
ว่าทำไม ''พี่สาวใจดี'' หายไปไหน..
“…คะ?”
เอลาร่าไม่ทวน
ไม่อธิบายยาว
“พลังของหนู”
สายตานิ่ง
ไม่ท้าทาย
ไม่บังคับ
“ตอนนี้”
คำว่า ตอนนี้
ไม่ได้เร่ง
แต่มันไม่เปิดทางให้ถอย
หัวใจของไอร่ากระตุกแรง
ความคิดวิ่งชนกันในหัว
เร็วเกินไป
เธอไม่เคยใช้มัน
ต่อหน้าคนอื่น
ไม่เคยเพราะ “ถูกขอ”
เธอเคยใช้
เพราะจำเป็
เพราะไม่มีทางเลือก
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แบบนั้น
ไม่มีใครคุกคาม
ไม่มีใครทำร้าย
ไม่มีสถานการณ์บังคับ
มีแค่คำขอ
ที่ไม่ให้รางวัล
และไม่ให้เหตุผล
“ถ้าหนูไม่ใช้”
เอลาร่าพูดต่อ
เรียบ ๆ
“พี่ก็จะจดว่า
หนูเลือก ‘ยอม’ อีกครั้ง”
ประโยคนั้น
กดตัวตนของเธอ
ให้เล็กเหลือเพียงเท่าฝ่ามือ
มันปิดทุกทางหนี
ไอร่ารู้สึกถึงความร้อน
ไม่ใช่ตรงตราในทันที
แต่ลึกกว่านั้น
เหมือนอะไรบางอย่างกำลังถูกปลุก
มือของเธอสั่น
ไม่ใช่เพราะกลัว
แต่เพราะลังเล
เธอสูดหายใจเข้า
ช้า
ลึก
เป็ครั้งแรกั้แ่เข้ามาในร้านนี้
ที่เธอรู้สึกว่า ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง
สิ่งที่ถูกจด
จะไม่ใช่แค่ในสมุดของเอลาร่า
แต่จะติดอยู่ในหัวของเธอเอง
และครั้งนี้
ไม่มีใครเลือกแทนเธอได้
แม้แต่ตัวเธอเอง
ก็ต้องตัดสินใจ
ตอนนี้.