- 5 -
หาหนทางหลุดพ้น
มหาเทพจวิ้นหยางกลับมาก็เห็นว่าเพ่ยอิงอยู่ที่วัง เ้าเด็กคนนี้ทำไมถึงละทิ้งหน้าที่มานอนสบายใจอยู่แบบนี้ ร่างสง่าเดินตรงเข้าไปหาทันที
“เพ่ยอิง”
“มหาเทพ ท่านกลับมาแล้ว!” ความดีใจแบบเด็กน้อยของเพ่ยอิงไม่เคยเปลี่ยน เทพหนุ่มวิ่งมากอดแขนพร้อมอวดรอยยิ้มสดใส ภาพที่คนในวังเหลียนฮวาชินกันเสียแล้ว บน์เก้าชั้นฟ้าแห่งนี้ ทุกคนต่างยำเกรงบารมีของพระองค์ ที่แม้แต่เง็กเซียนฮ่องเต้ก็ยังให้ความเคารพ
คงมีเพียงเพ่ยอิงผู้เดียวที่ปฏิบัติเช่นนี้กับองค์มหาเทพจวิ้นหยาง เป็เพียงผู้เดียวที่มหาเทพจะยกยิ้มให้อย่างรักใคร่เอ็นดู และเป็เพียงผู้เดียวของวังเหลียนฮวา ที่องค์มหาเทพยิ่งใหญ่เทียมฟ้าจะยอมทุกสิ่งอย่างโดยไม่ถือโทษแต่อย่างใด
“อี้เฉิง! เ้าก็อยู่ด้วยหรือ”
“ข้ามาปลอบใจเพ่ยอิง จอมมารนั่นไม่ได้เื่เลยสักนิด” อี้เฉิงกอดอกชิงพูดขึ้นมา
“เกิดอะไรขึ้นเพ่ยอิง?”
“ป...เปล่าเลย เราคิดถึงท่านเลยกลับมา เดี๋ยวก็ไปแล้ว”
“อย่าโกหกข้า แล้วก็ห้ามหลบตาเวลาพูด” เพ่ยอิงไม่เคยจะโกหกผู้ใดได้สักครั้ง เขาถูกสอนมาว่าให้ใช้ความจริงใจ และอย่าโป้ปดลวงโลกกับผู้อื่น
เพ่ยอิงก้มหน้าหลุบตามองพื้น ตามประสาคนโดนจับได้ว่ากำลังปิดบังความจริง เรียกรอยยิ้มขององค์มหาเทพจวิ้นหยางอีกครั้ง ก่อนจะบอกให้เทพหนุ่มเงยหน้าขึ้นมา
ั์ตาฟ้าครามแวววาวกรอกไปมา สบเข้ากับั์ตาของมหาเทพที่มองมาอย่างเอ็นดู
“เ้าโตแล้วนะเพ่ยอิง อย่าหนีปัญหา และอย่าพ่ายแพ้ต่อความอ่อนแอของจิตใจ”
“คือว่าเรา....”
“เมื่อเห็นผู้อื่นอยู่ในหลุมของความมืดบอด เ้าต้องเป็แสงสว่างให้กับพวกเขา เราเกิดมาเพื่อหน้าที่นี้ และ์ก็เลือกเ้าที่มีจิตใจงดงาม”
“ระ เราหรือ?”
“ผู้ใดจะเหมาะสมไปกว่าเ้าอีกเล่าเพ่ยอิง เ้าคือคนของมหาเทพจวิ้นหยางเชียวนะ เป็ถึงศิษย์เอกขององค์ยูไล อย่าให้ใครมาว่าเอาได้ เข้าใจหรือไม่?”
“อื้ม เราเข้าใจแล้ว เราจะสู้ต่อไป” เทพหนุ่มเหมือนได้รับพลังจากคนตรงหน้า รีบเดินไปเก็บของเพื่อลงไปอยู่ที่หุบเขารัตติกาล
“ดะ เดี๋ยวสิ! เพ่ยอิง เ้าอย่าเพิ่งยอมง่ายๆ แบบนี้”
“พอเลยอี้เฉิง เ้าควรสนับสนุนหน้าที่ของเพ่ยอิง”
“ข้าไม่ชอบหน้างอของเพ่ยอิง เห็นแล้วหงุดหงิดที่สุด ฮึ่ย!” อี้เฉิงขัดใจเ้านายไม่ได้ ก็เดินคอตกตามเพ่ยอิงไป ส่วนมหาเทพได้แต่ส่ายพระพักตร์ของพระองค์ไปมา
จอมมารป๋อเหวินไม่เคยใช้ร่างจิต ในทุกวันต้องทนเ็ปเมื่อจิตมารเข้าแทรก ยิ่งต่อต้านเขาก็ยิ่งเหมือนกำลังจะตาย มองไปรอบตัวมีเพียงความืดมิด หากไม่ต่อสู้ก็ต้องยอมอยู่แบบนี้เรื่อยไป
“ข้าก็สงสัยว่าทำไม? เ้ายังยอมทนอยู่ในที่แคบแบบนี้”
“ท่าน!”
“พลังของเ้าเพียงหมัดเดียว ก็ทำลายกำแพงงี่เง่านี่ได้แล้ว ต้องให้ข้าถ่อมาถึงนี่!!”
ป๋อเหวินกระตุกยิ้มอยู่หลังศิลาแก้ว ชีวิตของเขาทนอยู่แบบนี้มาหลายร้อยปี ก็เหมาะสมกับจอมมารจิตใจชั่วร้ายอย่างเขาแล้วไม่ใช่หรือ
"ข้าไม่มีวันหลุดพ้น...ไม่ว่าท่านจะพยายามแค่ไหนก็ตาม
“จิตมารของเ้ากำลังเติบโต มันแทรกซึมร่างกายของเ้าทีละนิด อีกไม่นานเ้าก็ต้องออกมาอยู่ดี”
“ท่านทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร?”
“เพื่อความยิ่งใหญ่อย่างไรล่ะป๋อเหวิน ฮ่าฮ่า!” ดวงตาเปล่งแสงเพลิงแห่งความโกรธแค้น มันใช้รัดตรึงร่างกายของเขาแน่นขึ้น หุบเขาหนึ่งรัตติกาลสั่นะเืไปทั่ว ทว่าคนที่กำลังยืนมองไม่สะท้านแม้แต่น้อย
“หึ! เหลือพลังแค่นี้แล้วสิท่า เ้าเอามันไปสะกดจิตมารของตัวเองหมด ไร้ดาบอัคนีปีศาจ ก็เหมือนไร้แขนขาเดินต่อ นี่มันคุ้มค่ากับที่เราทุกคนพยายามเพื่อเ้าอยู่หรือเปล่า”
“ท่านควรกลับไป! เก็บความละโมบของท่านให้มิดชิด”
“ป๋อเหวิน!!!”
“อย่ามาเรียกชื่อของข้า!”
“เสียดายแทน ท่านป๋อเถาซ่ง เสียจริง ที่มีลูกชายอ่อนแอขี้ขลาดได้ถึงเพียงนี้!”
คำพูดของคนตรงหน้าเหมือนน้ำมันสาดไฟ จอมมารหนุ่มคลุ้มคลั่งทุบศิลาแก้ว ทั่วหุบเขาหนึ่งรัตติกาละเืราวกับแผ่นดินแยกตัว เพ่ยอิงที่เพิ่งมาถึงก็ล้มก้นกระแทกลงไปอีกรอบ
“ข้าไม่ใช่ลูกของเขา!!!!! ข้าไม่มีพ่อ!!!”
“ฮ่าฮ่า”
“ออกไปให้ห่างจากป๋อเหวิน!” เพ่ยอิงะโเสียงดัง ป๋อเหวินยังคงคลุ้มคลั่งอยู่หลังศิลาแก้ว อาการของเขากลับมาต่อต้าน คงเป็เพราะชายชุดดำที่ยืนแสยะยิ้มอยู่
“เทพ? อ่อ เ้าคงเป็เทพของ์เก้าชั้นฟ้า”
“เราบอกให้ถอยออกไป!”
“ฮ่าฮ่า ข้าต้องถอยไปไหนเล่าหนุ่มน้อย อย่างเ้าจะปกป้องอะไรเขาได้?” ชายชุดดำถอดผ้าคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นั์ตาเขียวมรกตดุจอสรพิษ
“ท..ท่านเป็ใคร!?” เพ่ยอิงเริ่มกลัวคนตรงหน้าขึ้นมา ท่าทางของเขาเหมือนผีดิบเดินได้
“กลัวข้ารึ?”
“ใครกลัว! ท่านออกไปจากที่นี่ได้แล้ว ไม่รู้หรืออย่างไรว่าเป็สถานที่ต้องห้าม”
“อ่า..เป็เทพที่ใจถึงเสียจริง วัยหนุ่มอย่างพวกเ้าพลังล้นเหลือ ไม่กลัวแม้กระทั่งความตายใช่ไหม!”
“ฮึก!” เสียงตะคอกนั้นทำเพ่ยอิงสะดุ้งสุดตัว ร่างกายเกิดแข็งทื่อไม่ยอมขยับซะงั้น ชายหน้าผีดิบเดินมาหาเขาอย่างเชื่องช้า พร้อมรอยยิ้มสยดสยองชวนขนลุก
ป๋อเหวินเริ่มกลับมามีสติ และเห็นเพ่ยอิงที่ยืนตัวแข็งทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำสิ่งใด ลำแสงบางอย่างก็สาดเข้ามาจนต้องปิดตา
“ออกไปไอ้ตาเขียว! อย่ามาแตะต้องเพ่ยอิงของข้า” อี้เฉิงออกมายืนบังหน้า ร่างของชายผีดิบถอยเซไปด้านหลัง พลังตรงหน้าช่างมากมายเสียจริง
แปะ! แปะ! แปะ! ไอ้ตาเขียวที่อี้เฉิงเรียก ส่งเสียงปรบมืออย่างชอบใจ
“อี้เฉิง!”
“ออกไปจากที่นี่! หากยังรักชีวิตของเ้าอยู่ แล้วอย่าคิดมาวัดพลังกับข้า!!”
“ในที่สุดข้าก็ได้รู้ว่า กระบี่สาดแสงธาราอยู่ที่ผู้ใด ท่านพี่ของข้าต้องพอใจมากแน่นอน”
“เสี่ยวซิง! อย่ายุ่งกับเพ่ยอิง”
“พลังของเ้ากระจ้อยร่อยป๋อเหวิน และข้าไม่ฟังคนที่อ่อนแอเช่นเ้า!”
ร่างผีดิบเลือนหายไปในอากาศ เหลือเพียงเพ่ยอิงที่ยังใกับเื่เมื่อครู่ และอี้เฉิงที่ยืนเท้าเอวชี้ตามหลังเ้าตาเขียวที่หายไป
“หนอย! ให้มันกลับมาอีกหน ข้าจะควักลูกตาเขียวมันไปดองเล่น”
“พอเถอะน่าอี้เฉิง”
หมดกันความลับที่ซ่อนมาทั้งชีวิต เพ่ยอิงเดินคอตกไปนั่งพิงผนังหินที่เย็นเฉียบ อย่างไรตอนนี้พวกมารก็รู้แล้วว่าเขามีกระบี่สาดแสงธารา อี้เฉิงรีบเดินไปนั่งบนตักของเพ่ยอิง
“เ้าไม่ต้องปิดบังข้าเื่กระบี่ของเ้าหรอก”
“หือ?”
“ข้ารู้แล้วว่าเ้ากระบี่สาดแสงธารา” ป๋อเหวินตอบพลางถอนหายใจ
“ร...รู้แล้ว! รู้ตอนไหน รู้ได้ยังไง?”
“ซัวเหิงไม่ยอมอ่อนให้กับผู้ใด เ้านี่ไม่มีทางยอมเข้าใกล้ผู้ใดที่ไม่ใช่ข้า” เพ่ยอิงขมวดคิ้วสงสัย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเื่ที่เขามีกระบี่สาดแสงธารา
“ซัวเหิงเป็ิญญาดาบอัคนีปีศาจ สิ่งที่ดาบอัคนีปีศาจไม่ทำร้าย คือผู้ที่กระบี่สาดแสงธารา มันมองว่าเ้าเป็เช่นนายของมัน เปรียบอาวุธสองชนิดนี้เป็ดังพี่น้อง”
“หา! จริงหรืออี้เฉิง เ้าไม่เห็นเล่าให้เราฟังบ้าง”
“ก็เ้าไม่ถามเองนี่”
“งั้นเราก็ต้องช่วยซัวเหิง แต่ก่อนหน้าเขาก็มาที่นี่ได้” เพ่ยอิงครุ่นคิดถึงชายหนุ่มชุดดำ ั์ตามีเพลิงไฟ ซัวเหิงดูเป็ห่วงป๋อเหวินมาก ที่แท้ก็คือิญญาดาบอัคนีปีศาจ
“เขามาที่นี่ได้อย่างไร เ้าก็ลองถามิญญากระบี่ของเ้าดูสิ”
“จอมมาร! เ้าเก่งเกินไปแล้ว”
“อะไรอี้เฉิง นี่เราไม่เห็นรู้อะไรด้วยสักอย่าง”
“ตอนนั้นที่มิติมายา ข้าได้ยินเสียงของซัวเหิงเรียกหา ิญญาของเขาดูสบายดี เพียงแต่ออกมาด้านนอกไม่ได้เพราะโดนผนึกเอาไว้”
“แล้วอย่างไร?”
“ซัวเหิงบอกข้าว่าจะต้องไปหาจอมมาร เขาอยากรู้ว่าเ้านายสุขสบายดีหรือไม่ ข้าเลยมอบพลังมายาให้เขายืม เขามาที่นี่ด้วยร่างมายาเท่านั้น”
เพ่ยอิงอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหู นี่เขาเป็ถึงเทพบน์เก้าชั้นฟ้า แต่กลับไม่รู้สิ่งที่อี้เฉิงทำ หรือแม้แต่ซัวเหิงเป็ิญญาดาบอัคนีปีศาจ
“ป๋อเหวิน! ท่านรู้เื่พวกนี้ได้อย่างไร?”
“ดาบที่โดนผนึกอยู่ ไม่มีทางที่ิญญาจะออกไปไหนได้” เพ่ยอิงไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเด็กน้อยขนาดนี้มาก่อน เขายังอ่อนประสบการณ์มากไปจริง
“ข้าขอโทษเพ่ยอิง แต่ถ้าเ้ารู้ก็ต้องเป็กังวลมาก”
“เ้าทำดีแล้วอี้เฉิง”
อี้เฉิงะโกอดคอคนที่นั่งเหวออยู่ นี่คือเหตุผลที่เลือกเพ่ยอิงให้ครองกระบี่ทรงพลัง
“แล้ว...คนเมื่อครู่เป็ใครกัน” เพ่ยอิงเอ่ยถามจอมมาร
“เสี่ยวซิง”
“หือ?”
“เ้านั่นเป็คนของเผ่ามาร เสี่ยวซิงมีพี่ชายชื่อ เสี่ยวรุ่ย เป็ที่ปรึกษาของชินอ๋องเยี่ยหลาง”
เพ่ยอิงถึงกับหมดแรงอีกรอบ หากเผ่ามารรู้ว่าเขาครองกระบี่สาดแสงธารา เช่นนั้นชีวิตของเพ่ยอิงก็ลำบากเสียแล้ว เขาต้องสู้รบกับมารร้ายทั้งเผ่า แค่หน้าผีดิบคนเดียวก็เกรงจะสู้ไม่ได้
“เราจะเอากำลังที่ไหนไปต่อกรกับปรภพ แค่เ้าตาเขียวเมื่อกี้ก็น่าขนลุกจะแย่!”
“กลัวอะไรเล่า เ้ายังมีข้าอยู่นะเพ่ยอิง”
“เงียบเลยอี้เฉิง ยิ่งเ้าสู้ พวกเขาก็ยิ่งอยากทำร้ายเ้า แบบนั้นก็ไม่จบสิ้น”
“แต่ถ้าไม่สู้! เ้าจะต้องซ่อนมันไปทั้งชีวิต” อี้เฉิงไม่ยอมแพ้ โต้กลับเสียงดัง
คำพูดของิญญากระบี่สาดแสงธารา ซึมลึกเข้าไปในใจของจอมมารป๋อเหวิน ที่ผ่านมาเขาซ่อนตัวเองจากโลกภายนอก วางมือของตนไว้กับโซ่ตรวที่รัดตรึงนี้ หรือว่ามันจะไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูก