บทที่ 23 : เตาหลอมเทวะแผลงฤทธิ์ งานประมูลเดือดแห่งหอสมบัติ์!
สามวันก่อนงานประมูลใหญ่ ณ คฤหาสน์ตระกูลเยี่ย
บรรยากาศภายในเรือนพักรับรองพิเศษที่ตระกูลเยี่ยจัดเตรียมไว้ให้ซูหลงอวิ๋นนั้น เงียบสงัดและถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิงด้วยค่ายกลระดับสูง แม้แต่เยี่ยหนานเทียนผู้เป็ประมุขตระกูลซึ่งอยู่ในขอบเขติญญาก่อกำเนิด ก็ยังมิกล้าส่งจิตััเข้ามาก้าวก่าย ด้วยเกรงว่าจะไปรบกวนการบ่มเพาะของตัวตนอันตรายผู้นี้
ภายในห้องศิลาลับใต้ดินของเรือนรับรอง ซูหลงอวิ๋นนั่งขัดสมาธิอยู่ใจกลางค่ายกลรวบรวมปราณ เบื้องหน้าของเขามิใช่เตาหลอมศิลาแดงระดับต่ำอีกต่อไป ทว่ามันคือ 'เตาหลอมเก้าักลืน์' สมบัติระดับเทวะที่แผ่กลิ่นอายาอันยิ่งใหญ่และกดดันสัจธรรมแห่งฟ้าดิน!
"การจะแย่งชิง 'มุกิญญาเหมันต์' ท่ามกลางยอดฝีมือและขุมอำนาจระดับมหาทวีป หินปราณที่ข้าปล้นชิงมาจากแคว้นวายุคลั่ง แม้จะมีนับแสนก้อน ทว่าอาจยังไม่เพียงพอต่อการทุ่มประมูลให้ชนะขาดลอย ข้าจำต้องสร้าง 'ทรัพย์สิน' ที่มีมูลค่ามหาศาลจนทำให้์ยังต้องสั่นะเืขึ้นมาเสียก่อน"
ซูหลงอวิ๋นพึมพำ ั์ตาสีดำสาดประกายความมั่นใจ เขาสะบัดมือขวา แหวนมิติและถุงิญญาหลายใบก็เปิดออก ทรัพยากรระดับสูงที่ได้มาจากประมุขสำนักหมอกบรรพตและคลังสมบัติตระกูลหลิน ลอยคว้างขึ้นสู่อากาศ สมุนไพริญญาระดับห้าและระดับหกที่หาได้ยากยิ่ง เปล่งประกายแสงหลากสีสันส่องสว่างไปทั่วห้องศิลา
"วันนี้ ข้าจะหลอม 'โอสถทะลวงิญญา' และ 'โอสถต่ออายุขัย์'!"
โอสถทะลวงิญญา คือโอสถ์ที่สามารถเพิ่มโอกาสให้ยอดฝีมือขอบเขตแก่นแท้ทองคำขั้นสูงสุด ทะลวงเข้าสู่ขอบเขติญญาก่อกำเนิดได้อย่างปลอดภัย ส่วนโอสถต่ออายุขัย์นั้น สามารถต่ออายุขัยของผู้ฝึกยุทธ์ที่กำลังจะสิ้นอายุขัยได้ถึงห้าร้อยปี! ทั้งสองสิ่งนี้คือโอสถในตำนานที่แม้แต่นักปรุงยาระดับปรมาจารย์แห่งมหาทวีปศูนย์กลางก็ยังยากจะหลอมได้สำเร็จ
"เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก... จงตื่น!"
ฟู่!
เปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ลุกโชนขึ้นกลางฝ่ามือ ก่อนจะถูกส่งเข้าไปในช่องรับไฟของเตาหลอมเทวะ ลวดลายัทองทั้งเก้าบนผิวเตาเริ่มแหวกว่ายและส่งเสียงคำรามก้อง ซูหลงอวิ๋นใช้วิถีแห่งเทวะควบคุมการหลอมอย่างประณีต สมุนไพรนับร้อยชนิดถูกดูดกลืนเข้าไปในเตาหลอม ภายใต้อำนาจของกฎเกณฑ์แห่งมิติและกาลเวลาที่สลักอยู่ในเตาหลอมเก้าั สมุนไพรเ่าั้ถูกสกัดเอาแก่นแท้ที่บริสุทธิ์ที่สุดออกมาในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ!
