ท้องฟ้าดูมืดมิด แถมยังไร้แสงดาว สภาพโดยรอบเป็ลานกว้าง และล้อมรอบไปด้วยไม้ใหญ่สลับพุ่มกุหลาบหลากสี กลางลานมีเสาไฟนีออนตั้งอยู่ 4-5 ต้น แต่ความสว่างที่ส่องออกมานั้นรำไรเกินทนจนทำให้ทัศนวิสัยคลุมเครือ ทว่ามิอาจหยุดยั้งให้เด็กหนุ่มกระทำบางสิ่ง
เด็กหนุ่มผู้นั้นเป็คนร่างเล็กที่สูงไม่เกิน 170 เิเ โครงหน้าแหลม คิ้วยาว ดวงตาเรียว จมูกโด่งพอประมาณ ปากบางราวอิสตรี เขาไว้ทรงรากไทรที่มีผมด้านหน้าตั้งเป็กะบัง ร้ายกว่านั้นคือย้อมเขียวทั้งหัว อันดูคล้ายแก๊งซิ่งมอเตอร์ไซด์ที่คอยป่วนเมืองในยามค่ำคืน
เด็กหนุ่มตั้งสติแน่วนิ่ง ใบหน้าแฝงแววมุ่งมั่น เท้าซ้ายเหยียบสเก็ตบอร์ดลายเพลิงสีแดงสลับเขียว สายตาจับจ้องเสาหินสองต้นที่อยู่ห่างออกไป
เสาหินทั้งสองตั้งขนานและอยู่ห่างกันประมาณ 2 เมตร แต่ละต้นมีความสูงประมาณ 90 เิเ บนยอดมีท่อนไม้ยาววางพาดอยู่จนมีสภาพคล้ายสะพานขนาดจิ๋ว
“ ซู้ด……. ” เด็กหนุ่มหลับตา พลางสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ ท่าทางเหมือนกำลังรวบรวมสมาธิ วินาทีต่อมา เขาก็ลืมตา พร้อมร้องะโ
“ เอาล่ะ gooo”
เด็กหนุ่มไถสเก็ตบอร์ดไปข้างหน้า พร้อมะโขึ้นไปเหยียบ ความเร็วในการออกตัวมีมากจนทำให้พุ่งถึงเสาหินในอึดใจ
พอใกล้ถึงเป้าหมาย เด็กหนุ่มได้ย่อตัวลงต่ำ แล้วดีดตัวขึ้นสูงพร้อมสเก็ตบอร์ด เขาเกือบจะลอยผ่านท่อนไม้ที่พาดยาวระหว่างเสาหิน แต่ปลายล้อเ้ากรรมดันเฉี่ยวเครื่องกีดขวาง
“ เคร้ง ”
ท่อนไม้ที่พาดยาวหลุดกระเด็นลงมากระแทกพื้นเต็มแรง ก่อให้เกิดเสียงดังไปทั่วบริเวณ
“ เอี๊ยด……. ” เด็กหนุ่มลงสู่พื้นพร้อมสเก็ตบอร์ด เขาใช้เท้าเบรกมันจนหยุด จากนั้นก็หมุนตัวกลับไปดู แล้วพึมพำเบาๆ สีหน้าฉายแววผิดหวัง
“ เฮ้อ ยังไม่สำเร็จ ”
ระหว่างที่เด็กหนุ่มกำลังเซ็งอยู่นั้นเอง ก็เกิดเสียงตบมือจากด้านหลัง
“ แปะ แปะ แปะ ”
เด็กหนุ่มหันกลับไปมอง สิ่งแรกที่ได้เห็นก็คือเด็กสาวคนหนึ่ง เธอมีใบหน้าเรียวยาว ดวงตาเปล่งประกายจริงจัง จมูกโด่งเป็สัน ปากบางเชิดเล็กน้อย คล้ายคนรั้น เส้นผมดำขลับยาวเลยบ่าเล็กน้อย หน้าม้าถูกปล่อยลงจนเกือบปิดตาข้างนึง ทำให้ดูลึกลับและน่าค้นหาอยู่ในที
“ ว่าไง มาั้แ่เมื่อไหร่ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวทักผู้มาเยือนแบบเนือยๆ ดูเหมือนว่าเขาจะรู้จักเด็กสาวเป็อย่างดี
“ ซักพักแล้ว นึกแล้วเชียวว่าต้องเจอนายที่สวนสาธารณะ ท่าสวยนี่ ” เด็กสาวตอบ น้ำเสียงห้าวใหญ่ เมื่อนำมาประกอบกับเสื้อยืด กางเกงยีนส์ที่สวมใส่ ทำให้ลุคหญิงเท่ลอยมาแต่ไกล
“ สวยแค่ไหน มันก็พลาดอยู่ดี ” เด็กหนุ่มตอบเซ็งๆ
“ อีกหน่อยก็ข้ามได้เอง ” เด็กสาวให้กำลังใจ
