เกิดใหม่ครั้งนี้โดนเนรเทศไม่พอ...ยังมีสามีเป็นสตรีอีกหรือ [มีE-book]]

    บทที่ 98 เพิ่มระดับอย่างต่อเนื่อง

            บทที่98

            เพิ่มระดับอย่างต่อเนื่อง

            เซี่ยอันอวี่ตื่นสายกว่าทุกวันหลังจากล้างหน้าและรับประทานอาหารเช้าอย่างเร่งรีบ นางก็รีบออกมายังหน้าจวน

            เมื่อออกมาบริเวณด้านนอกก็พบว่าหยางจื้อหลงยืนรออยู่แล้วใต้ร่มเงาของต้นไม้ที่ปลูกข้างทางเดินหยางจื้อหลงเห็นนางก็ประสานมือเล็กน้อยเป็นเชิงทักทายก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ

            “ท่านแม่ทัพให้ข้ามารอพาฮูหยินไปที่สวนขอรับ”

            “วันนี้ท่านแม่ทัพกล่าวไว้ว่าไม่จำเป็นต้องเร่งรีบตื่นแต่เช้า”

            เซี่ยอันอวี่ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อนางได้ยินเช่นนั้นก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจขณะเดินตามหยางจื้อหลงไปตามทางเดินดินแข็งที่ทอดยาวสู่ทิศเหนือของจวนเจ้าเมือง

            แสงแดดยามเช้าส่องลงมาอย่างอ่อนโยนลมทะเลทรายยังไม่รุนแรงนัก อากาศในยามเช้าจึงยังคงเย็นสบายเสียงฝีเท้าของทั้งสองคนเดินไปตามจังหวะเงียบ ๆ บนทางแคบที่ขนาบด้วยกำแพงเตี้ย

            ระหว่างทางที่เดินไปยังสวนผักเซี่ยอันอวี่จึงหันไปเอ่ยถามอย่างไม่เร่งรีบ

            “วันนี้...ท่านแม่ทัพยังไม่ออกไปสำรวจอีกหรือ?

            หยางจื้อหลงที่เดินอยู่ข้างกายพยักหน้าเล็กน้อย

            “ใช่แล้วขอรับท่านแม่ทัพยังไม่ออกจากเมือง”

            “ในตอนนี้ตัวท่านแม่ทัพยังคงวุ่นอยู่กับเรื่องภายในเมืองเป็นหลัก”

            เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ

            “ที่จริงแล้วเมื่อไม่กี่วันก่อน เราเพิ่งได้ตัวทาสเพิ่มขึ้นอีกกว่าร้อยคนนับว่าเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย”

            “ท่านแม่ทัพจึงกำลังควบคุมและจัดระเบียบแรงงานพวกนั้นอยู่พร้อมทั้งตรวจสอบงานที่พวกมันทำในแต่ละวัน”

            น้ำเสียงของหยางจื้อหลงยังคงราบเรียบแต่ฟังแล้วไม่เย็นชา เขาเพียงรายงานข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา

            “เสบียงในช่วงนี้ก็ไม่ได้ขาดแคลนมากนัก”เขากล่าวต่อ

            “สัตว์อสูรที่ล่ามาได้จากการออกสำรวจครั้งก่อนยังพอมีเหลือ”

            “แถมผักจากสวนของฮูหยิน...ก็กลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เสบียงของพวกเราเพียงพอมากขึ้น”

            หยางจื้อหลงกล่าวเช่นนั้นพร้อมพยักหน้าให้กับคำชมนั้นอย่างจริงใจแม้จะไม่มีรอยยิ้ม แต่ก็ไม่ได้เย็นชา

            “เพราะแบบนั้นช่วงนี้การสำรวจเลยหยุดชั่วคราว ท่านแม่ทัพจึงเลือกจัดการเรื่องภายในเป็นหลัก”

            น้ำเสียงของเขาไม่ได้ฟังดูตึงเครียดกลับให้ความรู้สึกมั่นคง ราวกับในยามนี้ทุกอย่างยังคงอยู่ในการควบคุมของแม่ทัพหนุ่มผู้นั้น

            เซี่ยอันอวี่พยักหน้าเบา ๆพลางก้าวเดินเคียงข้างหยางจื้อหลงไปตามเส้นทางดินที่ทอดผ่านแนวพุ่มไม้เตี้ยแต่แล้วจู่ ๆ ความสงสัยบางอย่างก็ผุดขึ้นในใจ

            นางหันศีรษะไปเล็กน้อยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ยังแฝงความลังเลเจือจางอยู่ในนั้น

            “จริงสิ…แล้วเรื่องของเมื่อวานล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง?”