กระบวนการหลอมโอสถระดับนี้ หากเป็ผู้อื่นคงต้องใช้เวลาหลายเดือน ทว่าด้วยสมบัติเทวะ เคล็ดวิชากลืนนภาผลาญจักรวาล และเพลิงิญญาปฐี ทุกอย่างถูกร่นระยะเวลาลงเหลือเพียงสองวันสองคืน!
วิ้งงงง!!!
ในรุ่งอรุณของวันที่สาม ลำแสงสีทองคำและสีเขียวมรกตพุ่งทะลวงออกจากฝาเตาหลอม กลิ่นหอมศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถทำให้ผู้สูดดมรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่แผ่ซ่านออกไป ทว่าถูกค่ายกลของซูหลงอวิ๋นกักเก็บไว้มิให้เล็ดลอดออกไปภายนอกแม้แต่กระผีกริ้น
เม็ดโอสถขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือจำนวนหกเม็ด ลอยล่องอยู่กลางอากาศ สามเม็ดเป็สีทองอร่ามมีลวดลายเมฆาห้าเส้นพาดผ่าน นี่คือ 'โอสถทะลวงิญญาระดับสมบูรณ์แบบ' อีกสามเม็ดเป็สีเขียวมรกตแผ่กลิ่นอายแห่งชีวิตอันไร้ที่สิ้นสุด นี่คือ 'โอสถต่ออายุขัย์ระดับสมบูรณ์แบบ'!
"ยอดเยี่ยม... การมีเตาหลอมเทวะช่วยให้ข้าประหยัดพลังงานไปได้มหาศาล ซ้ำยังดึงศักยภาพของสมุนไพรออกมาได้เกินขีดจำกัด โอสถหกเม็ดนี้ มากพอที่จะซื้อเมืองสุริยันจันทราได้ทั้งเมืองด้วยซ้ำ!"
ซูหลงอวิ๋นเก็บเม็ดโอสถใส่ขวดหยกปิดผนึกอย่างระมัดระวัง เขาเก็บเตาหลอมเก้าักลับเข้าสู่จุดตันเถียน ลุกขึ้นยืนและสะบัดเสื้อคลุมสีขาวขลิบทองให้เรียบร้อย รัศมีพลังของขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้นถูกเก็บซ่อนไว้อย่างแเี แฝงไว้เพียงความลึกล้ำประดุจมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง
กาลเวลาได้มาถึงแล้ว งานประมูลใหญ่แห่งหอสมบัติ์กำลังจะเปิดม่าน!
...
หน้าคฤหาสน์ตระกูลเยี่ย
เยี่ยหนานเทียนในชุดคลุมผู้นำตระกูลเต็มยศ พร้อมด้วยเยี่ยชิงอีและผู้าุโสาม ยืนรอคอยอยู่ที่หน้ารถม้าเทียมสัตว์อสูรระดับเจ็ด เมื่อเห็นซูหลงอวิ๋นก้าวเดินออกมา เยี่ยหนานเทียนก็รีบประสานมือคารวะด้วยความนอบน้อม
"ท่านซูหลงอวิ๋น รถพร้อมแล้วขอรับ งานประมูลจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งชั่วยามข้างหน้า"
"รบกวนท่านผู้นำตระกูลแล้ว ไปกันเถิด" ซูหลงอวิ๋นพยักหน้า ก้าวขึ้นไปนั่งบนรถม้าอย่างสง่าผ่าเผย
ตลอดเส้นทางสู่หอสมบัติ์ ท้องถนนในเมืองสุริยันจันทราคลาคล่ำไปด้วยผู้คน รถม้าหรูหราจากตระกูลใหญ่และสำนักต่างๆ ทั่วทั้งมหาทวีปเดินทางมารวมตัวกัน กลิ่นอายของผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงปะทะกันในอากาศจนเกิดประกายไฟ
เมื่อขบวนรถม้าของตระกูลเยี่ยเดินทางมาถึงหน้าอาคารมหึมาของหอสมบัติ์ ซึ่งสร้างขึ้นจากศิลาผลึกิญญาสีทองสูงตระหง่านนับร้อยชั้น แผ่กลิ่นอายความมั่งคั่งและอำนาจที่ไม่อาจหยั่งถึง ซูหลงอวิ๋นก็ต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย
"หอการค้าอันดับหนึ่งแห่งมหาทวีปศูนย์กลาง... ค่ายกลพิทักษ์ของที่นี่อยู่ในระดับ '์ขั้นต้น' เชียวรึ นับว่ามีรากฐานที่ไม่ธรรมดา" ซูหลงอวิ๋นประเมินในใจ
ในขณะที่พวกเขากำลังก้าวลงจากรถม้า เสียงแค่นหัวเราะอันคุ้นเคยและเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายก็ดังขึ้นจากด้านข้าง
"หึ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็ตระกูลเยี่ย และไอ้สวะบ้านนอกที่บังอาจลอบทำร้ายบุตรชายของข้า!"