“ เชอะ กว่าจะทำได้ คงแก่ตายพอดี ” เด็กหนุ่มสบถ ท่าทางหงุดหงิด
เดดแอร์เข้าครอบงำสถานการณ์อีกครั้ง ครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มหัวเขียวก็หันกลับไปเล่นสเก็ตบอร์ดต่อ ทั่วลานกว้างจึงมีแต่เสียงล้อยางบดพื้นปูน ทันใดนั้นเอง เด็กสาวก็เอ่ยถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ เมื่อไหร่ นายจะกลับมาเรียน ”
พอเจอคำถามนี้เข้าไป เด็กหนุ่มก็ถึงกับหยุดชะงัก เขานิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตอบกลับ
“ เมื่อชั้นอยาก ”
“ มันไม่ใช่ความผิดของนาย ” เด็กสาวกล่าวลอยๆ พร้อมเดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่ลานกว้าง
“ แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของไอ้ต๋องเช่นกัน ” เด็กหนุ่มหัวเขียวขึ้นเสียง สีหน้าโกรธเกรี้ยว เหตุเพราะเด็กสาวคงไปแตะเื่ที่เ้าตัวะเืใจ
เด็กสาวไม่เกรงท่าทีคุกคาม ตรงกันข้าม กลับเดินเข้าไปหาอย่างมาดมั่น เมื่อเหลือระยะห่างเพียงหนึ่งก้าว เธอก็ยืนนิ่ง พร้อมกล่าวเสียงเข้ม
“ สรุป…….มันไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น นายควรกลับมาเรียนได้แล้ว ”
“ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอล่ะ ยัยบ้า ” เด็กหนุ่มะโใส่จนสุดเสียง
“ โครม ”
เสียงดังโครมใหญ่ ราวกับรถสิบล้อพุ่งชนบางสิ่ง ทว่านั่นไม่ใช่พาหนะน้ำหนัก1 ตันอย่างที่เข้าใจ แต่เป็เสียงหมัดลุ่นๆกระทบใบหน้าจนทำให้เด็กหนุ่มล้มกลิ้งไม่เป็ท่า ส่วนผู้ที่เปิดฉากโจมตีก็คือเด็กสาวทอมบอย
“ อู้ย ยัยบ้า เจ็บนะโว้ย ” เด็กหนุ่มกุมแก้มที่บอบช้ำจากแรงหมัด พร้อมลุกขึ้นมาด่า
“ สำหรับนาย พูดจาภาษาคน คงไม่รู้เื่ ต้องคุยด้วยกำปั้น ถึงจะเข้าใจ ” เด็กสาวเหลือบมองด้วยหางตา
“ หน็อย ทนไม่ไหวแล้ว เอะอะอะไรก็ใช้กำลัง ” ใบหน้าของเด็กหนุ่มบูดบึ้งด้วยแรงโกรธอึดใจต่อมา เขาก็บันดาลโทสะด้วยการพุ่งเข้าใส่เด็กสาว ราวกับวัวคลั่ง
เด็กสาวหลบการจู่โจมที่โง่เง่า จากนั้นก็อาศัยจังหวะที่คู่ต่อสู้คว้าลม เพื่อเตะตัดขา ส่งผลให้เด็กหนุ่มลอยถลาไปกลางอากาศ ปิดท้ายด้วยการล้มลงไปนอนคว่ำหน้าบนพื้นอีกคำรบ
“ หน็อย ยังไม่จบหรอก ” เด็กหนุ่มไม่ยอมง่ายๆ จึงรีบลุกขึ้น พร้อมพุ่งใส่เด็กสาวอีกครั้ง คราวนี้โดนบาทาถีบสวนหน้าท้อง ทำให้ทรุดกายลงไปนั่งงอตัว
“ อุ้บ ยัยบ้านี่! ” แม้เด็กหนุ่มจะรู้สึกจุกเสียด แต่เขาก็พยายามคว้ากายเด็กสาวให้ได้ ทว่าอีกฝ่ายรู้ทันแผนโง่ๆ เลยหมุนตัวหลบและศอกกลับไปที่ขมับ
“ ปัง ”
“ โอ๊ย ” เด็กหนุ่มถลาลงไปนอนกองกับพื้นอีกครั้ง แต่ไม่นาน เ้าจอมดื้อก็ลุกขึ้นมาจับเด็กสาวอีก ทว่าก็ได้แต่คว้าลม เพราะเธอว่องไวเกินไป