            คำถามนั้นเรียบง่ายแต่หยางจื้อหลงย่อมรู้ดีว่าสิ่งที่นางกล่าวถึงคือเหตุการณ์หน้าจวนเจ้าเมือง ภาพของชายผู้ถูกสะบั้นศีรษะโดยฝีมือของท่านแม่ทัพเอง

            หยางจื้อหลงที่ยังคงก้าวเดินต่อไปไม่ได้หยุดชะงักแต่อย่างใดสีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยตามแบบฉบับ แต่ก็เอ่ยตอบออกมาอย่างตรงไปตรงมา

            “สำหรับเรื่องเมื่อวาน...ตอนนี้ข่าวลือแพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองแล้วขอรับ”

            เขาหยุดเว้นจังหวะสั้น ๆก่อนจะอธิบายต่อ

            “ที่จริงแล้วพวกเราก็เป็นฝ่ายผลักดันข่าวลือนั้นออกไปเสียเอง”

            “เพื่อให้ผู้คนภายในเมืองรับรู้ทุกคนการกระทำเช่นนี้จะยิ่งตอกย้ำให้พวกเขาหวาดกลัวเรา”

            “ซึ่งนั่น...จะเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมเมืองในระยะยาว”

            น้ำเสียงของเขาเรียบ แต่เปี่ยมด้วยเหตุผลตรงไปตรงมา

            เซี่ยอันอวี่พยักหน้าอีกครั้งแววตาสะท้อนความเข้าใจ

            นางเข้าใจดีตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าหนานกงจิ่นอวี่ไม่ได้สังหารเพียงเพราะอารมณ์แต่เพราะต้องการใช้โอกาสนั้น...สร้างอำนาจ สร้างความยำเกรงในหัวใจของผู้คน

            และดูเหมือนผลลัพธ์ที่ตามมาก็เป็นไปตามที่หวัง

            “คนในเมืองตอนนี้...ท่าทีต่อกองทัพของพวกเราก็เปลี่ยนไปชัดเจน”หยางจื้อหลงกล่าวขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้า “นี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี”

            คำพูดของเขานิ่งสงบแต่ในแววตาก็พอจะมองเห็นประกายพึงพอใจ

            สำหรับเซี่ยอันอวี่แม้เวลาจะผ่านไปเพียงหนึ่งวัน แต่ความรู้สึกแปลกประหลาดในอกของนางจากเหตุการณ์เมื่อวานก็ค่อยๆ จางลงทีละน้อย

            ไม่ใช่ว่ามันหายไปแต่มันเริ่มกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความคิดที่ซ่อนอยู่ในมุมหนึ่งของจิตใจ

            ระหว่างที่ทั้งสองสนทนาไปด้วยและเดินไปด้วยเสียงฝีเท้าของพวกเขากระทบพื้นดินแห้งอย่างเป็นจังหวะ

            จนในที่สุดพวกเขาก็มาหยุดยืนอยู่หน้าแนวรั้วไม้ที่ล้อมพื้นที่เพาะปลูกเอาไว้สวนผักของเซี่ยอันอวี่กลิ่นของดินชื้นและพืชสดใหม่ลอยอบอวลในอากาศท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่เริ่มทอแรงขึ้นอย่างมั่นคง

            เมื่อมาถึงหน้าแปลงเพาะปลูกเซี่ยอันอวี่ทำเช่นเดิมอย่างที่เคย นางก้าวเข้าไปภายในรั้วไม้แล้วปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้ใครภายนอกมองเห็น

            จากนั้น นางก็เรียกชื่อของ มู่ซานออกมา

            แสงจากกำไลหยกที่ข้อมือข้างซ้ายเปล่งประกายวูบหนึ่งก่อนที่ร่างของมู่ซานภูตวิญญาณสีเขียวขนาดเล็ก จะลอยตัวออกมาอย่างคล่องแคล่ว

