ฟ่านชิงเสวี่ยมาถึงจวนซ่งในบ่ายวันที่ฟ้าใส
เด็กสาวอายุสิบขวบในชุดแพรสีฟ้าอ่อน ผมเกล้ามวยประดับปิ่นไข่มุก ใบหน้ากลมใสซื่อ ดวงตากลมโตชวนให้คนเอ็นดู นางก้าวเข้าประตูจวนด้วยท่าทางขวยเขิน มือกอดห่อของขวัญไว้แนบอก
"เรียนซ่ง" นางโค้งคำนับอย่างนอบน้อม เสียงใสกังวาน "ฟ่านชิงเสวี่ย วันก่อนได้รับความกรุณาจากคุณชายรองช่วยขึ้นจากน้ำ บุญคุณครั้งนี้มิอาจลืมเลือน วันนี้จึงขออนุญาตมากราบขอบพระคุณด้วยตนเองเ้าค่ะ"
ถ้อยคำไพเราะ กิริยางดงาม ทั่วไปเห็นแล้วคงใจอ่อน
แต่เสิ่นว่านอวี๋เพียงยิ้มบางๆ "เด็กดีจริง ลุกขึ้น เื่เล็กน้อยเช่นนั้น ไม่ต้องถือเป็บุญคุณอะไรหรอก ใครเห็นคนตกน้ำก็ต้องช่วยทั้งนั้น"
เพียงประโยคเดียว ก็ปัดคำว่า บุญคุณช่วยชีวิต ทิ้งไปอย่างนุ่มนวล
รอยยิ้มบนใบหน้าฟ่านชิงเสวี่ยแข็งค้างไปเสี้ยว ก่อนจะรีบกลบเกลื่อน "ซ่งฮูหยินใจดีเหลือเกินเ้าค่ะ แต่สำหรับแล้ว ชีวิตหนึ่งชีวิตเป็เื่ใหญ่ ขอเพียงได้รับใช้ตอบแทนสักนิดก็ยังดี... ไม่ทราบว่าคุณชายรองอยู่หรือไม่เ้าคะ ชิงเสวี่ยอยากกราบขอบคุณท่านด้วยตนเอง"
เสิ่นว่านอวี๋ยังคงสีหน้าอ่อนโยน ยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ราวกับไม่ได้ยินความเร่งร้อนที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำเสียงของอีกฝ่าย "น่าเสียดาย ติ้งหย่วนไปฝึกที่ค่ายทหารั้แ่เช้า คงกลับดึก เ้ามีน้ำใจมาถึงนี่ ข้าจะบอกให้เขาทราบเอง"
นางวางถ้วยชาลงเบาๆ ไม่มีเสียงแม้สักนิด แล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มบางๆ ดวงตางามที่ทอดมองฟ่านชิงเสวี่ยนั้นอ่อนโยน ทว่าลึกลงไปกลับนิ่งสงบราวผิวน้ำในบ่อลึกมองไม่เห็นก้น
ฟ่านชิงเสวี่ยรู้สึกขนลุกวาบโดยไม่ทราบสาเหตุ ราวกับว่าตรงหน้ามองทะลุความคิดในหัวตนไปจนหมดสิ้น นางรีบก้มหน้าลง ปกปิดตาที่สั่นไหว
——————
ในเรือนใน เหยาเหยาที่กำลังนอนเล่นกับลูกกระพรวน ได้ยินว่าฟ่านชิงเสวี่ยจะเข้ามา ก็ขนลุกซู่
มาจริงด้วย! นางเอกตัวจริงมาเยือนถึงประตูแล้ว! เหยาเหยาคิดในใจอย่างตื่นเต้นปนระแวง ให้ตายสิ ของจริงหน้าตาเป็ยังไงนะ ในนิยายบรรยายว่า งามดั่งบุปผาพ้นน้ำ ใสซื่อดั่งกวางน้อย ฮึ ข้าละอยากเห็นจริงๆ ว่ากวางน้อยตัวนี้เขี้ยวยาวแค่ไหน
ไม่นานฟ่านชิงเสวี่ยก็ตามเสิ่นว่านอวี๋เข้ามาในเรือน พอสายตาตกลงบนเปลของเหยาเหยา ดวงตานางก็
ก้าวเข้าไปใกล้เปล ก้มมองทารกน้อยในนั้น รอยยิ้มหวานเจื้อย "โอ๋ คุณหนูน้อยน่ารักจริงๆ เ้าค่ะ ตากลมโตเหมือนเลย"
เหยาเหยาเงยหน้าขึ้นมองเด็กตรงหน้า สมองน้อยๆ ประมวลผลทันที
นี่สินะฟ่านชิงเสวี่ย หน้าตาก็สวยใสจริงๆ นั่นแหละ แต่ เหยาเหยาจ้องดวงตาของอีกฝ่าย ตานางไม่มีแววของเด็กสิบขวบเลย เหมือนกำลังประเมินว่าข้ามีค่าพอจะใช้ประโยชน์ไหม
เอ่ยหวานๆ "คุณหนูน้อยชื่ออะไรเ้าคะ ท่าทางฉลาดเชียว"
เฮ้ย! อย่ามาแตะตัวข้านะยัยจอมเสแสร้ง! มือนางน่ะ ข้าไม่รู้ว่าจับอะไรมาบ้าง! สร้อยพิษเมื่อวานยังหลอนอยู่เลย! เหยาเหยาใ แล้วทำสิ่งเดียวที่ทารกทำได้——
เสียงร้องดังลั่นเรือน ฟ่านชิงเสวี่ยสะดุ้งจนชักมือกลับ
เสิ่นว่านอวี๋รีบเข้ามาอุ้มลูกสาวขึ้นปลอบ "โอ๋ๆ ไม่เป็ไรนะลูก" นางหันไปยิ้มบางๆ ให้ฟ่านชิงเสวี่ย "เด็กเล็กกลัวคนแปลกหน้า เ้าอย่าถือสาเลยนะ"
ฟ่านชิงเสวี่ยฝืนยิ้ม แต่ในใจหงุดหงิด
ในความทรงจำเื่ที่นางอ่านมา ตระกูลซ่งควรเป็ตัวประกอบหน้าโง่ที่ถูกหลอกใช้ได้ง่ายๆ ซ่งควรหลงความน่ารักของนางจนรับเป็ลูกบุญธรรม คุณชายรองควรหลงนางหัวปักหัวปำ
แต่ที่ผ่านมา ซ่งกลับแสดงท่าทีเฉยชาห่างเหินอย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั่งคุณชายรองก็ยัง บังเอิญ มีธุระนอกบ้านทุกครั้งที่นางมาเยือน ราวกับว่า... คนทั้งตระกูลซ่งต่างร่วมใจกันตั้งปราการกีดกันนางออกไป
ฟ่านชิงเสวี่ยกวาดสายตามองไปรอบห้องโถง เครื่องเรือนไม้จันทน์หอมสลักลายเรียบหรู ม่านแพรพรรณปักลายเมฆมงคลอันประณีต ทุกรายละเอียดล้วนสะท้อนถึงรสนิยมอันสูงส่งทว่าสมถะไม่โอ้อวดของเ้าของจวน ในห้วงความทรงจำเดิมของนาง ควรเป็เพียงฉากหลังอันเลือนราง เป็เพียงตัวประกอบที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปในหน้าประวัติศาสตร์
ทว่าเหตุใด... ตัวประกอบเหล่านี้ในยามนี้ ถึงได้ดูสง่างาม คมคาย และยากแท้จะหยั่งถึงปานนี้เล่า?
ฟ่านชิงเสวี่ยลอบกรามแน่น ข่มกลั้นความหงุดหงิดในอก ก่อนจะปั้นแต่งรอยยิ้มอ่อนหวานขึ้นมาใหม่ "ซ่งฮูหยินเ้าคะ ชิงเสวี่ยพอมีฝีมือด้านงานเย็บปักถักร้อยอยู่บ้าง เห็นว่าคุณหนูน้อยเพิ่งลืมตาดูโลก จึงอยากจะปักเอี๊ยมผืนน้อยถวายเป็ของรับขวัญ ไม่ทราบว่า..."
"น้ำใจของเ้า ข้ารับไว้แล้ว" เสิ่นว่านอวี๋เอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเปี่ยมด้วยแรงกดดันอันเด็ดขาด "ทว่าเครื่องใช้ส่วนตัวของเหยาเหยา ข้ามีกฎเหล็กว่าต้องผ่านมือคนในจวนเท่านั้น เด็กทารกผิวพรรณบอบบางนัก ของจากภายนอกข้ามิกล้าให้ระคายผิวลูก เ้าเองก็คงเข้าใจหัวอกของคนเป็แม่ใช่หรือไม่?"
อีกครั้งแล้ว... ที่ประตูบานใหญ่ถูกปิดใส่หน้านางอย่างสุภาพอ่อนโยน
ฟ่านชิงเสวี่ยรู้สึกราวกับตนเองกำลังออกแรงชกเข้าใส่กำแพงปุยนุ่น ไม่ว่าจะทุ่มเทกำลังไปมากเพียงใด ก็ไม่อาจทะลวงผ่านเข้าไปได้เลยแม้แต่น้อย
——————
ทารกน้อยเหยาเหยาในอ้อมอกอุ่นของมารดา แอบลืมตาขึ้นมองฟ่านชิงเสวี่ยผ่านช่องว่างระหว่างนิ้วป้อมๆ ของตน
เห็นหรือยังเ้าคะท่านแม่! ดูสีหน้านางตอนนี้สิ ยิ้มแย้มอ่อนหวานแต่แววตาร้อนรุ่มแทบเป็ไฟ นี่แหละธาตุแท้ของนางะ! เสียงเล็กๆ ของเหยาเหยาดังขึ้นในใจอย่างสใจ นางคงกำลังมึนตึ้บอยู่แน่ๆ ว่าทำไมบทบาทถึงไม่ดำเนินไปตามที่นางจำได้ อิอิ ก็เพราะข้าแอบฉีกบททิ้งไปทีละหน้าอย่างไรเล่า!
แต่ถึงอย่างนั้นก็ประมาทไม่ได้นะเ้าคะ คนประเภทนี้ยิ่งเผชิญทางตันก็ยิ่งอันตราย นางจะต้องดิ้นรนหาหนทางอื่นอย่างแน่นอน
เสิ่นว่านอวี๋โยกเปลกล่อมลูกน้อยพลางสดับฟังเสียงในใจนั้นอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าของนางยังคงประดับด้วยรอยยิ้มละมุนละไม ทว่าในใจกลับเห็นพ้องกับคำเตือนของบุตรสาวทุกประการ
นางหันไปสบตากับฟ่านชิงเสวี่ย เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าแฝงกระแสขับไล่อย่างชัดแจ้ง "วันนี้คุณหนูฟ่านมีน้ำใจมาเยี่ยมเยียน ข้ายินดียิ่งนัก ทว่าตอนนี้น้อยเริ่มงอแงเสียแล้ว ข้าคงต้องขอตัวไปดูแลลูกก่อน ไว้โอกาสหน้าค่อยมาสนทนากันใหม่... เด็กๆ ส่งแขก"
ฟ่านชิงเสวี่ยจำต้องลุกขึ้นย่อกายคำนับลาอย่างเลี่ยงไม่ได้ นางก้าวออกจากเรือนยิ้มแย้มละมุนละไม ทว่าสองมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างกลับกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อแทบหลั่งเื
เมื่อเดินพ้นลานบ้านออกมา นางก็หันกลับไปมองจวนสกุลซ่งอันโอ่อ่าอีกครั้ง แววตาที่เคยใสซื่อบริสุทธิ์เมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็เย็นเยียบและคมปลาบราวกับลิ่มน้ำแข็ง
"ตระกูลซ่ง..." เด็กสาวพึมพำในลำคอด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ "พวกแกควรจะเป็บันไดให้ข้าเหยียบย่ำขึ้นไปสู่จุดสูงสุด มิใช่กำแพงหนาที่มาขวางทางข้าแบบนี้"
"ในเมื่อบันไดนี้ไม่ยอมให้ข้าเหยียบ... ข้าก็จะทุบมันทิ้งเสีย แล้วสร้างอันใหม่ขึ้นมาเอง!"
เด็กสาวเหยียดยิ้มเ็า สะบัดแขนเสื้ออย่างแรงแล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
——————
ภายในห้องชั้นในอันเงียบสงบ เหยาเหยาที่เสร็จสิ้นภารกิจ แสร้งร้องไห้ พลันกลับมาอารมณ์ดีทันควัน นางก็นอนดูดนิ้วป้อมๆ อย่างสำราญใจอยู่ในอ้อมอกของมารดา
เฮ้อ... เหนื่อยชะมัดเลย แกล้งร้องไห้นี่ใช้พลังงานเยอะจริงๆ ร่างทารกนี่ทำอะไรก็ติดขัดไปหมด เด็กคิดอย่างเซ็งๆ แต่อย่างน้อยรอบนี้ก็สกัดนางไว้ได้สำเร็จ... เฮ้อ ข้าต้องรีบโตเร็วๆ เสียแล้ว จะได้ลงมือจัดการเองเสียที นอนอุตุเป็เด็กทารกแบบนี้มันอึดอัดชะมัด!
ว่าแต่... ฟ่านชิงเสวี่ยจะเดินหมากตาไหนต่อล่ะเนี่ย? ในนิยายต้นฉบับ พอเข้าหาตระกูลซ่งไม่ได้ นางจะเบนเป้าหมายไปที่... เอ๊ะ!
เหยาเหยาสะ
จริงด้วย! ถ้าเหยียบตระกูลซ่งไม่ได้ ฟ่านชิงเสวี่ยก็จะหันไปซบ 'ตระกูลกู้' สองพี่น้องตระกูลกู้ที่เป็พวกคุณหนูคุณชายเสเพลจอมร้ายกาจพวกนั้น! แล้วใช้ตระกูลกู้เป็สะพานทอดไปสู่...
์! มันโยงใยถึงกันหมดเลยนี่นา! ฟ่านชิงเสวี่ย-ตระกูลกู้-อ๋องรอง นี่มันกลุ่มตัวร้ายตัวพ่อตัวแม่รวมตัวกันชัดๆ!
เสิ่นว่านอวี๋ที่กำลังโอบอุ้มลูกน้อยอยู่พลันมือเกร็งขึ้นเล็กน้อย
กลุ่มตัวร้ายรวมตัว...
สามชื่อนี้ที่หลุดออกมาจากเสียงในใจของทารกน้อย แผนผังเครือข่ายฏถูกคลี่ออกตรงหน้าเสิ่นว่านอวี๋อย่างแจ่มแจ้ง ข้อมูลลับระดับแผ่นดินที่เหล่าขุนนางในราชสำนักต้องใช้เวลาสืบสวนแรมปี ทว่าบุตรสาวตัวน้อยของนางกลับเปิดเผยมันออกมาอย่างง่ายดายในขณะที่กำลังนอนดูดนิ้วเล่น
นางก้มลงประทับจุมพิตที่หน้าผากมนของบุตรสาวแ่เบา กลิ่นน้ำนมหอมละมุนจากกายเด็กน้อยช่วยประโลมจิตใจ ทว่าในสมองกลับจดจำทุกรายนามที่ลูกเอ่ยไว้อย่างแม่นยำ ราวกับสลักลึกลงบนแผ่นศิลา
"เหยาเหยาของแม่..." นางกระซิบแ่เบาจนแทบกลืนหายไปกับสายลม "เ้ามิต้องแบกรับสิ่งใดทั้งสิ้น เพียงแค่คิดให้แม่ฟังก็พอ... ส่วนที่เหลือปล่อยให้คนทั้งตระกูลซ่งเป็ผู้จัดการเอง"
ในอ้อมอกอุ่น เหยาเหยาอ้าปากหาวหวอดใหญ่ ก่อนจะคลี่ยิ้มงัวเงีย ไม่รู้เลยว่า ตนเองเพิ่งจะมอบอาวุธาชิ้นสำคัญที่สุดในการพลิกแผ่นดินให้แก่ครอบครัว
คืนนี้... ห้องประชุมลับของจวนสกุลซ่ง คงต้องเปิดอภิปรายกันยาวนานเสียแล้ว