1.11 เสียงปืน
"อย่ายิง!" หญิงสาวผมบลอนด์ยาวร่างบอบบางในชุดนอนเปิดประตูห้องน้ำออกมา
เธอยกมือขึ้นทันที ที่เห็นว่าปลายกระบอกปืนของกันสึเกะเล็งตรงมาที่หน้า
ดูจากความสูงรูปร่างและหน้าอกอันอวบอิ่มที่ไม่ได้ใส่ยกทรงใต้ชุดนอนบางเบาลายลูกเป็ดสีเหลือง กันสึเกะอนุมานได้ว่าสาววัยรุ่นคนนี้น่าจะอายุราวยี่สิบห้า เธอน่าจะเป็พี่สาวของซอมบี้เด็กที่เขาเพิ่งฆ่าไป
“เธอถูกกัดหรือเปล่า” เขาถามโดยที่ยังเล็งปืนไปที่หน้าของเธอ
"กรี๊ด...แกทำอะไรกับน้องสาวชั้น!" เธอกรีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นสภาพศพน้องสาวตัวเองตรงบันได ก่อนจะเป็ลมล้มลง
กันสึเกะคว้าร่างของเธอไว้ได้ทันก่อนที่หัวจะกระแทกพื้น เขาหันไปมองมาริที่เดินขึ้นมายืนอยู่ข้างหลัง และรู้สึกดีใจที่เธอเลิกกลัวศพซอมบี้เด็กแล้ว
"เธอเป็อะไรมั้ย" มาริถามอย่างเป็ห่วง
กันสึเกะสำรวจลำคอของสาวแปลกหน้า เขาถลกชายเสื้อของเธอขึ้น
"คุณจะทำอะไรหนะ" มาริตาเบิกโพลงเมื่อเห็นว่ากันสึเกะกำลังถอด
เสื้อผ้าของสาวผมบลอนด์ออก จนเผยให้เห็นหน้าอกอันเต่งตึงที่มีเม็ดสีกุหลาบเล็กๆ น่ารัก
"ก็แค่อยากดูให้แน่ใจว่าเธอไม่มีรอยกัด" กันสึเกะพยายามไม่คิดเื่
ลามก ขณะเลื่อนสายตาสำรวจไปบนร่างเปลือยเปล่าของสาวเ้าของบ้าน
"เราจะทำยังไงกับเธอดี" มาริกวาดสายตามองไปรอบๆ
"คงจะทำอะไรไม่ได้มากจนกว่าเธอจะฟื้น" เขาตอบและลากร่างสาว
ผมบลอนด์ที่หมดสติไปใส่กุญแจมือไขว้หลังไว้กับราวบันได ก่อนจะลุกขึ้นไปสำรวจห้องทุกห้องบนชั้นสองอย่างละเอียด
“ในนี้น่าจะไม่มีซอมบี้เหลืออยู่แล้ว” กันสึเกะพูดพลางนั่งลงเหยียดขาข้างๆ มาริอย่างผ่อนคลาย เขาหันไปยิ้มให้เธอที่กำลังก้มหน้าเงียบเหมือนคิดอะไรอยู่
“คุณทำแบบนั้นได้ยังไง” มาริจ้องมองคราบเืและเศษสมองที่
ติดอยู่บนชายเสื้อของตัวเอง มันทำให้เธอนึกถึงพ่อ
“ทะๆ ที่ต่อสู้กับพวกมันโดยไม่กลัว” ภาพการกรีดร้องอย่างทรมานของพ่อทำมาริรู้สึกจุกที่ลำคอ การนึกว่าตัวเองไม่สามารถช่วยพ่อจากซอมบี้พวกนั้นได้ทำให้มาริรู้สึกเศร้า ดวงตาของเธอแดงก่ำและมีน้ำตาไหลออกมา
“พ่อพยายามปกป้องฉัน ตะตะแต่ฉะๆ ฉันไม่สามารถช่วยเขาได้” เธอซุกใบหน้าเข้าไปร้องไห้แนบอกกันสึเกะที่ยื่นท่อนแขนเข้ามาโอบกอดเธอไว้ด้วยความอ่อนโยน
“เธอทำดีที่สุดแล้ว” เขากระซิบที่ข้างหูของเธอ สายตาหรี่มองลงไปยังชั้นล่างพลางกระชับปืนในมือเตรียมพร้อมไว้เผื่อมีอะไรบุกขึ้นมา
“อดทนไว้ มีชีวิตต่อไปเพื่อเขา” เสียงกระซิบอันมั่นคงจากลมหายใจอันอบอุ่น และมือที่ลูบหัวเธออย่างอ่อนโยนของเขาทำให้สาวน้อยมาริพยักหน้า
“ฉันจะเป็คนดูแลเธอเอง”
“คุณสัญญานะ”
“ฉันสัญญา” กันสึเกะก้มลงไปจูบที่หัวของเธอ
มาริเอนตัวขึ้นมาใช้มือปาดน้ำตา เธอหันไปมองสาวเ้าของบ้านที่นอนหมดสติอยู่ ก่อนจะหันมามองกันสึเกะด้วยแววตาสับสน
"เธอควรจะ..." กันสึเกะตั้งใจจะบอกให้มาริไปอาบน้ำล้างตัว
“เอี๊ยดดด…ปังๆๆๆๆ” เสียงยางล้อรถบดถนนและเสียงปืนที่ดังมาจากหน้าบ้านทำให้กันสึเกะกดหัวมาริให้ก้มต่ำ
เขาจับปืนที่ว่างอยู่บนพื้นขึ้นมาเตรียมพร้อม และย่องเข้าไปในห้องที่มีศพผู้หญิงนอนคว่ำหน้าอยู่ โดยระวังไม่ให้ข้ามหรือเหยียบศพของเธอ
แสงจากไฟส่องทางด้านนอกสาดกระทบม่านหน้าต่าง ก่อเกิดเป็เงาตะคุ่มที่พาดผ่านพื้นและผนังอย่างไม่เป็จังหวะ
กันสึเกะสูดหายใจลึกก่อนจะแนบตัวชิดผนัง เสียงปืนกลหนักติดรถยนต์จากภายนอกดังขึ้นเป็ระลอก คล้ายเสียงฟ้าผ่าที่สะท้อนก้องในเมืองที่กำลังเกิดา มันทำให้เขานึกถึงการปะทะครั้งสุดท้ายกับพวกฏจนต้องเสียขาข้างขวาไป
เขากำหนดลมหายใจพยายามสลัดภาพแรงะเิจากเครื่องยิงจรวดที่ฉีกกระชากขาขวาเขาออกจากร่าง
..แม่งเอ๊ย.. กันสึเกะกลั้นหายใจก่อนจะค่อย ๆ ยื่นศีรษะออกไปมองผ่านช่องว่างระหว่างม่านหน้าต่างข้างที่แนบชิดกำแพง