องค์รักเงาของฉีอ๋องต่างมองหน้ากันเลิกลั่ก ยืนกอดอกมองดูนิ่งๆ เพราะทำอันใดไม่ถูก สตรีที่พวกตนเห็นอยู่ตอนนี้เมื่อสักครู่กำลังแอบดูท่านอ๋องอาบน้ำ
ร่างที่กำลังคลานไปตามพื้นหญ้าราวกับสัตว์เลื้อยคลาน นี่คืออนาคตหวังเฟยแห่งจวนอ๋อง ตั้งแต่เกิดมาทั้งสองมิเคยเจอสตรีเช่นนี้มาก่อน ทำได้เพียงหลบอยู่ในความมืดมองการกระทำแปลกประหลาด
จ้าวลู่ชิงคลานมาหยุดแถวผนังที่มีพุ่มไม้เตี้ย ๆ ช่วยพรางตัวในความมืดได้ดี นางโรยผงป้องกันสัตว์มีพิษเป็นวงกลม จากนั้นก็เข้าไปนั่งยอง ๆ ข้างผนัง มีดที่ติดตัวไว้อยู่เสมองัดแผ่นไม้เล็ก ๆ จนเป็นรู
วันนี้แหละนางจะได้เห็นหน้าเขาชัด ๆ เสียที ยุคสมัยนี้ช่างแปลกบุรุษสตรีมิเคยพบหน้ากันแต่สามารถแต่งงานอยู่กินกันได้ แต่สิ่งหนึ่งในยุคนี้ที่ค่อนข้างแตกต่างจากยุคอื่นก็คือสตรีสามารถหย่าร้างกับบุรุษได้ง่าย ตั้งแต่ราชวงศ์ถังสถาปนาขึ้นมาเรื่องหย่าร้างค่อย ๆ ผุดขึ้นให้เห็น สตรีหย่าร้างกับสามีมิใช่เรื่องแปลกสักเท่าไหร่ บางคนหย่าร้างวันนี้ พรุ่งนี้แต่งงานกับบุรุษคนใหม่ก็มี อาจเป็นเพราะตระกูลหลี่มีเชื้อสายชนเผ่าไม่ใช่ชาวฮั่นแท้จึงรับวัฒนธรรมเปิดเผยมา
จ้าวลู่ชิงเกือบหงายหลังอีกรอบ เหตุใดเขาถึงไม่แต่งกายให้เรียบร้อย หน้าอกมีแต่รอยแผลเป็นผู้ใดอยากจะดูกัน ลำคอแกร่งพร้อมลูกกระเดือกทำให้นางกลืนน้ำลายลงคออย่างลืมตัว
ในที่สุดนางก็ได้เห็นใบหน้าเขา!
หากเปรียบเทียบนักแสดงดัง ๆ ในยุคที่นางจากมา คนรูปงามกว่าเขามีเกลื่อนกลาด แต่สำหรับยุคสมัยนี้ใบหน้าที่เห็นขึ้นชื่อว่าเป็นบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง ใบหน้าคร้ามคมดุจชายชาตินักรบ ผิวหน้าไม่ได้เนียนขาวดังเช่นบัณฑิต ทว่ามองดูแล้วให้ความรู้สึกเพลิดเพลิน
“คู่หมั้นของเจ้ ทำไมถึงไม่ใช่เด็กหนุ่มหน้าหวานนะ” นั่งพึมพำกับตัวเองแผ่วเบา คนยุคนี้อายุสิบห้าสิบหกก็ถูกจับแต่งงานผลิตทายาทสืบทอดวงศ์สกุล เหตุใดเขาถึงอยู่มาจนอายุยี่สิบเจ็ดโดยไม่มีหวังเฟยเคียงคู่
บัณฑิตหน้าหวานของเจ๊ มือยื่นขึ้นไปจิ้มฟองอากาศในห้วงความคิดที่กำลังสลายหายไป
แกร๊ก!
จ้าวลู่ชิงกำลังนั่งเหม่อถึงบุรุษหน้าหวาน หงายหลังลงไปในพุ่มไม้เมื่อจู่ ๆ บานหน้าต่างถูกผลักออกมา นางยกมือขึ้นปิดปากไม่ให้เกิดเสียง ทว่าเสียงล้มหงายหลังแรงเช่นนี้หากคนด้านในไม่ได้ยินก็คงเป็นคนหูหนวก
“อาชิงจะแอบถ้ำมองอีกนานหรือไม่” เสียงทุ้มดังออกมาจากห้อง
จ้าวลู่ชิงหลับตาสูดหายใจเข้าปอด แก้มแดงก่ำเมื่อถูกจับได้ ขณะกำลังลุกผมของนางที่เกี่ยวกับกิ่งไม้กระชากให้นางหงายหลังลงบนพุ่มไม้ตามเดิม
“ช่วยข้าด้วย!” ยื่นมือขอความช่วยเหลือ
สายตาคมจ้องมองสตรีที่นอนหงายอยู่บนพุ่มไม้ท่ามกลางความมืด
จ้าวลู่ชิงรีบดึงกระโปรงที่ตลบขึ้นมากองอยู่บริเวณเอวคอดลง หากไม่มีกระโปรงซับในนางต้องขายหน้าเขามากกว่านี้อย่างแน่นอน
“ท่านช่วยข้าด้วย” กล่าวขอความช่วยเหลือแผ่วเบา
ฉีอ๋องกระโดดข้ามหน้าต่างมาช่วยเหลือสตรีที่นอนหงายอยู่บนพุ่มไม้ ยื่นมือไปแกะผมที่พันอยู่กับกิ่งไม้ จากนั้นก็อุ้มนางข้ามหน้าต่างแล้ววางลงยืนบนพื้นในห้อง แสงเทียนให้ความสว่างเขาจึงเห็นสภาพของนางอย่างชัดเจน
ใบหน้ามอมแมม จมูกมีผ้าเช็ดหน้าอุดอยู่ อาภรณ์เต็มไปด้วยรอยเปื้อน ทรงผมยุ่งเหยิงจนผมฟูฟ่อง
“เจ้าจะแอบดูข้าไปเพื่ออันใด” หยิบผ้ามาเช็ดใบหน้าที่มอมแมมให้นาง ผ้าเช็ดหน้าที่อุดรูจมูกถูกถอดออก
จ้าวลู่ชิงรีบแย่งผ้าเช็ดหน้าที่มีรอยเลือดมาซ่อนไว้ด้านหลัง ทว่ามิพ้นสายตาที่ว่องไวของเขาไปได้
“ข้าไม่ได้มาแอบดูท่านนะ ข้านึกว่าโจรขึ้นเรือนท่านปู่ท่านย่าจึงคิดจะมาจับ” แก้ตัวพัลวัน มือที่ซ่อนผ้าเช็ดหน้าไว้ด้านหลังยกขึ้นมาแสดงท่าทีปฏิเสธอย่างร้อนรน พอนึกขึ้นได้ก็รีบชักมือหลบซ่อนไว้ด้านหลัง
“ข้าเชื่อว่าอาชิงจะมาจับโจร” หยิบผ้าสะอาดมาเช็ดใบหน้ามอมแมม และคราบเลือดแห้งกรังที่ติดอยู่ในรูจมูกของนาง
จ้าวลู่ชิงยืนตัวแข็งด้วยความอับอาย ยอมให้เขาเช็ดหน้าลามไปจนถึงรูจมูก สมองสั่งให้ปัดมือเขาออกทว่าร่างกายไม่ตอบสนอง
ลูกตาของนางลอกแลกเหลือบมองดูมือเขาปัดผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าทรง ความใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามทำให้สาวทึนทึกอย่างนางใจเต้นแรง ในยุคที่นางจากมาไม่เคยมีผู้ใดแสดงความอ่อนโยนกับนางอย่างเขานอกจากบิดามารดาและปู่
“ท่านอย่าได้มาแตะเนื้อต้องตัวข้าตามอำเภอใจ” หาเสียงจนเจอจึงรีบเอ่ยทักท้วง ก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างจากเขาหนึ่งก้าว นางจะทำตัวเป็นสตรีใจง่ายมิได้
“อาชิงอยากดูข้าอาบน้ำทำไมไม่บอก”
จ้าวลู่ชิงตาเบิกกว้างหดคอราวกับเต่าก้าวถอยหลังให้ห่างจากบุรุษหลงตัวเอง นางอยากดูเข้าอาบน้ำเสียเมื่อไหร่ นั่นมันคือความบังเอิญต่างหากล่ะ
“คำพูดที่ท่านกล่าวมารู้หรือไม่ว่ามันทำให้สตรีงดงามอย่างข้าเสียหาย” ยกมือขึ้นกอดอกเชิดหน้ากับความสวยของร่างนี้ นางภูมิใจกับใบหน้างดงามยิ่งนัก หากเป็นชาติที่แล้วเจ้าของร่างนี้ต้องได้เป็นนางเอกอันดับต้น ๆ ของจีนอย่างแน่นอน
“หากคำพูดของข้าทำให้อาชิงเสียหาย ข้าจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง”
“ท่านอ๋อง เหตุใดท่านถึงยังครองตัวโสดเป็นบุรุษทึนทึกอยู่อย่างนี้” ขยับขึ้นหน้าเข้ามาใกล้เพื่อรอฟังคำตอบ
“ข้ามีเจ้าเป็นคู่หมายอยู่แล้วมิใช่หรือ”
“ท่านอายุยี่สิบเจ็ดแล้วนะเจ้าคะ แม้ราชสำนักจะกำหนดให้บุรุษแต่งงานได้เมื่ออายุครบยี่สิบปี แต่ว่าบุรุษส่วนใหญ่ล้วนแต่งงานตั้งแต่อายุสิบสี่ สิบห้า ช่วงที่ผ่านมาท่านมัวทำอันใดอยู่ หรือว่าท่านจะเป็น…..” จ้าวลู่ชิงมีประกายระยิบระยับอยู่ในดวงตา นิ้วเรียวแสดงท่าทางการตัดแขนเสื้อ นางไม่ถือหากจะมีเพื่อนชอบเพศเดียวกันเพิ่มมาอีกคน ทว่าขอเถอะอย่าเอานางไปเป็นโล่กำบังคำครหา
นางอยากแต่งงานมีสามีแล้วให้กำเนิดเด็กน้อยน่ารัก ดวงตาหวานแหวว แค่คิดเจ้คนนี้ก็มีความสุข นึกถึงหน้าตาบิดาของเด็กในอนาคตแล้วอมยิ้ม
“เจ้าอย่าคิดเลยเถิดให้มันมากนัก”
น้ำเสียงเคร่งขรึมดึงสติเตลิดให้กลับมา
“แล้วเพราะเหตุใดท่านถึงยังไม่มีหวังเฟย”
“เพราะเหตุใดน่ะเหรอ” แขนไขว่หลัง ยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง พระจันทร์กลมโตที่ส่องแสงลงมายังเบื้องล่างช่างดูนวลกระจ่าง
“คนอย่างข้ามีสิทธิ์มีครอบครัวด้วยหรือ” น้ำเสียงราบเรียบลอยละล่องตามสายลมยามค่ำคืน
“ท่านเป็นถึงชินอ๋อง บุตรหลานขุนนางชั้นสูงย่อมต้องการเกี่ยวดองมากมาย เหตุใดท่านต้องตัดพ้อชีวิตด้วยเล่า”
“มีตำแหน่งอ๋องแล้วอย่างไร?”
“ตำแหน่งอ๋องเชียวนะ!” จ้าวลู่ชิงเบิกตากว้างกับคำถาม ตำแหน่งอ๋องใช่ว่าใครจะเป็นก็ได้ “เพียงแค่ท่านเอ่ยปากดรุณีงดงามของเมืองหลวงต่างเรียงรายมาให้เลือก ไม่นับรวมชื่อเสียงด้านทำศึก บุรุษเช่นท่านผู้ใดบ้างจะไม่อยากเคียงคู่เป็นนกยวนยางกระพือปีกพึ่บพับ พึ่บพับ”
หลังมือเท้าสะเอวทำท่าทางกระพือปีกด้วยความลืมตัว เหตุใดนางถึงได้พูดคุยกับเขาอย่างสบายใจกันนะ
“เช่นนั้นอาชิงอยากเคียงคู่กับข้าเป็นนกยวนยางกระพือปีกพึ่บพับพึ่บพับน่ะสิ” ล้อคำพูดของนาง
“เว้นข้าไว้คนหนึ่งก็ได้”
“อาชิงไม่อยากเคียงคู่กับข้า?” เงียบไปสักพักก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “พวกเราจะถอยตอนนี้ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว ข้าเป็นผู้ทำให้อาชิงเดือดร้อนข้าก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบชีวิตของเจ้า”
“ท่านอ๋องครองตัวไร้คู่ครองมานาน หากว่าแต่งงานกับข้าท่านจะไม่เสียใจรึ”
“ข้าจะเสียใจมากกว่าหากไม่ได้ปกป้องเจ้า”
