ผู้กล้าหญิงสุดแกร่งกับการเริ่มต้นใหม่ในโลกใบใหม่

    บทที่ 3 หญิงรับใช้และจดหมาย ตอนต้น

              หลังจากช่วงเวลานั้นก็ผ่านไปกว่าเจ็ดปีอย่างรวดเร็วหลังจากเหตุการณ์นั้นในทุกๆวันที่ผ่านไปก็ไม่มีอะไรให้ทำเพราะแทบจะเรียกว่าใช้ชีวิตแบบเจ้าหญิงแต่ด้วยชาติที่แล้วนางใช้ชีวิตมาด้วยความสามารถของตนเองในเมื่อมีโอกาสได้เกิดเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงส่งยืนเหนือคนนับแสนนับล้านทั้งที
                อเล็กซานดร้าก็เลยจำเป็นต้องเรียนรู้ความสามารถด้านต่างๆที่สนใจแค่มีความสนใจนางก็จะเรียนมันทั้งหมดรวมถึงสิ่งที่จำเป็นที่ไม่ได้สนใจด้วย ที่น่าเศร้าก็คือหลังจากอายุเจ็ดขวบปีนางก็ทำได้ทุกอย่างที่มันสามารถเรียนรู้ได้แล้วและมันก็ทำให้นางมีความสามารถในระดับผู้เชี่ยวชาญไปแทบทุกด้านจะเหลือก็แค่การฝึกเวทมนตร์ที่ต้องร่ำเรียนตอนอายุสิบขวบปีขึ้นไปเท่านั้น
                ทำให้ในแต่ละวันที่ผ่านมานั้นมีแต่การฝึกเล็กๆน้อยๆเพื่อเสริมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้มากขึ้น ขนาดคู่ซ้อมยังไม่มีคนที่มีความสามารถพอที่จะรับมือกับนางได้เลยไม่ว่าจะเป็นการฝึกการเป็นจอมมารที่ทำความเข้าใจได้ทุกเรื่อง การทำอาหารที่ไม่ว่าเมนูอะไรนางก็ทำได้ การฝึกมารยาทอะไรต่างๆ การฝึกวิธีการสำหรับชนชั้นสูง การพูดคุยได้หลากหลายภาษายังนับภาษาโบราณเข้าไปด้วย รวมไปถึงการต่อสู้ที่ใช้หมัดหรือจะเป็นอาวุธจนนางสามารถบรรลุถึงจุดสูงสุดได้ในทุกๆเรื่อง
              ที่สำคัญเลยร่างกายของปีศาจนั้นแตกต่างไปจากมนุษย์มากผมสีดำที่สืบทอดมาจากพ่อกับแม่ก็เงางามอยู่ตลอดเวลาโดยที่แทบไม่ต้องดูแลมันเลย รูปโฉมที่งดงามของพ่อกับแม่แน่นอนว่าต้องตกมาถึงลูกแบบนางแน่นอนทำให้นางค่อนข้างพอใจกับรูปโฉมของตนเองมาก มันงดงามโดยที่ไม่ต้องแต่งเติมอะไรเข้าไปอีก
              ผิวพรรณก็ไม่ได้ต่างไปจากผมมากนักเพราะมันเรียบเนียนนุ่มตลอดเวลา โดยเฉพาะการไหลเวียนของพลังเวทย์เป็นไปอย่างราบรื่น ประสาทสัมผัสเริ่มต้นเองก็ชัดเจนมากกว่ามนุษย์หลายเท่า หรือว่ามันจะเกี่ยวกับเลือดของราชวงศ์ปีศาจอะไรทำนองนั่นรึเปล่านะ เอาเถอะอีกไม่นานนางก็จะได้เรียนรู้อะไรมากกว่านี้แล้วละ รอจนกว่าจะได้เรียนเวทมนตร์อย่างเป็นทางการถึงตอนนั้นคงมีอะไรให้น่าค้นหามากขึ้น
             ส่วนเรื่องที่ว่านางมาอยู่ที่ไหน ที่นี่เป็นที่แบบไหนนั้นนางได้ลองค้นคว้าศึกษาเรื่องราวรวมถึงถามพ่อกับแม่ของนางไปด้วย เรื่องทั้งหมดนั้นก็สรุปออกมาได้ว่า โลกนี้ไม่ใช่โลกก่อนที่นางอาศัยอยู่แต่เป็นโลกจักรวาลอื่นที่ที่มีความพิเศษมากกว่าตรงที่ว่าโลกจักรวาลแห่งนี้เป็นโลกที่ปีศาจเป็นเผ่าที่ใหญ่ที่สุดและแข็งแกร่งที่สุด พลังแห่งความมืดเองก็เป็นดั่งทวยเทพของที่นี่ต่างจากโลกก่อนที่ว่ามนุษย์เป็นใหญ่ที่สุดและนับถือพลังแห่งแสงเป็นที่ตั้ง
              แต่ความรู้สึกที่นางได้มันก็ไม่เปลี่ยนไปมันก็ยังมีพวกที่ส่วนในเผ่ามนุษย์และเผ่าพันธุ์อื่นๆที่อ้างความชอบธรรมเกี่ยวกับแสงประมาณว่าคนที่ครอบครองพลังแห่งความมืดต้องโดนกำจัดอะไรประมาณนั้นแล้วพูดในชนิดที่เรียกว่าไร้แก่นสารสุดๆเรื่องพวกนั้นมันไม่ได้วัดสักหน่อยว่าคนคนนั้นต้องเป็นคนที่เลวร้ายเสมอไป ทางด้านของเผ่าพันธุ์ที่ใช้พลังความมืดก็จะถูกมองว่าเป็นเผ่าพันธุ์แห่งความชั่วร้ายไปโดยปริยายทั่งที่บางคนทั้งชีวิตนั้นแทบไม่เคยทำผิดมาก่อนเลย ตามความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ไหนก็แล้วแต่มันก็ไม่นับว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่ดีหรอก
              ในเมื่อมีความดีก็ต้องมีความชั่วเรื่องพวกนี้มันก็เป็นความจริงที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนอยู่แล้วแต่มันก็มีพวกที่ใช้ประโยชน์เรื่องพวกนี้สร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อที่จะรวมหัวกำจัดเผ่าปีศาจให้พ้นๆทางไป ถ้าว่ากันตามนี้ทัศนคติของท่านลุงโนอาห์นี่ก็ใช้ได้ผลจริงๆด้วยการที่จะตัดสินจากการมองดูเพียงแค่ด้านเดียวมันจะไปได้ผลอะไร เอาเถอะถึงจะว่าแบบนั้นไปโลกความเป็นจริงแล้วผู้คนย่อมมองด้านที่สวยงามและไม่มีมลทินเสมอนั่นแหละ
              อเล็กซานดร้าที่นั่งใช้ความคิดภายในห้องของตนเองผ่านหน้าต่างอันหรูหรานั้นทันใดนั้นเสียงประตูก็ถูกเปิดออก
              แอ๊ด!
              หญิงสาวคนหนึ่งที่สวมชุดสาวใช้ที่ดูยังไงบุคลิกก็ไม่ใกล้เคียงกับคำว่าคนใช้แต่มันราวกับเทพธิดาผู้สูงส่งทั้งที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ นางก็เดินเข้ามาภายในห้องก่อนจะมาหยุดข้างหลังของอเล็กซานดร้าจากนั้นนางก็โค้งคำนับลงพร้อมกับพูดออกมา
               “เจ้าหญิงอเล็กซานดร้า มีจดหมายสำคัญส่งมาถึงเจ้าหญิงและมีข้อความกับกำว่าด่วนที่สุดด้วย”
              นางมีชื่อว่า เอเลน่า เอลโกรุส เป็นสาวใช้ส่วนตัวของอเล็กซานดร้า ความจริงแล้วฐานะของนางเป็นถึงบุตรีของท่านลอร์ดวิลเลียม ดยุกแห่งลีโอพาร์ท ผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “วีรบุรุษพิชิตเหนือขอบฟ้า” ของเผ่าปีศาจที่รับใช้จอมมารโดยตรงว่ากันง่ายๆจะเรียกว่ามือขวาก็ได้
