ถังิเบี้ยวนัดเซียวเจิ้งก่อนเลิกงาน เพราะถูกหัวหน้าไป๋เรียกให้ไปฝึกฝนที่โรงยิม ฝ่ายเซียวเจิ้งกล่าวเยาะเย้ยกลับไปว่า
“ผู้ชายธรรมดาก็ถูกชะตาลิขิตให้ต้องเดียวดายแบบนี้แหละ”
ความฉลาดของถังินั้นมาจากการสังเกตสีหน้าท่าทางของผู้คน เขาเป็คนกะล่อน ลื่นไหลไปตามสถานการณ์ ถึงปากจะชอบพูดจาโอ้อวด ทำเหมือนว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนที่เขาจีบไม่ได้ แต่ความจริงแล้วเขาเป็คนที่มั่นคงในจุดยืนของตัวเองมาก ถ้าให้เขาแอบพูดคุย หยอกล้อกับพนักงานหญิงที่อยู่ในตำแหน่งธรรมดา ๆ ของซินอ้าว เขากล้าทำ แต่ถ้าให้เขาไปแตะต้องคนที่อยู่ในตำแหน่งสูงส่งและสำคัญอย่างผู้อำนวยการหลาน ถังิรู้ตัวว่าไม่มีปัญญา
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็คือเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ถึงจะมีผู้จัดการเฉียน หัวหน้าระดับกลางคอยให้การสนับสนุนอยู่เื้ั ถังิก็ไม่มีทางเอาอนาคตของตัวเองมาล้อเล่น และยิ่งไม่มีทางทำให้ตัวเองถูกดูิ่ อย่างการฝันเฟื่องว่าไก่ป่าจะกลายเป็หงส์
นี่คือข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างถังิกับเซียวเจิ้ง ถังิเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะดี ไม่ต้องกังวลเื่การกินอยู่มาั้แ่เด็ก อีกทั้งยังมีทุนทรัพย์ที่ไม่ธรรมดาของน้ามารองรับ ตราบใดที่ตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็ง ถึงชีวิตนี้ไม่หวังที่จะมีอนาคตที่ยิ่งใหญ่เหมือนใคร แต่ก็จะไม่แย่ไปกว่าคนใน่วัยเดียวกัน แต่ถ้าเขาเลือกเดินทางผิด เรือล่มในท่อน้ำทิ้ง ชีวิตก็จะพังพินาศลงทันที
ฝ่ายเซียวเจิ้งนั้นแตกต่างออกไป เขามีประสบการณ์ชีวิตที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาั้แ่เด็ก เขาเข้าใกล้ความสำเร็จนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็พ่ายแพ้กลับมาสู่วิถีชีวิตเดิม ๆ โดยที่อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจไปเสียทุกครั้ง ใน่เวลาสั้น ๆ เพียง 25 ปี เขาก็ได้ลิ้มรสชาติของชีวิตมากกว่าคนทั่วไปใน่ชีวิตหนึ่ง ดังนั้นในแง่ของทัศนคติในการดำเนินชีวิต เขาถือว่าเป็คนที่ไม่ยึดติดและใจกว้างในยามที่เผชิญปัญหามากกว่าถังิผู้รอบคอบ ระแวดระวัง
บางทีนี่อาจจะเป็สาเหตุหลักที่ทำให้เซียวเจิ้งไม่สามารถผสมผสานความเป็ตัวเองได้จนถึงตอนนี้ ไม่อย่างนั้นในตอนที่หลานซินประเมินเซียวเจิ้ง หากเธอไม่บอกว่าเขาโดดเด่นในด้านใดด้านหนึ่ง อย่างน้อยก็ต้องบอกว่าเป็ผู้เชี่ยวชาญมากฝีมือของวงการ
เรือเพิร์ล ร้านอาหารบนเรือสำราญสุดหรูนั้นได้รับความนิยมสูงที่สุดใน่ฤดูร้อน ในแต่ละวัน อัตราการไหลเวียนของลูกค้าในยามค่ำคืนนั้นสูงกว่า่กลางวันหลายเท่าตัว
จิบไวน์ชั้นเลิศท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านมาจากแม่น้ำ และมองวิวทิวทัศน์ตอนกลางคืนของเมืองิจูไปด้วย หากใน่เวลาแบบนี้มีสาวสวยที่สง่างามและสูงศักดิ์มาอยู่ข้างกายสักคนสองคน ชีวิตนี้ก็จะถือว่าสมบูรณ์แบบ
นี่คือจุดขายของเรือเพิร์ล และยังเป็สาเหตุว่าทำไมคนในวงสังคมชั้นสูงถึงได้ชอบขึ้นมาเบียดเสียดกันบนเรือสำราญสุดหรูที่มีราคาแพงหูฉี่ลำนี้นัก
เซียวเจิ้งขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินมายังสถานที่นัดหมาย เมื่อเขาเห็นเรือสำราญลำใหญ่ที่สูงเกือบ 30 เมตรอยู่ไกล ๆ เขาก็ประหลาดใจในทันที
“นี่มันพระราชวังลอยน้ำชัด ๆ”
เรือเพิร์ลมีทั้งหมด 8 ชั้นด้วยกัน นอกจากจะมีอาหารและเครื่องดื่มอันประณีตที่จัดเตรียมให้แก่แขกผู้มีเกียรติทั้งหลายแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านความบันเทิง อย่างเช่นบาร์ลอยน้ำและห้องคาราโอเกะ หรือแม้แต่จัดแสดงกายกรรมให้แขกได้รับชมโดยที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เรียกได้ว่ามีความบันเทิงที่ครบครันยิ่งกว่าศูนย์การค้าใจกลางเมืองหลายเท่า
แน่นอนว่าสถานที่ชั้นเลิศแบบนี้ ไม่ใช่ที่ที่คนธรรมดาจะสามารถเข้าไปใช้บริการได้ ตั๋วขึ้นเรือเพียงใบเดียวก็มีราคาสูงถึง 1,000 หยวนแล้ว และนอกจากการแสดงที่จัดให้แขกรับชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สิ่งบันเทิงส่วนใหญ่ก็มีค่าบริการที่คิดแยกต่างหากทั้งนั้น ถึงคุณคิดที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจเพียงคนเดียว แต่ถ้าพกเงินมาไม่ถึงหลายพันหยวน ก็อย่าได้คิดที่จะเดินไปไหนมาไหนอย่างเต็มภาคภูมิ
มองจากระยะไกล เรือเพิร์ลที่ลอยอยู่บนผืนน้ำช่างเจิดจรัสเป็อย่างยิ่ง ดูราวกับเป็พระราชวังลอยน้ำที่เปล่งแสงเจิดจ้าออกมา เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความทะนงตัวดังแว่วออกมาจากบนเรือสำราญ ราวกับเป็เสียงของปีศาจที่ทำให้ความภาคภูมิใจของคนธรรมดาสั่นสะท้าน
ท้องฟ้าในเวลา 1 ทุ่มตรงมืดสนิทลงแล้ว รถยนต์คันหรูขับเข้ามาจอดในพื้นที่จอดรถที่ทางเรือเพิร์ลจัดเตรียมเอาไว้ให้ทีละคัน เหล่าชายหญิงที่แต่งตัวงดงามและสูงศักดิ์พากันเดินลงมาจากรถยนต์เ่าั้ แล้วย่างก้าวขึ้นไปบนเรือเพิร์ลอย่างเต็มภาคภูมิ เพื่อเริ่มต้นและดื่มด่ำไปกับชีวิตยามค่ำคืนอันแสนหรูหราของพวกเขา ในสถานที่เดียวกันกับที่คนธรรมดาได้แต่จ้องมองด้วยความคาดหวังและไม่กล้าเข้าไป
เซียวเจิ้งกำลังนั่งสูบบุหรี่และดื่มน้ำแร่อยู่บนม้านั่งหิน พร้อมกับจ้องมองเหล่าชายหญิงที่เดินขึ้นไปบนเรือเพิร์ลด้วยสายตาเฉยเมย ในแววตาของเขาไม่มีความรู้สึกอิจฉา ไม่มีความอยากได้อยากมี อย่างมากที่สุดก็พบเพียงแค่ความเฉยชาในแววตาที่ลึกซึ้งเท่านั้น
