ตอนที่ 2 ผมยุ่งมากครับ
สามวันหลังจากทุกๆวันเป็เช่นเดิม ศาลเ้าไท่กงเวลาเกือบสี่ทุ่มเด็กชายวัยหกขวบร่างผอมผิวขาวเหลืองจนดูซีด สวมใส่ชุดลำลองเสื้อคอกลมสีฟ้า กางเกงวอมขายาวสีดำเข้มสวมใส่แว่นตาหนาๆ มองเห็นดวงตาเรียวเล็กแฝงความกระตือรือล้น
“อากง ผมมาแล้ว ขอโทษด้วยครับ สองวันนี้ยุ่งมากครับ”เด็กชายวิ่งมาถึงเื้ัเฒ่าชราผมขาว ในมือถูกจมูกไปมา
“อาตี๋ สองวันนี้ลื้อยุ่ง หรือโดนใครยำมากานแน่”เฒ่าชราผมขาวหันมาเห็น ใบหน้าเด็กชาย เห็นแก้มซีกซ้ายมีรอยบวมแดง หางคิ้วขวามีรอยแผลขีดขวน เมื่อมองไปตามแขน เห็นรอยเขียวช้ำเป็จ่ำๆหากเป็เมื่อสองวันก่อนคงบวมแดงจนน่าใกว่านี้
“ฮี่ฮี่ฮี่ แค่เื่เล็กน้อยครับกง” เด็กชายหัวร่ออย่างไม่ยี่ระแต่ประกายตาทอประกายความโกรธเกรี้ยวให้เห็นได้
“ดี... ลูกผู้ช่าย โดนมือเท้าผู้อื่นบ้างจะไม่เป็ไร แต่มันเื่อะไรลื้อถึงไปสะดุดของแข็งเข้าละ”เฒ่าชราหัวร่อเบา อดลูบศีรษะเด็กชายไม่ได้
“จะอะไรอีกละกง คนพวกนั้นอยู่ป.5แล้ว ตัวก็ใหญ่กว่าผม หากตัวเท่ากันนะ”เด็กชายกำหมัดต่อยไปที่ฝ่ามือตนเองทำท่ากระหือรือ หากในดวงตายังมีความกลัวอยู่ไม่น้อย สำหรับเด็กหกขวบการถูกผู้ใหญ่กว่าทำร้าย ย่อมสร้างความรู้สึกเลวร้ายให้เป็ธรรมดา
“อาตี๋ ความกลัวไม่ใช่สิ่งหน้าขายหน้าแต่การไม่เผชิญหน้ากับความกลัวสิ ที่น่าดูถูก” เฒ่าชรากล่าวไม่ทันจบคำพลันพุ่งนิ้วชี้ใส่ดวงตาเด็กชายด้วยความเร็วเกินกว่าผู้สูงวัยผู้หนึ่งจะกระทำได้
“หวา...” เด็กชายตื่นใอย่างถึงที่สุด หลับตาทั้งสองลงตามสัญชาติญาณก่อนถูกมือเหี่ยวๆเคาะมาที่ศีรษะเบาๆ “กง...” เด็กชายเอ่ยเสียงต่ำ
“หากคิดจะสู้ ความกลัวคือเชื้อเพลิงชั้นดี จงลืมตามองทุกการเคลื่อนไหวถึงตัวจะใหญ่ ใช่ว่าจะล้มไม่ได้” เฒ่าชราผมขาวกล่าวราวสอนสั่งแต่มิได้คาดหวังมากมายนัก ด้วยวัยเพียงหกขวบ ทั้งมิได้ถูกฝึกปรือมาั้แ่เล็ก
“ขอบคุณกงมากครับ...” เด็กชายตอบรับอย่างยิ้มแย้มอย่างสดใส“ผมจะมองทุกอย่างให้หมดจะไม่ให้ผ่านตาอีกเลย ผมจะต้องเก่งขึ้นครับ”
“จริงรึ...”เฒ่าชรามุมปากยกขึ้น มือพลันขยับอีกครั้งครั้งนี้แม้จะลดความเร็วกว่าครั้งก่อน แต่ยังนับว่ารวดเร็วนัก เด็กชายมิเพียงหลับตายังลืมตาด้วยความตั้งใจเด็ดเดียวยิ่งนักดวงตากรอกมองปลายนิ้วได้อย่างถูกทิศทางอย่างน่าประหลาดใจ ผู้เฒ่าพลันขยับมือแปรเปลี่ยนทิศทางอีกสองครั้งคราแต่สายตาเด็กน้อยยังตามติดได้อย่างพิสดาร –สมาธิอันใดกัน- เฒ่าชราครุ่นคิดพร้อมเร่งความเร็วของมือขึ้นอีกแต่ไม่ว่าจะขยับเท่าใด ดวงตาของเด็กน้อยตามติดได้อย่างแทบเป็ไปไม่ได้จนในที่สุดเฒ่าชราใช้มืออีกข้างขึ้นมาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วถึงขีดสุดจนดวงตาเด็กน้อยกรอกตามไม่ทันเริ่มแดงเรื่อเพราะการเพ่งมอง สุดท้ายเหมือนดวงตาจะตามไม่ทันเฒ่าชราพลันจี้นิ้วไปที่ขมับขวาแต่แล้วเด็กน้อยพลันหันหน้ามามองปลายนิ้วด้วยความเร็วทัดเทียมกันที่กลางหน้าผากปรากฏจุดแสงสีทองสว่างวาบมาอีกครั้ง
“ทำได้แล้ว...” เด็กชายส่งเสียงหัวร่ออย่างยินดีก้าวเท้าเข้ามาสวมกอดเฒ่าชราจนแน่น “ผมมองเห็นทุกอย่างเลยกง แต่...ถึงผมเห็นผมจะทำไรได้” เด็กชายกล่าวเช่นนี้เพราะรู้ว่าร่างกายตนเองมิอาจตามทันความเคลื่อนไหวของเฒ่าชราได้ทำได้ดีที่สุดคือมองเท่านั้นเอง
“เอาน่าอาตี๋ การมองเป็พื้นฐานที่ดี ต่อไปฝึกฝนร่างกายลมปราณย่อมก้าวหน้าเอง” เฒ่าชราลูบผมตั้งๆของเด็กชาย อีกมือหนึ่งลูบเคราขาวของตนเองครุ่นคิดในใจว่าเด็กน้อยนี่เป็ตัวประหลาดใดกัน ต้องรู้ว่าแม้ตนเองจะเป็เพียงคนเฝ้าประตู แต่สิ่งที่ฝึกปรือมาตลอดชั่วอายุมิใช่คนธรรมดาจะคาดคิดถึงยิ่งนับเอาผู้เฝ้าประตูทั้งโลกใบนี้ตนเองจัดอยู่ในห้าอันดับแรกสุดท้ายตนเองลืมตัวใช้ความเร็วถึงขีดสุดยังไม่อาจหลุดพ้นการมองเห็นของเด็กน้อยผู้นี้ได้
“ลมปราณ..” เด็กชายส่งเสียงดังขึ้น “กงรู้วิธีฝึกด้วยหรือครับ”
“มาเถอะ... ตามกงมา”
“ไหนกงว่าในนิยายมีความจริงแค่เสี้ยวเล็กๆละครับเช่นนั้นลมปราณก็เป็เื่จริงในเสี้ยวเล็กใช่ไหม” เด็กชายกล่าวถามพร้อมกับเดินตามผู้เฒ่าผมขาวมายังตัวอาคารศาลเ้าด้านหลังซึ่งมีขนาดเล็กเท่ากับห้องนอนหลังหนึ่ง
“โลกใบนี้เป็เช่นนี้ละ” เฒ่าชราผมขาวเปิดประตูอาคารหลังเล็กออก
เอี้ยด ... เสียงประตูดังราวกับไม่เคยเปิดมานานมากฝุ่นบางส่วนฟุ้งกระจายออกเป็ละอองขาว เฒ่าชราผมขาวเดินเด็กชายเข้ามาภายในประตูที่ดูฝืดติดขัดกลับปิดตัวลงดังปัง... ทำเอาเด็กชายสะดุ้งคราหนึ่งเบาๆยังดีที่เฒ่าชราเปิดไฟแรงเทียนดวงเล็กๆกลางห้องให้แสงสว่างทำให้เด็กชายคลายความหวาดกลัวไปบ้าง เพียงแต่ห้องเล็กๆหลังนี้ทั้งห้องมีแต่ผนังที่โทรมๆจนมีแผ่นปูนแตกร่อนออกมา ไม่มีแม้แต่กระดาษสักใบสร้างความสงสัยให้เด็กชายยิ่ง
“กง... หนังสือนิยายอยู่ไหนครับ ผมไม่เห็นสักเล่ม” เด็กชายหินหมุนตัวมองไปรอบเดียวม่อาจพบสิ่งใดๆนอกจากฝุ่นเปรอะกรังไปหมด
“ลื้อช่างใจร้อนจิง จิงน่าง..”
เฒ่าชราผมขาวเดินไปหยุดหน้ากำแพงโทรมๆ เอาฝ่ามือขวาวางไปบนกำแพงราวกับจะััพลันจุดที่มือวางมีแสงสีฟ้าประกายแสงวาบตามรูปฝ่ามือ เมื่อผู้เฒ่านำฝ่ามืออกมาปรากฏเป็ตารางตัวเลขราวกับเครื่องคิดเลข เื่แสงสีฟ้าขึ้นมากลางอากาศท่านผู้เฒ่ากดลงในตัวเลขหกครั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนกำแพงโทรมๆจะปรากฏเส้นแสงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ารูปประตูทันใดนั้นเอง... กำแพงโทรมๆ ผนังกร่อนจะแทบยุ่ยลงตามมือค่อยสั่นพลิ้วไหวราวกับผิวน้ำ จากกำแพงปูนเก่ากลายเป็พื้นน้ำสีฟ้าคราม
“ไป...” เฒ่าชราเอ่ยพร้อมเดินหายไปในพื้นน้ำสีฟ้าคราม
เด็กชายหินอ้าปากกว้างจนน้ำลายเริ่มย้อยออกมา จวบจนเฒ่าชราผมขาวเดินหายไปในกำแพงพื้นน้ำก็ยังไม่อาจปลุกจิตที่เตลิดไปไกลทันใดนั้นมือเหี่ยวย่นของเฒ่าชราผมขาวยื่นออกมาในพื้นน้ำสีฟ้าครามคว้าไปที่ข้อมือเด็กชายลากดึงจนหายไปในพื้นน้ำอีกผู้หนึ่งก่อนประตูน้ำจะหายไปเป็กำแพงปูนเก่าเช่นเดิม
.........