Wanderlust เพราะชีวิตคือการเดินทาง

    บทที่ 15 บ้าน

            เช้าวันใหม่ที่เชียงใหม่เริ่มต้นด้วยอากาศเย็นสบายลมอ่อนที่ลอดผ่านหน้าต่างโฮสเทลพัดเอากลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ที่ปลูกอยู่ริมระเบียงเข้ามาในอาคาร

    ภูมิยืนมองภาพของตัวเมืองจากระเบียงห้องเขาเสียงหัวเราะของมิ้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวบทสนทนาเมื่อคืนที่ไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเผยความรู้สึกแต่กลับล้นทะลักออกมาเหมือนเขื่อนที่แตก

    มิ้น... ผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างเขามาเสมอไม่ว่าจะเป็๲วันที่โลกทั้งใบของเขาพังลง หรือวันที่เขาประสบความสำเร็จเธออยู่ตรงนั้นเสมอ อยู่เงียบ ๆ ไม่เคยเรียกร้องไม่เคยขออะไรนอกจากให้เขามีความสุข และไม่ให้ตัวเขารู้สึกโดดเดี่ยว          

    แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่พร้อม...

    ไม่พร้อมที่จะทิ้งอดีตไม่พร้อมที่จะยอมรับว่าความทรงจำบางอย่างอาจไม่หวนกลับมาอีกแล้ว

    ภูมิถอนหายใจยาวแล้วหยิบเป้สะพายขึ้นพาดบ่าเขาเดินออกจากโฮสเทลของมิ้น พร้อมกับเฟิร์นและเจมส์

    เขาทิ้งโน๊ตสั้น ๆ ไว้หน้าห้องของมิ้น

    “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ”

            บ้านของภูมิตั้งอยู่ห่างออกจากตัวเมืองไปประมาณยี่สิบกิโลเมตรเส้นทางยังคงคุ้นเคยอย่างประหลาดสำหรับคนที่ไม่ได้กลับมานานเป็๲ปี

    เจมส์นั่งเบาะหลังอย่างเงียบ ๆ ส่วนเฟิร์นนั่งข้างคนขับสายตาของทั้งสองทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง

    จนเมื่อรถตู้หยุดลงตรงหน้าบ้านสีขาวสองชั้นเฟิร์นก็อดไม่ได้ที่จะมองไปรอบ ๆ

    บ้านของภูมิ... ใหญ่กว่าที่เธอคิดไว้มากรั้วเหล็กสีเทาเข้มตัดกับตัวบ้านที่ประดับด้วยกระจกใสบานใหญ่มีสนามหญ้าหน้าบ้านที่ตัดอย่างเรียบร้อย แต่ไร้ดอกไม้หรือร่มเงาของต้นไม้ใหญ่บรรยากาศดูเงียบ... เงียบจนเกินไป

                “พี่ภูมิรวยเหรอ?” เธอถามขึ้น

            เจมส์หัวเราะเบา ๆ “รวยดิพี่เขาเปิดบริษัท๻ั้๫แ๻่จบใหม่ ๆ เป็๞บริษัทเกี่ยวกับพวกซอฟต์แวร์บริหารเองทุกอย่าง ตอนแรกก็ล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายปี แต่สุดท้ายก็ปังมาก”

    ทันทีที่ก้าวเข้าไปข้างในเฟิร์นก็รู้สึกเหมือนเหยียบย่างเข้าไปในความเงียบงันอันแสนหนาวเหน็บ

    ห้องโถงกว้างและสูงโปร่งพื้นไม้ขัดมันวาวสะท้อนแสงอ่อนจากหน้าต่างบานใหญ่ ทุกอย่างสะอาด เรียบร้อยเหมือนบ้านตัวอย่างในโครงการหรู แต่ไม่มีเสียงใด ๆ ที่บอกว่าเคยมี “ชีวิต”อยู่ที่นี่

            “พี่ภูมิอยู่บ้านนี้คนเดียวเหรอ?” เธอถามขณะเดินเข้าไปในโถงรับแขก

            เจมส์ตอบเบา ๆ “ก็... ใช่๻ั้๫แ๻่เลิกกับแฟนเก่า พี่เขาก็อยู่คนเดียวมาตลอด”

    เฟิร์นเหลียวมองรอบห้อง มุมหนึ่งของบ้านมีตู้โชว์กระจกสูงภายในมีโมเดลเครื่องบินเล็ก ๆ วางเรียงกันบ้าง แต่เหมือนถูกย้ายออกไปบางส่วนรอยฝุ่นเป็๲รูปทรงเหลี่ยมบ่งบอกว่ามีของบางอย่างเคยตั้งอยู่ที่นี่ และเพิ่งหายไป

    เธอเดินเข้าไปในห้องครัวโต๊ะกินข้าวไม้โอ๊คยาวที่มีเก้าอี้หกตัวตั้งเรียงกันอย่างเรียบร้อยเหมือนในโชว์รูมเงียบจนน่าอึดอัด

            “มันเหงาเนอะ…” เธอพูดเบา ๆเหมือนพูดกับตัวเอง

            เจมส์เดินตามเข้ามาเขาพยักหน้าเหมือนจะรับรู้ความรู้สึกเดียวกัน “บ้านนี้เคยไม่เป็๞แบบนี้นะ”

    เฟิร์นหันไปมองเขา

            เจมส์ถอนหายใจเล็กน้อย แล้วพูดต่อ“ตอนที่พี่ภูมิคบกับฝ้าย บ้านนี้มันมีเสียงหัวเราะ มีเสียงเปิดเพลงแล้วก็มีกลิ่นอาหารแปลก ๆ ตลอดเวลา ฝ้ายชอบทำกับข้าว แล้วก็ทำเยอะมากจนบางทีกินกันไม่หมดต้องแจกเพื่อนบ้านด้วยซ้ำ”

            “เจมส์เคยเจอพี่ฝ้ายเหรอ?” เฟิร์นถาม

            เจมส์พยักหน้า “แค่ไม่กี่ครั้งหรอกตอนที่เขายังคบกันอยู่ เธอดูน่ารักดี… ใจดี แล้วก็เป็๞คนมีบรรยากาศบางอย่างรอบตัวพอเธออยู่ในห้องเหมือนห้องมันสว่างขึ้นอะ แบบนั้นเลย”

            “แล้วทำไมถึงเลิกกันล่ะ…”เฟิร์นถามเสียงเบา

            เจมส์ส่ายหน้า “ไม่รู้สิพี่ภูมิไม่เคยเล่า แล้วผมก็ไม่กล้าถาม เขาดูเหมือนไม่พร้อมพูดถึงมัน…”

    ทั้งสองเดินขึ้นไปยังชั้นสอง ห้องนอนใหญ่ยังคงปิดประตูอยู่แต่ห้องอีกฝั่งหนึ่งเปิดอ้าเผยให้เห็นโต๊ะทำงานและชั้นวางหนังสือที่ว่างเปล่าครึ่งหนึ่ง มีสมุดบันทึกเก่า ๆและรูปถ่ายสีซีดในกรอบเงินวางอยู่บนชั้นล่างสุด

    เฟิร์นก้มลงดูรูปนั้น ภาพถ่ายของภูมิและมิ้มและผู้หญิงผมยาวอีกคนหนึ่งเขายิ้มกว้างในชุดนักศึกษารอยยิ้มที่เธอไม่เคยเห็นเขาแสดงออกมาเลยตลอดเวลาที่เดินทางด้วยกันมา

            เฟิร์นมองไปรอบบ้าน“ดูเงียบเหงาจัง…”

            “เพราะมันไม่มีคนอยู่ไง”เจมส์ตอบเรียบ ๆ “พี่เขาแทบไม่อยู่บ้านนี้เลย๻ั้๫แ๻่แฟนเก่าไม่อยู่แล้ว”

            เธอเงียบ… คำว่า “ไม่อยู่แล้ว”ลอยวนในใจอยู่สักพัก บ้านหลังนี้อาจเคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะการทำอาหารด้วยกันในครัว เสียงเพลงเปิดคลอเบา ๆ จากลำโพงไม้เก่า

    แต่ตอนนี้มันเงียบ และเหงา…

    ไม่นานนัก ภูมิก็เดินออกมาจากห้องด้านในพร้อมกล่องกระดาษใบใหญ่ที่เขาหิ้วออกมาอย่างระมัดระวัง

    เขาวางกล่องนั้นท้ายรถตู้ แล้วหันมายิ้มให้ทั้งสองคน

            “เสร็จแล้ว ไปกันต่อเถอะ”

    เฟิร์นเหลือบตามองกล่องใบใหญ่ก่อนจะถาม “พี่จะไปไหนต่อเหรอ?”

            “พะเยา…” ภูมิตอบโดยไม่หันกลับมามอง“พี่มีธุระต้องไปทำบางอย่างที่นั่น”

    เขาไม่ได้อธิบายว่าเป็๞ธุระอะไร และไม่มีใครถามเพิ่ม

    แต่ในแววตาของเขา ที่ทอดผ่านท้องฟ้าเชียงใหม่อันแสนกว้างออกไปไกลมันเหมือนคนที่กำลังเตรียมจะบอกลาอะไรบางอย่าง...