สิ้นคำสั่ง เหล่ามือสังหารที่เหลือทั้งหมด ผนึกกำลังรวมตัวเป็กลุ่มเดียวจำนวนรวมกว่าสามสิบคน!
ทั้งหมดดาหน้ากลุ้มรุม ถาโถมเข้าโอบล้อม จู่โจมโยชิอิจากทุกทิศทาง!
ขณะที่โยชิอิ ทาคาโกะ เหล่ามือสังหารชุดดำ และเค็นจิต่างต่อสู้ประหัตปะากันอย่างดุเดือด ทั้งหมดกลับไม่รู้ตัวเลยว่า บนเนินเตี้ย ๆด้านหลังต้นไม้ใหญ่ห่างออกไป ปรากฏบุรุษผู้หนึ่งนั่งนิ่งบนหลังม้าพ่วงพีสายตาคมกล้าเฝ้ามองทั้งหมดเป็เวลาเนิ่นนานแล้ว...
บุรุษผู้นั้นสวมหน้ากาก ปิดบังครึ่งใบหน้าล่าง มือถือหอกยาวข้างเอวแขวนดาบยาวเล่มหนึ่ง...
บุรุษสวมหน้ากาก เฝ้ามองทาคาโกะ แววตาครุ่นคิด...
ทาคาโกะสังเกตเห็นแต่แรก การเคลื่อนไหวของโยชิอิเปลี่ยนแปลงสภาวะดาบเชื่องช้า อ่อนแรงกว่าปกติอักโข าแที่ไหล่ ไม่ควรส่งผลกระทบเพียงนั้นคาดว่าบุรุษหนุ่มถูกพิษประเภทสลายพลัง
นางยิ่งร้อนรุ่มใจ เร่งใช้กระบวนท่าเพลงกระบี่ อันรวดเร็วปราดเปรียวต้านรับกระบวนท่าอันทรงพลัง ของเค็นจิโดยไม่เป็รอง
แม้หลายครั้ง นางถูกพลังดาบกระแทก บังคับให้ต้องปะทะกำลังอย่างหักโหมทว่านางอาศัยการเอี้ยวร่าง เบี่ยงตัวหลบรอด ลดทอนอานุภาพดาบยาวลงได้ทุกครา
ดรุณีน้อยอาศัยจุดเด่น เพลงกระบี่กราดเกรี้ยวเผ็ดร้อนจี้ปลายกระบี่แทงออกไม่หยุดยั้ง บังเกิดประกายจุดแต้มเต็มนภา ยิ่งนานมือไม้เค็นจิยิ่งเริ่มปั่นป่วนจนเห็นได้ชัด
นางเหลียวมองสถานการณ์อีกด้าน เห็นโยชิอิแม้ยังสามารถต้านทานทั้งสังหารเหล่านักฆ่าไปเกือบหนึ่งในสาม แต่ก็ทราบว่า โลหิตที่หลั่งไหลไม่หยุดพิษสลายพลังในร่าง ทำให้โยชิอิซึ่งตกอยู่กลางวงล้อม เริ่มอ่อนแรงลงทุกขณะ
อาวุธของเหล่ามือสังหาร คือกรงเล็บเหล็กอาบยาพิษดังนั้นหากโยชิอิอ่อนแรงจนเชื่องช้าลง พลาดพลั้งถูกกรงเล็บเหล็กกรีดเป็แผลแม้รอยเพียงเล็กน้อยก็ย่ำแย่แล้ว!
ทาคาโกะทราบดี เค็นจิย่อมรู้ข้อนี้กระจ่างเช่นกันดังนั้นมันพยายามพัวพันนางไว้ ไม่เปิดโอกาสให้เข้าไปช่วยโยชิอิ
ทันใดนั้น ขณะโยชิอิกับทาคาโกะกำลังตีโต้ หาทางฝ่าออกจากวงล้อมทั้งสองพลันได้ยินเสียงม้าร้องก้องจากด้านหลัง สายตาสองคู่หันขวับตามกระแสเสียงกลับพบบุรุษสวมหน้ากากผู้หนึ่ง นั่งตระหง่านบนหลังม้านิ่งมองดูการต่อสู้ของทั้งหมดอยู่บนเนินเตี้ย ๆ …
ทั้งโยชิอิและทาคาโกะต่างใจหายวาบ ตื่นตระหนกไม่น้อยเพราะแม้ชำเลืองบุรุษสวมหน้ากากเพียงแวบ แต่จากท่วงท่าสภาวะอันสงบนิ่งบนหลังม้าอีกทั้งรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งจากร่าง ทั้งคู่ทราบดีว่าบุรุษสวมหน้ากากต้องมีพลังฝีมือไม่เป็รองอาเคชิ เค็นจิ!
หากบุรุษสวมหน้ากาก บุกเข้าร่วมวงต่อสู้อีกคน นับว่าสถานการณ์ล่อแหลมอันตรายอย่างยิ่ง
ทาคาโกะตัดสินใจโดยพลัน ต้องสังหารเค็นจิให้ได้ก่อน!
กระบี่ในมือนางเร่งความเร็ว ลมปราณกระบี่แผ่พุ่ง ประกายกระบี่เจิดจ้าปลายกระบี่พลิ้วไหว จี้แทงครอบคลุมจุดชีพจรสำคัญทั่วร่างเค็นจิ!
อาเคชิ เค็นจิตวาดคำรามก้อง ดาบยาวในมือแผ่พุ่งรังสีดาบกราดฟาดฟันบังเกิดกระแสลมหมุนหอบใหญ่ ตีโต้ต่อต้าน ประกายกระบี่ดาษนภาของทาคาโกะอย่างกินแรง
เนื่องเพราะยิ่งปะทะกระบวนท่า มันยิ่งพบว่าเพลงกระบี่รวดเร็วกราดเกรี้ยวคล้ายเป็ดาวข่มวิชาดาบ ซึ่งเน้นใช้พลังสภาวะโถมเข้าใส่ของมัน
ดาบยาวในมือเค็นจิ แม้ตวัดวาดทรงพลัง หนักหน่วงรุนแรงแต่ทาคาโกะอาศัยท่าร่าง คล่องแคล่วปราดเปรียว ขยับร่างสืบเท้า หลบรอดไปได้ทุกครั้งกระบี่ในมือซึ่งจี้แทงรวดเร็วกว่า คอยฉวยจังหวะจู่โจม ระหว่างช่องว่างของเพลงดาบ
ยิ่งทาคาโกะเร่งโคจรลมปราณ จี้แทงออกโดยไม่หยุดยั้ง เค็นจิก็ต้านรับทุลักทุเลขึ้นทุกขณะ
ทันใด เค็นจิตวาดก้องอีกครั้ง ตวัดดาบกระแทกปลายกระบี่เบี่ยงเบนออกพริบตานั้น มือซ้ายของมันซัดมีดสั้นออกด้วยกำลังแรง ประกายมีดกรีดนภาพุ่งเข้าใส่ทาคาโกะดุจดาวตก!
ทาคาโกะผนึกสมาธิ ตั้งมั่นไม่แตกตื่น ในเสี้ยวพริบตาฝักกระบี่ในมือซ้ายตวัดวาด จ่อจี้ไปเบื้องหน้า ปลายดาบสั้นที่พุ่งตรงมากลับปักเข้าไปในฝักกระบี่พอดี!
ทาคาโกะฉวยจังหวะนั้น ตวัดฝักกระบี่ขึ้น ดาบสั้นพลันหลุดจากฝักกระบี่ม้วนตัวลอยตรงหน้า นางโคจรลมปราณ มือซ้ายจี้พลังดรรชนีออก กระแทกด้ามดาบสั้นอย่างแม่นยำ
บัดนั้นด้ามดาบสั้น ถูกพลังดรรชนีกระแทกแตกกระจาย พลังดรรชนีอันกล้าแข็งยังพุ่งแผ่กระแทกคมดาบสั้น พุ่งกลับไปหาเค็นจิ!
นั่นเป็่เวลา เพียงเสี้ยวพริบตา เค็นจิย่อมคาดคิดไม่ถึงว่าดาบสั้นจะพุ่งสวนกลับมาหามัน ระดับความรวดเร็วรุนแรงดั่งสายวิชชุไหนเลยสามารถหลบหลีกได้ทัน ดาบสั้นปักเข้าไหล่ซ้ายทะลุออกหลังหัวไหล่!
บุรุษร่างสูงใหญ่ กัดฟันกรอด ข่มความเ็ปโชคดีดาบสั้นของมันมิได้อาบยาพิษ แต่าแฉกรรจ์อย่างยิ่ง โลหิตไหลอาบโชกร่างบุรุษดรุณีคู่นี้กลับมีพลังฝีมือ เหนือกว่าที่คาดคิดไว้อักโข
ยามนี้เค็นจิทราบว่า ไม่มีโอกาสชนะแล้ว มันย่อมมิใช่คนคิดเสี่ยงชีวิตตายตกพร้อมศัตรู หากปฏิบัติการพลาดก็พร้อมล่าถอย โอกาสหน้าค่อยหาจังหวะทวงแค้นดังนั้นมันเร่งผนึกพลังสภาวะ ตวัดวาดดาบโหมบุกเข้าใส่ ฟันดาบกระแทกใส่กระบี่ของทาคาโกะคิดฉกฉวยหาจังหวะล่าถอย
ทาคาโกะย่อมไม่คิดปะทะด้วยกำลัง นางเลี่ยงเบี่ยงร่างหลบ จี้กระบี่ปิดป้องรอคอยโอกาส หาจังหวะจู่โจม แต่จู่ ๆ ขณะกำลังโหมบุกเค็นจิกลับเป่าปากคล้ายส่งสัญญาณ ร่างสูงใหญ่ซึ่งกำลังโหมบุกกลับทะยานเข้าในดงไม้ข้างทาง คล้ายคิดล่าถอยจากวงต่อสู้
ทาคาโกะไหนเลยคาดคิด ว่าจู่ ๆ เค็นจิคิดหลบหนีเช่นนี้นางถึงกับชะงักท่าร่างครู่หนึ่ง ทั้งยังไม่ทราบว่าในดงไม้มีกับดักใดซ่อนอยู่หรือไม่ ไม่แน่นี่อาจเป็หลุมพรางอีกก็ได้ดังนั้นไม่ยอมผลีผลามติดตามเข้าไป
ขณะนั้น โยชิอิไม่คำนึงถึงาแที่ไหล่ เร่งจู่โจมตวัดดาบบุกทะลวงเข่นฆ่าเหล่ามือสังหารชุดดำจนแตกฮือ อาศัยท่าร่างสืบเท้าอันรวดเร็วจู่โจมสังหารเหล่ามือสังหารล่วงผล็อย ทีละคนสองคนจนหลงเหลือไม่ถึงครึ่ง ทว่าโลหิตที่ไหล่ซ้ายก็หลั่งไหลจนชโลมแดงเถือกไปครึ่งร่าง
เหล่ามือสังหารที่เหลืออยู่ เริ่มหวาดหวั่นจนตื่นตระหนกพวกมันบังเกิดความคิดล่าถอยเช่นกัน
ในชั่วเวลาเสี้ยวพริบตา ขณะทาคาโกะลังเลเพียงวูบนั้นในดงไม้บังเกิดเสียงม้าร้องดังก้อง เค็นจิควบอาชาพ่วงพีทะยานออกมามันเป่าปากส่งสัญญาณอีกครั้ง
เหล่ามือสังหารซึ่งหลงเหลือ รับคำสั่งโดยพร้อมเพรียงต่างโยนลูกกลมขนาดเล็กลงพื้นนับสิบลูก เสียงะเิดังก้องต่อเนื่องควันดำทะมึนที่เพิ่งจางไปไม่นาน กลับปกคลุมรอบบริเวณอีกครั้ง
เหล่ามือสังหารต่างอาศัยจังหวะนั้น พากันถอนตัวล่าถอย หายเข้าไปในชายป่าทึบจนสิ้น...
เค็นจิรีบฉวยจังหวะนั้น ควบม้าล่าถอยห่างออกไปไกลโขมุ่งหน้าตรงไปยังแถวเนินดิน บริเวณซึ่งบุรุษสวมหน้ากาก นั่งสงบนิ่งบนหลังม้าทว่าอยู่กันคนละฟากของเนินดินนั้น
เมื่อทิ้งระยะห่างกระทั่งแน่ใจว่า โยชิอิกับทาคาโกะไม่อาจติดตามทันเค็นจิชะลอม้าหันหน้ากลับมา แสยะรอยยิ้มเยาะเกลื่อนใบหน้าสุ้มเสียงเย้ยหยันก้องกังวาน
“นาคามูระ โยชิอิ...ทราบหรือไม่ เหตุใดหนึ่งปีนี้เ้าเฒ่ามิโยชิจึงไว้วางใจเ้าเพียงนี้...”
โยชิอิบันดาลโทสะ ตวาดอย่างเดือดดาล
“เ้าเพ้อเจ้ออะไร!”
เค็นจิหัวเราะก้อง แค่นหัวร่อกล่าวว่า
“รู้ไว้เถอะ! มันคิดดึงตัวเ้า ออกจากตระกูลโยชิโอกะ!หากดึงเ้าออกจากตระกูลโยชิโอกะได้ เ้าเฒ่ามิโยชิจะให้เ้ารับผิดชอบดูแลกิจการค้าขายให้กับมัน ถึงตอนนั้นด้วยความสามารถของเ้า เฒ่ามิโยชิจะยิ่งร่ำรวยมหาศาลโดยไม่ต้องพึ่งพาตระกูลโยชิโอกะอีก!”
โยชิอิตวาดตอบโต้
“ข้าไม่เคยคิดออกจากตระกูลโยชิโอกะ! หนึ่งปีนี้นายท่านมิโยชิเพียง...”
อาเคชิ เค็นจิแสยะยิ้มอันชั่วร้าย กล่าวแทรกขึ้น
“เวลานี้มันย่อมไม่เอ่ยปากกับเ้าเช่นนั้น แต่วันหนึ่งเ้าเฒ่ามิโยชิต้องยื่นข้อเสนอที่เ้าไม่อาจปฏิเสธได้...หากมันเอ่ยปาก จะยกท่านหญิงให้กับเ้าเ้ายังจะปฏิเสธ ไม่เข้าเป็บริวารตระกูลมิโยชิหรือ!”
เอ่ยถึงตอนนี้เค็นจิ ยิ่งะเิหัวร่อราวคลุ้มคลั่ง
“โยชิอิอย่าหลงเชื่อ เฒ่ามิโยชิเป็อันขาด!เ้าเฒ่าเตรียมยกท่านหญิงโทโมเอะ ให้กับตระกูลอาซาอิแล้ว! ดาบหงส์ฟ้าเล่มนั้นคาดว่าจะถูกส่งให้เป็เครื่องผูกสัมพันธ์ชั้นแรก หลังจากนั้นค่อยส่งท่านหญิงไปแต่งงานกับอาซาอิ นากามาสะ ผู้ครองแคว้นโอมิตอนเหนือ!”
โยชิอิรับฟังจนสมองอึงอล ถึงกับนิ่งอึ้งไป
ทาคาโกะเห็นเช่นนั้น ตวาดขึ้นว่า
“เ้าโกหก!”
เค็นจิยังกล่าวสืบไปว่า
“เฮอะ! พวกเ้าทราบหรือไม่ โอดะ โนบุนากะตกลงเป็พันธมิตรกับมัตสึไดระโมโตยาสึ[1] เรียบร้อยแล้ว อีกไม่นานโนบุนากะก็ต้องยึดแคว้นมิโนะได้แล้วยังมีข่าวว่ามันจะยกน้องสาวให้กับอาซาอิ นากามาสะ!”
ทาคาโกะอุทานดังอา กล่าวอย่างตื่นตระหนก
“หากโนบุนากะ เป็พันธมิตรกับตระกูลอาซาอิ อย่างนั้นเท่ากับกองทัพตระกูลโอดะมาจ่ออยู่หน้าประตูเกียวโตแล้ว!”
เค็นจิหัวร่อกึกก้องยาวนาน
“ถูกต้อง! ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรตระกูลมิโยชิต้องหาทางเป็พันธมิตรกับตระกูลอาซาอิ ให้ได้ก่อนโอดะ โนบุนากะและการยกท่านหญิงโทโมเอะ ให้แต่งงานกับอาซาอิ นากามาสะ ย่อมเป็วิธีที่ดีที่สุด...”
มันหัวเราะราวคลุ้มคลั่งอีกครั้ง ก่อนกล่าวว่า
“ข้าบอกเื่นี้ให้เ้ารู้ไว้ ก็เพราะสงสาร เ้าอย่าได้หลงเชื่อสัญญาลม ๆแล้ง ๆ จากเ้าเฒ่ามิโยชิเป็อันขาด มันแค่หลอกใช้เ้า ทำงานให้กับมันเท่านั้น!สำนึกหรือยังโยชิอิ!”
โยชิอิรับฟังจนโทสะประดัง เดือดดาลมิอาจข่มกลั้น โผทะยานร่างคิดติดตามเค็นจิไป
ทว่าเค็นจิกลับหัวเราะร่า ควบม้าหนีไปอย่างรวดเร็วโยชิอิเห็นดังนั้นเร่งทะยานร่างติดตามไป
จังหวะนั้นเอง บุรุษสวมหน้ากากซึ่งนั่งสงบนิ่งบนหลังม้ากลับไสม้าเข้าขวางหน้าโยชิอิ!
หอกยาวในมือบุรุษผู้นั้น ตวัดวาดขวางกั้น ไม่ให้โยชิอิติดตามเค็นจิไป!
โยชิอิเห็นเช่นนั้น ตวัดวาดดาบยาว หมายปัดปลายหอกพ้นห่าง มิคาดเพียงดาบยาวปะทะปลายหอกยาว บุรุษหนุ่มถึงกับสะท้านทั้งร่างรู้สึกได้ถึงขุมกำลังมหาศาลสายหนึ่ง พุ่งกระแทกข้อมือ จนมิอาจจับดาบยาวมั่น!
โยชิอิแม้ตื่นตระหนก ในพลังฝีมือบุรุษสวมหน้ากาก หากยังเยือกเย็นยิ่งรีบพุ่งแผ่รังสีดาบ ต้านปะทะขุมกำลังจากปลายหอก ฉวยจังหวะทะยานร่างถอยตั้งมั่นมิกล้าประมาทดูแคลน บุรุษสวมหน้ากากอย่างเด็ดขาด
พลันบังเกิดสภาพ เป็บุรุษทั้งสองผนึกพลังสภาวะ ตั้งประจันหน้ากัน!
แววตาฉงนฉงายของทาคาโกะ ทั้งคล้ายจะเอะใจ ทั้งคล้ายตื่นตระหนกวิตกกังวลเนื่องเพราะจากวิชาหอกยาวที่แสดงออก ทั้งแววตา และเค้าหน้าของบุรุษสวมหน้ากากช่างเหมือนบุคคลผู้หนึ่งซึ่งนางรู้จัก…
บุคคลผู้ซึ่งนางไม่อยากพบเจออย่างยิ่ง!
เวลานั้น ทาคาโกะไม่ทราบควรทำอย่างไรดี...
นางได้แต่ชะงักนิ่งงัน ปล่อยให้อาเคชิ เค็นจิหลบหนีไป
ทั้งไม่อาจยื่นมือเข้าช่วยเหลือโยชิอิ...
ทั้งไม่กล้าจะถามไถ่ว่า บุรุษสวมหน้ากากตรงหน้า คือผู้ที่นางคิดใช่หรือไม่!
โยชิอิกลับปักใจเชื่อเสียแล้วว่า บุรุษสวมหน้ากากเป็พวกเดียวกับเค็นจิดังนั้นผนึกพลังสมาธิตั้งมั่น สืบเท้าเร่งความเร็วของท่าร่างดาบยาวในมือพลันเจิดจ้าขึ้น
คมดาบตวัดวูบ รวดเร็วอย่างยิ่ง เพียงพริบตาก็บรรลุถึงร่างบุรุษสวมหน้ากากแล้ว!
บุรุษสวมหน้ากากยังนั่งนิ่งบนหลังม้า ยามเห็นประกายดาบที่รวดเร็วปานสายฟ้าวาบขึ้นตรงหน้า ดวงตาปรากฏแววแตกตื่นเล็กน้อยทว่ามันยังผนึกพลังสมาธิมั่น รอกระทั่งร่างโยชิอิเข้าสู่ระยะของหอกยาว
วูบนั้น บุรุษสวมหน้ากากตวัดมือ พุ่งคมหอกยาวปะทะดาบยาวอย่างหักโหม!
พละกำลังของบุรุษสวมหน้ากาก รุนแรงแกร่งกร้าวเหนือคาดคิด!
กระแทกร่างโยชิอิ ปลิวกระเด็นไปชนต้นไม้ด้านหลังดังโครม!
ทาคาโกะเห็นผลการปะทะครั้งนี้ ถึงกับอุทานด้วยความตื่นตะลึงเนื่องเพราะจากกระบวนท่า อีกทั้งพลังทำลายอันรุนแรงมหาศาลของหอกยาวบุรุษสวมหน้ากากจะเป็ใครไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด
นางมั่นใจแล้วว่าบุรุษสวมหน้ากากตรงหน้าคือผู้ใด!
[1] ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็ โตกุกาว่า อิเอยาสึ