๒
ด้วยความที่เป็คนมีหวังเลยต้องพยายามไขว่คว้าให้ชีวิตมันดีกว่าที่เป็ เมื่อสิ่งที่จะทำให้เราดำลงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างราบรื่นและมีความสุขนั้นนั่นก็คือเงิน...แค่มีเงินชีวิตก็มีความสุขถึงแม้ว่าเงินจะไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิตก็ตาม แต่เงินมันทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมันทำให้ชีวิตไม่ยุ่งยาก
โชคชะตาฟ้าลิขิตเป็สิ่งที่เราคาดเดาไม่ได้ว่ามันจะมาหาเราเมื่อไหร่ และทุกครั้งที่มันมาหาเราเราจะตั้งตัวไม่ทันกันเลยทีเดียว...ถือว่าเป็โอกาสที่ดีสำหรับสำหรับผมที่เป็นักร้องแต่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากอาศัยแค่ค่าตัวถูกคนเลยจ้างเยอะ แต่แล้วก็เหมือนฟ้าลิขิตความเปลี่ยนแปลงของชีวิตอีกระรอกมาให้ผม นั่นคือการได้ขึ้นร้องเพลงในคอนเสิร์ตใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งมีนักร้องที่มีชื่อเสียงมากมายในคอนเสิร์ตนี้ผมเป็แค่นักร้องตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ได้โอกาสนี้ ผมจึงทำมันให้ดีที่สุด และต้องทำให้ตัวเองเป็ที่โจษขานว่านักร้องที่ไม่มีชื่อเสียงอย่างผมก็เป็นักร้องที่มีคุณภาพเหมือนกัน
หลังจากการได้ขึ้นงานคอนเสิร์ตวันนั้นก็ถือได้ว่าเป็เวทีเปิดตัว และเป็เวทีแจ้งเกิดเวทีแรกของผมเพราะหลังจากนั้นผู้คนต่างก็รู้จักนักร้องที่ชื่อว่า “ตี๋เล็ก” มากขึ้น ความจริงเคยมีเพื่อนที่เป็นักร้องด้วยกันบอกให้ผมหาชื่อในวงการสักชื่อแต่ผมคิดว่าชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้มาโดยกำเนิดมันเป็ชื่อมงคลที่สุดสำหรับชีวิต ผมจึงใช้ชื่อจริงของตัวเองในวงการเพลงถึงแม้อาจจะไม่เป็ชื่อที่น่าจดจำแต่ผมก็สร้างคุณภาพให้เขาเล่าขานได้
ทุกครั้งของการทำงานผมเปรียบเทียบได้อย่างหนึ่งว่า...ตอนที่มีชื่อเสียงกับตอนที่ไม่มีชื่อเสียงแตกต่างกันตรงที่การดูแลเอาใจใส่ตอนที่ผมยังเป็ตี๋เล็ก ที่ เป็แค่ส่วนประกอบเล็ก ๆ ในวงการเพลง ยังไม่มีชื่อเสียง ผมถูกต้อนรับและดูแลแบบตามหน้าที่ที่ควรจะทำ แต่ตอนนี้ผมมีชื่อเสียงการต้อนรับและการดูแลผมยิ่งกว่าดีเสียอีกเพราะเ้าของงานจะคอยถามผมอยู่เสมอว่าจะกินอะไร อาหารที่ทานเป็แบบไหนน้ำเป็น้ำแร่แบบไหน ยี่ห้ออะไรและที่สำคัญมีห้องส่วนตัวพร้อมกับช่างแต่งหน้าให้ด้วยนี่คือความแตกต่างและความเหลื่อมล้ำของสังคม
เมื่อมีชื่อเสียงเมื่อถูกเอาใจใส่ดูแลจากคนจ้างเป็อย่างดี ถึงขั้นถูกแย่งตัวด้วยการเพิ่มค่าตัวเพื่อชิงตัวผมไปร้องเพลงในงานนั้นงานนี้ มันจึงทำให้ผมหลงตัวเองว่า...ตัวเองเป็นักร้องที่ดีสุดและดังที่สุดในตอนนี้จะทำอะไรก็ได้ไม่มีใครว่า เพราะเราดัง จะรับงานไหนหรือไม่รับงานไหนก็ได้เพราะเรามีสิทธิ์ที่จะเลือก
หลายครั้งที่ผมปฏิเสธนายจ้างที่มาจ้างผมและหลายครั้งที่ผมผิดนัดและยกเลิกงานกลางอากาศ จนทำให้งานนั้นปั่นป่วนเป็ว่าเล่น ผมคิดอย่างเดียวว่าผมมีชื่อเสียงผมจะทำอะไรก็ได้ ผมใช้ชีวิตอย่างนี้อยู่นานพอสมควรจนเริ่มสังเกตได้ว่างานอีเวนท์ร้องเพลงที่เข้ามาแต่ละวันมันเริ่มน้อยลง และน้อยลงเรื่อย ๆจนแทบไม่มีใครจ้าง เมื่อไม่มีงานก็ไม่มีเงินผมเครียดกับการที่ไม่มีงานอยู่สักระหนึ่ง และคนที่เตือนสติผมในตอนนั้นก็คือแม่ผม
