“รินออกไปข้างนอกนะคะไม่ต้องรอทานข้าว”
ศิวกรละสายตาจากหน้าจอคอมมองร่างที่เดินผ่านเขาไปที่ชั้นรองเท้าหน้าประตูบ้าน แล้วเดินออกไปด้านนอกก็ได้แต่ถอนลมหายใจแล้วกลับมาสนใจงานอย่างเดิม
ตลอดหลายวันมานี้หญิงสาวมักจะออกจากบ้าน่เช้าแล้วกลับมาอีกทีบ่าย ่แรกเขาก็ไม่ได้สนใจ เพราะเธอก็มีอิสระ จะไปไหนทำอะไรก็ได้แต่พอบ่อยเข้าก็อดสงสัยไม่ได้จนมีครั้งหนึ่งที่เขาแอบเสียมารยาทตามออกไปดูก็เห็นว่าหญิงสาวขึ้นรถของเพื่อนบ้านออกไปและกลับมาพร้อมกัน
เมื่อนึกย้อนไปสาเหตุก็คงมาจากเขาที่ล่วงเกินเธอไปในวันนั้นแต่พอเขาตั้งท่าจะเอ่ยคำขอโทษออกมาก็รู้สึกกลัวจนไม่กล้ามองหน้าประกอบกับที่เธอก็พยายามหลบหน้าเขาอยู่ตลอด จนกลายเป็ปล่อยเลยมาถึงตอนนี้
‘เห้ออเขามันใจเสาะชะมัด’
ใบหน้าหวานหันไปมองชายร่างสูงหลังรถยนต์จอดที่หน้าบ้าน
“ขอบคุณมากนะคะที่พาไปเลี้ยงอาหารอร่อยๆ อีกแล้ว”
“ขอบคุณอะไรกันพี่นี่สิต้องขอบคุณริน ที่ช่วยรับสอนพิเศษชั่วคราวให้เพื่อนพี่่ที่มันป่วย”
“พี่กับเพื่อนขอบคุณรินมาหลายรอบแล้ว”
“ยังไงก็ต้องขอบคุณครับ”ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหันมายิ้มตาหยีให้อีกคนก่อนจะวางมือบนหัวของเธอแล้วโยกไปมาด้วยความเอ็นดู
“งั้นรินไปก่อนนะบ๊ายบายค่ะ”
“บ๊ายบายครับ”
ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเปลี่ยนเป็เรียบนิ่งพร้อมกับที่เธอเดินเข้าไปในบ้านด้วยท่าทางปกติทว่าเมื่อเดินข้ามาชายร่างสูงที่พยายามหลบอยู่หลายวันก็เรียกเธอเอาไว้เสียก่อน
“เออรินครับ”
“ค่ะ?”
ดวงตากลมจ้องเปื้อนรอยยิ้มของเขาใจเ้ากรรก็พลันเต้นแรงอย่างไม่อาจห้าม เมื่อมองสบดวงตาเป็ประกายดีใจนั้น
“คือเมื่อเช้าน้องพริ้มเขาฝากพี่มาบอกว่าวันนี้ของให้น้ารินไปรับเขาด้วย รินสะดวกไหมครับ”
“อ๋ออได้ค่ะ”
กรมองหญิงสาวที่พยักหน้ารัวพลางหลุบตาลงต่ำ ก่อนจะเดินขึ้นชั้นสองของบ้านไป โดยไม่พูดอะไรอีกแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ดีใจมากแล้วที่เธอยอมออกไปกับเขา หลังปฏิเสธมาหลายวัน
ตลอดทางั้แ่ที่ออกมาจากบ้านใบหน้าเรียวงามเอาแต่หันออกนอกหน้าต่าง พลางอัมเพลงที่ดังคลออยู่ในรถและมีบางครั้งที่เธอหันไปตอบคำถามของชายร่างสูง ก่อนจะหันออกไปด้านนอกเช่นเดิมจนมาถึงโรงเรียนอนุบาลของหลานสาวใบหน้าเบื่อหน่ายก็เปลี่ยนเป็ยิ้มแย้มทันที
“น้าริน”
เสียงเล็กะโด้วยความดีใจลั่นทันทีที่เดินเข้ามาใกล้รถก่อนที่จะออกตัววิ่งมาที่ประตูด้านหน้าแล้วเปิดออกพร้อมกับปีนขึ้นไปบนตักของคนที่นั่งอยู่ภายใน