            มู่ซานเงยหน้าขึ้นมองเซี่ยอันอวี่ครู่หนึ่งก่อนจะยกมือเล็ก ๆ ของมันขึ้นเหนือศีรษะ แล้วแสงสีเขียวอ่อนของพลังวิญญาณก็ค่อย ๆแผ่ขยายออกไปเป็นละอองนุ่มนวล

            ละอองแสงเหล่านั้นล่องลอยเหมือนหมอกบางแล้วค่อย ๆ แทรกซึมลงไปสู่ผิวดิน ปกคลุมเหนือเมล็ดพันธุ์ที่เพิ่งถูกฝังไว้ไม่นาน

            แรงสั่นไหวบางอย่างแผ่วเบาในผืนดินราวกับว่าชีวิตได้ตื่นขึ้น

            เมล็ดพวกนั้นเหมือนถูกกระตุ้นด้วยพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์จากมู่ซานพลังที่ช่วยเร่งการงอกงาม และเสริมพลังชีวิตให้กับพืชผลอย่างอ่อนโยน

            เซี่ยอันอวี่กอดอกยืนมองทุกอย่างอยู่ห่าง ๆ ดวงตานิ่งสงบแต่เต็มไปด้วยความตั้งใจสายตานางจับจ้องภาพตรงหน้าอย่างคนที่มองดูงานของตนเองกำลังสำเร็จลุล่วงราวกับนายจ้างที่พึงพอใจกับฝีมือของลูกจ้าง

            ไม่นาน มู่ซานก็เสร็จงานของมัน

            มันรีบบินกลับมาหาเซี่ยอันอวี่ด้วยท่าทางกระตือรือร้นใบหน้าเล็ก ๆ นั้นเปล่งประกายอย่างตื่นเต้น ก่อนจะส่งเสียงด้วยน้ำเสียงสดใส

            “นายหญิง!ตัวข้า...ข้าพัฒนาระดับได้อีกแล้วขอรับ!”

            เซี่ยอันอวี่ได้ยินเช่นนั้นดวงตาของนางก็พลันสว่างวาบ ริมฝีปากคลี่ยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

            นี่ถือเป็นข่าวดีที่สุดของเช้านี้นางยังไม่ทันถามรายละเอียดใด ๆ ก็รีบเก็บมู่ซานกลับเข้าสู่กำไลหยกทันทีแล้วรีบหันหลังกลับมุ่งหน้ากลับจวนเจ้าเมือง

            แม้จะเป็นเพียงเรือนไม้เก่า ๆหลังหนึ่ง แต่ในยามนี้ มันคือสถานที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้น

            เมื่อมาถึงตัวเรือนเซี่ยอันอวี่ก็ไม่รอช้า นางเรียกมู่ซานออกมาอีกครั้งทันทีที่ปิดประตูบ้าน

            แสงจากกำไลหยกเปล่งวาบอีกครั้งทว่าในครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่มู่ซานที่ลอยตัวออกมาหากยังมีอีกร่างหนึ่งตามมาด้วย

            ร่างบางโปร่งแสงของ หลัวสุ่ย ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเช่นเดียวกันใบหน้าของนางมีรอยยิ้มอ่อนโยนและดวงตาที่เปล่งประกายด้วยความภาคภูมิใจ

            “นายหญิง...ตัวข้าก็พัฒนาระดับได้แล้วเช่นกันเจ้าค่ะ”หลัวสุ่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เปี่ยมด้วยความยินดี

            เซี่ยอันอวี่ได้ยินเช่นนั้นใจก็พลันตื่นเต้นจนเผลอหลุดเสียงหัวเราะเบา ๆ ออกมารอยยิ้มบนใบหน้าขยายกว้างเต็มดวงหน้า

            นางอดไม่ได้ที่จะสบถเบา ๆด้วยความพึงพอใจ

            “โชคสองชั้นจริง ๆ...”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้โดนเนรเทศไม่พอ...ยังมีสามีเป็นสตรีอีกหรือ [มีE-book]] ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786