มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

    บทที่ 119 ธาตุแท้

    บทที่119 ธาตุแท้

             

            เพียงบรรลุถึงเมืองในแคว้นหลุนเพียงพึ่งพานพบผู้คนจำนวนมากภายในเมือง สิ่งแรกที่มันได้ยินกลับเป็นเรื่องของแพทย์ไร้นามตัวมันเองแต่ชื่อเสียงที่มันได้ยินนี้ดูจะไม่ค่อยดีนักเมื่อเทียบกับรายทางที่มันพึ่งผ่านมา ชื่อเสียงของแพทย์ไร้นามสำหรับคนแคว้นหลุนนี้ดูจะชั่วช้าสามานย์แลเป็นที่ชิงชังเป็นอย่างมาก

             

            มันไปสร้างความเดือดร้อนต่อผู้คนไว้ตอนไหน?

             

            คำถามแรกที่ผุดขึ้นในหัวของฮุ่ยจวินที่แรกมายังเมืองนี้มิอาจหาคำตอบจวบจนกระทั่งมันก้าวเดินไปตามรายทางที่มีผู้คนพลุ้งพล่าน มันค่อยได้ยินเสียงชาวบ้านที่เอะอะโวยวายขึ้น

             

            “แพทย์ไร้นามมันดักปล้นขบวนขนส่งสินค้าต่างเมือง"

             

            “เจ้าแพทย์ชั่วนี่เอาอีกแล้วหรือ"

             

            “ยึดครองพรรคของผู้อื่นทั้งซานและเว่ยยังไม่พอนี่ยังจะเบียดเบียนมาถึงแคว้นหลุนอีก"

             

            “ขบวนสินค้าพึ่งมาถึงมันพึ่งดักปล้น ตอนนี้สำนักคุ้มภัยที่คุมขบวนกำลังรับมือกับมันอยู่”

             

            “พวกเราไปอย่าให้เจ้าโจรถ่อยสมมาตรปรารถนา”

             

            เหล่าชาวบ้านในเมืองแห่งนี้ต่างพร้อมใจสิ่งใดใกล้มือก็ล้วนหยิบจับเป็นอาวุธ ก่อนจะกรูกันออกไปที่ทางทิศเหนือของเมืองทันที

             

            ฮุ่ยจวินมองตามชาวบ้านเหล่านั้นหัวคิ้วก็ขมวดเป็นปม

            “เช่นนี้นี่เองที่แท้ก็มีผู้สวมรอยเป็นเรา… มันทำเช่นนี้ทำไม"

             

            เพราะความสงสัยและต้องการดูว่าใครแอบอ้างเป็นตนและกระทำด้วยจุดประสงค์ใด ฮุ่ยจวินจึงทะยานกายติดตามเหล่าชาวบ้านและมุ่งหน้าไปยังทิศของเป้าหมายติดๆ

             

            ฮุ่ยจวินยังไปไม่ถึงจุดเกิดเหตุทว่าสตรีสะคราญโฉมจากแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ปลอมตัวเป็นหญิงอัปลักษณ์ใบหน้าบาดลึกกลับบังเอิญผ่านทางเข้าพอดีได้ยินคนในชุดคลุมดำปกปิดครึ่งหน้าประกาศกร้าวว่าตนคือแพทย์ไร้นามที่จะมาชิงเอาทุกสิ่งในแผ่นดินแคว้นหลุนนี้นางก็ทอประกายตาอันเจิดจ้าและเข้าขัดขวางหวังกำราบแพทย์ไร้นามผู้โฉดชั่วทันใด

             

            หากจัดการแพทย์ไร้นามได้ภารกิจของนางก็จะจบลง และนางก็จะได้ช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์อีกมากมายให้หลุดพ้นจากแพทย์สามานย์ผู้นี้

             

            “แพทย์ไร้นามหยุดกระทำชั่ว!”