“สิ่งหนึ่งที่แม่และเตี่ยพร่ำสอนอยู่เป็ประจำนอกจากการไม่คิดคดโกงใครแล้วที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งนั่นคือการอย่าลืมตัวเอง อย่าลืมว่าเรามาจากไหน”
แม่นั่งลงข้าง ๆผมพร้อมกับลูบหัวผมอย่างเอ็นดู
“เมื่อก่อนเคยเป็แบบไหนก็ให้เป็แบบนั้น ลองคิดดูว่ากว่าจะมีวันนี้ได้เราต้องฟันฝ่าอะไรมาบ้างกว่าจะมายืนอยู่จุดนี้ได้จุดที่คนยอมรับเรา...มันไม่ใช่เื่ง่ายนะเล็กอย่าให้สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดมันจบลงที่การหลงลืมตัวเองยิ่งมีชื่อเสียงต้องยิ่งทำตัวให้น่ารักน่าเอ็นดูเขาจะได้เมตตาเรา”
แม่พูดร่ายยาวจนทำให้ผมฉุกคิดได้และได้สติกลับมาในที่สุด เพราะกว่าผมจะมาถึงจุดนี้มันไม่ง่ายเลยแม้แต่น้อย กว่าจะมาเป็ที่ยอมรับของสังคมได้มันใช้เวลานานแค่ไหนกัน
ผมเป็นักร้องที่ร้องเพลงได้ทุกแนวไม่ว่าจะเป็สตริง ลูกทุ่ง ลูกกรุง และยังรวมไปถึงเพลงสากลต่าง ๆ รวมถึงเพลงจีนด้วยเพราะมีอาชีพเป็นักร้องก็ต้องร้องให้ได้ทุกแนว ผมเริ่มฟังเพลงั้แ่ยังเด็กเท่าที่จำความได้เตี่ยจะชอบเปิดเพลงจีนให้ผมฟังและนี่อาจจะเป็อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ผมร้องเพลงจีนได้และเพลงที่เตียชอบเปิดก็เป็เพลงรัก เช่น เพลงเย่เลี่ยงใต้เปี่ยวหว่อตีซินหรือที่ภาษาไทยเรียกว่า เพลงพระจันทร์แทนใจฉัน ส่วนแม่จะชอบเปิดเพลงไทยให้ผมฟัง ไม่ว่าจะเป็เพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง แต่เพลงที่ผมชอบที่สุดที่แม่เปิดนั่นก็คือเพลงลูกกรุงเก่า ๆ มันช่างไพเราะเหลือเกินโดยเฉพาะการใช้ภาษาในการแต่ง ฟังดูแล้วมันหยาดเยิ้มเหลือเกิน...การใช้ภาษาที่ลดหลั่นกันลงมา ประกอบกับเสียงร้องทำนองทำให้ยากจะลืมเลือนเพลงไทยลูกกรุงเก่า ๆ ได้ เช่น เพลงชั่วฟ้าดินสลาย รักข้ามขอบฟ้า เพียงคำเดียว และอีกหลายเพลงที่แม่ชอบเปิดให้ผมฟัง...จึงทำให้ผมซึมซับเพลงเหล่านี้จนเข้าไปในสายเื
ส่วนแม่จะชอบเปิดเพลงไทยให้ผมฟัง ไม่ว่าจะเป็เพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง แต่เพลงที่ผมชอบที่สุดที่แม่เปิดนั่นก็คือเพลงลูกกรุงเก่า ๆ มันช่างไพเราะเหลือเกินโดยเฉพาะการใช้ภาษาในการแต่ง ฟังดูแล้วมันหยาดเยิ้มเหลือเกิน...การใช้ภาษาที่ลดหลั่นกันลงมา ประกอบกับเสียงร้องทำนองทำให้ยากจะลืมเลือนเพลงไทยลูกกรุงเก่า ๆ ได้ เช่น เพลงชั่วฟ้าดินสลาย รักข้ามขอบฟ้า เพียงคำเดียว และอีกหลายเพลงที่แม่ชอบเปิดให้ผมฟัง...จึงทำให้ผมซึมซับเพลงเหล่านี้จนเข้าไปในสายเื
หลังจากที่งานหดผมก็นั่งๆ นอน ๆ อยู่บ้าน แต่จู่ ๆ ก็มีคนโทรฯติดต่อให้ผมไปร้องเพลงประจำอยู่ที่ผับแห่งหนึ่ง โดยให้ค่าตัวผมสูงกว่าปกติสองเท่าหลังจากที่ผมนับนิ้วคำนวณจำนวนเงินดูแล้วก็คงทำให้ผมมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกทั้งชาติ ถ้าไอ้ผับแห่งนี้มันไม่เลิกจ้างผมเสียก่อนเพราะทนค่าตัวไม่ไหว...ผมตกลงรับปากว่าจะรับงานนี้กับคนที่โทรฯมาทันทีอย่าไม่คิดอะไร