ผู้ที่ก้าวเข้ามาคือกลุ่มคนในชุดคลุมสีม่วง นำโดยชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำประดุจหมีป่า ใบหน้าของมันมีรอยแผลเป็ทางยาวพาดผ่านดวงตา แผ่กลิ่นอายความดุร้ายและทรงพลังของขอบเขต 'ิญญาก่อกำเนิดขั้นกลาง'!
มันคือ 'เหลยป้าเทียน' ประมุขตระกูลเหลย! บิดาของเหลยเทียนป้าที่ถูกซูหลงอวิ๋นตบจนหน้ายุบเมื่อสามวันก่อน! ด้านหลังของมันคือเหลยเทียนป้าที่ใบหน้าซีกซ้ายยังคงพันผ้าพันแผลเอาไว้แน่น ดวงตาที่มองมายังซูหลงอวิ๋นเต็มไปด้วยไฟแค้นที่แทบจะเผาไหม้ทุกสิ่ง!
"ท่านพ่อ! มันนั่นแหละ! ไอ้สัตว์ประหลาดที่ทำร้ายข้าและหยามเกียรติตระกูลเหลย!" เหลยเทียนป้าชี้มือสั่นเทิ้มไปยังซูหลงอวิ๋น
เยี่ยหนานเทียนรีบก้าวออกมาขวางหน้าซูหลงอวิ๋น โคจรพลังิญญาก่อกำเนิดขั้นต้นต้านทานแรงกดดันของเหลยป้าเทียน "เหลยป้าเทียน! ที่นี่คือหน้าหอสมบัติ์ เ้าคิดจะก่อเื่รึ! บุตรชายของเ้าปากพล่อยไปล่วงเกินท่านซูหลงอวิ๋นก่อน การโดนสั่งสอนไปบ้างย่อมเป็เื่สมควรแล้ว!"
"ตระกูลเยี่ยของเ้าช่างกล้าหาญนักที่ปกป้องคนนอก! รวบรวมปราณ... ไม่สิ เพิ่งจะทะลวงสร้างรากฐานขั้นต้นงั้นรึ?" เหลยป้าเทียนหรี่ตามองทะลุระดับพลังที่ซูหลงอวิ๋นจงใจแสดงออกมา มันแสยะยิ้มเย้ยหยัน "มิน่าเล่าถึงกล้าโอหัง ที่แท้ก็อาศัยวิชาลับปกปิดลมปราณลอบโจมตีเทียนป้า! ไอ้เด็กเหลือขอ หากมิใช่เพราะวันนี้มีงานประมูลสำคัญ ข้าจะฉีกร่างเ้าเป็ชิ้นๆ ตรงนี้เลยเชียว! จงรักษาคอหอยของเ้าไว้ให้ดี เมื่อจบงานประมูลเมื่อใด ข้าจะมาทวงมันคืน!"
ซูหลงอวิ๋นที่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่ด้านหลังเยี่ยหนานเทียน ค่อยๆ ก้าวออกมาเบื้องหน้า เขามองสบตากับิญญาก่อกำเนิดขั้นกลางอย่างไร้ความหวาดกลัว มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มมัจจุราช
"เสียงเห่าหอนของสุนัขเฒ่า ช่างน่ารำคาญไม่ต่างจากลูกสุนัขเลยจริงๆ... หากเ้าอยากได้คอหอยของข้า ก็จงเตรียมโลงศพของตนเองมารอไว้ได้เลย เพราะข้าเกรงว่าเ้าจะไม่มีโอกาสได้กลับไปฝังศพตนเองที่สุสานตระกูลเหลย"
"เ้า!" เหลยป้าเทียนเดือดดาลจนแทบจะะเิพลัง ทว่ายามหน้าประตูหอสมบัติ์เริ่มจับจ้องมาที่พวกมัน มันจึงต้องกัดฟันสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง "ฝากไว้ก่อนเถอะ! ไป!"
ตระกูลเหลยเดินกระแทกเท้าเข้าไปในงานประมูล เยี่ยหนานเทียนหันมามองซูหลงอวิ๋นด้วยสีหน้าหนักใจ "ท่านซูหลงอวิ๋น เหลยป้าเทียนผู้นี้โเี้และเ้าคิดเ้าแค้นนัก พลังของมันสูงกว่าข้าหนึ่งขั้นย่อย หากจบงานประมูลแล้วเกิดการปะทะกัน ตระกูลเยี่ยอาจจะต้านทานมันไม่อยู่..."