จ้าวลู่ชิงถอนหายใจ “ท่านอ๋องกับฝ่าบาทต่างเป็นพี่น้องร่วมอุทรพระมารดาเดียวกัน ถึงอย่างไรสายสัมพันธ์ก็ตัดกันมิขาด” จ้าวลู่ชิงอยากกัดลิ้นกับประโยคปลอบใจโง่เง่าของตนเอง สายสัมพันธ์บ้าบออันใด ถ้านึกถึงสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องจริงเหตุการณ์ประตูเสวียนอู่จะเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตามประวัติศาสตร์หลี่ซื่อหมินอาจเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ปกครองบ้านเมืองให้รุ่งเรืองพร้อมกับวางรากฐานให้ต้าถังยืนยาวไปอีกหลายร้อยปี ทว่าด้านความกตัญญูไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง บุคคลที่จัดงานศพภรรยายิ่งใหญ่กว่างานศพของบิดาที่เคยเป็นองค์จักพรรดิ ชาวประชาไม่ครหาว่าอกตัญญูหลักคุณธรรมที่ร่ำเรียนมาคงถูกกลืนลงท้องสุนัขไปหมด
บุคคลเช่นนี้อาจเป็นที่รักของคนเกือบทั่วแผ่นดินทว่ายังมีคนที่เกลียดจนแทบไม่อยากได้ยินชื่อ หนึ่งในคนที่เกลียดหลี่ซื่อหมินแน่นอนว่าต้องมีท่านปู่ของนางรวมอยู่ด้วย
เรื่องราวในประวัติศาสตร์ต่างถูกเขียนโดยผู้ชนะ เบื้องลึกเบื้องหลังคนยุคใหม่ไม่มีใครรู้เรื่องจริงเลยสักคน นางทะลุมิติย้อนมาในอดีตเหตุการณ์บางอย่างไม่เป็นตามที่บันทึก ทำให้นางเดินสะเปะสะปะ
“สายสัมพันธ์ระหว่างพวกข้า ใช้เพียงดาบตัดครั้งเดียวย่อมขาดสะบั้น เจ้าคิดว่าคนอย่างเขาสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยหรือ ตั้งแต่เด็กพวกเราต่างรักใคร่กลมเกลียว พอเติบใหญ่ความกลมเกลียวต่างหดหายเหลือแต่ความทะเยอทะยาน ข้าเห็นบรรดาพี่ชายต่างวางแผนแย่งชิงตำแหน่งที่ผู้คนมองว่าสูงส่ง ความหวาดกลัวต่างเกาะกินในใจข้ามาโดยตลอดและแล้วสิ่งที่ข้ากลัวก็เกิดขึ้นจนได้”
น้ำเสียงเศร้าปนขมขื่นทำให้จ้าวลู่ชิงรู้สึกผิดที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา
“หากอยากสบายใจท่านก็คิดเสียว่าผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะมีชีวิตอยู่ต่อ”
“ข้าไม่มีชีวิตอยู่ต่อ อาชิงจะเสียใจหรือไม่”
“ในฐานะที่ข้ากับท่านมีสัญญาหมั้นหมายกัน แน่นอนว่าข้าไม่อยากให้ท่านตาย หากท่านจะตายก็ถอนหมั้นกับข้าก่อน แต่ถ้าเกิดว่าข้ากับท่านแต่งงานกันแล้ว ข้าไม่อนุญาตให้ท่านตายก่อน เข้าใจหรือไม่” อยู่ในตระกูลชั้นสูงหากสามีตายนางต้องเป็นหม้ายครองเรือน จะแต่งงานใหม่เหมือนชาวบ้านธรรมดาย่อมถูกครหา
ม่ายยยย!! เจ้ไม่อยากครองเรือนอย่างแห้งเหี่ยวนะ
“ข้าสัญญาว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เจ้าต้องกลายเป็นหม้าย”
“ท่านอ๋อง ท่านลืมอะไรไปหรือเปล่า พวกเรายังมิได้แต่งงานกันเลยนะเจ้าคะ” มากล่าวเรื่องเป็นหม้ายเช่นนี้หนทางข้างหน้านางช่างมืดมนเสียจริง
“รอให้เจ้าพ้นวัยปักปิ่น พวกเรามาแต่งงานกัน”