กอร์ดอนมองการินเดินผ่านไปด้วยความไม่พอใจคิดจะพูดถากถางอีกสักประโยคแต่กลับโดนเสียงคนด้านข้างขัดขึ้นเสียก่อน
“วันนี้ฉันไปเล่นบ้านนายนะกอร์ดอน”
เสียงของการันดังพอที่จะให้พวกการินที่เดินผ่านไปได้ยิน
กอร์ดอนพยักหน้า
“ได้แน่นอน”
…
เมื่อการินกับเทียร์น่าเดินเข้าไปในบ้านริน่าก็จัดอาหารบนโต๊ะเสร็จพอดีผ่านไปไม่นานกาเวนกับจาเรนก็มาถึง
ตอนแรกริน่าบอกให้รอการันก่อนแต่เทียร์น่าบอกว่าวันนี้การันไม่กลับบ้านเพราะไปที่ตระกูลทองกับกอร์ดอนทุกคนจึงเริ่มลงมือทานอาหารกัน
ทุกคนคุยกันเื่สัพเพเหระไม่มีเื่เกี่ยวกับสัตว์ร้ายหรือผู้มีรอยประทับแม้แต่น้อย
แม้การินจะไม่ได้อยู่ที่นี่แต่ภายในบ้านหลังนี้ก็มีห้องสำหรับการินที่ริน่าสั่งให้ทำไว้อยู่เมื่อชายหนุ่มเข้าไปก็ต้องตบฝุ่นกันยกใหญ่กว่าจะได้นอน
เช้าวันรุ่งขึ้น
การินเดินลงมาจากห้องก็พบกับบุคคลที่คาดไม่ถึง
“ว่าไงคุณลูกเขย ตื่นซะเร็วเลยนะ พึ่งจะเที่ยงเองนี่เนอะ”
อเดลที่ก่อนหน้านี้นั่งคุยอยู่กับกาเวนหันมาพูดกับเขา
การินชะงักไปครู่จึงรีบเดินลงจากบันไดมาหยุดอยู่ด้านหน้าอเดลชายหนุ่มโค้งตัวทักทายเอ่ยกลับไปว่า
“สวัสดีครับท่านพ่อตา”
มุมปากอเดลกระตุกเมื่อเห็นชายหนุ่มนั่งลงด้านข้างกาเวนแล้วจึงกล่าวขึ้น
“ก่อนหน้านี้ฉันคุยกับพ่อนายเื่การแต่งงานแล้วและได้ข้อสรุปว่าควรเลื่อนไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด”
การินขมวดคิ้ว
“ทำไมครับ?”
อเดลส่งสายตาไปทางกาเวน
กาเวนถอนหายใจ
“อย่างที่พ่อเคยบอกไปว่าอยากยกเลิกกฎการจับคู่กับการต้องแต่งงานเมื่ออายุครบยี่สิบห้าปีพ่อได้คุยเื่นี้กับอเดลแล้วซึ่งเขาก็เห็นด้วยและจะสนับสนุนในการประชุมที่จะมาถึง ดังนั้นไม่ต้องรีบแต่งก็ได้ยิ่งรวมกับเื่สัตว์ร้ายระดับทวีปที่ลูกได้ฟังจากท่านบรรพบุรุษพ่อจึงคิดว่าเราควรแก้ไขปัญหาพวกนี้ก่อนเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นไว้ค่อยแต่งก็ได้”
การินทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยอมพยักหน้า
“ก็ได้ครับแล้วนี่ท่านแม่ไปไหนเหรอครับ?”
“อีกสองวันตระกูลดวงดาวจะทำการคัดเลือกว่าที่ผู้นำตระกูลแม่เราที่เป็ถึงผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรก็ต้องยุ่งไม่น้อย ที่จริงพ่อก็มีเื่ต้องจัดการแต่อเดลมาคุยเื่สำคัญพ่อเลยต้องวางเื่ที่ต้องทำไว้ก่อน”
กาเวนกล่าวหน้านิ่ง
การินยกมือขึ้นมาเกาศีรษะแล้วจึงหันไปทางอเดลลังเลเล็กน้อยก็เอ่ยเสียงแ่
“ท่านพ่อตาครับผมขอไปหาอลิสได้ไหมครับ?”
“ใจกล้าดีนี่ก็ได้ ยังซะพวกนายก็จะต้องแต่งงานกันอยู่แล้วนี่”
จากนั้นอเดลก็ลุกขึ้นพลางกล่าว
“เอาแบบนี้เป็ไง?ไปพร้อมกับฉันเลย ฉันมีเื่อยากถามนายเยอะเลยพ่อตาลูกเขยอย่างเราควรพูดกันให้...”
ทว่าเขาพูดยังไม่ทันจบก็เห็นการินโค้งตัวให้ก่อนที่ร่างของชายหนุ่มจะหายวับไป
อเดลหันไปทางกาเวน
“ลูกของนายเนี่ยมีพลังรอยประทับอะไรเหรอ?”
กาเวนฉีกยิ้ม
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
ทั้งคู่จ้องกันนิ่งครู่หนึ่งก็หัวเราะออกมาอย่างไร้สาเหตุ
เมื่อวานยังเรียกกันว่า‘คุณกาเวน’ ‘คุณอเดล’ แต่วันนี้กลับเรียกกันด้วยชื่อแถมยังมีท่าทางสนิทสนมกันเหตุผลหลักแน่นอนย่อมเป็เพราะการินกับอลิส
...
คฤหาสน์ของผู้นำตระกูลขนนกภายในห้องนอนห้องหนึ่ง
อลิสนอนอยู่ที่เตียงด้วยความเบื่อหน่ายแต่ก็พลันยิ้มออกมาเมื่อภายในใจกำลังคิดถึงใครบางคน
ทันใดนั้นร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นที่ขอบเตียง
อลิสสะดุ้งรีบลุกขึ้นแต่กลับโดนคนผู้นั้นผลักกลับลงไปที่เตียงแล้วขึ้นคร่อมอลิสกำลังจะดิ้นรนขัดขืนแต่เมื่อสบตากับคนผู้นั้นร่างของเธอก็พลันอ่อนยวบ
“กา...ริน...”
เธอกระซิบเสียงเบา
การินมองไปยังหญิงสาวที่อยู่ใต้ร่างก็ยิ้ม
“รู้ไหม?เมื่อคืนฉันคิดถึงเธอจนนอนแทบไม่หลับเลยนะ ว่าจะมาหาเธอก็กลัวพ่อแม่เธอจะโกรธเอา”
อลิสเม้มริมฝีปากยกแขนกอดคอชายหนุ่มพร้อมโน้มเขาเข้ามาจูบหนึ่งที
“ฉันเองก็เหมือนกัน”
การินเริ่มหายใจแรงชายหนุ่มโน้มศีรษะลงไปจูบต้นคอหญิงสาว
“อลิส...”
“อืม~”
ในจังหวะนั้นเองประตูที่ไม่ได้ลงกลอนถูกเปิดออกพร้อมกับใครบางคนที่เดินเข้ามา
การินกับอลิสพลันชะงักหันไปทางประตูพร้อมกัน
ตรงนั้นมีหญิงอายุประมาณสี่สิบปลายๆ ยืนอยู่ แม้จะล่วงเลยเข้าสู่วัยกลางคนแล้วแต่ก็ยังมีความงดงามให้เห็นตอนนี้เธอกำลังจ้องมาทางพวกเขา ดวงตาเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง
อลิสกรีดร้องออกมาพร้อมผลักการินออกจนชายหนุ่มตกเตียงหญิงสาวเอ่ยเสียงสั่น
“ทะ...ท่านแม่”
การินได้ยินแบบนั้นก็หูผึ่งคำ ๆ หนึ่งผุดขึ้นมาในใจ‘ฉิบหายแล้ว’
ชายหนุ่มค่อย ๆลุกขึ้นยืนแล้วโค้งตัวไปทางหญิงวัยกลางคน
“สวัสดีครับท่านเชอรอน”
เชอรอนรีบหุบปากที่ค้างลงกระแอมทีหนึ่งก็กล่าวกับพวกเขาสองคน
“ลงไปคุยกันข้างล่าง”
พูดจบเธอก็เดินออกไปจากห้องทันที
สองคนที่อยู่ในห้องมองหน้ากัน
“เพราะนายนั่นแหละ”
“แต่เธอเริ่มก่อน”
“แต่นายเข้ามาในห้องฉัน”
“ไหนเธอบอกว่าคิดถึง...”
“ไม่รู้แหละยังไงนายก็ผิด”
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบเมื่อคิดว่าอยู่ในนี้นานไปคงไม่ดีทั้งคู่จึงรีบจัดเสื้อผ้าที่ยับให้เรียบแล้วเดินลงไปห้องโถงอย่างเชื่องช้า
เมื่อมาถึงห้องโถงการินกับอลิสไม่พบเชอรอนแต่มีสาวใช้ที่รออยู่เดินเข้ามาบอกว่านายหญิงให้คุณหนูกับนายน้อยการินไปพบท่านที่ศาลาเล็กหลังคฤหาสน์
อลิสพยักหน้าแล้วเดินออกจากคฤหาสน์ไปพร้อมการิน
สาวใช้มองชายหนุ่มก็ได้แต่งงงวยในใจว่าเขาเข้ามาได้อย่างไรเพราะั้แ่เช้าเธอก็อยู่ที่นี่มาโดยตลอดแต่ไม่เคยเห็นชายหนุ่มที่นายหญิงบอกว่าเป็นายน้อยเดินผ่านเลย
หลังคฤหาสน์มีศาลาหลังเล็กตั้งอยู่ด้านข้างมีบ่อน้ำไม่ใหญ่มาก และมีต้นไม้ขนาดกลางถูกปลูกไว้เป็ระยะดูแล้วร่มรื่นเป็อย่างมาก
เมื่อไปถึง อลิสได้นั่งลงข้าเชอรอนส่วนการินนั่งอีกฝั่งโดยมีโต๊ะยาวคั่นกลาง บนโต๊ะมีอาหารหลากชนิดวางเรียงรายหน้าตาน่าทานเป็อย่างมาก กลิ่นหอมของพวกมันทำเอาการินผู้พึ่งตื่นนอนรู้สึกว่าน้ำลายจะไหลอย่างไรอย่างนั้น
มองชายหนุ่มที่จ้องอาหารตาไม่กระพริบอลิสหันไปเอ่ยกับเชอรอนเสียงนุ่ม
“ท่านแม่ไปหาลูกที่ห้องมีอะไรรึเปล่าคะ?”
เชอรอนกระแอมหนึ่งที
“เอ่อพอดีแม่จะถามว่าเห็นพ่อไหม เพราะแม่ไม่เขาั้แ่่สายแล้ว”
“หลังจากทานอาหารเช้าหนูก็ไม่เห็นท่านพ่อเลยค่ะ”
อลิสส่ายหน้า
การินละสายตาจากอาหารมองไปทางเชอรอนแล้วเอ่ยอย่างนอบน้อม
“ท่านเชอรอนครับตอนนี้ท่านพ่อตาอยู่ที่ตระกูลดวงดาวอีกไม่นานก็น่าจะกลับมาแล้วล่ะครับ”
เชอรอนเบนสายตามาทางชายหนุ่มจ้องอยู่ชั่วครู่ก็ยิ้มกล่าว
“เรียกอเดลว่าท่านพ่อตาแต่ฉันว่าท่านเชอรอนมันดูไม่เข้ากันเลยน่ะ”
การินลังเลครู่หนึ่ง
“ท่านแม่ยาย...”
เชอรอนอมยิ้ม
“เรียกท่านแม่ก็พอตอนเรียกสามีฉันก็เรียกแค่ท่านพ่อเหมือนกัน”
ชายหนุ่มพลันยิ้มออกมา
“ครับท่านแม่”
เชอรอนพยักหน้าด้วยความพอใจ
“ยังไม่ทานอาหารเที่ยงใช่ไหม?”
“ครับ”
การินยิ้มแห้งที่จริงอาหารเช้าเขาก็ยังไม่ได้แตะเพราะเพิ่งตื่น
“ดีเลยงั้นกินด้วยกัน”
อลิสมองแม่ยายกับลูกเขยที่เข้ากันได้อย่างรวดเร็วก็มุมปากกระตุกก่อนจะทานอาหารตามทั้งสอง
“จริงสิเธอบอกว่าสามีฉันไปที่ตระกูลดวงดาวของเธอ เขาไปทำไมเหรอ?”
การินมองอลิสแล้วจึงเล่าสิ่งที่อเดลกับพ่อพูดกับเขาให้สองแม่ลูกฟัง
ดูเหมือนเชอรอนจะรู้เื่เกี่ยวกับป่าวงกตกฎแล้วเธอจึงไม่ถามว่าเื่อะไรที่ต้องจัดการก่อนการินกับอลิสถึงจะแต่งงานกันได้
เชอรอนถามเื่ต่างๆ ของการินมากมาย ซึ่งชายหนุ่มก็ตอบไปตามตรงทั้งหมด รอจนอเดลกลับมาเธอถึงจากไปพร้อมกับสามีทิ้งให้หนุ่มสาวทั้งสองอยู่ด้วยกัน
“รู้สึกเป็ไงบ้างตอนที่ได้ยินว่างานแต่งของเราต้องเลื่อนออกไป?”
การินย้ายไปนั่งข้างอลิสแล้วเอนตัวลงนอนหนุนตักของอีกฝ่าย
อลิสยื่นมือออกไปสางผมให้ชายหนุ่มตามความเคยชิน
“ก็...รู้สึกเสียใจนิดหน่อยแต่แค่พวกเราได้อยู่ด้วยกันถึงจะยังไม่ได้แต่งงานก็ไม่เป็ไรหรอก”
มุมปากชายหนุ่มยกยิ้มเมื่อได้ยิน
จากนั้นการินก็ไม่ได้พูดอะไรอีกมีเพียงอลิสที่ฮัมเพลงพื้นเมืองในลำคอพลางจ้องหน้าชายหนุ่มที่อีกฝ่ายเองก็ประสานสายตามองเธอเช่นกัน
ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่มีใครทราบจู่ ๆ การินพลันขมวดคิ้ว
อลิสที่มองหน้าชายหนุ่มอยู่ตลอดเห็นดังนี้แล้วจึงรู้สึกไม่สบายใจ
“มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ?”
การินถอนหายใจยาวลุกขึ้นนั่งเคียงข้างหญิงสาว ใบหน้ามีความหนักใจปรากฏอยู่
“มีแขกมาหาเธอน่ะ”
อลิสมึนงงแต่เมื่อหญิงสาวแผ่ััออกไปก็ต้องขมวดคิ้ว
ภายในอาณาเขตตระกูลขนนกตอนนี้คนที่เป็ผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรนอกจากเธอ อเดลและการินที่เธอััไม่ได้แล้วตอนนี้ได้มีผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรปรากฏขึ้นอีกหนึ่งคนที่ตอนอยู่ทางเข้าเขตตระกูล
หญิงมองไปที่การิน
“นี่นายใช้นักรบจิติญญาตลอดเวลาเลยเหรอ?”
การินส่ายหน้า
“เปล่าหรอกที่จริงวันนี้ฉันว่าจะพัก แต่เหตุการณ์ที่ท่านแม่ของเธอเดินเข้ามาในห้องตอนเรากำลังจะ...นั่นแหละฉันเลยต้องเรียกมันออกมาสำรวจดูรอบ ๆแต่ก่อนตอนอยู่เขตตะวันออกฉันใช้นักรบจิติญญาไปดูโน่นทำนี่เพราะไม่มีอะไรให้ทำแต่ตอนนี้ฉันมีเธออยู่เลยไม่อยากแบ่งสมาธิไปควบคุมพวกมันฉันอยากมีสมาธิจดจ่ออยู่กับอลิสคนเดียว”
“ปากหวานแบบนี้คิดอยากให้ฉันหลงจนตามใจนายทุกอย่างรึไง”
“ตรงกันข้ามเลยต่างหากฉันจะตามใจอลิสทุกอย่างเลย”
แก้มอลิสแดงขึ้นแทบหุบยิ้มไม่ได้หญิงสาวเอียงคอซบไหล่คนข้าง ๆ ปากก็เอ่ยถาม
“แล้วแขกของฉันที่ว่านี่เป็ใครเหรอ?”
การินถอนหายใจ
“พี่ชายฉันเอง”
การินเพิ่งพูดจบก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมาที่หน้าศาลาแล้ว