เขาไม่ได้เกลียดชังคนรวย และไม่ใช่พวกรำพึงฟ้าเวทนาคน เขาเคยเห็นความสิ้นหวังและความแร้นแค้นจากอีกมุมหนึ่งของโลกมาแล้ว เมื่อมีคนดื่มเหล้าหัวราน้ำเพื่อให้ผ่านพ้นค่ำคืนอันน่าเบื่อหน่าย ก็ยังมีคนอีกมากมายในอีกซีกหนึ่งของโลกที่กำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดเพื่อแลกกับความอยู่รอดในวันพรุ่งนี้ นี่แหละคือชีวิต ในขณะที่บางคนกำลังเสวยสุขอยู่บน์ ผู้คนอีกมากมายก็กำลังมุ่งหน้าสู่ขุมนรก
เซียวเจิ้งเคยตกนรกมาก่อน ดังนั้นเขาจึงมีสิทธิ์พูดมากกว่าใคร เขาเต็มใจมอบเงินเก็บทั้งหมดให้กับผู้อำนวยการเฒ่า และสนับสนุนอยู่เื้ัอย่างเงียบงัน ในอดีตเซียวเจิ้งไม่คิดเลยแม้แต่น้อยว่าผู้อำนวยการเฒ่าทำความดีเอาไว้มากมาย ใน่หนึ่งเขาถึงกับมีความสุขที่ได้สร้างความเดือดร้อนและทำให้ผู้อำนวยการโมโหด้วยซ้ำ แต่มาตอนนี้ เขาคิดได้แล้วว่าผู้อำนวยการคือผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
ไม่รู้ว่าหลานซินเดินมาถึงั้แ่เมื่อไหร่ เธอกำลังมองเซียวเจิ้งที่แต่งกายธรรมดา ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้าอยู่อย่างเงียบงัน เมื่อเปรียบเทียบกับเรือสำราญที่หรูหราและสว่างไสวลำนี้แล้ว เซียวเจิ้งที่นั่งสูบบุหรี่อยู่คนเดียวบนม้านั่งหินนั้นดูแปลกแยกราวกับอยู่คนละโลก
นี่คือผู้ชายที่ถูกสลักลึกลงไปในจิตใจของหลานซิน ผู้ชายที่เคยมีจิตใจกล้าหาญและถูกมองว่าเป็ความภาคภูมิใจของ์
8 ปีผ่านไป เขาดูเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน เขากลายเป็คนที่โผบินไม่ได้ ตกต่ำลงมาเป็เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตัวเล็ก ๆ ที่หาเงินเดือนเพียงน้อยนิดมาเลี้ยงชีพ สายตาของเขายังคงดูคุ้นเคย แต่ไม่มีความกระจ่างชัดเจนอีกต่อไป ใบหน้าก็เปลี่ยนไปจากเดิมมาก ไม่มีความเยาว์วัยอีกต่อไปแล้ว ผิวพรรณไม่ละเอียดอ่อน เรียบเนียนเหมือนแต่ก่อน เธอมองเห็นร่องรอยของความอ้างว้างที่อยู่ในความหยาบกร้านนั้น ดูเหมือนว่าใน่เวลา 8 ปีนี้ เขาจะได้รับความทุกข์ทรมานจากชีวิตที่ถูกทำลาย และกลายเป็คนพ่ายแพ้ที่พบเห็นได้ทั่วไปในสังคม
ในขณะที่หลานซินกำลังคิดอะไรไปมากมาย ความเ็ปก็ได้ถาโถมเข้ามาในจิตใจของเธอพร้อม ๆ กัน เธอเกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมา แต่ที่มากไปกว่านั้นคือความโหยหาที่เธอมีต่อเขา เธออยากรู้เื่ราวในอดีตของเขา อยากให้กำลังใจเขา อยากให้เขาลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เธออยากให้เขากลับมาเป็ชายที่เป็ที่โปรดปรานของพระเ้า อยากให้เขาโบยบินขึ้นไปบนฟ้าด้วยความกล้าหาญอีกครั้งหนึ่ง
“ผู้อำนวยการหลาน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลดังผ่านเข้ามาในหู ทำเอาหัวใจดวงน้อย ๆ ของหลานซินสั่นสะท้านด้วยความใ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นก็พบว่า เซียวเจิ้งกำลังมองตรงมาที่เธอด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน เธอรู้สึกถึงความเหินห่างในแววตาของเขาได้อย่างเลือนลาง