"ท่านผู้นำตระกูลเยี่ยไม่ต้องกังวล ข้ามิได้พึ่งพิงร่มเงาของผู้ใด ข้าจัดการเื่ของข้าเองได้" ซูหลงอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ"ทว่าก่อนจะเข้างานประมูล ข้า้าพบผู้ประเมินสินค้าระดับสูงสุดของหอสมบัติ์ ข้ามีของบางอย่างต้องนำเข้าประมูลเพื่อแลกเปลี่ยนเป็ทุนทรัพย์"
เยี่ยหนานเทียนพยักหน้า รีบนำทางเด็กหนุ่มไปยังช่องทางพิเศษสำหรับแขกวีไอพี เพื่อเข้าสู่ห้องประเมินสินค้าลับของหอการค้า
ภายในห้องประเมินที่ตกแต่งด้วยทองคำและหยกหอม ปรากฏชายชราสวมชุดคลุมสีทองคำผู้หนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะผลึกิญญา ชายชราผู้นี้มีกลิ่นอายลึกล้ำประดุจผู้หยั่งรู้เต๋า ท่านคือ 'ปรมาจารย์ม่อ' หัวหน้าผู้ประเมินสูงสุดแห่งหอสมบัติ์ สาขาเมืองสุริยันจันทรา!
"ผู้นำตระกูลเยี่ย วันนี้ท่านนำสมบัติใดมาให้ชายชราผู้นี้เบิกเนตรกันรึ?" ปรมาจารย์ม่อเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สายตาปรายมองเยี่ยหนานเทียนและซูหลงอวิ๋น
"ท่านปรมาจารย์ม่อ ผู้ที่้าประเมินสินค้าคือสหายซูหลงอวิ๋นผู้นี้ขอรับ ท่านซูเป็แขกเกียรติยศของตระกูลข้า" เยี่ยหนานเทียนผายมือแนะนำ
ปรมาจารย์ม่อหรี่ตามองเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีที่อยู่เพียงขอบเขตสร้างรากฐาน ความผิดหวังพาดผ่านั์ตาของท่าน "เด็กน้อย หอสมบัติ์มิใช่สถานที่สำหรับของเล่นเด็ก หากสมบัติของเ้าไม่ถึงระดับปฐีขั้นสูง ข้าก็คงไม่อาจเสียเวลาประเมินให้ได้หรอกนะ"
ซูหลงอวิ๋นมิได้โต้เถียง เขาเพียงแค่เดินเข้าไปใกล้โต๊ะผลึกิญญา ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ และนำขวดหยกสองขวดออกมาวางลงบนโต๊ะเบาๆ
"ข้าไม่รู้ว่าของสิ่งนี้อยู่ในสายตาของท่านหรือไม่ แต่ข้าคิดว่ามันน่าจะพอมีค่าอยู่บ้าง"
ปรมาจารย์ม่อถอนหายใจ เอื้อมมือไปหยิบขวดหยกใบแรกขึ้นมาเปิดจุกก๊อกออกด้วยท่าทีเกียจคร้าน!
วิ้งงงง!!
ทันทีที่ขวดหยกเปิดออก ลำแสงสีทองคำก็สาดส่องพวยพุ่งออกมาจากปากขวด กลิ่นหอมศักดิ์สิทธิ์ที่แฝงไปด้วยอำนาจทะลวงคอขวดแห่งิญญาแผ่ซ่านไปทั่วห้องประเมิน! ลมปราณในร่างของปรมาจารย์ม่อที่หยุดนิ่งมานับร้อยปี พลันเกิดการสั่นะเือย่างรุนแรงประดุจน้ำเดือด!
"นะ... นี่มัน!"
ปรมาจารย์ม่อผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตะลึงสุดขีด เก้าอี้หยกด้านหลังล้มระเนระนาด ท่านเทเม็ดโอสถสีทองคำที่มีลวดลายเมฆาห้าเส้นลงบนฝ่ามือด้วยมือที่สั่นเทิ้มดุจจ้าวเข้า ดวงตาชราภาพเบิกกว้างจนแทบฉีกขาด!
"ลายเมฆาห้าเส้น! โอสถทะลวงิญญาระดับสมบูรณ์แบบ! ์! นี่มันโอสถในตำนานที่สูญหายไปแล้ว! เม็ดเดียวสามารถสร้างยอดฝีมือิญญาก่อกำเนิดได้หนึ่งคนโดยปราศจากผลข้างเคียง!"