              เหตุผลที่นางไม่รอการหมั้นหมายเพื่อแต่งเข้าตระกูลอื่นหรือราชวงศ์นั้นก็เนื่องมาจากความสัมพันธ์ของอเล็กซานดร้าและเอเลน่าลึกซึ้งกว่าที่คิดเอาไว้มาก จะเรียกว่ายังไงดีนะ อเล็กซานดร้าและเอเลน่าล้วนต่างฝ่ายต่างรู้สึกถูกชะตากับอีกฝ่ายมากว่าตั้งแต่เมื่อสามสี่ปีก่อนที่ท่านลอร์ดวิลเลียม ดยุกแห่งลีโอพาร์ทได้พาเอเลน่ามาแนะนำตัวกับอเล็กซานดร้า 
     ตัวของเอเลน่าแปลกประหลาดตั้งแต่เกิดเพราะนางไม่แม้แต่จะร้องให้ออกมาความคิดอ่านเองก็ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าจะมองนางเป็นแค่เด็กธรรมดาทั่วไป ความสามารถพรสวรรค์เองก็ไม่ต่างอะไรไปจากอเล็กซานดร้าอาจมีต่างกันคงเป็นประสบการณ์ที่ทางฝั่งอเล็กซานดร้าได้ผ่านเรื่องราวมามากมาย
              เหมือนว่าวันนั้นเป็นวันที่เอเลน่าเปิดใจกับคนนอกครั้งแรกและมันก็เป็นอเล็กซานดร้าและเอเลน่าเปิดอกคุยกันด้วยท่าทางธรรมชาติ อเล็กซานดร้าเองก็รู้สึกที่อยากจะเป็นเพื่อนกับเอเลน่าเหมือนกันทำให้พวกเราสองคนมาพบกันบ่อยๆจนกระทั่งพวกเราก็รู้จักกันได้หนึ่งปี
              เอเลน่าก็เข้ามาแล้วบอกกับอเล็กซานดร้าว่านางอยากมาคอยอยู่ข้างกายของอเล็กซานดร้าและอยู่ด้วยกันไปตลอดจึงทำให้ตั้งแต่นั้นมานางก็ได้กลายมาเป็นสาวใช้ส่วนตัวของอเล็กซานดร้าที่มีศักดิ์ฐานะสูงส่งที่สุดในเผ่าปีศาจ แน่นอนเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมองว่าปกติได้เพราะไม่มีใครกล้าคิดหรอกว่าเอเลน่าที่เป็นถึงบุตรีของดยุกผู้ยิ่งใหญ่มีอำนาจเป็นรองแค่จอมมารและราชวงศ์สายเลือดบริสุทธิ์จะมาถวายตัวเข้ารับใช้เองแบบนี้
                     ทำให้ช่วงนั้นวุ่นวายกันไปยกใหญ่ผู้คนมากมายรวมถึงขุนนางชั้นสูงต่างเปิดโต๊ะเข้าที่ประชุมใหญ่โดยมีจอมมารเข้าร่วมกับการประชุมครั้งนั้นโดยถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องที่เอเลน่าถวายตัวเข้ารับใช้อเล็กซานดร้าพวกเขาต่างยกความเห็นส่วนใหญ่ขึ้นว่าเอเลน่ายังเด็กเกินไปที่จะตัดสินใจโดยไม่คิดแบบนั้น สุดท้ายจอมมารก็ได้ตัดสินใจด้วยตนเองโดยให้คำอธิบายว่า 
     ‘ไม่ว่าจะเป็นเช่นไรก็ขอให้พวกนางตัดสินใจด้วยตนเอง นางมีความคิดที่ไม่ผิดเพราะยังไงสักวันอเล็กซานดร้าก็จะขึ้นบัลลังก์จอมมารอยู่ดีนั่นก็ไม่ต่างอะไรไปกับพ่อของนางที่รับใช้ข้าเลยดีไม่ดีอาจเป็นประโยชน์ด้วยซ้ำ’
     ท่านลอร์ดวิลเลียมก็ไม่คัดค้านอีกทั้งยังสนับสนุนคำพูดของจอมมาร นั่นทำให้ที่ประชุมต่างเงียบเสียงลงไปจนกระทั่งทุกคนต่างยกมือสนับสนุนจอมมารเพราะเหตุผลที่จอมมารยกมาไม่มีใครปฏิเสธได้ ครั้งนั้นเองก็ทำให้อเล็กซานดร้าเปิดโลกทัศน์ใหม่ทันทีเพราะทางฝั่งของเผ่าปีศาจและเผ่าที่เกี่ยวข้องกับพลังความมืด รวมถึงเผ่าที่ร่วมมือกับปีศาจตั้งแต่ต้นไม่มีพวกเขาคนใดปฏิเสธว่าหญิงสาวไม่สามารถเป็นผู้ปกครองได้
     ถ้าจะสรุปแบบตรงประเด็นมันก็คือพวกเขานับถือคนที่มีความสามารถประมาณว่า ‘เอาสิถ้าเจ้ามีความสามารถก็ขึ้นมาปกครองพวกข้าสิแล้วพวกข้าจะใช้ตาสองข้างพิสูจน์ว่าเจ้ามีคุณสมบัติหรือไม่ หากเจ้ามีพวกข้าจะขอติดตามและสรรเสริญในความสามารถที่แข็งแกร่งของเจ้าด้วยความเต็มใจหากเจ้าไม่มีความสามารถมากพอพวกข้าจะไม่แลมองแม้แต่หางตา’
     มันก็เลยเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวไม่อาจนำพาให้เผ่าปีศาจก้าวหน้าไปได้ไกลกลับกันมันจะทำให้ยึดตามผู้แข็งแกร่งจนเกินไปหากล้มก็ล้มไปกันหมดหากทะยานขึ้นฟ้าก็ไปกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นในการเลือกรัชทายาทแน่นอนว่าไม่ใช่แค่เลือกกลับกันจอมมารจะเป็นผู้มอบบททดสอบให้โดยให้คนทั้งเผ่าปีศาจเป็นพยานว่าเจ้ามีความสามารถพอหรือไม่
     อเล็กซานดร้าถึงแม้ว่าจะมีศักดิ์เป็นถึงรัชทายาทจริงแต่ก็ยังเป็นแค่ในนาม นางต้องผ่านการคัดกรองจากประสบการณ์และขัดเกลาสิ่งต่างๆในตัวจนกว่าจอมมารและคนทั้งหมดจะประจักษ์แก่สายตาว่าอเล็กซานดร้ามีความสามารถมากพอที่จะขึ้นเป็นจอมมาร และสิ่งนี้นี่เองก็เลยทำให้ทุกคนในฝ่ายพลังแห่งความมืดต่างไม่มีข้อกังขาในตัวของจอมมารแต่อย่างใด
     สิ่งที่คนอื่นไม่รู้ว่าทำไมถึงทำให้โนอาห์ที่เป็นจอมมารกลับกล้าพูดขึ้นมาว่ายอมรับอเล็กซานดร้าตั้งแต่แรกแบบนี้คงไม่มีใครรู้ดีไปมากกว่าตัวเขาอีกแล้ว
     หลังจากเรื่องนั้นจบไปก็ทำให้ไม่มีใครพูดถึงตัวของเอเลน่าในทางที่ไม่ดีอีกเลย เอเลน่าเองก็ถวายตัวเข้ารับใช้อเล็กซานดร้าอย่างเป็นทางการ
     ต่อจากนั้นก็มีเรื่องที่อเล็กซานดร้าไม่คาดฝันเกิดขึ้นหลังจากที่เอเลน่าเข้ารับเป็นหญิงรับใช้ส่วนตัวในทุกๆวันเวลาช่วงกลางดึกนางก็จะถือหมอนเดินเข้ามาภายในห้องของอเล็กซานดร้าแล้วก็นอนไปที่ข้างกายของอเล็กซานดร้าราวกับเป็นเรื่องปกติจากนั้นก็หลับไปและมันก็เป็นแบบนั้นมาจนถึงปัจจุบัน
               “เอเลน่าเจ้าไม่จำเป็นต้องพูดสุภาพแบบนั้นกับข้าก็ได้ในเมื่อพวกเราอยู่กันสองคนอยู่แล้วที่นี่ไม่ใช่ข้างนอกสักหน่อย”
               “นั่นสินะ ข้าเองก็ลืมไปเหมือนกัน”
               ท่าทางการพูดของทั้งสองจริงจังมากเกินไปทำให้พวกนางหัวเราะออกมา
              จากนั้นอเล็กซานดร้าก็รับจดหมายมาจากเอเลน่าแล้วเปิดผนึกจดหมายแล้วหยิบกระดาษเนื้อความข้างในออกมาอ่าน นั่นทำให้อเล็กซานดร้าเผยรอยยิ้มที่พึงพอใจออกมา
                     ................