พลิกชะตาคราที่สาม {ย้อนเวลา}

    ห่วงใย

    บทที่ 18 รู้ความจริง

    วันต่อมาเขมจิราและลูกชายออกจากคฤหาสน์ของเรวัชตั้งแต่เช้าตรู่ มุ่งหน้าตรงไปที่บ้านพ่อแม่ ก่อนหน้านี้แม่ได้โทรศัพท์มาหาและบอกว่าพ่อใจเย็นขึ้นมากแล้ว เธอจึงตัดสินใจกลับไปคุยกับพวกเขาอีกครั้ง

    ทว่าทันทีที่อุดมเห็นหน้าลูกสาว ความโกรธก็เริ่มพวยพุ่งขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนหน้านี้เป็นเด็กดีเชื่อฟังคำสั่งของพ่อแม่มาโดยตลอด ทว่าหลังจากงานศพของสามีก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ยิ่งรู้ข่าวที่บัลลังก์ไปมีเรื่องกับเด็กมัธยมต้นก็ยิ่งทำให้เขาโกรธลูกสาวขึ้นไปอีก

    คิดจะไปต่อว่าลูกสาวด้วยตนเอง ทว่าเธอกลับหายตัวไปดื้อๆ ส่งเพียงข้อความมาบอกว่าจะพาบัลลังก์ไปรักษาตัวชั่วคราว และในวันนี้ถึงได้กล้าโผล่หัวกลับมาที่บ้านอีกครั้ง

    “มาแล้วเหรอ!” อุดมกระแทกเสียง

    “คุณคะ ลูกพึ่งกลับมาเหนื่อยๆ ให้เธอได้พักผ่อนเถอะค่ะ” ฉัตรห้ามปรามสามี พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาใจเย็น แล้วหันไปบอกหลานชาย “บัลลังก์ขึ้นรอยายที่ด้านบนก่อนนะลูก”

    บัลลังก์ลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงจำใจต้องยอมเดินออกไป

    “ดูลูกสาวคุณสิ ชอบทำเรื่องให้ยุ่งยาก”

    เขมจิราไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เธอมาที่นี่เพียงเพราะว่าต้องการจะมาส่งบัลลังก์ก็เท่านั้น

    “วันหยุดนี้บัลลังก์อยากมาหาพ่อแม่ เขมก็เลยพาเขามา”

    “แล้วลูกล่ะ จะไม่อยู่ด้วยกันก่อนเหรอ” ฉัตรถามลูกสาว

    “จะอยู่ทำไมล่ะ! อยู่ไปก็มีแต่จะสร้างเรื่องเปล่าๆ”

    “คุณ!”

    “หรือไม่จริงล่ะ!” อุดมหันกลับมาหาลูกสาวอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มตำหนิเธอด้วยถ้อยคำมากมาย “รู้ไหมว่าลูกทำให้ทุกคนยุ่งวุ่นวายขนาดไหน ทางตระกูลเทวราชก็เป็นห่วงมาก ถึงขนาดที่คุณช่อม่วงต้องเอ่ยปากด้วยตัวเอง รู้บ้างไหม!”

    “เขมก็แค่พาบัลลังก์ไปรักษาตัวก็เท่านั้นค่ะ ไม่ได้คิดจะหนีไปไหน” หากเธอปล่อยให้ตระกูลเทวราชเข้ามาควบคุมอีกครั้ง แน่นอนว่าคงยากที่จะสลัดออก

    “แล้วทำไมถึงไม่กลับบ้าน”

    “เพราะกลับบ้านมาก็ต้องเจอแบบนี้ไงคะ”

    “เขม!”

    “เขม!”

    ทั้งอุดมและฉัตรร้องเรียกชื่อลูกสาว คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะกล้าต่อกรกับพวกเขาทั้งสองคนด้วยถ้อยคำประชดประชันเช่นนี้

    “ดู ดูลูกสาวคุณ!” อุดมถึงกับต้องลุกขึ้นมาชี้หน้าเขมจิราด้วยใบหน้าแดงก่ำ โมโหถึงขีดสุด นิ้วมือทั้งห้าสั่นแบบห้ามไม่อยู่

    “เขม ขอโทษพ่อเถอะลูก อย่าทะเลาะกันเลยนะ” ฉัตรเดินเข้าไปหาลูกสาว น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเสียใจ

    เขมจิราเองก็ใช่ว่าจะรู้สึกดีกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอเองก็เสียใจไม่ต่างกัน

    “เขมขอโทษนะคะที่ทำให้พ่อกับแม่เป็นห่วง แต่สิ่งที่เขมทำลงไปเขมไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีแล้ว”

    พูดจบหญิงสาวก็เลือกที่จะเดินออกจากบ้านไป หากอยู่ที่นี่ต่อก็คงมีแต่การทะเลาะเกิดขึ้น ไม่รู้ว่าบ้านหลังนี้กลายเป็นพื้นที่ไม่ปลอดภัยตั้งแต่เมื่อไหร่

    จากนั้นเธอจึงไปทำธุระสำคัญที่นัดเอาไว้ ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็พบว่าเมฆานั่งรออยู่ก่อนแล้ว อีกฝ่ายดูซูบผอมลงเล็กน้อยหลังจากที่ต้องขึ้นเป็นประธานบริษัท

    เขาส่งยิ้มบางให้กับเธอ แล้วเอ่ยทักทาย “กว่าจะได้เจอหน้าเธอ ทำไมถึงยากเย็นแบบนี้ล่ะ”

    เขมจิราส่ายหน้าเบาๆ รู้สึกขบขันกับคำทักทายของเขา “พูดไปเรื่อยจริงๆ”

    “ก็ฉันพูดความจริงนี่” เขายักไหล่ “แล้วตอนนี้อาการของบัลลังก์เป็นอย่างไรบ้าง”

    “หายกลับมาเป็นปกติแล้วล่ะ วันจันทร์ที่จะถึงนี้ก็ไปโรงเรียนได้”

    “ดีแล้ว” เมฆาพรูลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก “เรื่องทั้งหมดฉันจัดการให้แล้ว ไม่ต้องกังวลใจไปนะเขม”

    “หมายความว่าอย่างไร” เธอนึกว่าเรวัชเป็นคนจัดการเรื่องนี้เสียอีก ทำไมถึงเป็นเมฆาได้

    “ฉันจัดการเรื่องเด็กที่รังแกบัลลังก์ให้แล้ว เด็กทั้งสองคนนั้นถูกไล่ออก ส่วนแม่ของเขาเป็นคุณครูอยู่ที่นั่นด้วยใช่ไหมล่ะ เธอถูกยึดใบประกอบวิชาชีพครูเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้คงไม่กล้าไปทำร้ายเด็กที่ไหนอีกแล้วล่ะ”

    “ทำแบบนี้คุณย่าช่อม่วงไม่ว่าอะไรเหรอ” เธอนึกแปลกใจ คิดว่าอีกฝ่ายจะตัดหางปล่อยวัดไปแล้วเสียอีก

    “เรื่องนี้ฉันแอบทำเอง คุณย่าไม่รู้หรอก”

    เมื่อได้ยินคำตอบเธอจึงไม่แปลกใจมากนัก

    “แต่ว่าฉันดันติดต่อผู้ปกครองของเด็กที่ไปช่วยบัลลังก์ไม่ได้ วันนั้นเธอไปที่โรงเรียนด้วยนี่ ได้เจอพ่อแม่ของเด็กคนนั้นหรือเปล่า”

    เขาหมายถึงเรวัช?

    ถ้าเมฆาพูดแบบนั้น นั่นหมายความว่าเขายังไม่รู้เรื่องของต้นน้ำที่ได้มาเรียนที่เดียวกันกับบัลลังก์

    “ไม่ได้เจอหรอก ฉันไปที่นั่นแค่คนเดียว” เขมจิราไม่ได้โกหก

    “แย่จัง ฉันอยากจะขอบคุณเขาสักหน่อย”

    “นายไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอก”

    “จำเป็นสิ เขาช่วยบัลลังก์ไว้นะ อย่างน้อยก็ควรได้รับคำขอบคุณ” เขาแย้ง ราวกับเป็นพ่อของหลานคนนี้ “จริงสิ เธอไปรักษาตัวของบัลลังก์ที่ไหน ทำไมถึงตามหาไม่เจอเลย รู้ไหมว่าเป็นห่วงแค่ไหน”

    “ฉันไม่ได้รักษาเขาที่โรงพยาบาลน่ะ ถ้านายจะหาไม่เจอก็คงไม่แปลกอะไร” เขมจิรารู้สึกตงิดใจไม่น้อย

    “งั้นเหรอ ฉันเองก็อยากจะไปเยี่ยมหลานชายเหมือนกันนะ เธอนี่มันใจร้ายจริงๆ ที่กีดกันพวกเรา”

    “เปล่าสักหน่อย” เธอปฏิเสธ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย กลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกไม่ชอบมาพากล “ที่นายนัดฉันมาก็เพราะเรื่องค่าเลี้ยงดูและมรดกใช่ไหม”

    “อืม ถึงอย่างไรเธอก็ควรรับไว้นะเขม”

    สมบัติหลายอย่างของทักษ์ถูกพ่อแม่ของเขาช่วงชิงไปตั้งแต่ที่อีกฝ่ายเสียได้ไม่นาน แต่เขมจิรากลับไม่ได้ทำอะไรเพราะเธอไม่ต้องการของพวกนั้นอยู่แล้ว

    “ไม่จำเป็นหรอก ฉันกับลูกชายไม่ได้เดือดร้อนอะไร”

    “แต่นี่คือสิทธิ์ของบัลลังก์นะ ถึงอีกฝ่ายจะเป็นพ่อแม่ของทักษ์ก็เถอะ” เมฆาเอ่ยอย่างไม่พอใจที่สองคนนั้นเอาเปรียบหลานชายของตัวเอง “อย่างน้อยในส่วนของบัลลังก์เขาก็สมควรจะได้รับมันไป”

    เขมจิราคิดว่าอีกฝ่ายพูดไม่ผิด ถึงเธอจะไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับตระกูลเทวราชอีก ทว่านี่คือสิทธิ์ของลูกชายเธอ

    “ก็ได้ ฉันจะลองกลับไปถามบัลลังก์ดูว่าเขาจะทำอย่างไร” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ตาของอีกฝ่าย “ช่วงนี้นายดูผอมลงนะ ทำงานหนักมากเลยใช่ไหม”

    “พอสมควรเลยล่ะ ต้องบินไปติดต่องานที่ต่างประเทศบ่อยๆ เมื่อวันก่อนๆ ก็เลยตัดสินใจซื้อเครื่องบินส่วนตัวมา เอาไว้มาถึงเมื่อไหร่เธอก็ลองไปนั่งเล่นดูนะ”

    “ซื้อเครื่องบินส่วนตัว?”

    “ใช่ ถามทำไม อยากได้สักลำหรือไง” เขาเอ่ยติดตลก

    ทว่าเขมจิรากลับไม่ได้หัวเราะออกมา เธอนึกถึงคำพูดของเรวัช ถ้าเดาไม่ผิดเมฆาคงต้องไปซื้อที่บริษัทของเรวัชอย่างแน่นอน

    “เอาไว้ถึงงานวันเกิดเธอเมื่อไหร่ ฉันจะซื้อให้เป็นของขวัญนะ” เขากล่าวออกมาอย่างเป็นกันเอง

    “ฉันไม่ต้องการหรอก ปกติก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว”

    “ก็เอาไว้เผื่ออยากบินไปนู่นไปนี่ไง อย่างน้อยพวกเราก็จะได้เจอกันบ่อยขึ้น”

    เขมจิราชะงักกับคำพูดของเมฆา เธอพยายามจะไม่ใส่ใจมากนัก แต่เขากลับยิ่งพยายามข้ามเส้นกั้นระหว่างทั้งสองคน

    มือหนายื่นมากุมมือเรียวเอาไว้หลวมๆ สายตาคู่นั้นจ้องมองมาที่เธอ มันช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ยากจะเอื้อนเอ่ยออกไป ความรู้สึกซับซ้อนที่เขาต้องเก็บไว้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้เริ่มกลับมาปะทุอีกครั้งหนึ่ง

    “เขม... ฉันเป็นห่วงเธอนะ”

    ***

    E-book จะอัพโหลดเล่มวันพรุ่งนี้ ถ้าทางนู้นอนุมัติเมื่อไหร่จะรีบมาแจ้งเลยนะคะ

    ในเนื้อเรื่องมีการแก้และเพิ่มเนื้อหา ทำให้ช้ากว่ากำหนด ต้องขออภัยค่ะ

    ปล. เล่ม E-book ยังไม่ได้ผ่านการพิสูจน์อักษร อาจมีคำผิดพลาดบ้าง

    ถ้าพิสูจน์อักษรเสร็จจะอัพโหลดไฟล์ฉบับสมบูรณ์ประมาณกลางเดือนนี้นะคะ

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตาคราที่สาม {ย้อนเวลา} ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730