“น้ารินมารับน้องพร้อมแล้วเย้ๆ”
“น้องพริ้มดีใจขนาดนั้นเชียว”
“ค่ะน้องพริ้มดีใจมากกกก”
รินอดจะยิ้มตามหลานสาวไม่ได้เมื่อมือเล็กวาดไปในอากาศ ก่อนจะซบลงบนอกเธอด้วยท่าทางออดอ้อน
ไม่ต่างจากอีกคนที่มองท่าทางของลูกสาวอยู่ด้านนอกพร้อมกับปิดประตูรถปล่อยให้ลูกสาวได้นั่งหน้าคู่กับน้าของเธอตามคำขอตอนก่อนขึ้นรถ
“น้ารินค่ะน้องพริ้มอยากกินไอติม เราไปกินไอติมด้วยกันนะคะ”
“อืมมมค่ะ”
“เย้ๆไปค่ะคุณพ่อน้ารินอนุญาตแล้ว”
“ฮ่าฮ่าครับ”
กรหันมามองใบหน้าของลูกสาวที่พยายามขยิบตาข้างเดียวพร้อมทำมือเป็สัญลักษณ์โอเคตามที่เขาสอนก็ได้แต่ส่ายหน้าหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ก่อนจะเหลือบตามองใบหน้าของอีกคนที่มองเขาสองพ่อ ลูกอย่างสงสัย
ทั้งสามเลือกจะจบมื้ออาหารเย็นวันนี้ที่ห้างใกล้บ้านก่อนจะตามด้วยไอศกรีมร้านดังตามที่ได้สัญญากับเด็กหญิงตัวน้อยเอาไว้
ในระหว่างที่สองพ่อลูกกำลังสนุกสนานกับการแย่งไอศกรีมในถ้วยของกันและกันอยู่นั้นนรินทร์ก็เอาแต่มองหลานสาวด้วยสายตารู้สึกผิดเพราะหลังมีความสัมพันธ์กับคนที่นั่งตรงข้ามวันนั้นและเลือกที่จะห้ามใจตัวเองไม่ให้ถลำไปมากกว่านี้เธอก็พยายามเว้นระยะห่างกับเขาให้ได้มากที่สุดและเพราะยังรู้สึกอึดอัดที่จะต้องอยู่กับเขาเพียงลำพังเธอจึงปฏิเสธที่จะออกมารับหลานสาวด้วยข้ออ้างต่าง ๆ นานาจนมีหลายครั้งที่หลานของเธองอแงเมื่อกลับมาถึงบ้าน่เย็น
“น้ารินน้ารินค่ะ”
“อ่าค่ะ น้องพริ้มว่าไงนะคะ”
“น้ารินไม่สนใจน้องพริ้มเลยน้องพริ้มถามน้ารินว่าไอติมน้ารินอร่อยไหม”
หญิงสาวมองหลานที่ลงทุนลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้แล้วโน้มตัวมาทางเธอพร้อมกับพูดออกมาด้วยสีหน้างอนเล็กน้อยก่อนจะก้มมองไอศกรีมรสรัมเรซิ่นในถ้วยของตัวเองพร้อมชี้ลงไป
“อ๋ออันนี้เหรอคะ”
“ค่ะ”
รินมองหลานสาวที่จ้องไอศกรีมในถ้วยเธอตาเป็มันก็ได้แต่เงยหน้าของพี่เขยอย่างขอความเห็นเพราะถึงแม้ว่าจะเป็ไอศกรีมแต่ก็มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่จึงไม่มั่นใจว่าเด็กหญิงจะสามารถทานมันได้หรือไม่
“ได้ครับแต่ไม่มากนะครับน้องพริ้ม เพราะมีของที่เด็กทานไม่ได้ผสมอยู่”
“ค่ะ”
กรหันไปบอกลูกสาวที่ก็มองมาทางเขาอย่างจดจ่อก่อนหันไปหาอีกคนพร้อมพยักหน้าให้เธอตักมันให้ลูกสาวชิมเขามองมือเรียวที่จับช้อนแล้วป้อนไอศกรีมที่คิดว่าเป็รสโปรดของเธอให้กับลูกสาวก็ได้แต่ยิ้มออกมาพลางแอบคิดในใจอยากจะลองชิมไอศกรีมรสนั้นบ้าง
“เป็ไงคะ?”
