“วันนี้วันพระครับคุณแม่ ก้างจะฟังเทศน์ด้วย แล้วก็อยู่นั่งวิปัสสนาต่ออาจจะกลับมืด”
“งั้นวันอาทิตย์...”
“คุณป้าคะ...” พิมพ์มณีขัดขึ้นเมื่อไม่อาจทนฟังท่านพยายามยัดเยียดหล่อนให้กับคนไม่เต็มใจอย่างเขาต่อไปได้ “อย่าไปรบกวนเขาเลยคะ เดี๋ยวพิ้มไปกับพี่จอยก็ได้”
“เอางั้นหรือลูก” คุณวิยดาหันมองหญิงสาวอย่างลังเล
“คะ” ตอบอย่างไม่ง้อเขา ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่สนใจเช่นกันพอดีกับแม่บ้านยกปิ่นโตกับข้าวของที่จะทำบุญมาให้ ธนวินท์จึงลุกขึ้นขอตัวจากไป
ลับหลังชายหนุ่มไปแล้ว คุณวิยดาก็เลียบเคียงถามหญิงสาวที่ตนเอ็นดูเป็นักหนา
“หนูพิ้มยังไม่หายโกรธพี่เขาเื่เมื่อวานหรือลูก”
“พิ้มลืมมันไปหมดแล้วละคะ”
บอกทั้งที่ภายในใจยังคุกรุ่นไม่ต่างอะไรกับูเาไฟที่รอวันะเิ หล่อนกำลังรอหาจังหวะที่จะแก้แค้นต่างหาก แต่เื่อะไรที่หล่อนจะต้องบอกกับใครๆให้รู้ ให้เขาคิดว่าหล่อนเป็เด็กไม่รู้จักโตด้วยล่ะ...แต่แล้วพิมพ์มณีก็คิดอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง
“คุณป้าค่ะ ถ้าพิ้มจะไปกับพี่ก้างจะดีไหมค่ะ” หญิงสาวหันไปถามผู้ใหญ่ด้วยดวงตาเป็ประกาย
“ก็ดีสิลูก” คุณวิยดารีบตอบเพราะอยากให้ทั้งสองได้ลดความบาดหมางที่มีต่อกันลงบ้าง
“งั้นพิ้มขอตัวน่ะค่ะ” กล่าวจบหญิงสาวก็ลุกขึ้นวิ่งตื๋อออกไป เพราะกลัวจะไม่ทันเขา
“พี่ก้างค่ะพี่ก้าง” เสียงเรียกของหญิงสาวที่ดังตามหลังมาทำให้ธนวินท์ที่กำลังจะเดินไปที่โรงจอดรถต้องหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองอย่างแปลกใจ
“มีอะไร” คิ้วเข้มของชายหนุ่มเลิกขึ้นเล็กน้อยประกอบคำถาม
“พิ้มคิดว่าพิ้มจะไปกับพี่ก้างค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงใสขณะเข้าไปยืนเอามือไพล่หลังอยู่ไม่ไกลจากเขา
“เธอคิดว่าฉันจะไปศูนย์การค้าหรือสวนสนุกหรือไง” ชายหนุ่มย้อนถามอย่างหงุดหงิด
“พิ้มทราบค่ะว่าพี่ก้างจะไปวัด”
“แล้วอย่างเธอนี่น่ะที่คิดจะไปวัดด้วย” ชายหนุ่มทำเสียงไม่เข้าใจแววตาก็ไม่เชื่อถือ
“อย่ามาดูถูกนะคะ อยู่ที่อังกฤษพิ้มไปโบสถ์กับแด๊ดดี้กับแม่ทุกอาทิตย์”
“แต่วัดไทยกับโบสถ์ฝรั่งมันไม่เหมือนกัน เธอไม่กลัวผีเหรอ” คำย้อนถามของเขาทำให้พิมพ์มณีถึงกับสะดุ้งในใจอยู่เหมือนกันก็ขึ้นชื่อว่าผีมีใครบ้างที่จะไม่กลัว แต่ผีที่ไหนกันจะมากลางวันแสกๆเขาจงใจพูดเพื่อจะไม่ให้เธอตามไปมากกว่า รู้ทันหรอก
“ไม่กลัวค่ะ” หญิงสาวเชิดหน้าตอบอย่างถือดี
“แต่ฉันไม่้าให้เธอไปด้วยได้ยินไหม” ชายหนุ่มพูดออกไปตรงๆด้วยความรู้สึกขัดใจ
“พี่ก้างใจร้ายพิ้มจะฟ้องคุณป้า คุณป้าขา คุณป้า” หญิงสาวโวยวายขึ้นมาทันทีและตอนท้ายก็ไม่ใช่แค่พูดขู่แต่เ้าหล่อนหันไปะโเรียกผู้สูงวัยที่อยู่ในบ้านจริงๆ
“พูดจาเอะอะไม่สมกับเป็กุลสตรีเลย” เขามีเื่ตำหนิเธอขึ้นมาอีกจนได้
“ต้องเหมือนพี่ก้างใช่ไหมค่ะถึงจะสมกับเป็กุลสตรี” หญิงสาวเถียงเขา
“พูดบ้าอะไรของเธอ” เขากล่าวอย่างไม่เข้าใจ
“ก็คิดเอาเองบ้างสิค่ะ” หญิงสาวลอยหน้าท้าทาย
“ไร้สาระที่สุดสรุปว่าฉันไม่ให้เธอไปด้วยก็แล้วกัน” ชายหนุ่มตัดบท ก่อนทำท่าจะหันหลังเดินจากไปแต่ดูเหมือนมารดาของเขาจะออกมาทันเวลาพอดี
“ทำไมไม่ให้น้องไปด้วยละลูก” คุณวิยดารีบท้วงบุตรชาย ทำให้เขาต้องหันกลับมาอีกครั้งและทันเหลือบไปเห็นยัยตัวแสบกำลังยักคิ้วเย้ยเขาอยู่ยิกๆ ฮึม...ฝากไว้ก่อนเถอะ
“ก็ดูสารรูปการแต่งตัวของเขาสิครับอย่างนี้หรือจะไปวัดได้” ธนวินท์ไม่รู้จะหาข้อไหนมาอ้างจึงตำหนิเื่การแต่งกายของหญิงสาวไปแต่ชุดกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดกับเสื้อกล้ามสีม่วงเข้มที่เ้าหล่อนสวมอยู่นั้นแม้มันจะช่วยขับผิวขาวให้ยิ่งดูผุดผ่องแต่มันก็ไม่เหมาะที่จะใส่เข้าไปในวัดเลยจริงๆ
“โธ่เอ๋ยเื่แค่นี้เอง ให้น้องไปเปลี่ยนก็ได้นี่ลูก” คุณวิยดาพยายามจะให้ทั้งสองรอมชอมต่อกัน
“แต่ผมสายมากแล้วนะครับอีกอย่างคนโปรดของคุณแม่เขาก็ไม่มีชุดที่พอจะใส่ไปสถานที่อย่างนี้ได้หรอกเขามีแต่ชุดที่จะใส่ไปสถานที่อโคจรเท่านั้น” ชายหนุ่มกล่าวออกไปอย่างไม่พอใจทำไมวันๆเขาจะต้องมาเสียเวลามากมายไปกับผู้หญิงคนนี้ด้วย