บทที่ 17 หลิวซีซวงเสียโฉม
นางไม่สนใจความเ็ปตามร่างกาย รีบเอามือปาดไปที่ใบหน้า เมื่อรู้สึกถึงความเจ็บแสบที่รุนแรง น้ำตาก็ไหลพรากออกมา ร้องไห้เสียงดัง “อ๊ายย! หน้าของข้า หน้าของข้า เจ็บเหลือเกิน!”
หลิวซีเหวินไม่ได้รับาเ็หนักขนาดนั้น เขาอดทนต่อความเ็ปที่แขนขา ไอออกมาหลายครั้ง เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของน้องสาว เขาก็ใมาก รีบลุกขึ้นอุ้มหลิวซีซวงถอยหลังพลางะโ “อวี๋เอ๋อร์ หนีเร็ว!”
หลิวซีอวี๋ถือว่าโชคดี ตำแหน่งที่นางยืนอยู่ค่อนไปทางด้านหลัง แรงะเิส่วนใหญ่ถูกหลิวซีเหวินรับไว้
นางได้รับาเ็ที่ขาเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อได้ยินพี่ชายร้องเตือนนางก็รีบลุกขึ้นวิ่งตามไปทันที และเมื่อเห็นสภาพอันน่าสยดสยองของหลิวซีซวง นางก็แทบหยุดหายใจด้วยความใ
เมื่อถอยไปยังตำแหน่งที่ปลอดภัยแล้ว หลิวซีเหวินก็เห็นใบหน้าด้านขวาของหลิวซีซวง ดวงตาของเขาก็ตกตะลึงเช่นกัน
ใบหน้านี้เสียโฉมอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าจะได้รับการรักษาทันเวลาและกินยาฟื้นฟูที่ดีที่สุด ก็จะยังคงมีแผลเป็ขนาดใหญ่อยู่ดี
หลิวซีซวงเป็น้องสาวแท้ๆ ของเขา เป็แก้วตาดวงใจของบิดามารดา นางงดงามกว่าหลิวซีอวี๋ และยังฉลาดหลักแหลมอีกด้วย
แต่ตอนนี้กลายเป็เช่นนี้ ชีวิตของนางคงพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เดิมทีตั้งใจมาเอาคืนด้วยความคึกคะนอง แต่กลับเกือบเสียท่าจนหมดรูปขบวน เขาเองก็รู้สึกกระวนกระวายใจอย่างมาก
หลิวซีอวี๋หน้าซีดเผือดด้วยความใ พูดตะกุกตะกัก “พี่ใหญ่ หน้าของซีซวงเป็เช่นนี้ แล้ว...แล้วเราจะทำอย่างไรดีเ้าคะ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สายใยสุดท้ายในใจของหลิวซีซวงก็ขาดสะบั้นนางร้องไห้โฮออกมา น้ำตาไหลพรั่งพรูราวกับน้ำพุ “พี่ใหญ่ หน้าของข้าเสียโฉมแล้วใช่หรือไม่? ข้าจะทำเช่นไรดี? ทำเช่นไรดี?”
หลิวซีเหวินก็ใเช่นกัน รีบหยิบยาเม็ดสีเขียวมรกตออกมาป้อนให้นางกินแล้วปลอบโยนว่า
“ซวงเอ๋อร์อย่าเพิ่งใ นี่คือยาฟื้นฟูระดับ 5 ที่ท่านพ่อให้มา ตอนนี้หน้าของเ้ายังไม่เป็อะไร
พอกลับไปแล้ว พี่จะให้คนในตระกูลไปเชิญนักหลอมโอสถขั้นสูงมาหลอมยาฟื้นฟูใบหน้าให้ ไม่นานหน้าของเ้าก็จะกลับมาเป็เช่นเดิมแล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดของพี่ชาย หลิวซีซวงก็เหมือนเห็นความหวัง แม้ว่าน้ำตายังคงไหลอาบแก้ม
“ข้าไม่อยากเสียโฉม ไม่อยากเสียโฉม ข้าอยากกลับบ้าน กลับบ้านไปหาท่านพ่อ ให้ท่านพ่อหานักปรุงโอสถมารักษาให้ข้า”
หลิวซีเหวินพยักหน้า เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถเชิญนักหลอมโอสถขั้นสูงมาได้หรือไม่ แต่ในเวลานี้เขาทำได้เพียงปลอบโยนนางเท่านั้น
เขายิงพลุสัญญาณขึ้นไปบนฟ้าแล้วหันไปสั่งหลิวซีอวี๋ที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าหวาดกลัว “อวี๋เอ๋อร์ เ้าอยู่ดูแลซวงเอ๋อร์ที่นี่ อย่าไปไหน รอคนจากตระกูลมารับ”
หลิวซีอวี๋พยักหน้า “เ้าค่ะพี่ใหญ่ แล้วพี่ใหญ่จะไปที่ใดหรือเ้าคะ?”
หลิวซีเหวินมองไปทางที่จื่อเชียนเกอหนีไป เขาได้แต่กัดฟันกรอด
“ข้าจะไปตามล่านังเด็กสารเลวนั่น ข้าจะต้องฆ่ามันให้ตายให้ได้!”
ในเวลานี้ ความรู้สึกในใจของหลิวซีซวงไม่ใช่ความอิจฉาอีกต่อไป แต่เป็ความเกลียดชัง เคียดแค้นอย่างรุนแรง “พี่ใหญ่ ข้า้าให้มันตาย ตายอย่าอนาถ! ท่านต้องฆ่ามันให้ได้นะเ้าคะ”
หลิวซีเหวินก็เก็บความแค้นไว้เช่นกัน ถ้าครั้งนี้แก้แค้นไม่สำเร็จ เขาก็ไม่กล้าสู้หน้าใครอีกต่อไป
“ตกลง” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งไล่ตามจื่อเชียนเกอไป
ส่วนอีกด้านหนึ่ง จื่อเชียนเกอที่าเ็สาหัส ใช้วิชาตัวเบาเพียงแค่ชั่วหนึ่งก้านธูป*[1] ก็หนีไปได้ไกลเจ็ดถึงแปดลี้แล้ว
ฮั่นตั้นเห็นจื่อเชียนเกอหน้าซีดก็เป็ห่วง “พี่หญิง เ้าเป็อย่างไรบ้าง?”
จื่อเชียนเกอที่กำลังวิ่งอย่างสุดกำลังอยู่ก็เอามือลูบอกตัวเอง ไอออกมาหลายครั้ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเ็า “ไม่ได้รับาเ็หนักขนาดนี้มานานแล้ว อวัยวะภายในเจ็บแปลบๆ แต่ไม่เป็ไร ข้ายังไหว”
ฮั่นตั้นครุ่นคิดแล้วเสนอ “พี่หญิง ห่างออกไปราว ๆ สามจั้งมีหุบเขาที่ซ่อนตัวอยู่ เ้าสามารถไปรักษาตัวที่นั่นได้ แต่หลิวซีเหวินต้องตามมาแน่ๆ เราต้องหาวิธีถ่วงเวลาเขาไว้”
จื่อเชียนเกอยิ้มแล้วพยักหน้า “ข้ามีวิธี ฮั่นตั้น เ้าตรวจสอบดูว่ามีอสูรระดับสูงอยู่ที่ไหนบ้าง?”
ฮั่นตั้นสงสัย “เ้าจะทำอะไร?”
จื่อเชียนเกอไอออกมาอีกครั้ง พูดอย่างเหนื่อยหอบ “ตอนนี้ข้าสู้เขาไม่ได้ ต้องอาศัยพลังของอสูรกันไว้ก่อน ข้าเพิ่งปรุงผงล่ออสูรเมื่อคืนนี้ ได้เวลาเอามาลองใช้พอดี”
“ผงล่ออสูร? นี่มันของดีนี่ ฮ่าๆๆ คราวนี้เขาเสร็จแน่ๆ ต่อให้ไม่ตายก็คงต้องาเ็สาหัส” ฮั่นตั้นอุทาน
จื่อเชียนเกอแสยะยิ้ม “ใช่ ข้าเตรียมไว้ให้พวกมันโดยเฉพาะ”
ฮั่นตั้นยิ้ม “ดีเลย ข้าก็อยากเห็นผลเหมือนกัน พี่หญิง เลี้ยวซ้ายที่ทางแยกข้างหน้า ประมาณห้าลี้เป็ถิ่นของหมูป่าเขี้ยวยาวเพลิงคลั่งระดับ 3 ตอนนี้มีอยู่ห้าหกตัวกำลังหาอาหาร เป็โอกาสที่ดีมาก”
จื่อเชียนเกอยิ้ม จงใจทิ้งร่องรอยไว้แล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ฮั่นตั้นบอก พร้อมกับโปรยผงล่ออสูรบางๆ ไปตลอดทาง
หลิวซีเหวินที่ไล่ตามมาอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งไล่ตามนานเท่าไหร่ ความโลภในแววตาก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น เด็กสาวคนนี้ลึกลับกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก ทักษะต่อสู้สองท่าที่นางใช้มีระดับสูงกว่าเขามาก แถมยังมีวิชาตัวเบาอีกด้วย ถ้าเขาได้วิชาเหล่านี้มาฝึกฝน เขาต้องกลายเป็หนึ่งในผู้มีฝีมือของตระกูลหลิวแน่ๆ
เมื่อความโลภเกิดขึ้น มักจะทำให้ขาดสติ ตอนนี้ในสายตาของเขามีเพียงทักษะระดับสูงเท่านั้น ลืมคิดไปว่าคนที่มีทักษะระดับสูงจะต่อสู้ด้วยง่ายๆ ได้อย่างไร? เื้ัของนางจะแข็งแกร่งแค่ไหน? นี่ไม่ใช่เื่ที่ตระกูลหลิว ที่จะไปยั่วได้!
หลิวซีเหวินตามรอยที่จื่อเชียนเกอทำไว้ไป จนพบเส้นทางที่จื่อเชียนเกอหลบหนีไป ในใจจินตนาการว่าทักษะระดับสูงเ่าั้กำลังจะตกเป็ของเขา
ในขณะที่เขากำลังย่ามใจอยู่นั้น เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากทุกทิศทุกทางก็ดังขึ้น เขารีบะโขึ้นไปบนต้นไม้ใกล้ๆ แล้วมองไปรอบๆ เมื่อเห็นดังนั้นเขาก็ร้องด้วยความใ “นี่มันอะไรกัน? ทำไมอสูรระดับ 2-3 ถึงได้มารวมตัวกันที่นี่มากมายเพียงนี้?”
จื่อเชียนเกอซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่ที่มีใบหนาแน่น เห็นหลิวซีเหวินวิ่งเข้าไปในวงล้อมของอสูรแล้วยิ้ม “ถึงข้าจะสู้เ้าไม่ได้ แต่ข้าก็ยังสามารถจัดการเ้าได้”
กลีบดอกไม้ของฮั่นตั้นบินว่อนด้วยความตื่นเต้น หัวเราะเสียงดังในจิตสำนึก “พี่หญิง วิธีนี้ของเ้าเยี่ยมมาก คราวนี้เขาตายแน่ๆ”
เธอมองอย่างเฉยเมย ไม่คิดว่าหลิวซีเหวินจะอ่อนแอขนาดนั้น “ตระกูลของเขาน่าจะร่ำรวย คงมีวิธีเอาตัวรอด น่าจะแค่กลับไปนอนพักสักสิบวันครึ่งเดือนก็หาย”
ฮั่นตั้นรู้สึกเสียดาย “โชคดีเกินไปแล้ว”
จื่อเชียนเกอส่ายหน้า ไม่ได้สนใจ “ไม่เป็ไร ยังไงก็ถือว่าได้สร้างความแค้นกับตระกูลหลิวแล้ว ไว้ค่อยแก้แค้นทีหลัง”
ร่างสีขาวที่อยู่ไม่ไกลเหลือบมองต้นไม้ที่จื่อเชียนเกอซ่อนตัวอยู่ ดวงตาที่เ็าเฉยเมยเผยประกายออกมาเล็กน้อย ถ้าสังเกตให้ดี จะเห็นว่าเขามีใบหน้าที่หล่อเหลาเอาการ
ถ้าจื่อเชียนเกอเห็นเขา ก็คงจะรู้สึกคุ้นเคย เขาคือเด็กหนุ่มรูปงามที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ และเห็นตอนที่เธอสั่งสอนฉินจวิ้นเมื่อสามวันก่อน
*[1] หนึ่งก้านธูป = 30 นาที