บทที่ 6 คุณมาทำอะไร
หลงถิงเซินพูดว่าให้เวลาแค่สองวัน นั้น ก็จะต้องเหลือแค่เวลาสองวัน
กู้จือซีเข้าใจเขาและไม่กล้าขัดคำสั่ง ถ้าหลังจากสองวันแล้วเธอยังไม่ย้ายออกไปไม่เพียงแค่เธอแม้กระทั้งน้องสาวของเธอและซวี่ไท้หยางก็จะต้องได้รับความเดือดร้อนด้วย
เพราะฉะนั้นพอหลงถิงเซินไปกู้จือซีก็ย้ายร่างกายที่เจ็บปวดเริ่มไปเก็บข้าวของ
ห้องนี้หลงถิงเซินยกให้เธอหลังจากที่เธอและหลงถิงเซินพักอยู่ด้วยกันไม่นาน
กู้จือหย่าพักอยู่ที่นี่ราวๆ สามปีแล้ว หลังจากที่ซวี่ไท้หยางและกู้จือหย่าคบกันก็มักจะมานอนค้างคืนที่นี่บ่อยๆ สิ่งของที่สองคนหลงเหลือไว้นั้นเยอะมาก กู้จือซีเก็บไปได้หลายกล่องก็จะเก็บไม่หมด
เธอรู้สึกว่าเหนื่อยมากๆ จริงๆ เลยนอนหลับอยู่บนโซฟา
พอหลับลงกู้จือซีก็ไม่รู้เหมือนกันว่านอนไปนานเท่าไหร่แล้วเพียงแค่ในฝันร่างกายทุกข์ทรมานมาก ทั้งร่างกายเจ็บปวดไม่สบายและยังร้อนๆ หนาวๆ อีกช่องท้องก็เจ็บอยู่ลึกๆ
ร่างกายเธอมืดมัว ขัดขืนอยู่ในความฝันมาเนิ่นนานในที่สุดก็ตื่นขึ้นมาอย่างอ่อนเพลีย
เมื่อลืมตาขึ้น กู้จือซีก็พบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาล
“พี่ ตื่นสักที” ซวี่ไท้หยางรีบพุ่งเข้ามาพร้อมพูดว่า “พี่มีไข้สูงนอนไปหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว”
“อะไรนะ?” กู้จือซีตอบสนองอย่างช้าๆ “ฉันนอนไปหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้วหืรอ?”
ถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ต้องย้ายออกแล้วสิ?
“ก็ใช่น่ะสิครับ” ซวี่ไท้หยางพูด “อ้อใช่ช้ละ ทำไมจู่ๆ พี่ก็เก็บข้าวของล่ะครับจะย้ายออกไปหรือ?”
“ใช่ พวกเราจะต้องย้ายออกไปเดี๋ยวนี้” กู้จือซีลุกนั่งขึ้นมาแต่ร่างกายของเธอไร้เรี่ยวแรงพอลุกขึ้นก็มึนหัวตาลาย
“พี่ระวังหน่อย” ซวี่ไท้หยางพยุงเธอ “ทำไมจะต้องย้ายออกอย่างรีบร้อนขนาดนั้นละครับ?ย้ายออกแล้วไปพักที่ไหน?”
กู้จือซีพูดขึ้นรวดเร็ว “ไปที่บ้านนายได้ไหมให้พี่อยู่ที่นั่นสองวัน รอให้พี่หาห้องให้ได้แล้ว ก็จะย้ายออกไปทันที”
“ได้อยู่แล้วพี่ไม่ต้องรังเกียจว่าบ้านผมเก่าก็พอ”
“โอเค ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปย้ายตอนนี้แหละ...”
“ว่าแต่ทำไมหรือครับ?” ซวี่ไท้หยางไม่สามารถเข้าใจได้กู้จือหย่าร่างกายไม่แข็งแรงไม่สามารถทำงานหนักได้ จู่ๆ ก็จะย้ายบ้านเมื่อเทียบกับร่างกายของเธอแล้วความรับผิดชอบใหญ่มาก
“ไม่มีอะไร.....” กู้จือซีพูดอย่างไม่ชัดเจน“ก็คือจะต้องย้ายออกเดี๋ยวนี้”
กู้จือซียืนยันว่าจะออกจากโรงพยาบาลให้ได้จะกลับบ้านพร้อมซวี่ไท้หยางไปเก็บข้าวของที่เหลืออยู่ให้เสร็จ จากนั้นก็ขับรถย้ายของเป็นกล่องๆไป
ซวี่ไท้หยางพักอยู่ที่อาคารแห่งในหนึ่งในหมู่บ้านเก่าๆตึกหนึ่ง มีห้องนอนสอง ห้องรับแขกหนึ่งห้อง ทั้งแคบและทั้งอับชื้น สภาพแวดล้อมแย่มาก
แต่กู้จือซีย้ายมาอย่างกระทันหัน ก็เลยไม่มีวิธีที่เวลาจะมากังวลเรื่องนี้
ทั้งสองคนวุ่นกันทั้งบ่าย ในที่สุดก็เหลือกล่องสุดท้ายแล้ว
เมื่อออกจาจากลิฟต์ ก่อนที่จะเปิดประตูเข้ามาในห้องกู้จือซีก็พูดกับซวี่ไท้หยางว่า “วันนี้ลำบากนายแย่เลย อีกครู่เดี๋ยวฉันเลี้ยงเข้าวนายนะ”
“พี่จะเกรงใจผมทำไม ย้ายบ้านช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ จะนับว่าเป็นอะไร พี่เป็นพี่สาวของผม ช่วยพี่ย้ายบ้านสิบครั้งก็เป็นเรื่องที่สมควร....”
กู้จือซียิ้มขึ้นมา ผลักเปิดประตูออกไป แล้วเดินเข้าไปได้ครึ่งก้าวแต่จู่ๆ ก็กลับมองเห็นร่างเงาด้านหลังที่สูงโปร่งของหลงถิงเซินอยู่ในห้องรับแขก
เขานั่งหันหลังให้กับกู้จือซี ยืนขึ้นลำตัวตรงเงาหลังแข็งเย็นชา
หัวใจของกู้จือซีหดเข้ามา รีบถอยหลังไป แต่กลับไม่ทันระวังชนเข้าไปยังอ้อมอกของซวี่ไท้หยาง
ซวี่ไท้หยางตอบสนองยื่นมือออกมาพยุงเธอไว้“มีอะไรหรือ?”
เขาก็มองดูข้างในห้อง ก็มองเห็นผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเลยพูดขึ้นอย่างไม่เกรงใจ “นายเป็นใคร มาที่บ้านของพวกเราทำไม?”
หลงถิงเซินหันหน้ามาช้าๆ ใบหน้าหล่อเหลาเหมือนเช่นเดิมแต่ว่าสีหน้าของเขากลับเย็นยะเยือกสุดขีด สายตาคมกริบ ค่อยๆ แสกนอยู่บนใบหน้าของซวี่ไท้หยางช้าๆ
เขาจ้องซวี่ไท้หยาง แต่กลับพูดให้กู้จือซีฟัง“ฉันเคยบอกเธอว่าอะไร เธอลืมไปแล้ว หรือว่าไม่เก็บมาใส่ใจ?”
กู้จือซีกลัวจนหดนิ้วมือเข้ามา เธอรีบผลักซวี่ไท้หยางออกไป
“นายออกไปก่อน ฉัน...มีธุระต้องจัดการ”
เมื่อพูดจบ กู้จือซีก็รีบปิดประตู
เธอกำลังอยากจะหันหน้ามา แผ่นหลังก็ชนกับร่างกายสูงกำยำร้อนผ่าวทันใดนั้นก็กดเธอไว้กับประตู