“อืมมมน้องพริ้มไม่รู้ค่ะ” รินมองท่าทางมึนงงของหลานสาวก็ได้แต่ยิ้มออกมาก็จะไม่ให้งงได้อย่างไร ไอศกรีมรสนี้ถ้าไม่ชอบจริง ๆ ก็แทบจะไม่มีใครกินแล้วยิ่งเป็เด็กด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่
“แต่น้ารินว่าอร่อยออก”
ไม่พูดเปล่านรินทร์ตักไอศกรีมคำใหญ่เข้าปากตัวเองพลางหลับตาพริ้ม ยิ้มเต็มใบหน้าราวกับว่าไอศกรีมรสนี้อร่อยและทำเธอมีความสุขอย่างมาก
“คุณพ่อค่ะไอติมรสนี้อร่อยจริง ๆ เหรอคะ”
กรละสายตาจากใบหน้ามีความสุขก้มลงมองลูกสาวที่ก็มองน้าของเธอด้วยความสงสัย
“เออ..ไม่รู้สิครับพ่อก็ไม่เคยกิน”
“น้ารินค่ะให้คุณพ่อกินหน่อยได้ไหม คุณพ่อยังไม่เคยกิน”
พริ้มพราวโพล่งออกมากลางโต๊ะทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสองได้แต่ใมองหน้ากันอย่างทำอะไรไม่ถูกก่อนที่จะเป็ศิวกรที่หันไปยิ้มแหยะแล้วโบกมือปฏิเสธ
“เออไม่เป็ไรครับริน”
“นะคะน้ารินให้คุณพ่อชิมหน่อย คุณพ่อยังไม่เคยลองเลย”
“เออ”
หญิงสาวได้แต่มองใบหน้าของคนทั้งสองสลับไปมาก่อนจะตัดสินใจตักไอศกรีมในถ้วยของตัวเองแล้วยื่นไปทางชายร่างสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
“พี่กรลองชิมดูค่ะจะได้อธิบายหลานถูก”
“อ๋อครับ”
เขาอ้าปากรับไอติมจากช้อนที่อีกฝ่ายยื่นมาทันทีที่เนื้อััละเอียดแตะปลายลิ้นความรู้สึกหวานก็แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปากพร้อมกับกลิ่นติดฉุน ความขมเล็กน้อยที่ฟุ้งกระจายไปทั่วก็ทำเขายิ้มออกมาแม้ว่าจะเพิ่งเคยกินครั้งนี้เป็ครั้งแรกแต่ก็นับว่าถูกปากเขาอยู่ไม่น้อยไม่แปลกใจเลยทำไมนรินทร์ถึงได้ชอบขนาดที่สั่งมาสี่ลูกคนเดียว
“เป็ไงคะ?”
“ใบหน้าคมก้มลงมองลูกสาวที่จ้องเขาไม่วางตา”
“อร่อยครับแต่ติดข่มหน่อย ๆ น้องพริ้มเลยไม่ค่อยชอบ”
“เห็นไหมคะน้าบอกแล้วว่าอร่อย”
หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับตักไอศกรีมเข้าปากด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยก่อนที่อยู่ ๆ เธอก็เหมือนจะนึกขึ้นมาได้ว่าช้อนที่อยู่ในปากนั้นเพิ่งจะเอาป้อนให้กับชายร่างสูงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามไป
‘แบบนี้เรากับเขาก็จูบกันทางอ้อมนะสิ’
พลันหัวใจของเธอก็เต้นแรงความรู้สึกเขินอายแล่นไปทั่วจนรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด
ดวงตากลมเหลือบมองคนที่ก้มหน้าสนใจลูกสาว ก็ได้แต่ค่อย ๆ ดึงช้อนออกจากปากพร้อมกับกลืนไอศกรีมรสโปรดลงคอไปพร้อมๆ กัน
จะถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโล่งอกทว่าก็แอบรู้สึกโหวง ๆ ไม่ได้เมื่อเขาไม่ได้สนใจเธออย่างที่คิดแล้วก้มหน้ามองถ้วยไอติมที่เวลานี้ละลายไปหลายส่วนแล้วเขี่ยมันเล่นอย่างไม่รู้จะทำอะไร
‘เธอคาดหวังอะไรอยู่นรินทร์เขายังไม่คิด เธอจะคิดทำไม ไหนว่าจะตัดใจแล้วไง’
นั่นสิเธอเป็คนเลือกที่จะตัดใจเองจะมาเสียดาย เสียใจอะไรกัน
