เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เล่มที่ 2 บทที่ 34 งานประลองยุทธ์รุ่นเยาว์ ( 4 )

    " อืม...โชคดีจัง...ฟ้าผ่าซะได้~~ " 




    " ก...เกิดอะไรขึ้น " 

    " ม...ไม่รู้สิ อยู่ดี ๆ ฟ้าก็ผ่าลงมา " 

    " ไอหนูนั่นโชคดีเกินไปรึเปล่า " 

    " นั่นสิ " 

    เสียงพูดคุยดังไปทั่วหลายคนทึ่งกับความโชคดีของชิงหลง หากฟ้าไม่ผ่าลงมาใส่ชายร่างยักษ์ล่ะก็ชายหนุ่มคงจะพ่ายแพ้ไปแล้ว มีหลายคนที่คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องบังเอิญและชิงหลงโลคดีจริง ๆ แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่คิดเช่นนั้น ราชาเซี่ยวจ้องมองไปที่ชิงหลงที่กำลังยืนยิ้มแห้ง ๆ  อยู่บนเวทีด้วยความจริงจัง 

    " ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ข้าขอเหยื่อไปแล้วกันนะ ! " 

    ชายร่างผอมอีกคนที่เริ่มได้สติมาจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่ เขาระเบิดพลังปราณปฐพี ขั้นสี่ ที่แข็งแกร่งออกมาห่อหุ้มร่างกายของเขา ชายร่างผอมพุ่งเข้าใส่ชิงหลงที่ยืนยิ้มอยู่บนเวทีอย่างรุนแรงจนพื้นบนเวทีประลองปรากฏรอยร้าวออกมา 

    ชายร่างผอมกำชับขวานในมือแน่ขวานที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยปราณปฐพีที่แข็งแกร่งนั้นมหาศาลเป็นอย่างยิ่ง มันราวกับว่าสามารถผ่าภูเขาย่อม ๆ ให้แยกเป็น สอง ส่วน ได้เลยทีเดียว แม้ทุกคนจะรู้สึกใจหายกับชิงหลงที่กำลังจะถูกจัดการอีกเป็นครั้งที่ สอง 


    แต่ว่าชายหนุ่มก็ยังไม่ขยับเลยสักเล็กน้อยแม้ขวานที่น่าหวาดกลัวและรุนแรงนั้นกำลังพุ่งตรงมาที่หน้าอกของตนพร้อมกับระเบิดครื่นพลังมหาศาลจนกลายเป็นสายลมกระโชกที่หน้าหวาดหวั่นจนทั่วทั้งเวทีสั่นสะเทือนเขย่าหัวใจเหล่าผู้ชมทั้งหลายจนแทบจะหยุดเต้นเลยทีเดียว

    เพียงแต่ชิงหลงนั้นเป็นใครเขาไม่ใช่คนธรรมดาเฉกเช่นคนอื่นร่างกายของเขาที่มีความแข็งแกร่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งถูกเคี่ยวกรำโดยอาจารย์สุดโหดยิ่งทำให้ร่างของชายหนุ่มแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าที่ไม่อาจตัดขาดได้ 

    " เคร้ง !!! " 

    และเมื่อขวานกระทบเข้ากับหน้าอกของชายหนุ่มก็ทำให้เหล่าผู้ชมตาค้างไปตาม ๆ กัน ขวานเล่มนั้นแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันทีเมื่อกระทบกับร่างของชายหนุ่ม ท่าทางของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ใบหน้ายกยิ้มน้อย ๆ ผ่อนคลายจนถึงที่สุด 

    ทั่วทั้งลานประลองเงียบสนิทอีกครั้ง โง่งมราวกับรูปปั้นหินที่มีชีวิต ใบหน้าแสดงความ ประหลาดใจออกมา แม้นั่นจะเป็นเพียงอาวุธธรรมดาไม่ใช่ศาสตราวุธอันทรงพลัง แต่มันถูกห่อหุ้มไปด้วยปราณปฐพีอันแข็งแกร่งที่สามารถผ่าหินยักษ์แยกได้เป็น 2 ซีกแต่ชายหนุ่มตรงหน้ากับไม่เป็นอะไรใบหน้าของเขายิ้มเยาะเสียด้วยซ้ำ 

    ซูหมิง ซูหยางจง และหลี่จิง ขมวดคิ้วแน่น พวกเขาจ้องมองไปที่ชิงหลงด้วยสีหน้ายากจะเชื่อเล็กน้อย แม้จะเป็นพวกเขาหากโดนการโจมตีนั่นไปจัง ๆ โดยไม่ได้ป้องกันได ๆ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องเกิดบาดแผลแม้จะเล็กน้อยแต่ก็ยังมีบาดแผล แต่ชายคนนี้กับยืนนิ่ง ๆ ไม่ได้ใช้ปราณป้องกัน เพียงยืนนิ่ง ๆ และไม่ได้สนใจจะป้องกันมันเลยเสียด้วยซ้ำ 

    " ไอหมอนี่... " 

    ซูหมิงจ้องมองไปที่ชิงหลงด้วยใบหน้าจริงจังกล่าวออกมาเบา ๆ 

    " ถ้าเป็นกระบี่ของข้าคงเจาะหัวใจมันไปแล้ว  "

    ซูหยางจงหันหน้าหนีไม่สนใจชิงหลงอีกในหัวของเขาคิดว่าคงเป็นเพราะอาวุธชั้นต่ำพวกนั้นจึงได้ไม่เกิดบาดแผลอะไรกับชายหนุ่มแต่หากเป็นศาสตราวุธ ระดับสูงของเขาล่ะ หลี่จิงจ้องมองชายหนุ่มพร้อมกับรอยยิ้มเล็ก ๆ สายตาของนางนั้นยากที่จะคาดเดาความคิดได้ นางพูดกับตัวเองพร้อมรอยยิ้ม
    " อย่างที่คิดจริง ๆ ชายคนนี้...แข็งแกร่ง " 
    ....

    หมับ !

    " อั่ก ! " 

    ชายร่างผอมที่กำลังยืนตกใจอย่างโง่งมที่การโจมตีของตนเองผิดพลาดไปได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยฝีมือของชิงหลง ชายหนุ่มคว้าไปที่คอของชายร่างผอมก่อนจะยกขึ้น สีหน้าของเขาที่เคยยิ้มกลับกลายเป็นเรียบเฉยจ้องมองเข้าไปในดวงตาของชายร่างผอม สีหน้าชายร่างผอมเริ่มเขียวคล้ำเพราะการขาดอากาศหายใจ มันเริ่มหวาดกลัวดวงตาที่นิ่งเฉยของชิงหลงอย่างสุดหัวใจ 

    " คิดจะจัดการข้างั้นรึ ? แกชักจะอวดดีเกินไปแล้ว " 

    ชิงหลงกำหมัดแน่นก่อนจะปล่อยหมัดธรรมดา ๆ ของเขาไปที่หน้าอกของชายร่างผอม ทุกคนไม่สามารถสัมผัสได้เลยถึงพลังปราณในหมัดนั้นทุกคนต่างก็เข้าใจว่านั่นเป็นเพียงหมัดธรรมดาไม่ได้ใส่พลังลงไปเลยสักนิดเดียว

    ตู้ม !!!!

    แต่เมื่อกำปั้นธรรมดานั้นกระทบเข้ากับหน้าหน้าอกของชายร่างผอม บังเกิดเสียงดังสนั่นดุจสายฟ้าสวรรค์ฟาดลงมายังโลกมนุษย์ เงาร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากเวทีประลองราวกับลูกปืนใหญ่ ชนเข้ากับกำแพงลานประลองที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นเสียงระเบิด " ตูม " ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

    แกร๊ก~~

    กำแพงปรากฏรอยร้าวขนาดใหญ่เศษหินเล็ก ๆ แตกออกเสียงแตกหักของหินอ่อนดังลั่นไปทั่ว ฝุ่นละอองจำนวนมากเกิดขึ้นบดบังสายตาผู้คน  เมื่อผ่านไปสักพักฝุ่นเริ่มจางลง ทั่วทั้งลานประลองเงียบกริบราวกับไม่มีคนอยู่ยังไงอย่างงั้น ปรากฏร่างไร้สติของชายร่างผอมติดอยู่บนกำแพงเสื้อผ้าถูกแรงกระแทกจนฉีกขาดเลือดเนื้อปรากฏขึ้นเป็นรอยยาวตั้งแต่แขนทั้งสองไปจนถึงกลางอกกระดูกโผล่ออกมาจากบาดแผลเล็กน้อย สภาพของเขาในตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นตายเท่ากัน 

    " คิดจะสับข้างั้นเรอะ...หวังว่าเจ้าคงจะยอมรับผลที่จะตามมา เอาล่ะทีนี้ " 

    เสียงของชิงหลงเรียกสติทุกคนคืนมาอีกครั้งชายหนุ่มมองไปที่ร่างไร้สติที่คนกำลังแบกลงมาจากกำแพงเพื่อไปรักษาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาหันกลับมาหาผู้เข้าแข่งขันในกลุ่มที่เหลืออยู่แปด คนพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ แม้ใบหน้าจะหล่อเหลาแต่สิ่งที่ทุกคนคิดตอนนี้คือรอยยิ้มของปีศาจชัด ๆ 

    " มีสอง ทางเลือกให้พวกเจ้า คือนอนเป็นผักอยู่บนเตียงสัก สอง เดือน หรือ จะรีบ ๆ ยอมแพ้และไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า " 


    โปรดติดตามตอนต่อไป 

    คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกร สยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน