การนัดหมายเกิดขึ้นระหว่างนรารินทร์และธนาธิปผ่านการเจรจากันทางอีเมล ในวันที่เป็วันนัดหมาย ธนาธิปได้ขอความช่วยเหลือจากชิดตะวันให้ช่วยดูแลลูกสาวให้ในระหว่างที่เขาต้องไปคุยงาน ซึ่งชิดตะวันที่เปิดร้านกาแฟและทำขนมขายเองในร้านก็รับฝากมดตะนอยตัวน้อยเอาไว้ด้วยความเต็มใจ
ธนาธิปมาถึงค่ายเพลงลิตเติ้ลบิทมิวสิคเรคคอร์ด(Little Bit Music Record) ก่อนเวลานัดเล็กน้อยเมื่อมาถึงก็ต้องสะดุดกับป้ายชื่อตึก เพราะทำเป็โลโก้บรรทัดโน้ตห้าเส้นที่พลิ้วไหวราวเกลียวคลื่นดัดแปลงตัวแอล (L) ให้มีลักษณะคล้ายกุญแจซอลตัวใหญ่นำหน้าและตามด้วยตัวอักษรอื่นๆ ของชื่อค่ายเพลงตามมาบนเส้นบรรทัดโน้ตนั่นเอง และก็เพราะโลโก้ชื่อนี่เอง ที่ทำให้เขาคิดออกว่าชื่อค่ายเพลงที่เขารู้สึกคุ้นอยู่นี้ เป็ชื่อเดียวกับของรุ่นพี่ชิดตะวันที่เธอแนะนำให้เขาติดต่อมา
ชายหนุ่มเข้าไปติดต่อพนักงานที่นั่งอยู่ที่โต๊ะด้านหน้าแจ้งว่ามาพบนรารินทร์
“คุณนางฟ้าแจ้งไว้แล้วละว่าคุณจะมาเดี๋ยวหนูตุ่มโทรไปแจ้งเธอให้ค่ะ เชิญคุณนั่งรอในห้องนี้สักครู่นะคะ”
ห้องประชุมเล็กๆ ถูกเปิดออกโดยหนูตุ่ม พนักงานต้อนรับสาวของที่นี่ เพื่อต้อนรับแขกของหนึ่งในเ้าของค่ายเพลงโต๊ะตัวยาวรายล้อมด้วยเก้าอี้ที่ตั้งเรียงกัน สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมกันได้ถึงสิบคน
“เมื่อกี้คุณบอกว่าชื่ออะไรนะครับ?”ชื่อที่สะดุดหู ทำเอานักเขียนการ์ตูนต้องถามย้ำอีกครั้ง
“หนูตุ่ม เหรอคะ?”พนักงานสาวที่อยู่ในขั้นที่เรียกว่าเลยอวบระยะสุดท้ายไปแล้ว ชี้มาที่ตัวเอง
หึหึโตตามชื่อเลยสินะ...
“ไม่ใช่ครับผมหมายถึงอีกชื่อหนึ่ง” ชายหนุ่มตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ
“นางฟ้าค่ะพี่ชายชื่อเทพ อยู่์กันทั้งคู่เลย เดี๋ยวหนูตุ่มขึ้น์ไปตามให้แป๊บนะคะหรือว่าคุณสนใจจะขึ้น์กับหนูตุ่มด้วยไหมคะ?” พนักงานสาวอารมณ์ดีปล่อยมุกประจำของค่ายเพลงนี้ให้แขกผู้มาติดต่อฟังแถมยังชวนชายหนุ่มขึ้น์ด้วยกันอีกด้วย ทว่าท่าทางที่เอ่ยประโยคเชิญชวนนี่ใส่จริตของหญิงสาวเอาไว้เต็มที่ จนชายหนุ่มเอ่ยประโยคปฏิเสธแทบไม่ทัน
“มะ..ไม่เป็ไรครับผมรบกวนคุณหนูตุ่มช่วยไปตามให้ดีกว่า”
หนูตุ่มที่ร่างตุ่มตามชื่อเดินออกจากห้องไป ธนาธิปก็เลือกเลื่อนเก้าอี้ตัวแรกสุดที่เดินถึงมานั่งรอซึ่งเป็มุมที่หันหลังให้ประตู แค่เพียงชั่วอึดใจประตูห้องก็เปิดออกแต่ไม่ใช่ฝีของคนที่นัดเขา หากแต่เป็แม่บ้านที่ถือน้ำเข้ามาเสิร์ฟแล้วก็ออกไป
จากนั้นไม่นานประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียง หวาน ๆ ที่ดังขึ้นตามเสียงเปิดประตู
“สวัสดีค่ะคุณธนาธิป” นรารินทร์ทักทายผู้ชายหนุ่มที่เธอเป็คนนัดให้เขามาพบที่นี่เอง หญิงสาวพูดพร้อมกับเดินเข้ามายืนที่หัวโต๊ะใกล้กับนักเขียนการ์ตูนซึ่งธนาธิปเองก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับ เพื่อให้เกียรติตามมารยาทสังคม
“นาย!”
เสียงอุทานด้วยความใถูกส่งออกมานิ้วเรียวสวยยกขึ้นมาชี้หน้าผู้ชายตรงหน้าอัตโนมัติ นรารินทร์ใตาโตทันทีที่ได้เห็นหน้านักเขียนการ์ตูนชัดๆ สมองจดจำได้ทันทีว่าเขาเป็ใครและเคยทำอะไรกับเธอไว้ อาการไม่แพ้กันกับชายหนุ่มที่แค่เห็นหน้าก็จำได้ทันทีว่าเคยเจอกันที่ไหน
“คุณ!”
แฟ้มในมือของหญิงสาวถูกยกขึ้นมาฟาดผู้ชายตรงหน้ารัวๆ พร้อมกับคำบริภาษที่ตามมา
“นายตายแน่ ไอ้โรคจิต ไอ้บ้ากาม ไอ้คนฉวย...อื้อ”
หญิงสาวมีโอกาสส่งเสียงได้เพียงแค่นั้นเพราะชายหนุ่มเข้ามาล็อกตัวเธอเอาไว้ แถมยังส่งมือใหญ่มาปิดช่องทางการส่งเสียงของเธอเอาไว้แน่นทั้งนี้ก็เพื่อยุติการโวยวายและการทำร้ายเขานั่นเอง
ไม่กอดก็เหมือนกอดแล้วในเวลานี้เพราะภาพที่เป็อยู่คือ นรารินทร์อยู่ในอ้อมแขนของคนตัวใหญ่ไปเรียบร้อยแล้วแผ่นหลังของเธอรับรู้ได้ถึงความอุ่นร้อนของลำตัวหนาและหนัดแน่นของแผงอกกว้างที่อยู่แนบชิด
เสียงเอะอะที่ดังออกไปนอกห้องทำให้พนักงานสาวร่างเลยอวบระยะสุดท้ายเปิดประตูเข้ามาดู เพราะเข้าใจว่าคนข้างในเรียก
“คุณนางฟ้าเรียกหนูตุ่มเห..ร..อ..คะ อูยยย...” น้ำเสียงที่สดใสของหนูตุ่มต้องสะดุดลงเมื่อเห็นภาพเ้านายสาวและแขกหนุ่มสุดหล่อยืนกอดกันอยู่
นรารินทร์เองก็ใเช่นกันที่ลูกน้องเข้ามาเห็นเธอในสภาพเช่นนี้หญิงสาวพยายามบิดตัวออกให้พ้นจากมือใหญ่ ทว่าคนตัวใหญ่ก็ไม่คิดจะให้ความร่วมมือ
“เห็นไหมละคุณ ผมบอกแล้วให้เบา ๆ อย่าเสียงดัง ลูกน้องคุณใหมดเลย”ธนาธิปทำทีเป็ต่อว่าสาวร่างเล็กในอ้อมแขน ใบหน้าหล่อก้มลงมาคลอเคลียร์อยู่ที่ข้างใบหน้าหวานทั้งที่มือใหญ่ก็ยังคงปิดปากเล็ก ๆ เอาไว้แน่นนรารินทร์ได้แต่แสดงออกทางสายตาได้เพียงช่องทางเดียวเพื่อจะบอกให้ลูกน้องของเธอรับรู้แต่ดูเหมือนว่าหนูตุ่มจะไม่เข้าใจในภาษาตาของเ้านาย หรือจะเพราะสติละลายไปกับความหล่อเข้มของนักเขียนการ์ตูนหนุ่มก็ไม่แน่ใจจึงได้เอาแต่ยืนบิดม้วนอายอยู่ที่หน้าประตู แทนที่จะเข้ามาช่วยเหลือเ้านายสาว
“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้เข้าใจผิด ไม่มีอะไรหรอกครับ เราสองคนกำลังปรับความเข้าใจกัน แล้วคุณนางฟ้าเขาก็ใจร้อนไปหน่อย”
เสียงนุ่มๆ เอ่ยบอกหนูตุ่ม ก่อนจะถือโอกาสเบียดหน้าเข้ม ๆ จนเคราที่อยู่แถวขากรรไกรของชายหนุ่มบดเข้ากับใบหน้าเนียนแนบชิดมากขึ้นไปอีกระยะห่างที่อยู่ใกล้กันจนดวงตากลมโตของนรารินทร์สามารถเห็นจมูกโด่งของชายหนุ่มได้อย่างชัดเจนชนิดที่เกือบเห็นเม็ดสีที่รวมตัวกันอยู่บนผิวจมูกเลยทีเดียว แขนล่ำ ๆก็รัดร่างเล็กแน่นขึ้น เพื่อกำราบคนที่ยังคงพยายามจะดิ้นไม่ยอมหยุดนิ่ง
ภาพที่หนูตุ่มเห็นกลายเป็ภาพสวีทของคู่หนุ่มสาว หนูตุ่มถึงกับเขินอายและรีบเอ่ยขอโทษแล้วถอยตัวออกจากห้องแถมยังปิดประตูกลับให้ตามเดิมอีกด้วย
นรารินทร์โกรธจนหน้าดำหน้าแดงดิ้นรนสุดชีวิต ในเมื่อ่บนถูกพันธนาการเอาไว้แน่น แต่่ล่างยังคงว่างหญิงสาวยกเท้ากระแทกส้นเข็มลงบนเท้าใหญ่เข้าเต็มแรง และก็ได้ผล
“โอ๊ยยยย...”ธนาธิปถึงกับร้องเสียงหลง ยอมปล่อยมือจากเ้าของรองเท้าส้นเข็มทันทีแล้วมาจับที่รองเท้าของตัวเองแทน “ผมเจ็บนะคุณ”
“ดีสม..ไม่เจ็บจะทำทำไมใครจะปรับความเข้าใจกับคนโรคจิตอย่างนาย ออกไปจากบริษัทของฉันเลยนะแล้วอย่ามาให้เห็นหน้าอีก เพราะถ้าฉันเจอนายอีกครั้ง ฉันไม่รับประกันว่านายจะปลอดภัยอยู่อย่างนี้หรือเปล่า?”นรารินทร์ที่ะโออกมายืนห่างจากชายหนุ่มจนเกินที่เขาจะเอื้อมถึงเอ่ยปากไล่คนที่เธอนัดมาเองเต็มปากเต็มคำ
“อะไรกันคุณคุณเป็คนนัดให้ผมมาที่นี่เองนะ แล้วจะมาไล่ผมกลับง่าย ๆ ได้ไง เวลาของผมก็มีค่านะคุณถ้าจะเรียกให้มากอดคุณแค่นี้ วันหลังนัดที่อื่นนะ ที่นี่มันไกลบ้านผมไปหน่อยน่ะ”
“ไอ้....”
“อ๊ะๆ คิดดี ๆ ก่อนนะคุณ จะด่าอะไรผมน่ะ วันนั้นด่าก็โดนจูบ เมื่อกี้นี้ด่าก็โดนกอดถ้าตอนนี้คุณด่าผมอีกที ผมก็ไม่รับประกันนะ ว่าคุณจะโดนอะไรอีก”
“อี๋ไอ้บ้า ฉันบอกให้นายออกไป ไปให้พ้นจากบริษัทของฉันเดี๋ยวนี้เลยถ้านายไม่ไปฉันจะเรียก ร.ป.ภ. ให้เข้ามาลากนายออกไป” สองเท้าเล็ก ๆขยับซอยอย่างไม่ชอบใจ มือไม้ช่วยกันปัดที่ปากและตามลำตัวไปจนถึงเรียวแขนของตัวเองรัวๆ อย่าง้าจะปัดร่องรอยของชายหนุ่มออกจากตัวเธอให้หมด
“หึหึไปก็ได้ ผมก็ไม่ได้อยากจะทำงานกับคนไม่เป็มืออาชีพหรอก ทำงานอย่างกับเล่นขายของเป็ผู้บริหารแต่แยกแยะเื่งานกับเื่ส่วนตัวไม่ออก ผมละสงสารน้องหนูตุ่มจริงๆ เลยที่มีเ้านายอย่างคุณ” ธนาธิปพูดจบก็เข้ามาหยิบแฟ้มงานของตนเองที่ถือติดมือมาด้วยเดินออกจากห้องไป
ตื๊ดดดด...เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือในมือของนรารินทร์ดังขึ้น
“ฮัลโหลพี่เทพ ว่าไงคะ”
(เห็นหนูตุ่มบอกว่าฟ้านัดนักเขียนการ์ตูนมาคุยเหรอ)
“ค่ะแต่...” นรารินทร์พูดได้เพียงแค่นั้น เสียงจากปลายสายก็ดังแทรกขึ้นอีกครั้ง
(ดีๆ ตอนนี้เขามาแล้วด้วยใช่ป่ะ บอกให้เขารอพี่หน่อยนะ พี่กำลังเข้าไปอีกไม่เกินสิบนาทีถึง นี่พี่เพิ่งไปคุยกับสปอนเซอร์ของเรามาเขาชอบคอนเซ็ปต์การเปิดตัวซิงเกิ้ลด้วยการ์ตูนมากเลย บอกให้รีบทำออกมาดูน้ำขึ้นแล้วต้องรีบตักน้องรัก)
“แต่ว่า...”
(แค่นี้ก่อนนะฟ้าพี่ขับรถอยู่ จะรีบเข้าไปจ้ะ อย่าลืมบอกเขาให้รอพี่ด้วยนะ) นครินทร์พูดทิ้งไว้แค่นี้แล้วก็วางสายไปไม่เปิดโอกาสให้น้องสาวได้พูดอะไรอีก
นรารินทร์ถึงกับหน้าเสียยืนตัดสินใจว่าควรจะทำอย่างไรดี การหาสปอนเซอร์ก็ไม่ใช่เื่ง่ายเมื่อได้แล้วก็ควรต้องรักษาไว้ยิ่งชีพ แต่การที่จะไปตามผู้ชายคนนั้นกลับมาก็ไม่ใช่เื่ง่ายสำหรับเธอเช่นกัน...ก็มันศักดิ์ศรีล้วน ๆ
....แต่ลดลงหน่อยก็ได้วะเพื่อความอยู่รอดของค่ายเพลง ประตูห้องประชุมเล็กถูกเปิดออกทันทีที่นรารินทร์คิดได้
“หนูตุ่มนายคนเมื่อกี้นี้ไปไหนแล้วล่ะ?”
“เดินออกไปโน่นแล้วค่ะคุณนางฟ้าจะขึ้นรถแล้วค่ะนั่น ๆ”
พนักงานสาวชี้ออกไปที่ลานจอดรถหน้าตึกบอกเ้านายสาวนรารินทร์จึงรีบวิ่งตัวปลิวตามออกไปทันที
ธนาธิปนั้นกำลังเปิดประตูรถจะก้าวขึ้นไปนั่ง แต่กลับต้องชะงัก เพราะเสียงที่ดังมาจากด้านหลัง
“นายๆ ๆ เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งไป” นรารินทร์วิ่งเข้ามาดึงตัวชายหนุ่มออกมาจากรถแล้วจัดการปิดประตูรถของเขาให้อีกด้วย
“อะไรของคุณอีกเนี่ยจะเล่นอะไรอีก เมื่อกี้ยังไล่ผมอยู่เลย ตอนนี้จะมาเรียกไว้ทำไมอีกครับคุณนางฟ้านาง์”ชายหนุ่มหันมาถอนหายใจใส่เ้าของเสียงและตอบกลับด้วยถ้อยคำประชดประชัน
“นี่!..ฉันชื่อนางฟ้าอย่างเดียว ไม่ต้องต่อคำสร้อยอย่างอื่น”
“ครับคุณนางฟ้า แล้วคุณนางฟ้ามีอะไรกับผมอีกไม่ทราบครับอย่าบอกนะว่าติดใจวงแขนอันอบอุ่นของผมน่ะ”
“อึ๋ยยย...อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยฉันจะมาตามนายกลับไปคุยเื่งาน”
“ฮะ! ก็ไหน...” ธนาธิปถึงกับอุทานเสียงหลงกำลังจะอ้าปากเอ่ยถามหญิงสาวว่าจะเอายังไงกันแน่แต่เสียงหวานก็รีบเอ่ยขึ้นดักไว้เสียก่อน
“ก็นายหาว่าฉันทำงานเหมือนเล่นขายของฉันก็จะทำให้นายดูว่า ฉันไม่ได้เป็อย่างที่นายพูด และฉันก็เป็มืออาชีพพอที่จะแยกได้ว่าอันไหนเื่ส่วนตัว อันไหนเื่งาน แล้วนายล่ะแยกได้หรือเปล่า?”
“ผมน่ะไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะไอ้ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่นี่มันก็มาจากคุณเองทั้งนั้นละครับ คุณนางฟ้านาง...”
“นี่นาย!....” นรารินทร์แหวขึ้นอีกครั้ง เมื่อได้ยินประโยคที่ไม่เข้าหูแต่เมื่อเห็นสายตาของชายหนุ่มที่จ้องมองมายังเธอ มีแววตาของการดูถูกอยู่ด้วยหญิงสาวจึงต้องหยุดอารมณ์โกรธซึ่งเป็อารมณ์ส่วนตัวของเธอเอาไว้ให้ได้ด้วยการสูดหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเชิดหน้ายืดอกพูดกับเขาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เบาลงจนเกือบเป็ปกติ
“ถ้าพร้อมที่จะทำงานแล้วก็เชิญตามฉันเข้ามา” หญิงสาวเ้าของค่ายเพลงลิตเติ้ลบิทมิวสิคเรคคอร์ดพูดจบก็เดินนำเข้าตึกไป
ร้านวันใหม่คอฟฟี่ของชิดตะวันแฟนสาวของธนาศิลป์ ซึ่งได้เช่าพื้นที่อยู่ในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งร้านเล็ก ๆ ที่จัดบรรยากาศแบบอบอุ่นมีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่นั่งเป็แขกประจำของร้านซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็เพื่อนของหนูน้อยตะนอยไปเป็ที่เรียบร้อยส่วนนอกร้านตกแต่งด้วยกระถางต้นไม้น้อยใหญ่ดูร่มรื่นลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่ร้านส่วนใหญ่ก็เป็คนที่เข้ามาใช้บริการเติมน้ำมันในปั๊มนั่นเอง ลูกค้าไม่ได้หนาแน่นแต่ก็เข้ามากันเรื่อย ๆ
ชายหนุ่มหน้าตาดีหนึ่งคนเดินเข้ามาในร้านสั่งคาปูชิโน่ร้อนหนึ่งที่แล้วเดินไปเลือกโต๊ะว่างนั่ง ชิดตะวันทำเสร็จก็ถือไปเสิร์ฟเองปล่อยให้ลูกน้องยืนเฝ้าเคาน์เตอร์ต่อ เสิร์ฟกาแฟร้อนเสร็จเ้าของร้านสาวก็เดินไปเล่นกับหลานสาวตัวน้อยต่อ
“เป็ยังไงบ้างคะตะนอยเบื่อหรือยังคะ?”
“ยังไม่เบื่อค่ะ”
“แล้วตะนอยหิวไหมคะอยากทานขนมอะไรไหม หนูไปเลือกขนมในตู้ได้นะคะ อาตะวันทำเองหมดเลย ถ้าหนูอยากทานอะไรบอกอาตะวันได้เลยนะคะอาตะวันจะเอาออกมาให้ตะนอยทานเลยค่ะ”
“จริงนะคะ”
“จริงสิจ๊ะตะนอยอยากทานเค้กรสอะไร ไปชี้ได้เลยค่ะ”
“เย้ๆ ๆ” เด็กน้อยส่งเสียงดีใจะโโลดเต้นไปตามประสาเด็ก จนชิดตะวันต้องทำมือจุ๊ ๆปาก บอกให้เด็กน้อยเบาเสียงลงหน่อย เพราะเกรงใจลูกค้าที่นั่งอยู่ในร้านซึ่งก็ไม่มีใครว่าอะไร ยกเว้นชายหนุ่มที่สั่งคาปูชิโน่ร้อนที่หันมาทำตาเขียวใส่เด็กน้อย จนเด็กหญิงตะนอยรู้สึกกลัวต้องเดินไปหลบอยู่ด้านหลังเ้าของร้านสาว
ทุกอย่างดูเป็ปกติจนกระทั่งลูกค้าอีกคนหนึ่งของร้านเดินเข้ามา ชายหนุ่มเดินตรงไปสั่งเอสเปรสโซ่ร้อนที่เคาน์เตอร์กาแฟแล้วเดินไปนั่งโต๊ะเดียวกับพ่อหนุ่มคาปูชิโน่ร้อน
“ขอโทษทีว่ะมาช้างานโคตรเยอะเลย่นี้ จะกระดิกตัวไปไหนก็ลำบาก ว่าแต่แกเถอะไอ้สิทธิ์เป็ไงบ้างวะ่นี้ ได้ข่าวว่าเลิกกับน้องถุงแป้งไปแล้วเหรอ?”นทีเอ่ยถามอภิสิทธิ์ เช็คความถูกต้องของข่าวที่เขาได้ยินมา
“อืมไม่ไหวว่ะ ยิ่งคบยิ่งงี่เง่า หึงบ้าบออะไรนักไม่รู้ งานการไม่เป็อันทำมัวแต่มาจ้องจับผิดฉัน”
“ขนาดนั้นเลยเหรอวะ”
“เออดิใครจะไปทนไหววะ ฉันก็เลยบอกเลิกเลยอยู่กันไปก็ไม่เห็นอนาคตหรอกว่ะผู้หญิงอย่างนี้”
“พูดถึงอนาคตได้ข่าวว่าแฟนเก่าแกเปิดค่ายเพลงกับพี่ชายเขานี่ กำลังไปได้สวยเลยนะค่ายเพลงน้องใหม่ ปล่อยออกมากี่เพลงก็ดังหมด”
“จริงดิ”อภิสิทธิ์หันมามองหน้าเพื่อน ส่งเสียงถามจริงจัง
“เออสิแกไม่เสียดายบ้างหรือไงวะ?”
“เสียดายสิวะฉันเพิ่งไปเจอเขามาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง สวยไม่เปลี่ยนเลยว่ะหรือจะว่าสวยกว่าเดิมอีกก็ได้นะ ไม่รู้ตอนนั้นเป็บ้าอะไร ดันไปขอเลิกเฉยเลยถ้าเป็แฟนกันอยู่ป่านนี้ฉันอาจจะได้มีเอี่ยวในค่ายเพลงนั้นด้วยก็ได้”
“ก็ยังไม่สายไปนี่หว่าฉันได้ข่าวมาว่าฟ้าเองก็ยังไม่ได้มีใคร”
“อืม ฉันก็แค่เสียดายเวลาที่หายไปแล้วก็ต้องกลับมาเหนื่อยเริ่มกันใหม่นี่สิตอนที่ฉันเจอเขาก็ดูเหมือนว่าเขาไม่ค่อยจะอยากคุยกับฉันแล้วว่ะ”
“อย่าบอกนะว่าแค่นี้แกก็ถอดใจซะละ”
“เห้ยไม่มีทาง ฉันเล่าให้แกฟัง ไม่ได้หมายความว่าฉันจะถอดใจยอมแพ้ซะหน่อย สวย รวย เก่งครบเครื่องซะขนาดนั้น ฉันโง่มาครั้งหนึ่งแล้ว ฉันจะไม่ยอมโง่อีกเด็ดขาดและที่สำคัญครั้งที่แล้ว ยังไม่ได้อะไรเลยก็ลามาหาน้องถุงแป้งซะก่อนแล้วครั้งนี้กลับไปต้องจัดการให้ได้” อภิสิทธิ์พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นสายตาของเขาแข็งกร้าวมุ่งมั่น
“แล้วแกจะทำยังไง?”นทีจ้องหน้าเพื่อนสนิท ราวกับ้าค้นเข้าไปในความคิดของอภิสิทธิ์
“แกไม่ต้องสนหรอกว่าฉันจะทำยังไง เอาไว้แกรอดูผลเลยดีกว่า”
“เอางั้นก็ได้วะแล้วฉันจะคอยดู ว่าแต่แกนัดฉันออกมานี่มีอะไรวะ”
“เอารองเท้ามาให้แกไงรองเท้าหนังคู่ที่แกบอกว่าอยากได้ อยู่ที่รถฉันโน่น”
“เออขอบใจ ถ้างั้นก็ไปเอาที่รถแกกัน ฉันต้องรีบกลับว่ะ งานเยอะจริง ๆ ่นี้”
นทีชวนอภิสิทธิ์กลับไปที่รถจัดการเื่รองเท้าหนังที่อภิสิทธิ์โทรนัดเขาให้ออกมาเจอกันครึ่งทางเพื่อจะส่งมอบให้
“พูดถึงใครกันหวังว่าจะไม่ใช่ฟ้าน้องสาวพี่เทพหรอกนะ” ชิดตะวันเอ่ยขึ้น หลังจากที่สองหนุ่มพากันเดินออกไปจากร้านของเธอแล้ว