ปรมาจารย์ม่อแทบจะคลุ้มคลั่ง ท่านรีบคว้าขวดหยกใบที่สองมาเปิดดู เมื่อลำแสงสีเขียวมรกตและกลิ่นอายแห่งชีวิตอันไร้ที่สิ้นสุดพวยพุ่งออกมา ชายชราก็ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้น!
"โอสถต่ออายุขัย์... ลายเมฆาห้าเส้น! ต่ออายุขัยห้าร้อยปี! เป็ไปไม่ได้! ในมหาทวีปศูนย์กลางแห่งนี้ ปรมาจารย์โอสถที่เก่งกาจที่สุด ยังหลอมได้เพียงระดับมนุษย์ขั้นสูงเท่านั้น! คุณชาย... ท่าน... ท่านได้ของวิเศษระดับฟ้าประทานเหล่านี้มาจากที่ใด!"
ปรมาจารย์ม่อเงยหน้ามองซูหลงอวิ๋นด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความดูแคลน เป็ความเคารพเทิดทูนและยำเกรงอย่างสูงสุด! คนที่สามารถโอสถระดับนี้ได้ เื้ัต้องมีตัวตนระดับ 'กึ่งเทพ' หรือ 'บรรพชนศักดิ์สิทธิ์' หนุนหลังอยู่อย่างแน่นอน!
เยี่ยหนานเทียนและเยี่ยชิงอีที่ยืนอยู่ด้านหลัง ต่างอ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปได้ พวกเขารู้ว่าซูหลงอวิ๋นแข็งแกร่ง ทว่าไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะมีความมั่งคั่งระดับที่ทำให้ปรมาจารย์แห่งหอสมบัติ์ต้องคุกเข่า!
"เื่ที่มาของโอสถ มิใช่สิ่งที่ท่านจำเป็ต้องรู้ ข้าเพียงแค่้านำโอสถทะลวงิญญาหนึ่งเม็ด และโอสถต่ออายุขัยหนึ่งเม็ด เข้าประมูลในงานวันนี้ เพื่อนำหินปราณไปประมูล 'มุกิญญาเหมันต์' ทรัพย์สินเหล่านี้ เพียงพอหรือไม่?" ซูหลงอวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เพียงพอ! เพียงพออย่างแน่นอนขอรับ! ไม่สิ! มูลค่าของโอสถสองเม็ดนี้ รวมกันแล้วสูงกว่ามุกิญญาเหมันต์เสียอีก!" ปรมาจารย์ม่อรีบผุดลุกขึ้นมา ประสานมือโค้งคำนับซูหลงอวิ๋นเก้าสิบองศา
ท่านรีบล้วงเอาป้ายหยกสีดำสนิทที่ขลิบด้วยทองคำแท้ มอบให้แก่เด็กหนุ่มด้วยสองมือ "คุณชายซู! นี่คือ 'ป้ายหยกทองคำดำ' สัญลักษณ์ของแขกเกียรติยศระดับสูงสุดแห่งหอสมบัติ์! ผู้ถือครองป้ายนี้ สามารถเบิกถอนหินปราณระดับสูงล่วงหน้าได้หนึ่งแสนก้อน! และได้รับสิทธิพิเศษในการประมูลอย่างเต็มที่ ข้าน้อยจะนำโอสถของท่านขึ้นเป็ 'สินค้าชิ้นสุดท้าย' ของการประมูลในวันนี้เลยขอรับ!"
ซูหลงอวิ๋นรับป้ายหยกทองคำดำมาเก็บไว้ด้วยความพึงพอใจ"เยี่ยมมาก หวังว่าการประมูลวันนี้ จะไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวัง"
...
ณ ลานประมูลกว้างใหญ่ของหอสมบัติ์
อัฒจันทร์ถูกแบ่งออกเป็หลายระดับ ชั้นล่างสุดเนืองแน่นไปด้วยผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นแท้ทองคำนับหมื่นชีวิต ส่วนชั้นบนซึ่งเป็ห้องกระจกส่วนตัวตกแต่งอย่างหรูหรา คือที่พำนักของยอดฝีมือิญญาก่อกำเนิดและประมุขขุมอำนาจระดับสูง
ซูหลงอวิ๋น เยี่ยหนานเทียน และเยี่ยชิงอี นั่งอยู่ในห้องรับรองพิเศษหมายเลขหนึ่ง ซึ่งเป็ห้องที่ดีที่สุด ด้วยบารมีของป้ายหยกทองคำดำ! ในขณะที่ตระกูลเหลย นำโดยเหลยป้าเทียน ต้องจำใจนั่งอยู่ในห้องหมายเลขสามด้วยความคับแค้นใจ เมื่อเห็นว่าศัตรูของตนได้รับการปฏิบัติราวกับจักรพรรดิ
แสงไฟดับลง สปอตไลต์ิญญาสาดส่องลงมายังเวทีหินอ่อนเบื้องล่าง ปรากฏร่างของสตรีโฉมงามสะคราญในชุดกี่เพ้าสีแดงเพลิง นางคือ 'หยาหรง' ประธานการประมูลและผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งหอสมบัติ์สาขานี้ กลิ่นอายของนางลึกล้ำอยู่ในขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นปลาย!