             

            เสียงเจื้อยแจ้วของสตรีนางนั้นดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายบุรุษที่แอบอ้างตนเป็นแพทย์ไร้นามเห็นว่ามีสตรีอัปลักษณ์ไร้หัวนอนสอดมือเข้ามาก็หวังจะจัดการอย่างโหดเหี้ยมสร้างความสามานย์อย่างเต็มที่ทว่าฝ่ามือที่ฟาดออก ราวกับฟาดถูกหล่มน้ำแข็งหมื่นปี ตรงหน้าฝ่ามือราวกับมีชั้นน้ำแข็งขึ้นมาเกาะกุมยากจะขยับแพทย์ไร้นามตัวปลอมจึงรับรู้ได้ทันทีว่าสตรีอัปลักษณ์ผู้นี้มิธรรมดา มันจึงไม่ประมาทรีบชักมือกลับหันไปคว้าเอาเด็กหญิงรับใช้นางหนึ่งที่ติดมากับขบวนขนส่งทันใด

             

            สตรีอัปลักษณ์เห็นวิถีฝ่ามือมุ่งสังหารไปยังคนบริสุทธิ์อย่างไม่คาดฝันนางก็พลันเบิกตา ไม่คิดว่าในโลกนี้จะมีผู้ที่จิตใจโหดเหี้ยมโฉดชั่วได้ถึงเพียงนั้น

             

            “หยุดมือ!”

             

            ด้วยนางเป็นผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์ไร้มลทินเสมอมามิเคยเยื้อย่างออกมาดูโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดีแม้เพียงครั้ง นางจึงดูจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคนแม้มีฝีมือพอตัว แต่จิตใจกลับไร้ความพลิกแพลงแอบแฝง เมื่อเห็นเด็กหญิงจะตกตายตรงหน้านางจึงทุ่มทุกสิ่งที่มีเพื่อป้องกันให้แก่เด็กหญิง ทว่านั่นกลับเป็นเพียงการล่อหลอกของฝ่ายตรงข้ามในเมื่อพลังทั้งหมดของสตรีอัปลักษณ์ใช้ออกเพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นแล้ว มันจึงวกฝ่ามือคืนกลับอย่างเหนือความคาดหมายฟาดเข้าใส่ช่องท้องของสตรีอัปลักษณ์นางนั้นจนกระอักโลหิตออกมา ก่อนจะตามด้วยกระบี่ที่เสือกแทงหมายปลิดชีพสตรีตรงหน้า

             

            “ยุ่งเรื่องของผู้อื่นก็จะมีชะตากรรมเช่นนี้!”

             

            แต่สตรีอัปลักษณ์นางนั้นแม้พลาดพลั้งแต่ไม่พลาดท่าสองดรรชนีตวัดมาคีบจับปลายกระบี่มิให้ทะลวงถึงร่าง พร้อมส่งพลังยุทธ์กระแทกใบกระบี่จนง่ามมือของแพทย์ไร้นามตัวปลอมต้องสั่นสะท้านกระบี่ในมือมันแทบร่วงตก

             

            แพทย์ไร้นามตัวปลอมเบิ่งตามองสตรีตรงหน้าด้วยความสงสัยแต่มิรอให้สองดรรชนีของสตรีนางนั้นตวัดต่อ ยอดฝีมือในชุดคลุมปกปิดฝ่ายแพทย์ไร้นามตัวปลอมก็ทะยานตวัดกระบี่บีบให้สตรีอัปลักษณ์นางนั้นต้องถอยร่นคืนกลับหลัง

             

            สตรีอัปลักษณ์มองพรรคพวกของแพทย์ไร้นามรวมถึงแพทย์ไร้นามผู้นั้นเขม็งการประมือเมื่อครู่ทำให้นางทราบว่าแพทย์ไร้นามผู้นี้มีพลังลมปราณที่ลึกล้ำมิธรรมดาจนถึงตอนนี้มันก็ยังมิได้แสดงพลังฝีมือที่แท้จริงออกมาด้วยซ้ำ

             

            แม้ฝ่ายตรงข้ามยังไม่แสดงฝีมือที่แท้จริงแต่เพื่อปิดฉากตัวตนที่โฉดชั่วนี้ นางจะใช้พลังที่แท้จริงก่อนเอง!

             

            คิดดังนี้มหาวิถีวจนะยุทธ์จึงเตรียมปลดปล่อยแต่ยังมิทันที่นางจะได้แสดงตัวแลแสดงวิชาประจำแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ออกมา บุรุษหนุ่มวัยสามสิบเศษที่มีใบหน้าคมคายผู้หนึ่งก็ปรากฏกายมันเหินร่างขึ้นลงสามคราก็ประชิดตัวแพทย์ไร้นามและลงมือรุกไล่เข้าใส่แพทย์ไร้นามแล้ว

             

            เจียซุนประมุขคนใหม่ของพรรคภูษิตฟ้าปรากฏ!

             

            “เจ้าแพทย์ชั่วก่อกรรมทำเข็ญที่แคว้นซานและเว่ยยังไม่พอ ยังกล้ามากระทำเลวที่แคว้นหลุนของข้าอีก!”

             

            แพทย์ไร้นามตัวปลอมชี้กระบี่ออกไป

            “พรรคภูษิตฟ้าต้องเป็นของข้าหากไม่อยากตายก็จงยอมศิโรราบ"

             

            เจียซุนถลึงตาขึ้น

            “ถามพู่กันในมือข้าก่อน!”

             

            คนของแพทย์ไร้นามปะทะกับคนของพรรคภูษิตฟ้าอย่างดุเดือดด้วยอาศัยจำนวนคนจึงเป็นฝ่ายของพรรคภูษิตฟ้าที่มีเปรียบ อีกทั้งเจียซุนประมุขคนใหม่ของพรรคภูษิตฟ้าพร้อมผู้ติดตามของมันก็รุกไล่กลุ้มรุมแพทย์ไร้นามจนมันบาดเจ็บแลต้องล่าถอยจากไป

             

            “ฝากไว้ก่อนอย่างไรข้าก็ไม่เลิกราแค่นี้แน่"

             

            แพทย์ไร้นามผู้นั่นประกาศกร้าวอาศัยจังหวะช่วงชุลมุน มันได้ทิ้งระเบิดดินดำสามลูกจนผืนปฐพีสั่นสะเทือน พร้อมนำพาเสียงกึกก้องกัมปนาทสะท้านเลื่อนลั่นก่อนมันจะหลบหนีอย่างไม่เห็นร่องรอย สตรีอัปลักษณ์คิดติดตามไป แต่หนึ่งฝ่ามือที่ประสบก็ทำให้นางบาดเจ็บมิน้อยจึงยากที่นางจะติดตามแพทย์ไร้นามผู้นั้นได้ทัน กอปรกับยังต้องไปดูอาการของเด็กหญิงรับใช้ที่ถูกลูกหลงและกำลังหวาดกลัวอย่างถึงขีดสุดนางนั้นด้วย

             

            “เจ้าไม่เป็นอะไร"

             

            เด็กหญิงรับใช้นางนั้นอายุเพียงสิบขวบถูกขายให้เป็นทาสและได้มารับใช้ขบวนขนส่งสินค้านี้ เสมอมามิเคยมีใครสนใจหรือให้ความสำคัญต่อนางแม้เพียงปลายเล็บวันนี้ได้รับความช่วยเหลือและความเป็นห่วงจากสตรีอัปลักษณ์ตรงหน้า นางจึงโผกอดสตรีนางนั้นด้วยน้ำตาเพราะความเจ็บปวดและความหวาดกลัว การมีที่พึ่งพิงย่อมเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด

             

            สตรีอัปลักษณ์มองเด็กหญิงในอ้อมกอดราวกับได้เห็นตนเองในอดีตหากไม่มีอาจารย์ ชีวิตของนางก็คงจะรันทดหดหู่มิต่างจากเด็กหญิงนางนี้

             

            สองสตรีสวมกอดกันแต่ตัวตนภายนอกของพวกนางที่มิต่างจากขอทานอัปลักษณ์ เช่นนั้นจะมีใครบ้างที่ใส่ใจ เหล่าชาวบ้านที่มาถึงก็เพียงต่างพากันยกย่องสรรเสริญเจียซุนประมุขพรรคภูษิตฟ้าเท่านั้นด้านเจียซุนก็เพียงให้ความสำคัญกับเฒ่าแก่เจ้าของขบวนสินค้ารวมถึงเหล่าผู้คุ้มภัยนี้เพราะพวกมันร่ำรวยและสามารถหาผลประโยชน์ได้ เจียซุนจึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ แต่สำหรับคนรับใช้ที่บาดเจ็บหรือสตรีอัปลักษณ์ที่สาหัสตรงหน้า มันมิเคยคิดเหลือบแลหรือไต่ถามแม้เพียงครึ่งคำ

             

