วันนี้เป็วันเปิดรับศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋น
ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วแคว้นั้แ่เดือนก่อน
ผู้คนมากมายเดินทางข้ามูเา ลัดแม่น้ำ เพียงเพื่อโอกาสครั้งเดียวในชีวิต
บันไดหินที่ทอดขึ้นูเาชิงอวิ๋นแน่นขนัดไปด้วยเยาวชน
เสียงฝีเท้าสลับกับเสียงหอบเหนื่อย
เสียงพูดคุยกลบความตื่นเต้นที่ซ่อนอยู่ในใจแต่ละคน
“ข้าเตรียมตัวมาสามปีแล้ว…”
“ถ้าผ่านได้ ครอบครัวข้าจะไม่ต้องลำบากอีก…”
คำพูดเ่าั้เต็มไปด้วยความหวัง
อวิ๋นเสวียนเทียนเดินอยู่ท่ามกลางพวกเขา
เสื้อผ้าเรียบง่าย
ใบหน้าไร้ความตื่นเต้น
สายตาของเขามองขึ้นไปยังยอดเขา
เมื่อถึงลานหน้าประตูสำนัก
ประตูหินสูงตระหง่านเปิดออก
หมอกบางลอยผ่านเสาหิน
ผู้สมัครหลายร้อยรวมตัวกันแน่นลาน
บางคนยืนตัวแข็ง
บางคนกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูด
เสียงระฆังดังขึ้นจากยอดเขา
หนึ่งครั้ง
สองครั้ง
สามครั้ง
แรงกดดันมหาศาลแผ่ลงมาทันที
ราวกับูเาทั้งลูกกดทับลงบนบ่าทุกคน
เด็กหนุ่มคนหนึ่งหน้าซีด
อีกคนทรุดเข่าลงโดยไม่รู้ตัว
เสวียนเทียนยืนรับแรงกดดันนั้น
เสื้อผ้าเขาสะบัดเล็กน้อยตามแรงลม
แต่แววตาไม่สั่นไหว
แรงกดดันระดับนี้…
“รอบแรกคือรากปราณ”
การคัดเลือกเริ่มต้นขึ้น
เสียงถอนหายใจดังเป็ระยะเมื่อมีคนถูกคัดออก
บางคนยืนนิ่ง น้ำตาคลอ
บางคนกัดฟันแน่นราวกับไม่ยอมรับชะตา
ถึงคิวเสวียนเทียน
เขาก้าวออกไปช้า ๆ
ฝ่ามือวางลงบนศิลาทดสอบ
ความเย็นไหลผ่านเส้นลมปราณ
ตรวจสอบร่างนี้อย่างละเอียด
ร่างใหม่ของเขามีพร์อยู่บ้าง
แต่ไม่ถึงขั้นฟ้าประทาน
แสงสีเขียวสว่างขึ้น
“ผ่าน”
คำเดียวสั้น ๆ
เขาถอยกลับเข้าที่
ไม่มีใครสนใจเขาเป็พิเศษ
ดีแล้ว
“รอบสองคือพลังพื้นฐาน”
เสียงหมัดกระแทกหินดังสนั่น
บางคนคำรามเพื่อเรียกกำลังใจ
บางคนแทบร้องไห้เมื่อหินไม่ขยับ
เด็กหนุ่มคนหนึ่งมือแตกเืซึม
แต่ยังพยายามทุบซ้ำ
เสวียนเทียนมองภาพนั้นเงียบ ๆ
โลกนี้ไม่เคยอ่อนโยน
โดยเฉพาะกับคนที่อ่อนแอ
ถึงคิวเขา
เขายืนหน้าหิน
ััความเย็นและน้ำหนักของมัน
หายใจเข้า ช้า... ลึก...
หมัดพุ่งออกไป
“ปึก”
เสียงไม่ดังมาก
แต่รอยแตกแผ่ชัดเจน
หินแยกออกเรียบร้อย
ผู้าุโคนหนึ่งเหลือบมองเขาเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะแรง
แต่เพราะ “ความนิ่ง”
“รอบสุดท้าย สนามประลอง”
พื้นหินสีเขียวเข้มเต็มไปด้วยรอยแตกจากปีที่ผ่านมา
เสียงเชียร์ เสียงหอบเหนื่อย และความกลัวลอยปะปนในอากาศ
“อวิ๋นเสวียนเทียน พบกับ เฉินห้าวเลี่ยง”
เฉินห้าวเลี่ยงก้าวขึ้นเวทีอย่างมั่นใจ
สายตามองอวิ๋นเสวียนเทียนอย่างดูแคลน
“เ้าหน้าตาเหมือนพวกอ่านตำรา ไม่เหมือนคนสู้เลย”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“ลงไปเองดี ๆ เถอะ อย่าให้ข้าต้องทำให้เจ็บ”
เสียงหัวเราะดังจากรอบสนาม
อวิ๋นเสวียนเทียนนิ่งเฉย
ไม่ตอบโต้
ไม่แสดงอารมณ์
ความนิ่งของเขากลับทำให้เฉินห้าวเลี่ยงหงุดหงิด
เสียงเริ่มดังขึ้น
หมัดแรกพุ่งเข้ามาอย่างดุดัน
แรงลมเฉียดแก้ม
หมัดที่สอง
หมัดที่สาม
เสียงกระแทกดังสนั่นเมื่อพลาดเป้า
“หยุดหนีสิ!”
เฉินห้าวเลี่ยงะโ
เสียงเชียร์ดังขึ้นรอบสนาม
เสวียนเทียนรับรู้ทุกอย่าง
รับรู้จังหวะลมหายใจที่เริ่มไม่สม่ำเสมอ
รับรู้แรงที่เริ่มเกินควบคุม
“คนที่โกรธ เติมไปด้วยช่องโหว่”
วินาทีหนึ่ง
สะโพกอีกฝ่ายหมุนกว้างเกินไป
เสวียนเทียนก้าวเข้า
ปัด
บิด
ผลัก
การเคลื่อนไหวสั้นและแม่นยำ
“ตุบ!”
เฉินห้าวเลี่ยงถอยหลัง
เสียหลักล้มออกนอกวง
สนามเงียบลง
สีหน้าเขาแดงทั้งโกรธทั้งอาย
สายตาเต็มไปด้วยคำถาม
เสวียนเทียนยืนสงบ
ไม่มีรอยยิ้ม
ไม่มีคำเยาะเย้ย
ผู้าุโประกาศผล
“อวิ๋นเสวียนเทียนคือผู้ชนะ ผ่าน”
เสวียนเทียนก้าวลงจากเวที
หลายคนเริ่มจับจ้องเขา
ผู้ชมพูดไปต่างๆนาๆ
บ้างก็ว่าก็แค่ฟลุค
บ้างก็ว่าเขาก็แค่เอาแต่หนีจนอีกฝ่ายเหนื่อย
อวิ๋นเสวียนเทียนไม่สนใจคำพูดเ่าั้ ก่อนจากไปพร้อมป้ายหยกในมือ