"ยินดีต้อนรับยอดฝีมือทุกท่าน เข้าสู่งานประมูลใหญ่รอบสิบปีแห่งหอสมบัติ์!" เสียงหวานใสของหยาหรงดังกังวานก้อง สะกดทุกสายตาให้จับจ้อง
"วันนี้ ข้าน้อยขอรับรองว่า สินค้าทุกชิ้นล้วนเป็สมบัติล้ำค่าที่จะทำให้พวกท่านต้องหลั่งเืแย่งชิง และเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา เรามาเริ่มการประมูลกันเลยเ้าค่ะ!"
การประมูลดำเนินไปอย่างดุเดือด สินค้าหายาก ไม่ว่าจะเป็ ศาสตราิญญาระดับปฐี คัมภีร์ยุทธ์า หรือแก่นอสูรระดับสูง ล้วนถูกนำออกมาประมูลและเคาะขายในราคาสูงลิ่ว ซูหลงอวิ๋นนั่งจิบสุราผลไม้ิญญาอย่างใจเย็น เขามิได้เสนอราคาแข่งขันกับผู้ใดเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เพราะสายตาของเขาจับจ้องเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้น
เวลาผ่านไปกว่าสามชั่วยาม จนกระทั่งถึง่โค้งสุดท้ายของการประมูล
บรรยากาศในลานประมูลตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้มีอำนาจในห้องวีไอพีต่างขยับตัวนั่งหลังตรง เพราะพวกเขารู้ดีว่า 'ของจริง' กำลังจะปรากฏ
หยาหรงโบกมือเบาๆ แท่นหยกกลางเวทีก็เลื่อนขึ้นมา พร้อมกับกล่องศิลาสีน้ำเงินเย็นเยียบที่ปลดปล่อยไอเย็นะเืออกมาจนเวทีประมูลเกิดเกล็ดน้ำแข็ง
"สินค้าชิ้นรองสุดท้ายในวันนี้... คือกุญแจสำคัญสำหรับผู้ที่ปรารถนาจะก้าวเข้าสู่เขตแดนต้องห้าม 'ทะเลมหันตภัยนิรันดร์'!"
หยาหรงเปิดฝากล่องศิลาออก เผยให้เห็นไข่มุกสีขาวบริสุทธิ์ขนาดเท่าดวงตา ที่เปล่งประกายแสงสีฟ้าอ่อน ไอเย็นที่แผ่ออกมาจากไข่มุกเม็ดนี้ สามารถต้านทานเปลวเพลิงไร้รูปในทะเลมหันตภัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"มุกิญญาเหมันต์ สมบัติวิเศษระดับศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น! ราคาเริ่มต้นอยู่ที่... ห้าหมื่นหินปราณระดับสูง! เพิ่มราคาขั้นต่ำครั้งละห้าพันหินปราณ!"!
ฮือฮา!!
เพียงแค่ราคาเริ่มต้น ก็ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ชั้นล่างต้องถอนหายใจด้วยความสิ้นหวัง ห้าหมื่นหินปราณระดับสูง! (เทียบเท่าห้าล้านหินปราณระดับต่ำ) นี่มันคือทรัพย์สินที่สามารถสร้างเมืองใหญ่ได้ทั้งเมือง!
"หกหมื่นหินปราณระดับสูง!" ผู้นำตระกูลใหญ่แห่งหนึ่งะโเสนอราคา
"เจ็ดหมื่น!"
"แปดหมื่น!"
ราคาพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ภายในเวลาไม่ถึงชั่วจิบชา ราคาก็ทะลุไปถึงหนึ่งแสนหินปราณระดับสูง!
ณ ห้องรับรองพิเศษหมายเลขสาม เหลยป้าเทียนประมุขตระกูลเหลย ลุกขึ้นยืน ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความโลภ "หนึ่งแสนสองหมื่นหินปราณระดับสูง! มุกิญญาเหมันต์นี้ ตระกูลเหลยของข้า้ามัน! ผู้ใดกล้าแย่งชิง เท่ากับเป็ศัตรูกับข้า!"