            สตรีอัปลักษณ์ไม่ห่วงอาการบาดเจ็บของตนแต่สำหรับเด็กหญิงตรงหน้าอย่างไรก็ต้องรักษามิเช่นนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต นางเดินทางไม่มีสมบัติหรือทรัพย์สินติดกายพรรคภูษิตฟ้าที่มีทรัพยากรหนุนเสริม ไม่ว่าจะเป็นแพทย์และโอสถจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้

             

            “ประมุขเจียกรุณาช่วยเหลือเด็กหญิงผู้นี้ด้วย หากนางมิได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที นางได้ตายแน่"

             

            เจียซุนหันมาจ้องมองสตรีอัปลักษณ์เขม็ง

            “เจ้าเป็นใครถึงได้สั่งข้า"

             

            “นี่เป็นคำขอร้อง"

     

            เจียซุนพ่นลมหายใจออกมาทางจมูกมันหันมองชาวบ้านรอบทิศ ก่อนกล่าว

            “ข้าเป็นผู้ที่มีน้ำใจต่อผู้อื่นมากพอหรือยังต้องรอให้เจ้าบอก"

             

             ก่อนมันจะเดินมาย่อกายตรงหน้าสตรีทั้งสองแล้ววางโอสถสองเม็ดให้แก่พวกนาง ชาวบ้านเห็นเช่นนั้นก็ต่างพากันชื่นชมแลสรรเสริญในน้ำใจของมันแต่สตรีอัปลักษณ์กับขมวดคิ้วเป็นปม เพราะนางรู้ว่าโอสถตรงหน้าเป็นเพียงโอสถดาดเดื่อนทั่วไปที่มิอาจใช้รักษาอันใดได้

             

            หลังจากวางโอสถมุมปากของเจียซุนก็ยกยิ้มขึ้นแล้วหันหลังก้าวเดินจากไป ระหว่างก้าวเดินมันยังพึมพำขึ้นอย่างแผ่วเบาราวเสียงกระซิบจนไม่มีใครได้ยิน

            “คนอย่างพวกเจ้าตายไปซักคนสองคนยังนับมีประโยชน์กว่ามีชีวิตอยู่"

             

            สตรีอัปลักษณ์เนื่องจากฝึกปรือพลังฝีมือเข้าขั้นเสียงอันแผ่วเบาที่ออกจากปากของเจียซุนนั้นนางจึงได้ยิน พอได้ฟังถึงวาจาดังกล่าวหัวคิ้วของนางเป็นต้องกระตุกประกายตาคล้ายทอแสงวาวโรจน์มองไปที่แผ่นหลังของเจียซุน จากนั้นนางก็ทอดถอนใจออกมาอย่างเอือมละอาหากนางอยู่ในคราบของคนจากแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ บุรุษผู้นี้ยังจะมีท่าทีแลความคิดเช่นนี้กับนางหรือเพราะก่อนหน้าที่นางไม่ปลอมตัว มันยังตามเกี่ยวพันนางอยู่เลย บนโลกนี้ไม่ว่าใครก็มองคนที่เปลือกนอกทั้งยังให้ความสำคัญเฉพาะกับคนที่ให้ผลประโยชน์คืนกลับได้เท่านั้น

             

            สตรีอัปลักษณ์รู้สึกผิดหวังกับท่าทีของชนรุ่นหลังแห่งพรรคภูษิตฟ้าเป็นอย่างมากในอดีตที่นางได้ฟังจากปากของอาจารย์ รุ่นปู่ของประมุขผู้นี้ยังมีน้ำใจมากกว่านี้ จนทำให้เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ดีกับแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์

             

            แต่พอคิดมาถึงตรงนี้นางก็ได้คิดต่อไปว่าหรือทั้งหมดก็ล้วนแต่แอบแฝงด้วยผลประโยชน์ทั้งสิ้น

             

            ไม่ว่าจะมองอีกกี่ครั้งใจคนก็ลึกล้ำเกินหยั่งถึงอย่างแท้จริง

             

            พอได้เห็นตัวตนและจิตใจของประมุขคนปัจจุบันแห่งพรรคภูษิตฟ้าสตรีอัปลักษณ์ก็แทบจะเปลี่ยนใจไม่คิดช่วย แต่พอได้คิดถึงเรื่องของแพทย์ไร้นามและความเดือดร้อนแลหวาดระแวงของชาวบ้านนางก็มิอาจปล่อยวางเรื่องนี้ได้จริงๆ