กว่าทั้งสามจะออกจากห้างท้องฟ้าด้านนอกก็มืดสนิทแทนที่เข้ามาด้วยแสงไฟบนท้องถนนแล้วและเพราะเป็เวลาหัวค่ำการจราจรแถมชานเมืองไม่ได้ติดขัดมากพวกเขาจึงกลับมาถึงบ้านในไม่นาน
แต่ในขณะที่รถSUVคันใหญ่เข้าจอดในโรงจอดรถ รถเก๋งสีดำด้านสัญชาติยุโรปของบ้านตรงข้ามก็มาอยู่หยุดที่ถนนอีกฝั่งหนึ่งของโครงการเช่นกันพร้อมกับที่ร่างสูงใหญ่ของอาจารย์หนุ่มที่ก้าวขาลงมาจากรถด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
นรินทร์เมื่อเห็นว่าคนตัวสูงลงมาจากรถแล้วยืนมองมาทางเธอก็ไม่รอช้าเลือกไปหาเขา ก่อนจะเอาของเข้าไปเก็บในบ้านใบหน้าขาวเนียนประดับไปด้วยรอยยิ้มหวานส่งไปให้อาจารย์หนุ่มที่พักนี้สนิทสนมกันเป็พิเศษ แต่ทว่าเดินไปยังไม่ทันจะถึงเท้าเ้ากรรมก็ดันไปสะดุดกับพื้นทำให้ร่างของเธอพุ่งไปปะทะอกของคนที่อยู่ข้างหน้าเข้าอย่างจัง
ว้าย
“อุ๊ยขอโทษค่ะพี่พายัพ”
คนตัวเล็กรีบผละตัวออกจากอกกว้างพร้อมเอ่ยคำขอโทษออกมาพัลวันด้วยความใ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นั์ตาหวานเชื่อมแฝงแววล้อเลียนของเขาก็ต้องรีบก้มหน้าซ่อนความรู้สึกเขินอายเอาไว้ทันที
ไม่ใช่เพราะว่าเธอเขินอะไรเขานะแต่อายมากกว่าที่ทำตัวซุ่มซ่าม และเปิ่นตลอดเวลาที่อยู่ต่อหน้าเขาแถมหลายครั้งยังเจอกับสายตาล้อเลียนจากเขาอีก
“ครับเพิ่งกลับกันมาเหรอ”
‘ก็เพิ่งจะถึงบ้านยังจะถามอีก’
กรอดไม่ได้ที่จะค่อนขอดชายอีกคนในใจพร้อมแบะปากอย่างมันไส้ ก่อนจะจูงมือลูกสาวเดินเข้าไปในบ้าน
“ใช่ค่ะวันนี้น้องพริ้มอยากจะกินไอติมก็เลยพาแกไป”
“อ๋อออถ้าอย่างนั้นรินพักเถอะ แล้วก็นี่ขนมไข่เ้าดังข้างมหาวิทยาลัยที่ซื้อมาฝาก”
คนตัวสูงหันกลับไปเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับพร้อมหยิบกล่องขนมสีแดงสดออกมา
“หู้ววววของกินอร่อยอีกแล้ว พี่ทำอย่างนี้รินจะอ้วนเอานะ”
“ใครว่าอ้วนตัวเล็กจะตาย”
รินแบะปากมองชายร่างสูงที่ทำมองสำรวจตัวเธอก่อนยิ้มอ่อนออกมาแล้วกล่าวขอบคุณเขาที่มักจะมีของกินอร่อยติดมือมาฝากอยู่ตลอด
“แต่ก็ขอบคุณมากนะรินไปก่อนนะพี่พายัพก็พักผ่อนเยอะ ๆ นะคะ”
“ค้าบบพี่ไปก่อนนะ”
หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านของพี่เขยโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูรั้วให้เรียบร้อยและก่อนที่จะเดินเข้าประตูบ้านเธอก็ไม่วายจะหันไปโบกมือให้กับคนที่กำลังเลี้ยวรถเข้าจอดในบ้านของเขาแล้วกลับเข้ามาได้ใน
โดยที่ไม่รู้เลยว่าตลอดเวลาที่เธอคุยกับอาจารย์หนุ่มนั้นมีสายตาคู่หนึ่งมองมาจากชั้นสองของบ้านอยู่ตลอด ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจแต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นเ้าตัวกลับไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงหงุดหงิดยามที่เห็นที่สองอยู่ใกล้ชิดและสนิทสนมกัน
“รินจะรักจะชอบใครแล้วเกี่ยวอะไรกับแกกร แกไม่ได้เป็อะไรกับเขาสักหน่อย”