ตั้งแต่ที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวบอกว่าหลี่ไฉ่เฟิ่งตั้งครรภ์บ้านก็แทบจะลุกเป็นไฟอยู่บ่อยครั้ง
สองวันก่อนต่งเสี่ยวเสี่ยวไปดูแลหลี่ซิงชางที่โรงพยาบาลป้าหลิวจึงมาช่วยทำอาหารให้ฉินซู่กับเด็กๆ สองมื้อ
พอกลับถึงบ้านก็ทะเลาะกันเสียยกใหญ่ตลอดวันได้ยินแต่เสียงข้าวของถูกทุบ ถูกขว้างปาแตกกระจาย
ตอนนี้ ต่งเสี่ยวเสี่ยวกับคนอื่นๆก็ได้ยินเสียงนั้นเหมือนกัน
เมื่อได้ยินเสียงต่งเสี่ยวเสี่ยวก็หยุดยิ้มทันที เธอเงยหน้ามองฉินซู่ความคิดของทั้งสองคนแสดงออกบนใบหน้าอย่างชัดเจน
ป้าหลิวเป็นคนดี แต่หลี่ไฉ่เฟิ่ง…
เธอลังเลอยู่สักพักต่งเสี่ยวเสี่ยวก็แบ่งปลาดุกตักใส่ชามแล้วเดินไปเคาะประตูบ้านตรงข้าม
"ป้าคะ" ป้าหลิวเปิดประตูออกมาต่งเสี่ยวเสี่ยวยื่นซุปปลาดุกให้ "นี่เป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆ ของฉัน ขอบคุณป้าที่ช่วยทำอาหารให้เมื่อสองวันก่อนนะคะ"
แต่ก่อนใบหน้าของป้าหลิวมักจะประดับด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นเป็นมิตรกับเด็กๆ ในหมู่บ้าน
ตอนนี้เมื่อป้าหลิวเปิดประตูออกมาต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นใบหน้าของป้าหลิวที่ดูเหนื่อยล้ารอยคล้ำใต้ดวงตาบ่งบอกว่าเธอพักผ่อนไม่เพียงพอ
พอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยว ป้าหลิวก็รับชามมา"ขอบใจมากนะ เสี่ยวเสี่ยว"
"ป้าคะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวชะเง้อคอมองเข้าไปข้างใน"ช่วงนี้เสียงดังน่าดู มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ?"
ป้าหลิวส่ายหน้าเธอคว้ามือของต่งเสี่ยวเสี่ยวไว้ "ไม่มีอะไรให้ต้องช่วยหรอกจ้ะต่อไปถ้ามีอะไรก็มาให้ป้าช่วยได้เลยนะ"
"แค่พวกเธออยู่ดีกินดีก็พอแล้ว!"
พูดยังไม่ทันขาดคำเสียงทุบข้าวของก็ดังมาจากข้างในอีกครั้ง
"ยังไม่เข้ามาอีกอยากให้ฉันอดตายรึไง?"
"ฉันอ้วก เหนื่อยจนแทบแย่แล้วยังไม่ยอมหาอะไรมาให้ฉันกินอีก?"
"งั้นลูกคนนี้ก็ช่างมันเถอะฉันไม่เอาแล้ว!"
…
เสียงด่าทอต่างๆ นานาดังออกมาจากข้างในป้าหลิวปิดประตูแล้วเดินเข้าไป ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจอย่างจนปัญญาอยู่หน้าประตู
เรื่องของคนอื่น เธอจะเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้
พอกลับมาบ้าน ฉินไห่หยางกับคนอื่นๆก็เก็บชามไปไว้ที่อ่างล้างจานแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังจะเดินเข้าไปฉินไห่หยางและเฉินเฉินรีบวิ่งเข้าไปขวางหน้าอ่างล้างจานไว้"พวกเราล้างจานเองครับ แม่เข้าไปพักผ่อนเถอะ"
"ใช่ครับน้าต่งรีบเข้าไปพักผ่อนเถอะครับ พวกผมทำเองได้"
เฉินเฉินอยู่ที่นี่เกือบสองอาทิตย์เขาคุ้นเคยกับชีวิตที่นี่บ้างแล้ว บางครั้งต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ยังฝังเข็มให้เขาบ้าง
ร่างกายของเขาจึงหายดีเป็นปลิดทิ้ง
ในชนบท อากาศและสภาพแวดล้อมดีกว่าในเมืองมากโรคหอบหืดของเขาก็ไม่กำเริบอีกเลย
จากคุณชายน้อยที่ไม่เคยทำงานหนักกลายเป็นว่าสิ่งที่เขาชอบที่สุดคือการช่วยฉินไห่หยางและต่งเสี่ยวเสี่ยวทำงาน
ตอนเช้าไปตัดหญ้ากลับมาให้กระต่ายตอนเที่ยงก็ต้องช่วยให้อาหารไก่
ตอนเย็นต้องช่วยล้างจานมีเพียงตอนกลางวันที่ว่างเท่านั้น ถึงจะมีเวลาไปเรียนรู้พวกสมุนไพรที่ตากแห้งไว้
แต่เฉินเฉินรู้สึกว่าชีวิตแบบนี้ทำให้ตัวเองรู้สึกว่ามีคุณค่ามากขึ้น
บางครั้งเขาก็สอนฉินไห่เยว่และฉินไห่หยางเขียนหนังสือ
ฉินซู่ก็สอนพวกเขาอ่านบทกวี
เฉินเฉินรู้สึกจากใจจริงว่าการได้อยู่ในบ้านแบบนี้มันมีความสุขมากจริงๆ
พอจัดการธุระเสร็จต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เข้าไปในบ้าน เธอไปหาชุดในห้องข้างๆและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วจึงกลับไปที่ห้องโถง
การเปลี่ยนเสื้อผ้าก็เป็นเรื่องธรรมดาแต่ฉินซู่รู้สึกว่าตอนที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวเข้ามา เขารู้สึกว่าเธอไม่เหมือนเดิม
บนตัวเธอมีกลิ่นยาที่ฟุ้งออกมา
"ยาที่เธอสั่งให้ทำทั้งหมดฉันทำตามสัดส่วนที่เธอบอกแล้ว ฉันตรวจดูไม่มีปัญหาอะไร"
"แล้วก็พวกสมุนไพรที่เธอตากไว้ในสวนฉันก็ให้พวกลูกๆ ช่วยกันเก็บให้หมดแล้ว" ตอนกลางวันฉินซู่นั่งรับแดดอยู่ในสวนเขาช่วยทำงานไปไม่น้อย ในที่สุดเขาก็รู้สึกว่าตัวเองยังมีประโยชน์อยู่บ้าง
พอได้ยินแบบนั้นรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของต่งเสี่ยวเสี่ยว
เธอชูนิ้วโป้งขึ้น ทำท่าเหมือนกำลังโอ๋เด็ก"เก่งมากๆ ทำได้ขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย?"
"เยี่ยมไปเลย!"
เมื่อได้ยินคำชมที่เหมือนกับคำชมเด็กของต่งเสี่ยวเสี่ยวฉินซู่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ
เด็กๆ สามคนเล่นกันอยู่ข้างนอกสักพักพอเริ่มเหนื่อยก็เข้ามาพักผ่อนกัน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเอนตัวลงบนเตียงตั้งใจจะรอให้ทุกคนหลับแล้วเธอค่อยลุกมาทายา ตอนนี้เธอรู้สึกเหนื่อยเกินไป
นอนไปนอนมา เธอก็ผล็อยหลับไป
ตกดึกต่งเสี่ยวเสี่ยวก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาเธอพลิกตัวไปมา เสื้อผ้าเสียดสีกับร่างกาย มันเจ็บจริงๆ!
เหงื่อก็ซึมเข้าไปในบาดแผล เธอทนไม่ไหวจึงค่อยๆ ลุก และย่องไปเอายาที่ทำไว้แล้วออกมาจากใต้โต๊ะ
เธอเอายาออกมา แล้วนั่งยองๆ อยู่ตรงมุมห้อง
เธอพยายามทายาให้ตัวเองแต่แผลอยู่ตรงกลางหลังพอดี ทำให้เธอเอื้อมไปไม่ถึง
"ให้ฉันช่วยไหม"
ในห้องที่เงียบสนิทเสียงทุ้มนุ่มของฉินซู่ดังขึ้น ต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงตกใจสะดุ้ง
เธอหันกลับไปเห็นฉินซู่นั่งอยู่ข้างเตียงเขามองเธออย่างไม่ละสายตา ดูเหมือนว่าเขาจะมองเธอมานานแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวดึงเสื้อลงมาด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน"นายตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่?"
เธอนึกว่าทุกคนหลับไปหมดแล้วเสียอีก
ฉินซู่ไม่ตอบ เขาเป็นคนตื่นง่าย แค่คนข้างๆขยับตัว เขาก็รับรู้ถึงสิ่งรอบข้างได้โดยสัญชาตญาณ
"ไปโดนอะไรมา?" ฉินซู่หลีกเลี่ยงประเด็นนั้น "ตอนกลับมาทำไมไม่บอก?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวอ้าปากค้างก่อนจะเดินไปหาเขาอย่างเหนื่อยใจ "ฉันกลัวว่าเด็กๆจะเป็นห่วง กลางวันตอนอยู่ที่ลานหิน ฉันเผลอไปกระแทกโดนหินนิดหน่อยน่ะ"
"แล้ว…"
ฉินซู่ตั้งใจจะทายาให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวแต่ตรงนั้นมันอยู่ด้านหลังของเธอ
แม้ว่าสองคนจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ด้วยการถูกคนอื่นวางแผนจนมีสัมพันธ์ทางกายกันแล้ว แต่ว่า…
"งั้นนายทาให้ฉันเถอะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้หัวโบราณขนาดนั้น เธอยื่นยาให้เขาแล้วเดินไปนั่งข้างเตียง เปิดเสื้อขึ้น
"ใช้มือทายาลงไปก็พอ"
ความใจเย็นของต่งเสี่ยวเสี่ยวทำให้ฉินซู่รู้สึกเขินอายเขาจ้องมองแผ่นหลังขาวผ่องและส่วนเว้าโค้งที่เด่นชัดของเธอ
ฉินซู่แอบกลืนน้ำลายลงคอ
เขาไม่ใช่คนลามกแต่ตอนนี้พอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวในท่าทางแบบนี้แล้วในใจของเขากลับมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นมา
ฉินซู่หยิบยามาป้ายลงบนมือเบาๆ
เขามองรอยถลอกพวกนั้น ฉินซู่เม้มปากต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็นคนที่ไม่ชอบบอกเรื่องไม่ดีให้ใครรู้ดูเหมือนว่าเขาจะต้องไปสืบข่าวจากหวังฮั่นเหลียงเสียหน่อย
คนของเขา จะปล่อยให้ใครมารังแกไม่ได้
พอปลายนิ้วของฉินซู่สัมผัสลงบนร่างกายของต่งเสี่ยวเสี่ยวทั้งสองคนเผลอสะดุ้งพร้อมกันโดยไม่รู้ตัว
สัมผัสที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ใจของทั้งสองคนสั่นไหว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวปลอบตัวเองอยู่ในใจไม่ได้คิดไว้แล้วเหรอว่าจะต้องสะสางเรื่องยุ่งเหยิงนี้ก่อน?
ที่จริงแล้วการอยู่กับฉินซู่ก็ไม่ได้แย่อะไร
ขอแค่รักษาขาของเขาให้หายเขาก็ยังเป็นที่ต้องการของผู้คน ถ้าทั้งสองพยายามไปด้วยกันชีวิตในวันข้างหน้าก็จะดีขึ้นเอง
ดังนั้นถึงแม้ว่าจะมีการสัมผัสกันในตอนนี้ก็ไม่ได้เสียหายนี่
อย่างไรเสียทั้งสองคนก็จะต้องสร้างความสัมพันธ์กันในอนาคตจะให้เป็นแบบนี้ไปตลอดคงไม่ได้
เธอคือวิญญาณที่มาจากยุคที่ล้ำหน้าไปหลายสิบปีไม่ควรจะมาคิดมากเพราะเรื่องแค่นี้
ใช่แล้ว!
ต่งเสี่ยวเสี่ยวปลอบใจตัวเองอยู่สักพักฉินซู่ก็ทายาให้เธอเสร็จ
"นอนคว่ำลงไหมจะได้ไม่ต้องใส่เสื้อให้ไปโดนแผล" ฉินซู่เสนอแต่ก็กลัวว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะเข้าใจผิด เขาจึงหันหลังกลับไป แล้วพูดว่า"ฉันจะหันไปทางนั้น รับรองว่าจะไม่หันกลับมามอง"