             

            สตรีอัปลักษณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแผ่วเบา

            “ท่านได้แสดงน้ำใจจริงต่อข้าแล้ว"

             

            เสียงแผ่วเบาหลุดออกจากปากของสตรีอัปลักษณ์ทว่ากลับทำให้ผู้ที่ฟังอย่างเจียซุนอดขำขันแลดูแคลนขึ้นมามิได้ สตรีอัปลักษณ์ที่ราวกับขอทานผู้นี้มีคุณสมบัติใดที่จะกล่าววาจาเช่นนี้กับมันแต่เจียซุนคร้านที่จะต่อความยาวสาวความยืด วันนี้มันแสดงตัวออกหน้ารับความดีความชอบจากชาวบ้านรับคำขอบคุณเป็นของมีค่ามิใช่น้อยจากขบวนขนส่งสินค้าแล้ว มันจึงไม่คิดใส่ใจแลนำกำลังคนของตนคืนกลับไป

             

            ฮุ่ยจวินที่มองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นมองผู้ที่แอบอ้างเป็นแพทย์ไร้นาม มองคนจากพรรคภูษิตฟ้า จากนั้นชายหนุ่มก็ผงกศีรษะอย่างได้คิด

            “อย่างนี้นี่เอง"

             

            ผู้อื่นอาจจะไม่เห็นแลไม่เข้าใจในเหตุการณ์ที่ชุลมุนก่อนหน้าทว่าฮุ่ยจวินที่ได้อ่านแลศึกษาตำราเคล็ดวิถีมาอย่างหลากหลาย รวมถึงฝึกรูปแบบพลังลมปราณต่างๆมาอย่างมากมาย ศึกษาไปจนถึงพื้นฐานของแต่ละรูปแบบแห่งกฎเกณฑ์ มันจึงพอจะมองออกว่าพื้นฐานของเคล็ดวิชาลมปราณหรือกระทั่งเคล็ดวิชาบางอย่างที่ใช้ออกของแพทย์ไร้นามตัวปลอมและฝั่งของพรรคภูษิตฟ้ามีพื้นฐานที่เหมือนกันหากพวกมันใช้ออกอย่างเต็มที่ โคจรจนถึงขั้นสุด รูปแบบของเคล็ดวิถีนั่นอาจจะเป็นเคล็ดวิชาเดียวกันก็ว่าได้

             

            ที่แท้พรรคภูษิตฟ้ากลับสร้างตัวตนของแพทย์ไร้นามเพื่อแสดงความชั่วกับคนแคว้นหลุนหากคนแคว้นหลุนปฏิเสธตน ตนคงยากที่จะรวบรวมพรรคภูษิตฟ้าให้เป็นหนึ่งได้อย่างชอบธรรมหากมวลชนปฏิเสธแลต่อต้าน ตนก็คงจะกระทำอะไรมิได้มาก

             

            พอได้มาเห็นกับตาและพอได้เห็นการเลือกปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างชัดเจน ฮุ่ยจวินจึงรู้แล้วว่าพื้นฐานของประมุขคนใหม่แห่งพรรคภูษิตฟ้าเป็นเช่นไร

             

            และคนเช่นนี้ไม่สมควรที่จะร่วมมืออย่างสันติ

             

            ฮุ่ยจวินมองกลุ่มคนจากพรรคภูษิตฟ้าที่จากไปไกล

            “เมื่อท่านต้องการเช่นนี้ข้าก็จะสนองตอบ"

             

            ฮุ่ยจวินมันไม่สนใจชื่อเสียงของตนเองจะดีจะร้ายนั่นมิใช่ประเด็นสำคัญ แต่ประเด็นสำคัญคือคนจากพรรคภูษิตฟ้ากลับกำลังทำให้ชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องราวต้องเดือดร้อนเล่นงานตนโดยตรงยังมิน่ามีโทสะเท่ากับการใช้คนบริสุทธิ์เพื่อเหยียบย่ำเป็นหินรองฝ่าเท้า

             

            คนที่ทำเช่นนั้นได้มันย่อมมิใช่คนที่มีจิตสำนึก!

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน