ก้านพลูเพ่งมองกรอบรูปเล็กๆที่ตั้งไว้ใกล้ชั้นวางหนังสือถ้ามองผ่านไม่ได้สังเกตดีๆคงจะไม่เห็นเพราะตั้งอยู่ในมุมอับมีกองหนังสือหนามาบังไว้
ก้านพลูหยิบขึ้นมาดูรูปที่ถ่ายกันสามคน ชายสองหญิงหนึ่งลักษณะยืนเรียงกันโดยมีสาวน้อยหน้าตาน่ารักคั่นอยู่ตรงกลางโดยทั้งคู่กอดเอวเธอไว้ มองเห็นความรักและความสนิทสนมในแววตาคู่นั้น
รูปถ่ายเก่าไปนิดน่าจะเป็ภาพที่ถ่ายไว้หลายปี ผู้ชายสองคนในรูปเธอรู้แล้วว่าเป็พี่กราฟกับกาฟิวส่วนสาวน้อยน่าตาน่ารักสวยสะพรั่งไปทั้งตัว ใครกันนะ
“หรือว่าเป็น้องสาวพี่กราฟ”
เธออดคิดไม่ได้คำพูดพี่กู๊ดย้อนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งเค้าหน้าบางส่วนของผู้หญิงในรูปคล้ายกับพี่กราฟและกาฟิวเธอใจหายวาบพลิกดูทั่วกรอบรูปเพื่อหารายละเอียดไม่มีอะไรที่แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงในภาพคือใคร จึงแกะรูปออกจากกรอบทำให้ได้เห็นว่าข้างหลังภาพมีตัวหนังสือเขียนไว้
“ถ่ายกับน้องอีฟ น้องสาวของเรา กุมภาพันธ์ 2560” น่าจะเป็ลายมือใครสักคนที่เขียนไว้แต่ไม่น่าใช่ของพี่กราฟ
ก้านพลูน้ำตาไหลเป็ทางภาวนาให้หญิงสาวคนนั้นไม่ใช่คนที่พี่กู๊ดพูดถึง แค่ชื่อยังเหมือนกันเลยคงไม่มีสิ่งใดที่บ่งบอกว่าไม่ใช่ เธอกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมาหัวใจบีบร้าวรุนแรง
“ก๊อก ก๊อก”
พี่กราฟเคาะประตูก่อนที่จะเปิดเข้าห้องทั่วทั้งห้องมืดสนิทแต่ก็ยังพอมองเห็นก้านพลูนอนอยู่ตรงโซฟายาวชายหนุ่มไปนั่งข้างๆเธอ ฝ่ามือหนาจับตรงหน้าผากกลมมนเพื่อเช็คว่ามีไข้หรือเปล่าก้านพลูเหมือนไม่ค่อยสบาย
“พลู ไหวไหม”
น้ำเสียงห่วงใยแทบจะทำให้เธอกลั้นไม่ไหวเธอแกล้งหลับไม่อาจทำใจให้มองหน้าเขาได้ในตอนนี้ ชายหนุ่มเบียดตัวเองเข้าใกล้ลูบใบหน้าหวานที่นอนหลับตาพริ้ม ยอมรับว่าเธอสวยหวานไปทั้งตัว จับตรงไหนก็นุ่มนิ่มน่ากอดน่าััไปทุกส่วนกลิ่นกายอ่อนๆของเธอกระตุ้นหัวใจให้รัวเร็วได้ทุกครั้งเธอมีเสน่ห์แบบไม่ต้องทำอะไรเลย
“ง่วงเหรอครับ”
เธอไม่ตอบแต่ขยับตัวนิดหนึ่งเขาจึงหอมแก้มใสฟอดใหญ่กลิ่นเหล้าที่ติดมากับลมหายใจของเขาทำให้เธอต้องงัวเงียขึ้นมานั่งข้างเขาชายหนุ่มเบียดตัวเองเข้าใกล้ร่างบางเหมือนต้องมนต์
“จ๊วบ จ๊วบ” เขาอดใจไม่ไหวเมื่อเห็นหน้าเธอใกล้ๆจึงดูดปากขบเม้มริมฝีปากหวานลิ้นร้อนสอดเข้าไปในโพรงปากดูดซับความหวาน ไม่นานเธอก็จูบตอบอย่างเร่าร้อนเช่นกัน
“หวานมากพลู พี่หยุดตัวเองไม่ได้เลยวะ”
พี่กราฟเสียงแหบพร่าบ่งบอกอารมณ์ฝ่ามือหนาล้วงเข้าไปในสาบเสื้อของเธอ ริมฝีปากก็ประกบจูบให้เธอเคลิ้มไม่นานเสื้อผ้าของหญิงสาวก็ปลิวว่อนตกลงไปข้างโซฟา
“พี่กราฟอย่า เดี๋ยวใครเข้ามา”เธอร้องห้ามเขา
“ไม่มีใครเข้ามาได้หรอก พี่ล็อคประตูแล้ว”
เขาพูดเพื่อให้เธอสบายใจเสียงแหบพร่าบอกถึงอารมณ์ชายหนุ่มเขาระดมจูบหน้าอกอวบทั้งดูดและเลียจนเธอบิดตัวไปมาฝ่ามือหนาแยกหน้าขาเรียวงามให้เบะออกจากกัน ไม่ช้าท่อนเอ็นใหญ่ก็กดเข้าไปจนสุด
“พั่บ พั่บ พั่บ”
เขากระแทกกระทั้นตัวตนเข้าออกร่องสาวร่องฟิตที่ดูดกลืนลำเอ็นอวบทำเขาแทบไม่เป็ตัวเอง เขาเมามากอารมณ์ก็สุดๆก้านพลูไม่อาจห้ามเสียงร้องครางเมื่ออยู่ใต้ร่างคนหื่นได้เขาทั้งบีบเค้นหน้าอกอวบจนมันกระเด้งกระดอนไปมาริมฝีปากของเขาระดมจูบไปทั่วซอกคอหน้าอกจนเธอต้องจิกเล็กไว้ที่แผ่นหลังของเขาระบายความเสียวซ่านทั่วตัว
“อ่าส์”
เขาครางลากยาวปลดปล่อยน้ำข้นขาว ไหลเป็ทางยาวเปรอะเปื้อนขาเรียวงาม ก้านพลูนอนหายใจหอบแม้จะแค่รอบเดียวแต่พี่กราฟโคตรหื่น ชายหนุ่มหยิบทิชชู่มาเช็ดทำความสะอาดให้เธอแล้วรวบรวมเสื้อผ้าที่ตกกระจายมาสวมใส่ให้เธอด้วยความอ่อนโยน
“จะนอนที่นี่ หรือกลับบ้านครับ”
หลังจากนอนกอดเธอมานานเขาจึงเอ่ยปากปล่อยให้เธอเลือก ดูออกว่าก้านพลูซึมๆไม่ค่อยพูดในแววตาของเธอมีความสับสนเวลาที่มองเขา ไม่รู้ว่าเพราะอะไรอดคิดไปไม่ได้ว่าเธออาจจะรู้ความจริงแล้วก็ได้ แค่คิดถึงข้อนี้หัวใจมันหน่วงแปลกๆ
“พลู” เขาคว้าเธอมากอดไว้ ก้านพลูเองก็กอดตอบเขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้น้ำตาเธอคลอเบ้า เธอเงียบฟังว่าเขาจะพูดอะไรออกมากลัวความจริงเหลือเกิน
“พลู”พี่กราฟเรียกซ้ำอีกครั้งมีคำพูดหลายอย่างที่อยากพูดให้เธอฟัง แต่เขาก็ไม่อยากเสียเธอไปในตอนนี้เขาคงได้แต่ถ่วงเวลา
“มีอะไรคะ พี่กราฟอยากบอกอะไรพลู”
ก้านพลูทนไม่ไหวถามอีกครั้งเหมือนเขาจะมีอะไรพูดกับเธอ แปลกนะทั้งๆที่เพิ่งมีอะไรกัน นอนกอดกันทุกคืนแต่ตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนคนแปลกหน้า อ้อมกอดของเขามันไม่อบอุ่นเหมือนทุกครั้ง
“ตัวพลูหอม หวานไปทั้งตัวเลย” เขาโอบกอดร่างบางกระชับกว่าเดิมเกิดความรู้สึกหวงแหนมากขึ้น
“ไม่เห็นต้องบอกบ่อยเลย พลูรู้อยู่แล้ว”
ก้านพลูพูดยิ้มๆพี่กราฟบอกบ่อยมากว่าเธอตัวหอม ก็ดีใจอยู่แต่มันไม่สุดถ้าไม่มีอะไรบางอย่างมารบกวนคำพูดของเขาคำไหนที่จริงใจ บอกตรงๆว่าตอนนี้แยกไม่ออกจริงหรือหลอกมีเขาคนเดียวที่รู้
