“จูดี้ หนุ่มหล่อคนนี้เป็ใคร หรือว่าเป็เด็กใหม่ของแก แหม...หาเด็กได้หล่อขนาดนี้ ไม่หาเผื่อฉันบ้างล่ะ ั้แ่เลิกกับแฟนคนล่าสุด ฉันก็เกือบจะแห้งเหี่ยวตายแล้ว”
“นี่น้องชายของฉันย่ะ ไม่ใช่เด็กที่ไหนทั้งนั้น” เซี่ยตงจื่อทำท่าโบกมือเหมือนปัดแมลง “แล้วแกก็อย่าเข้ามาใกล้น้องชายของฉันมากนัก เขายังบริสุทธิ์ผุดผ่องและไม่เคยผ่านมือผู้หญิงคนไหน อยู่ใกล้ผู้หญิงไวไฟอย่างแกน่ะมันอันตราย เดี๋ยวน้องชายฉันจะเสียคน”
“โห...หวงน้องชายซะไม่มี” ซูเม่ยหันไปยิ้มให้เซี่ยฮ่าวหยู “ฉันเป็เพื่อนคนเดียวที่ยอมคบกับพี่ชายของนาย นายจะเรียกฉันว่าพี่ซูเม่ยก็ได้ ว่าแต่นายชื่ออะไร”
“สวัสดีครับพี่ซูเม่ย ผมชื่อฮ่าวหยูครับ” เซี่ยฮ่าวหยูทักทายเพื่อนพี่ชายได้อย่างแเี เป็เพราะเ้าของร่างเดิมเป็คนสุภาพและเข้ากับคนง่ายอยู่แล้ว การทักทายผู้คนตามแบบฉบับของร่างเดิมจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับฮ่องเต้ผู้แสนเย่อหยิ่งอย่างเขา
“อุ๊ย! หล่อแล้วยังสุภาพอีก ไม่น่าเกิดเป็น้องยัยจูดี้เลยจริงๆ”
“เกิดเป็น้องชายฉันแล้วมันทำไมยะ แกพูดมาให้ดีๆ”
“ก็ไม่มีอะไร แค่คิดว่าน้องฮ่าวหยูกับแกต่างกันอย่างสุดขั้วก็เท่านั้นเอง” ซูเม่ยยิ้ม “ว่าแต่แกพาน้องชายมาที่นี่ทำไม หรือว่ามาร่วมแคสบทตัวประกอบ”
“อืม...ตอนนี้ฉันกับน้องชายกำลังจะโดนไล่ออกจากห้องเช่าแล้ว ลำพังแค่ค่าแรงของฉันคงไม่พอจ่าย ก็เลยลองให้เขาออกมาหางานทำดูน่ะ” เซี่ยตงจื่อบอกออกไปตรงๆ เพราะซูเม่ยเป็เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ยอมคบกับเขา ส่วนเพื่อนคนอื่นน่ะเหรอ พอรู้ว่าเขาเลิกกับฟู่เหวินชวน เพื่อนพวกนั้นก็พากันหายหัว คงกลัวว่าฟู่เหวินชวนจะทำให้พวกเขาทำงานในวงการต่อไม่ได้ล่ะมั้ง
ซูเม่ยหันไปยิ้มให้เซี่ยฮ่าวหยู “พี่เป็คนคัดนักแสดงประกอบละครเื่นี้เอง ตัวประกอบเด่นๆ มีคนจองไปหมดแล้ว เหลือแค่บทของตัวประกอบที่เดินไปเดินมาหน้ากล้องเท่านั้น บทพูดไม่มี ค่าแรงได้วันละ 100 หยวน ถึงจะน้อยไปหน่อยแต่ก็ดีกว่านอนอยู่ที่บ้านเฉยๆ ถ้านายตกลง พี่จะใส่ชื่อนายลงไปเลย นายจะว่ายังไง”
“ตัวประกอบที่นั่งใกล้พระเอกนางเอกถูกจองไปหมดแล้วเหรอ” เซี่ยตงจื่อพูดอย่างเสียดาย “ฉันยังคิดอยู่เลยว่าถ้าน้องชายของฉันได้บทนั้น บางทีอาจจะมีแมวมองมองเห็นความหล่อของเขาก็ได้”
“แกทำงานอยู่ในวงการมาตั้งนานยังไม่เข้าใจอีกเหรอ เส้นสายก็เป็เื่สำคัญนะ แต่บังเอิญว่าเส้นสายที่แกมีก็คือฉัน แล้วเส้นของฉันมันก็เล็กยิ่งกว่าเส้นด้ายเสียอีก” ซูเม่ยตบไหล่เพื่อน “ทำใจเถอะ ฉันช่วยแกได้แค่นี้จริงๆ”
“เท่านี้ก็ดีมากแล้วล่ะ ลงชื่อให้เขาเลยก็แล้วกัน”
วันนั้นทั้งวันเซี่ยฮ่าวหยูก็ได้บทที่ต้องเดินผ่านหน้ากล้องอย่างเดียวจริงๆ เขาเดินั้แ่เช้าจนถึงดึก ถ้านับเป็ระยะทางคงเดินได้หลายสิบกิโลเมตรแล้ว
เมื่อถึงเวลารับค่าแรง เซี่ยฮ่าวหยูมองเงินหนึ่งร้อยหยวนที่อยู่ในมือ ‘เฮ้อ...การหาเงินมันช่างยากเย็นจริงๆ’
“คิดว่าเงินมันหายากอยู่ล่ะสิ” เซี่ยตงจื่อกอดอกมองน้องชาย “ทีนี้นายจะได้รู้ว่าฉันต้องลำบากหาเงินมาเลี้ยงนายมากขนาดไหน ต่อไปนี้ก็หัดประหยัดและลุกขึ้นมาหางานทำซะดีๆ”
“พี่ชาย ถ้าผมอยากเป็ดาราที่มีคนล้อมหน้าล้อมหลังแบบพวกเขาบ้างล่ะ ผมต้องทำยังไง” เซี่ยฮ่าวหยูมองไปที่ดารานำกลุ่มหนึ่งที่มีผู้จัดการและคนดูแลห้อมล้อมอยู่ตลอด แม้แต่เก้าอี้ยังเขียนชื่อตัวเองไว้ เมื่อมองมาที่ตัวเองกลับไม่มีอะไรเลย
“กว่าจะขึ้นไปถึงจุดนั้นมันก็ไม่ง่าย อีกอย่างมันก็แล้วแต่โอกาสด้วย” เซี่ยตงจื่อถอนหายใจ “หรือบางทีนายอาจจะไม่มีโอกาสนั้นเลยก็ได้”
“เพราะอะไร? ทำไมผมจะเป็ดาราดังไม่ได้”
“ก็เพราะแฟนเก่าฉันต้องขัดขวางพวกเราเต็มที่ยังไงล่ะ” เซี่ยตงจื่อพูดถึงอดีตคนรักด้วยน้ำเสียงและใบหน้าเรียบเฉย
แต่เซี่ยฮ่าวหยูรู้ดีว่าพี่ชายคงกำลังเสียใจและก็เสียใจมากๆ ด้วย “พี่ไม่ต้องไปสนใจผู้ชายพรรค์นั้นหรอก คนที่ไม่ดูแลเวลาเราลำบาก แต่พอตอนที่ตัวเองลำบากกลับเอาแต่วิ่งมาหา พี่ชายของผมต้องหาผู้ชายที่ดีกว่านี้ได้เป็ร้อยเท่าพันเท่า”
เซี่ยตงจื่อหันมายิ้มให้น้องชาย “น้อยครั้งนะที่นายจะพูดให้กำลังใจฉันแบบนี้ อยากกินอะไรล่ะ เดี๋ยวคืนนี้จะทำให้กิน”
“อะไรก็ได้ ผมกินได้ทั้งนั้น” เซี่ยฮ่าวหยูไม่รู้ว่าจะบอกชื่ออาหารออกไปยังไง แต่จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม เ้าของร่างเดิมไม่ใช่คนเลือกกิน ไม่ว่าพี่ชายจะทำอะไรให้กิน เขาก็กินได้หมด อีกอย่างเซี่ยตงจื่อมีทักษะการทำอาหารที่เป็เลิศ ไม่ว่าเมนูไหนก็อร่อยทั้งนั้น เซี่ยฮ่าวหยูจึงไม่กังวลในเื่นี้
เซี่ยตงจื่อกับเซี่ยฮ่าวหยูยืนรอรถประจำทางอยู่ที่ป้ายรถเมล์ เพราะตอนนี้เป็เวลาเกือบสี่ทุ่มเข้าไปแล้ว รถประจำทางจึงทิ้งระยะนานพอสมควร สองพี่น้องไม่มีอะไรต้องพูดกัน พวกเขาจึงก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือและอ่านข่าวบันเทิงเพื่อเป็การอัปเดตข้อมูล
ปิ๊น ปิ๊น!
เสียงแตรรถยนค์เรียกให้สองพี่น้องเงยหน้าขึ้นไปมอง รถยนต์สัญชาติยุโรปคันใหญ่ดูแล้วคงมีราคาหลายล้านจอดอยู่ตรงหน้า ทันทีที่คนขับลดกระจกลง เซี่ยฮ่าวหยูก็ก้มลงเล่นมือถือของตนเองต่ออย่างไม่สนใจ มีเพียงเซี่ยตงจื่อที่ยังมองคนคนนั้นอยู่
“ให้ผมไปส่งคุณกับน้องชายไหม”
“ไม่ล่ะ เดี๋ยวเราจะกลับกันเอง”
“จูดี้ คุณยังโกรธผมอยู่เหรอ ตอนนั้นครอบครัวของผมก็ลำบาก ถ้าผมไม่เลิกกับคุณ ผมกลัวว่าเื่ของพ่อแม่คุณจะกระทบกับธุรกิจของครอบครัวผมด้วย คุณไม่เข้าใจผมเลยเหรอ”
“เหวินชวน เื่มันผ่านมานานแล้ว และฉันก็ไม่เคยโทษนาย”
“แต่คุณก็ไม่เคยคุยกับผม และคุณยังเอาแต่หลบหน้าผม”
เซี่ยฮ่าวหยูเงยหน้าขึ้นมองชายคนนั้นอย่างโมโห “ก็ใครใช้ให้แกตัดอนาคตการทำงานของพี่ชายฉันกันเล่า ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแกไปพูดอีท่าไหนคนทั้งวงการถึงไม่ให้งานพี่ฉัน ขอร้องล่ะ...ถ้าไม่อยากให้เราทั้งคู่อดตาย ต่อไปก็อย่ามาทักพวกเราอีก เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะหาว่าพี่ชายฉันยังตามตอแยนาย อ้อ...ยังมีคนรักใหม่ของนายอีก บอกให้เขาเลิกส่งข้อความมาหาพี่ชายฉันสักที”
ฟู่เหวินชวนขมวดคิ้ว “จิ่งอี๋ส่งข้อความหาคุณเหรอ”
“อย่าไปฟังน้องชายฉันมากเลย เ้าหมอนี่มันก็พูดไปอย่างนั้นล่ะ” เซี่ยตงจื่อรีบบอก “แล้วนายก็ไม่ต้องกลับไปถามคุณหานเขาด้วย ฉันบอกตามตรงว่าฉันไม่อยากมีปัญหา ฉันยัง้างานเพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเอง นายเข้าใจใช่ไหม”
ฟู่เหวินชวนมองอดีตคนรักด้วยความเสียใจและรู้สึกผิด “ถ้าผมเข้มแข็งและตัดสินใจได้อย่างอิสระเหมือนคุณก็ดีสินะ”
เซี่ยตงจื่อก้มหน้าลงเล่นมือถือต่อ ฟู่เหวินชวนจึงได้แต่ต้องขับรถออกไป ‘เหวินชวน นายไม่รู้จริงๆ เหรอว่าหานจิ่งอี๋ร้ายขนาดไหน’
“พี่...พี่ชาย” เซี่ยฮ่าวหยูเรียกพี่ชาย “พี่ยังรักไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นอยู่เหรอ”
“วันนี้ทำไมพูดมากจัง” เซี่ยตงจื่อลุกขึ้นยืน เขาไม่อยากพูดถึงอดีตคนรักอีก “ไปเถอะ รถเมล์มาโน่นแล้ว กลับบ้านไปกินข้าวกัน”
เซี่ยตงจื่อยังให้น้องชายขึ้นรถประจำทางก่อน จากนั้นตนเองก็ค่อยขึ้นตามหลังเหมือนเดิม เมื่อมีที่นั่งเหลืออยู่ที่เดียว เขาก็ยอมสละที่นั่งให้น้องชาย ส่วนตัวเขาก็ยืนเล่นมือถือต่อ
เซี่ยฮ่าวหยูชำเลืองมองพี่ชาย ‘เสี่ยวตงจื่อ เ้าก็ยังดูแลข้าดีเหมือนเดิม ข้าสัญญาว่าข้าจะหาเงินให้ได้มากๆ และข้าจะทำให้เ้าเป็พี่ชายที่มีความสุขที่สุดในโลก’
เซี่ยฮ่าวหยูได้ถ่ายงานในบทตัวประกอบอยู่อีกห้าวัน และยังได้ค่าตัวถึงวันละหนึ่งร้อยยี่สิบหยวน ต้องขอบคุณพี่ซูเม่ยที่ช่วยเหลือ เพียงแต่หลังจากห้าวันนี้เซี่ยฮ่าวหยูก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปทำอะไรต่อแล้ว
“พี่ชาย นี่คือเงินค่าจ้างทั้งหมด ผมให้พี่เก็บไว้นะ” เซี่ยฮ่าวหยูวางเงินหกร้อยหยวนไว้บนโต๊ะ
“นายเก็บไว้เองก็ได้” เซี่ยตงจื่อไม่คิดจะเอาเงินของน้องชาย
“เอาไปรวบรวมจ่ายค่าเช่าห้องเถอะน่า”
เซี่ยตงจื่อมองน้องชายแล้วยิ้ม “ฉันยังพอมีเงินอยู่ นายเก็บไว้เถอะ หรือไม่ก็เอาไปเล่นเกมที่ร้านเกมก็ได้ ผ่อนคลายที่ห้าวันนี้นายทำงานหนัก”
“งั้นผมเก็บไว้หนึ่งร้อยหยวน อีกห้าร้อยหยวนพี่ก็เก็บไว้จ่ายค่าเช่า หรือไม่พี่ก็เอาเก็บไว้ซื้อของกินเข้าบ้าน ต่อไปนี้ผมจะช่วยพี่หาเงินเข้าบ้านเอง”
“โตขึ้นมากแล้วนะเรา” เซี่ยตงจื่อเดินมาขยี้ผมน้องชาย
“โอ๊ย! ทำอะไรเนี่ย ผมเสียทรงหมดแล้ว” เซี่ยฮ่าวหยูปัดมือพี่ชายออก “ถ้าเกิดที่ร้านเกมมีแมวมองจะทำยังไง ทรงผมยุ่งยังกับรังนกขนาดนี้เขาก็มองไม่เห็นความหล่อของผมกันพอดี”
“ร้านเกมไหนจะมีแมวมองมาอยู่ เพ้อเจ้อซะไม่มี”
“อ้าว...ก็ทีดาราบางคนยังเจอแมวมองตอนที่เดินอยู่บนถนนเลย ไม่แน่อาจจะมีแมวมองที่อยากได้คนเล่นเกมเก่งๆ ไปเป็ดาราบ้างก็ได้ ใครจะไปรู้” เซี่ยฮ่าวหยูเดินไปเปิดประตู “ผมจะไปเล่นเกมสักชั่วโมงแล้วเดี๋ยวผมจะกลับมากินข้าวเย็นด้วย พี่อย่าเพิ่งกินก่อนผมล่ะ”
“ได้ วันนี้ฉันทำขาหมูตุ๋นกับหมั่นโถวของโปรดของนายด้วย พอนายกลับมา ขาหมูคงเปื่อยพอดี”
เซี่ยฮ่าวหยูไปถึงร้านเกมก็เดินไปที่ที่นั่งประจำ โดยปกติมุมนั้นจะไม่มีใครชอบมานั่งเพราะเป็มุมอับ แต่วันนี้กลับมีคนมานั่งในที่ประจำของเขา เซี่ยฮ่าวหยูจึงนั่งที่เก้าอี้ตัวถัดมา
คนที่นั่งเล่นเกมอยู่ข้างๆ เป็คนตัวเล็ก แต่มองไม่ออกว่าเป็ผู้หญิงหรือผู้ชาย เพราะคนนั้นสวมชุดวอร์มทับกันหลายชั้น ถุงมือก็ใส่ ผ้าปิดจมูกก็ใส่ แว่นดำก็ใส่ แถมยังดึงฮู้ดขึ้นมาคลุมหัวไว้จนมิดอีก
เซี่ยฮ่าวหยูหันไปถาม “นี่นาย ถามจริงๆ เถอะ ไม่ร้อนบ้างเหรอ ตอนนี้ไม่ใช่หน้าหนาวนะ เห็นนายใส่เสื้อผ้าหลายชั้นแบบนี้ ฉันล่ะกลัวจริงๆ ว่านายจะเป็ Heatstroke[1]”
เธอหันมามองเซี่ยฮ่าวหยูอย่างไม่พอใจ แต่เธอเถียงกับเขาไม่ได้ เพราะเธอกลัวว่าเขาจะรู้ว่าเธอเป็ใคร
“นายเป็ใบ้เหรอ” เซี่ยฮ่าวหยูหันซ้ายหันขวา “นายรอฉันก่อนนะ ฉันจะไปหากระดาษกับปากกาแล้วจะเขียนบอกนายว่าการใส่เสื้อผ้าหนาๆ ใน่หน้าร้อนมันอันตราย เฮ้อ...แล้วก็ไม่ส่งสัญญาณั้แ่ทีแรก ปล่อยให้ฉันพูดอยู่คนเดียวเป็นานสองนาน”
ฉินซูอี้มองเซี่ยฮ่าวหยูผ่านแว่นดำด้วยสายตาเหลือเชื่อ ‘ไอ้บ้านี่ทำไมพูดมากจัง ฉันแสดงออกว่าอยากนั่งเล่นเกมเงียบๆ แต่เขากลับหาว่าฉันเป็ใบ้ หน้าตาดีซะเปล่าแต่ทำไมสมองถึงไม่ดีเอาเสียเลย แล้วนี่ยังจะไปเอากระดาษกับปากกามาอีก เดี๋ยวผู้จัดการก็รู้ว่าฉันแอบมาเล่นเกมพอดี’
เซี่ยฮ่าวหยูกลับมาพร้อมกระดาษกับปากกา แต่กลับไม่เจอคนคนนั้นแล้ว มีเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางเอาไว้ เขาหยิบมันขึ้นมาอ่าน “ไอ้โง่ ฉันไม่ได้เป็ใบ้ ฉันแค่ไม่อยากคุยกับนาย รู้ไว้ด้วย”
____________________
[1] Heatstroke หรือ “โรคลมแดด” เป็ภาวะที่ร่างกายมีความร้อนสูงจนร่างกายไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิให้ลดลงด้วยการระบายออกทางเหงื่อหรือทางอื่นๆ ได้ พบบ่อยใน่หน้าร้อน