EP2 : การพบกันของ 2 เมฆา
เสียงลมหอบหายไปเมื่อเมฆารู้สึกถึงน้ำหนักของร่างตัวเองอีกครั้ง...
พื้นใต้กายไม่ใช่ทรายร้อนของมิติเดิม แต่เป็อะไรเย็นชื้น—เหมือนหินเปียกในถ้ำลึก
เขาค่อย ๆ ลืมตา รู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นช้ากว่าปกติครึ่งจังหวะ
“ที่นี่… ไม่ใช่โลกเดิมแน่”
เสียงในใจดังขึ้นก่อนคำพูดจริง เขารู้สึกถึงแรงสั่นเบา ๆ จากสมุดในมือ
สมุดวาดเขียนมรณะยังอยู่... และยังเต้นเบา ๆ เหมือนมันมีชีพจรของตัวเอง
อาจารย์คงอยู่ข้าง ๆ กำลังภาวนาเสียงแ่ ส่วนมัณตราสินีย์นอนแน่นิ่ง ใบหน้าซีดราวคนหมดเื
ริมฝีปากนางยังมีคราบหมึกดำติดอยู่—หมึกที่เหมือนจะซึมเข้าผิวแทนเื
เมฆาหันไปมองรอบตัว...ไม่มีท้องฟ้า มีเพียงแสงเทาอมเขียวที่เหมือนมาจากไหนสักแห่งที่ไม่มีดวงอาทิตย์
ทุกอย่างนิ่งจนน่ากลัว
แล้วจู่ ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมมืดด้านหลัง —
เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินแ่เบา แต่เป็จังหวะที่สม่ำเสมอราวกับคนคุ้นเคยกับที่นี่ดี
เมฆาหันขวับ ดวงตาเขาขมวดมุ่นโดยอัตโนมัติ
ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น —
หน้าตาเหมือนเขา...ทุกอย่าง เหมือนมองกระจกเงา แต่เงานั้นขยับต่างจากเขาเล็กน้อย
ในใจเมฆาเย็นวาบ
“นี่มัน...ตัวกู?”
ชายคนนั้นยกไฟฉายขึ้นส่อง
“ไม่คิดว่าจะมีอีกคนหน้าคล้ายขนาดนี้ — นี่คุณเป็ใคร?”
เสียงทุ้มนิ่งแต่แฝงระแวง เหมือนนักสืบที่ไม่ไว้ใจใครในที่เกิดเหตุ
เมฆาไม่ตอบทันที เขามองอีกฝ่ายอยู่นานจนเกือบเกินเวลาอึดอัด
ในหัวเขากำลังหมุนคำถามที่ฟังดูไม่มีเหตุผลแต่สมองก็ไม่อาจหยุดคิดได้
“ถ้าเขาคือกู แล้วกูคือใครกันแน่ในตอนนี้?”
“นาย...ไม่ใช่มนุษย์ในโลกฉันแน่”
เมฆาเอ่ยเสียงต่ำ นิ่งเย็น
“แล้วคุณก็ไม่ใช่ผีในโลกผมแน่เหมือนกัน” อีกฝ่ายตอบกลับทันที
ทั้งคู่สบตากัน — ไม่มีใครขยับ
มีเพียงแสงไฟฉายที่สะท้อนในดวงตาทั้งสองข้าง เหมือนประกายคมมีดที่กำลังจะเฉือนอากาศ
อาจารย์คงเดินเข้ามาใกล้ หรี่ตาลง
“โลกนี้...มีเ้าสองคนงั้นรึ พระสัจจะโปรด...”
เสียงเขาเบาลงก่อนจะเงียบ เมื่อเห็นแววตาทั้งคู่ที่ไม่ยอมลดละให้กัน
เมฆาอีกคน—ชายจากโลกวิทย์—ค่อย ๆ ลดไฟฉายลง
“ผมชื่อเมฆา เป็เ้าหน้าที่สืบสวนปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ...”
เขาหยุดครู่หนึ่ง มองไปที่สมุดหรือที่จริงก็คือ'คัมภีร์เวทา'ในมือเมฆาเวท
“ส่วนคุณ...คงไม่ต้องเดา ก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็อะไรที่กรมผมไม่เคยเจอ”
เมฆาเวทยกสมุดขึ้นเล็กน้อย
“นายรู้จักสิ่งนี้ไหม... นี่คือสมุดอาถรรพ์... มันวาดสิ่งใด โลกจะแปรเปลี่ยนไปตามนั้น”
อีกฝ่ายหัวเราะในลำคอ
“งั้นโลกคงวุ่นวายน่าดู ถ้าคนถือสมุดไม่รู้ตัวเองกำลังวาดอะไร”
ประโยคนั้นแทงเข้าไปในใจเมฆาอย่างประหลาด
เขาไม่ชอบ... แต่ก็รู้ว่ามันจริง
มัณตราสินีย์เริ่มขยับตัว
เสียงลมหายใจของเธอแ่พร่า แต่มีบางอย่างในนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์
เหมือนเสียงกระดาษเสียดสีกันเบา ๆ ทุกครั้งที่เธอหายใจ
อาจารย์คงพึมพำ
“อาคมของกัมปนาทยังฝังอยู่ในิญญานาง...”
เมฆา(เวท) ขยับมือเตรียมร่ายมนต์ แต่เมฆา(วิทย์) ยื่นแขนมาขวางไว้
“อย่าเพิ่ง — ถ้าทำโดยไม่เข้าใจสภาพชีวภาพ เธออาจตาย”
“แต่ถ้าไม่ทำ นางจะกลายเป็ผี” เมฆาเวทตอบนิ่ง ๆ
ทั้งสองต่างมีเหตุผลของตัวเอง... และต่างก็ไม่อยากแพ้
อากาศรอบตัวเริ่มเย็นลงจนเห็นลมหายใจขาวจาง ๆ
หมอกสีเขียวคล้ำไหลออกมาจากใต้ร่างมัณตราสินีย์ เธอกระตุกเบา ๆ แล้วหยุดนิ่งไป
“เธอตายแล้วเหรอ?” เมฆา(วิทย์) ถามเสียงต่ำ
“ไม่แน่...บางที อาจแค่หลับในมิติที่ไม่ตรงกับเรา”
คำตอบของเมฆาเวทเหมือนเสียงคำทำนายที่ไม่มีใครอยากฟัง
เงียบไปพักใหญ่...
มีเพียงเสียงหยดน้ำจากเพดานหินดัง “ติ๋ง...ติ๋ง...” เป็จังหวะ
จนกระทั่งเสียงนั้นขาดหายไปเองโดยไม่มีเหตุผล
เมฆา(เวท) หันมามองอีกฝ่าย ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“นายมาที่นี่ได้อย่างไร?”
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าคุณลากฉันมาได้ยังไง”
ทั้งคู่มองหน้ากันอีกครั้ง
ไม่มีใครพูดต่อ แต่ในใจต่างก็คิดในประโยคเดียวกัน
“บางที...เราอาจไม่ใช่คนละคนก็ได้”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*