“เหมือนพลูจะมีเื่ราวในใจ บอกพี่ได้ไหม” พี่กราฟตั้งคำถามก้านพลูมองหน้าเขาครุ่นคิด เธอพร้อมจะรับความจริงจากเขาได้สักแค่ไหนรู้ว่าถ้าถามออกไปตอนนี้ความสัมพันธ์คงไม่เหมือนเดิม
“ไม่มีอะไรค่ะ พลูปวดหัว”
เธอเลี่ยงที่จะตอบคำถามของเขาทั้งสองนั่งกอดกันเงียบๆในความมืด แต่ละคนคิดไปคนละอย่างและมีคำตอบของตัวเอง
“พี่กราฟมีเรียนเช้าไปก่อนพลูเถอะค่ะ พลูปวดหัวนิดหน่อยขอนอนต่ออีกนิด”
ชายหนุ่มแต่งตัวเสร็จพอดีด้วยชุดนักศึกษาที่เตรียมพร้อมไปมหาลัย เขากำลังยืนสำรวจตัวเองหน้ากระจกบานใหญ่ในห้องนอนเขาเดินมาหาเธอและนั่งข้างกาย ฝ่ามือหนาปัดปรอยผมที่ปรกคลุมหน้าผากกลมมนอย่างอ่อนโยน
“ไม่ไหวก็พักสักวัน เดี๋ยวพี่จะรีบกลับมาหา อยากทานไรโทรหาพี่นะครับ”
ก้านพลูได้กลิ่นสบู่ปนโคโลญน์ติดตามตัวของชายหนุ่มกลิ่นหอมอ่อนๆมันทำให้น่าหลงใหล ชุดเครื่องแบบเมื่ออยู่บนตัวพี่กราฟมันดูดีมากคำพูดอ่อนโยนทั้งสีหน้าและแววตาบ่งบอกว่าเขาไม่ได้เสแสร้งเธอมองมันเหมือนจะเก็บความทรงจำที่อบอุ่นนี้ไว้ในหัวใจ เธอขยับตัวเองมาใกล้ใบหน้าหวานคลอเคลียกับแขนของเขา
“อ้อนแบบนี้อยากได้อะไรครับ”
เขาใช้ฝ่ามือลูบใบหน้าหวานผมเธอเป็เงาสลวย ในตัวของก้านพลูไม่มีอะไรเลยที่เขาไม่ชอบเลย ทุกสิ่งทุกสิ่งที่รวมเป็เธอเขาชอบหมดเลยและที่สำคัญเขาชอบผู้หญิงขี้อ้อน แพ้ทางผู้หญิงแบบนี้ อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้แหละไม่อยากไปไหน
“ไม่ได้อ้อนสักหน่อย ไว้พลูโทรหาพี่กราฟอย่าลืมทานข้าวเช้าก่อนเข้าเรียนนะคะ วันนี้พลูทำไม่ไหวจริงๆ”
ก้านพลูพูดด้วยความห่วงใยน้ำเสียงเธอสั่นนิดๆอย่างห้ามไม่ได้ นั่นทำให้เขามองจ้องเข้าไปในดวงตาสังเกตความผิดปกติ ก้านพลูเหมือนมีอะไรในใจ พอถามก็ไม่ตอบ
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวพี่หากินได้ ไม่ต้องห่วง" เขามองหน้าเธอนิ่งๆ
"พี่ไม่รู้ว่าพลูคิดอะไรอยู่ แต่ถ้าเราอยากถามพี่ก็พร้อมจะตอบ” เขาพูดเสียงเรียบข่มความรู้สึกที่มันอัดแน่นในอก
“พี่กราฟมีอะไรอยากบอกพลูไหมคะ”
เธอลองถามเขาดูให้โอกาสเขาได้บอกเธอในสิ่งที่เธออยากรู้ และรอให้เขาพูดก่อน ถ้าถามว่าพร้อมไหมมันไม่เคยพร้อมสำหรับคนที่กำลังตกหลุมรักใครสักคนอย่างถอนตัวไม่ขึ้นแต่ถ้าความรักนั้นทำให้เราต้องทุกข์ต้องเสียใจ ก็คงต้องยอมรับความจริงจะช้าจะเร็วมันก็ต้องเจออยู่ดี
# ไม่อยากทดเวลาาเ็นะคะ แต่ขอเก็บไว้ในความทรงจำก่อนที่จะลาจากกันไปงานทิ้งทวน ความเ็ปต้องมา 555#