หลี่ มู่ไป๋ สังหาร อสูรเขี้ยววารี ลงได้ด้วยพลังเซียนโบราณที่แลกมาด้วย โอกาส ในอนาคต เสวี่ย ลั่ว รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด เธอฟื้นตัวและมองมู่ไป๋ด้วยความสำนึกในบุญคุณ แต่สายตาของมู่ไป๋ยังคงว่างเปล่า
"ท่านพี่ทำตามแผนต่อไปเถอะ ข้าจะหาทางไปต่อเอง" เสวี่ย ลั่ว กล่าวอย่างอ่อนน้อม
"ไม่ได้" มู่ไป๋ตอบอย่างเ็า "ร่างกายคุณาเ็ภายใน ปราณรวนจากการต่อสู้ ที่สำคัญกว่านั้น... คุณรู้เื่การปะทะของข้าแล้ว หากคุณถูกจับได้ ข้อมูลอาจรั่วไหล"
ตรรกะ เหนือกว่า ความผูกพัน มู่ไป๋ไม่ได้อยากช่วยเหลือเธอเพราะรัก แต่เพราะเธอคือ พยาน และ ภาระ ที่ต้องจัดการให้พ้นจากสายตาของศัตรู
มู่ไป๋ตัดสินใจเผยความลับครึ่งหนึ่ง “ข้าจำเป็ต้องใช้ปราณอัสนีในหุบเขาแห่งนี้เพื่อขับพิษและรักษาตนเองให้เร็วที่สุด ทางเดียวที่จะรักษาคุณได้คือไปกับข้าสู่ สำนักหมอกควันเมฆา ที่ซึ่งมีทรัพยากรการรักษา”
เสวี่ย ลั่ว พยักหน้า เธอมองเห็นความเ็าในดวงตาของเขา แต่ก็เห็นความเด็ดขาดที่เชื่อถือได้
เคล็ดวิชาและสัจธรรมที่ถูกเมินมู่ไป๋นำเสวี่ย ลั่ว เข้าสู่ถ้ำลับในหุบเขาอัสนีบาต เขาเริ่มบ่มเพาะพลังทันทีเพื่อขับพิษที่ไหล่ที่เริ่มกำเริบหนักขึ้น ปราณเซียนโบราณที่รุนแรงของเขาต่อต้านพิษอย่างดุดัน แต่กระบวนการก็ดำเนินไปอย่างยากลำบาก
เสวี่ย ลั่ว สังเกตการบ่มเพาะของเขาด้วยความประหลาดใจ ปราณของมู่ไป๋ แข็งแกร่ง เกินระดับ กึ่งก่อรากฐาน แต่ ไม่สมดุล ราวกับถูกยัดเยียดเข้าสู่ร่างกาย
"ท่านพี่" เสวี่ย ลั่ว กล่าวอย่างลังเล "วิชาที่ท่านฝึกฝนนั้นรุนแรงเกินไป หากท่านไม่สามารถควบคุมปราณที่ดุเดือดนั้นได้ แกนรากฐานของท่านอาจแตกสลาย"
มู่ไป๋เปิดตาขึ้น "แล้วเ้ามีวิธีใดเล่า?"
เสวี่ย ลั่ว ยื่นมือออกมาอย่างสุภาพ "ข้ามีเคล็ดวิชาพื้นฐาน 'ปราณจันทราโอบอุ้ม' มันไม่ได้เพิ่มพลัง แต่จะช่วยให้ท่าน ควบคุม และ ปรับสมดุล ปราณที่รุนแรงให้เข้ากับร่างกายของท่านได้ ท่านจะยอมเรียนรู้จากศิษย์สำนักเล็ก ๆ เช่นข้าหรือไม่"
มู่ไป๋ใช้เวลาเพียงครู่เดียวในการตัดสินใจตาม ตรรกะ: นี่คือโอกาสที่จะใช้ความช่วยเหลือของผู้อื่นโดยไม่ต้องแลกอะไรจากบันทึก
เขาเรียนรู้ 'ปราณจันทราโอบอุ้ม' จากเสวี่ย ลั่ว อย่างรวดเร็วด้วยสติปัญญาที่เหนืุ์ ปราณจันทรา อ่อนโยนแต่หนักแน่น มันเป็ดั่งสายน้ำเย็นที่โอบล้อม ปราณพยัคฆ์คำราม ที่ร้อนแรงของเขาไว้ ทำให้การขับพิษและหลอมรวมปราณเป็ไปอย่างราบรื่น
. การบรรลุขั้นด้วยรากฐานที่สมบูรณ์มู่ไป๋เข้าสู่สมาธิลึกที่สุดเป็เวลา เจ็ดวันเต็ม เขาใช้เคล็ดวิชาของเสวี่ย ลั่ว เพื่อปรับสมดุลปราณอย่างต่อเนื่อง ปราณอัสนีจากหุบเขาช่วย ชำระล้าง พิษออกจากเส้นลมปราณของเขาอย่างช้า ๆ และช่วย บีบอัด พลังงานทั้งหมดที่สะสมมา
ในวันที่เจ็ด มู่ไป๋รู้สึกว่าตันเถียนของเขาถึงจุดที่รับพลังไม่ไหวอีกต่อไป พลังเซียนโบราณ ที่แข็งกร้าว, ปราณอัสนี ที่รุนแรง และ การควบคุม จากวิชาจันทรา... ทั้งหมดหลอมรวมกัน
ครืนนนน!
เสียงก้องสะท้อนดังขึ้นภายในตันเถียนของมู่ไป๋ ไม่ใช่เสียงะเิ แต่เป็เสียงของการ รวมตัว ที่สมบูรณ์แบบ แกนรากฐาน สีทองสลัว ๆ ได้ก่อตัวขึ้นอย่างมั่นคงและปราศจากรอยร้าว!
ระดับก่อรากฐาน (築基) ขั้นต้น!
มู่ไป๋ลืมตาขึ้น ปราณของเขาถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบ พิษถูกขับออกไปจนหมดสิ้น ร่างกายของเขารู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริง ไม่ใช่ความรุนแรงที่ถูกเร่งเร้า
ข้าบรรลุขั้นด้วยการรักษาคุณธรรม... และการใช้ความรู้ของผู้อื่น มู่ไป๋คิดอย่างเข้าใจ
. ก้าวแรกสู่สำนักหมอกควันเมฆาการบรรลุขั้นอย่างเป็ทางการทำให้มู่ไป๋ใช้พลัง 'สร้างรากฐานแห่งรุ่งอรุณ' ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เขาจัดการเก็บสมุนไพรหายากในหุบเขาอัสนีบาต (วัตถุดิบที่ใช้ในการบ่มเพาะต่อไป) ก่อนที่จะออกเดินทางต่อ
"ท่านพี่เก่งกาจจริง ๆ" เสวี่ย ลั่ว กล่าวด้วยความชื่นชมอย่างจริงใจ
"เป็เพราะวิชาของคุณ" มู่ไป๋ตอบสั้น ๆ เขาให้ความเคารพในความสามารถของเธอ แต่ยังคงไม่รู้สึกถึง ความผูกพัน ส่วนตัว
เขาได้บรรลุระดับ ก่อรากฐาน แล้ว แต่การเดินทางของเขายังคงยาวไกล
"เราต้องรีบ" มู่ไป๋กล่าวพลางมองไปยังแผนที่ที่วาดจากข้อมูลในบันทึก "เราจะมุ่งหน้าสู่ สำนักหมอกควันเมฆา... ที่นั่นอาจมีสิ่งที่ข้า้าสำหรับการบ่มเพาะขั้นต่อไป และเป็ที่ที่ปลอดภัยจากผู้ตามล่าได้ชั่วคราว"
มู่ไป๋รู้ดีว่า เย่ อู่ฉาง ต้องตามรอย บาปกรรม ที่เขาแลกไปมาอย่างแน่นอน เขาจะต้องถึงสำนักก่อนที่ศัตรูตัวฉกาจจะตามมาทัน
หลี่ มู่ไป๋ และ เสวี่ย ลั่ว สองผู้เดินทางที่มีแรงจูงใจและปรัชญาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ได้ร่วมเดินทางออกจากหุบเขาสายฟ้า มุ่งหน้าสู่โลกที่กว้างใหญ่กว่า 