คำขู่ของิญญาก่อกำเนิดขั้นกลาง ทำให้ห้องรับรองพิเศษอื่นๆ ต้องชะงักไป หลายตระกูลไม่กล้าทุ่มทุนสร้างศัตรูที่แข็งแกร่งปานนี้
เหลยป้าเทียนยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ มันหันไปมองห้องหมายเลขหนึ่งด้วยสายตาเย้ยหยัน หมายจะข่มขวัญตระกูลเยี่ยและเด็กหนุ่มที่มันแค้นเคือง
ทว่า ในวินาทีที่หยาหรงกำลังจะขานนับครั้งที่หนึ่ง...
"สองแสนหินปราณระดับสูง."
เสียงราบเรียบ เ็า และแฝงไปด้วยความโอหังอย่างถึงที่สุด ดังออกกังวานออกมาจากห้องรับรองพิเศษหมายเลขหนึ่ง! ไม่มีการเพิ่มราคาทีละห้าพัน แต่เป็การเพิ่มราคาเกือบสองเท่าตัวในคราวเดียว!
ทั่วทั้งลานประมูลเงียบกริบประดุจถูกสาป! สองแสนหินปราณระดับสูง! นี่มันคือตัวเลขที่บ้าคลั่งเกินไปแล้ว!
เหลยป้าเทียนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด มันคำรามลั่น "ไอ้เด็กเหลือขอ! เ้าคิดว่าตนเองรวยล้นฟ้ามาจากไหน! อาศัยเพียงตระกูลเยี่ยหนุนหลัง กล้ามาสู้ราคากับข้า! ตระกูลเยี่ยมีหินปราณมากถึงสองแสนก้อนรึ! เ้าประมูลเล่นๆ ผิดกฎหอสมบัติ์ มีโทษถึงตาย!"
ซูหลงอวิ๋นในห้องหมายเลขหนึ่งแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็น "สุนัขเฒ่าผู้ยากจน หากไม่มีเงินก็จงหุบปากแล้วไสหัวกลับรูของเ้าไปซะ หอสมบัติ์ย่อมตรวจสอบเครดิตของข้าแล้ว ข้าเสนอสองแสนหินปราณ มีสุนัขตัวใดจะสู้ราคาอีกหรือไม่?"
คำด่าทอที่ไร้ความปรานี ทำให้เหลยป้าเทียนแทบจะกระอักเื! มันกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ สองแสนหินปราณคือขีดจำกัดสูงสุดของตระกูลเหลยแล้ว หากทุ่มไปมากกว่านี้ ตระกูลจะต้องล้มละลาย!
"ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้เด็กนรก! เมื่อเ้าก้าวออกจากหอสมบัติ์เมื่อใด ข้าจะสับเ้าเป็ชิ้นๆ แล้วชิงมุกนั่นมาเอง!" เหลยป้าเทียนสบถในใจและทรุดตัวลงนั่งอย่างพ่ายแพ้
"สองแสนหินปราณระดับสูง ครั้งที่หนึ่ง... ครั้งที่สอง... ครั้งที่สาม! ขายเ้าค่ะ! ขอแสดงความยินดีกับคุณชายในห้องหมายเลขหนึ่ง!" หยาหรงเคาะค้อนไม้อย่างตื่นเต้น นางรู้ดีว่าชายหนุ่มผู้นี้คือเ้าของโอสถในตำนานที่กำลังจะถูกนำออกมาประมูล
มุกิญญาเหมันต์ถูกส่งมอบให้ซูหลงอวิ๋นถึงในห้องรับรองพิเศษ เด็กหนุ่มรับมันมาถือไว้ ััได้ถึงไอเย็นะเืที่แฝงไปด้วยพลังแห่งสัจธรรมธาตุน้ำ 'กุญแจสู่เพลิงสุริยันผลาญเอกภพ... อยู่ในมือข้าแล้ว!'
"และบัดนี้... ถึงเวลาของ 'สินค้าชิ้นสุดท้าย' ที่จะทำให้มหาทวีปศูนย์กลางต้องจารึกการประมูลในวันนี้ไปอีกพันปี!"
หยาหรงประกาศด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นนางรับขวดหยกสองขวดมาจากปรมาจารย์ม่อด้วยตนเอง เมื่อนางอธิบายสรรพคุณของ 'โอสถทะลวงิญญา' และ 'โอสถต่ออายุขัย์' ระดับสมบูรณ์แบบลายเมฆาห้าเส้นจบลง...
บึ้ม!!!
ลานประมูลแทบจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ! ยอดฝีมือิญญาก่อกำเนิดจากทุกห้องรับรองต่างพังหน้าต่างกระจกออกมายืนจ้องมองขวดหยกด้วยดวงตาที่แดงก่ำประดุจสัตว์ร้าย!
"โอสถทะลวงิญญา! ข้าติดอยู่ในแก่นแท้ทองคำมาสามร้อยปี ข้าต้องได้มัน!"
"โอสถต่ออายุขัยห้าร้อยปี! ท่านบรรพชนของตระกูลข้ากำลังจะสิ้นอายุขัย หากได้มันมา ตระกูลข้าจะรุ่งเรืองไปอีกห้าร้อยปี! ทุ่มหมดตัว! ประมูลมันมาให้ได้!"
การแข่งขันประมูลโอสถของซูหลงอวิ๋น กลายเป็าที่บ้าคลั่งและดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์! ราคาพุ่งทะยานจากหนึ่งแสน ทะลุห้าแสน และพุ่งไปจบที่ หนึ่งล้านหินปราณระดับสูง! สำหรับโอสถทั้งสองเม็ด!
ซูหลงอวิ๋นนั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ทรัพย์สินที่เขาได้รับในวันนี้ หักลบกับค่ามุกิญญาเหมันต์และค่าธรรมเนียมแล้ว เขายังคงเหลือหินปราณระดับสูงอีกเกือบแปดแสนก้อน! ความมั่งคั่งนี้ มากพอที่จะทำให้เขากลายเป็มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของมหาทวีปได้อย่างง่ายดาย!
เมื่องานประมูลสิ้นสุดลง ซูหลงอวิ๋นและคนของตระกูลเยี่ยก็เตรียมตัวเดินทางกลับ ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังก้าวออกจากประตูหลังของหอสมบัติ์...
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
เงาร่างนับสิบสายที่แผ่กลิ่นอายรังสีสังหารอันหนาวเหน็บ ก็พุ่งทะยานลงมาจากความมืด ล้อมกรอบพวกเขาเอาไว้ทุกทิศทาง!
ผู้ที่นำหน้ากลุ่มนักฆ่าเ่าั้ คือ 'เหลยป้าเทียน' ประมุขตระกูลเหลย ที่เปลี่ยนมาสวมชุดดำปิดบังใบหน้า ทว่ากลิ่นอายิญญาก่อกำเนิดขั้นกลางของมันกลับปิดไม่มิด!
"ไอ้เด็กเหลือขอ! มอบมุกิญญาเหมันต์และทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเ้ามาแต่โดยดี มิเช่นนั้น... คืนนี้ถนนสายนี้ จะกลายเป็สุสานของพวกเ้าตระกูลเยี่ย!" เหลยป้าเทียนคำรามก้อง รังสีดาบที่อัดแน่นด้วยสายฟ้าพร้อมที่จะบดขยี้ทุกสิ่ง
เยี่ยหนานเทียนและผู้คุ้มกันตระกูลเยี่ยรีบชักอาวุธออกมาป้องกัน ใบหน้าของพวกเขาตึงเครียดถึงขีดสุด การปะทะกับตระกูลเหลยที่เตรียมตัวมาอย่างดี ย่อมนำมาซึ่งการนองเือย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทว่า ท่ามกลางวงล้อมแห่งความตาย ซูหลงอวิ๋นกลับก้าวเดินออกมายืนเบื้องหน้าสุดอย่างช้าๆ เขายกมือขึ้นััด้ามกระบี่กลืนเงา ั์ตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็ความมืดมิดที่กลืนกินแสงจันทร์!
"ข้าเคยเตือนเ้าแล้ว ว่าจงเตรียมโลงศพของตนเองมารอไว้..."
ซูหลงอวิ๋นแค่นเสียงหัวเราะที่ทำให้ิญญาของทุกคนต้องสั่นสะท้าน "ในเมื่อ์มีทางให้เดินเ้าไม่ไป นรกไร้ประตูเ้ากลับดึงดันจะมุดเข้ามา... คืนนี้ ข้าจักรพรรดิเทพยุทธ์ จะขอใช้เืของิญญาก่อกำเนิดขั้นกลาง... สังเวยให้แก่คมกระบี่ของข้าเป็การเปิดปฐมฤกษ์ในมหาทวีปแห่งนี้!"
ชิ้งงงง!!!
เสียงชักกระบี่ที่มาพร้อมกับเจตจำนงแห่งการทำลายล้างเอกภพ ดังสะท้านะเืไปทั่วเมืองสุริยันจันทรา!
(จบบทที่ 23)