เธอคุ้นเคยกับแววตาแบบนี้มาก เพราะในแววตาของเธอก็มักจะให้ความรู้สึกเหินห่างอย่างที่ไม่ทำร้ายใครเช่นเดียวกัน นี่คือเกราะป้องกันที่เกิดจากจิตใต้สำนึก ซึ่งเธอใช้เวลาฝึกฝนจากการทำงานมาหลายปี อีกทั้งยังเป็ออร่าของตำแหน่งผู้นำอันสูงส่งที่เธอสั่งสมมานานอีกด้วย
แต่ความเหินห่างในแววตาของเซียวเจิ้งนั้นสื่อความหมายอื่นออกมาอย่างชัดเจน ความอ่อนน้อมถ่อมตนของเขาอาจจะทำให้คนอื่นรู้สึกพึงพอใจได้ แต่มันกลับทำให้หลานซินทุกข์ใจมากเหลือเกิน
ใช่แล้ว ตอนนี้เธอคือ CFO ของซินอ้าว หญิงสาวมากความสามารถที่ได้รับความเคารพนับถือจากผู้คน ส่วนเขาเป็เพียงคนไร้ตัวตน ที่หัวหดเหมือนเต่าอยู่ในแผนกรักษาความปลอดภัยอันแสนเล็กจ้อย เป็ผู้ชายที่ทำงานเพื่อแลกกับข้าวสามมื้อต่อวัน ไม่ใช่ว่าระยะห่างของทั้งสองคนอยู่ห่างกันยิ่งกว่าระยะห่างของโต๊ะเรียนในสมัยมัธยมปลายอีกเหรอ?
หลานซินระงับความ้าที่ถาโถมเข้ามาในใจอย่างต่อเนื่อง ใน่เวลานั้นเธออยากจะบอกเซียวเจิ้งออกไปจนหมดเปลือกว่า ใน่มัธยมปลาย เธอนั่งอยู่แถวหลังของเขา เธอคือเด็กผู้หญิงที่แอบเอานมและผลไม้ไปวางไว้ในลิ้นชักของเขา และเธอก็คือเด็กผู้หญิงที่ยอมทิ้งคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยอันสูงลิ่วและยอมเรียนซ้ำชั้น เพื่อที่จะได้เข้าไปอยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกับเขา
แต่ว่าเธอไม่กล้า เธอไม่ใช่เด็กผู้หญิงที่ไร้ประสบการณ์อีกต่อไป แต่เป็คนที่โลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจมาหลายปี เธอฉลาดเป็กรด มีไหวพริบปฏิภาณ และมีกฏในการดำเนินชีวิตเป็ของตัวเอง เธอรู้ว่าผู้ชายที่มีความภาคภูมิใจในตัวเองส่วนมากนั้นยอมให้ชีวิตของตัวเองถูกเหยียบย่ำได้ แต่จะไม่ยอมให้ผู้หญิงมาทำร้าย เพราะนั่นจะทำให้เขาร้อนรนจนทนไม่ได้ แม้แต่เกราะป้องกันสุดท้ายก็จะถูกทำลายลงอย่างไร้ความปรานี
เธอจึงตัดสินใจที่จะเก็บซ่อนเื่นี้เอาไว้ และเริ่มต้นใหม่กับเขา..........
“มาถึงนานหรือยังคะ?”
หลานซินพยายามระงับความสับสบวุ่นวายภายในใจ แล้วคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ทำไมถึงไม่เข้าไปรอฉันข้างในล่ะ?”
ถึงนี่จะเป็คำพูดที่โพล่งออกไปโดยไม่ตั้งใจในสถานการณ์แห่งความสิ้นหวัง แต่ทันทีที่หลุดปากออกไป หลานซินก็นึกเสียใจขึ้นมาอย่างฉับพลัน
เข้าไปรอข้างใน?
แน่นอนว่าคนที่ประสบความสำเร็จอย่างหลานซินไม่มีปัญหาอะไรกับการจ่ายค่าตั๋วขึ้นเรือ 1,000 หยวน แต่เซียวเจิ้งล่ะ? เงินเดือนของเขายังไม่พอที่จะเปิดขวดไวน์บนโต๊ะเลยด้วยซ้ำ
หลานซินตัวเกร็ง เธอจ้องมองเซียวเจิ้งที่น่าจะถูกทำร้ายจิตใจอย่างระมัดระวัง ด้วยความรู้สึกผิดอย่างถึงที่สุด