เด็กหนุ่มโดนอัดกระจาย เขาถูกประเคนทั้งเท้าเข่า ศอกและหมัด นับว่าเด็กสาวนางนี้มีทักษะการต่อสู้ที่ดีเยี่ยม
10 นาทีผ่านไป เด็กหนุ่มก็สิ้นฤทธิ์ เขานอนแผ่สองสลึงบนพื้นปูน ดวงตาเรียวมองท้องฟ้าที่มืดมิด มีเสียงหอบเหนื่อยเปล่งออกมาเป็ระยะ
“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก”
เด็กสาวทรุดกายลงนั่งข้างๆ พร้อมแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าบ้าง แต่ก็ไม่ได้กล่าวคำใดออกมา หลังจากความเงียบผ่านไปได้ครู่นึง เด็กหนุ่มหัวเขียวก็เอื้อนเอ่ย
“ ท้องฟ้าที่นี่ไม่สวยเลย ไม่เหมือนท้องฟ้าที่ปทุม”
“ ใช่ ท้องฟ้าที่นั่นสวยกว่ามาก ว่าแต่นายหายบ้ารึยัง ” เด็กสาวถามเรียบๆ แต่ถ้าฟังให้ดี จะพบว่าแฝงแววห่วงใยอยู่ไม่น้อย
“ ดีขึ้นแล้วล่ะ แต่รู้สึกว่าเธอจะอัดชั้นหนักไปหน่อยนะ อู้ย…. ” เด็กหนุ่มตอบกลับ พลางลูบคลำรอยฟกช้ำที่ปรากฏ
“ ฮะๆ ก็สมควรโดนอยู่หรอก เพราะนายมันดื้อ ” เด็กสาวตอบขำๆ
“ ฮะๆ พูดง่ายเนอะ ” เด็กหนุ่มนอนอมยิ้ม ดวงตาเรียวปิดพริ้ม
“ ก็มันจริงนี่นา ” เด็กสาวโต้กลับ
“ เชอะ ” เด็กหนุ่มสบถเบาๆ
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ เด็กสาวเป็ฝ่ายพูดบ้าง ดวงตายังจับจ้องที่ฟ้ามืด
“ ต๋องฝากมาบอกว่ามันไม่เคยโทษนายเลย ทุกสิ่งเป็อุบัติเหตุ ขอให้กลับมา เพื่อนๆทุกคนก็คิดแบบนั้น ”
“ อื้อ ” เด็กหนุ่มรับคำเบาๆ พลางเอามือก่ายหน้าผาก
“ แล้วนายจะกลับมาเรียนมั้ย ” เด็กสาวถามอีกครั้ง
“ อาจจะ แต่ไม่รู้ว่าตอนไหน ” เด็กหนุ่มตอบเบาๆด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เด็กสาวแอบมองคู่สนทนา จึงพบว่ากายของเด็กหนุ่มเริ่มสั่นเทา น้ำใสไหลรินจากดวงตา โดยมีมือขวาที่ก่ายหน้าผาก คอยปิดบังอยู่
แววตาของเด็กสาวดูอ่อนโยนลง เธอเอื้อมมือไปลูบศีรษะของเด็กหนุ่มอย่างนิ่มนวล
…………………..
“ บรื้น….. ” เสียงมอเตอร์ไซด์ดังสะท้านกลางความเงียบ มันแล่นมาหยุดหน้าบ้านเดี่ยวหลังหนึ่ง ทันทีที่จอดสนิท เด็กหนุ่มหัวเขียวก็ดับเครื่อง เด็กสาวทอมบอยที่ซ้อนท้าย จึงะโลง พร้อมกล่าวขอบคุณ
“ ถึงบ้านแล้ว ขอบใจที่มาส่ง นายวิน ”
“ จะขอบใจทำแป๊ะอะไรกันเล่า บ้านชั้นก็อยู่ข้างบ้านเธอ ยัยทอมบอยบ้าพลัง ” เด็กหนุ่มหัวเขียวตอบกลับ ท่าทางกวนประสาท
“ ฮ้า เมื่อกี้นายเรียกว่าอะไรนะ ชื่อชั้นไม่มีรึไง ” ท่าทางของเด็กสาวดูเคร่งเครียด ก่อนจะเริ่มข่มขู่ด้วยการหักข้อนิ้วเสียงดัง
“ เอ่อ ล้อเล่นจ้า… จะพูดใหม่อีกครั้งนะ ไม่ต้องขอบใจชั้นหรอก ท่านหญิงจันทรา เหอ เหอ เหอ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวยิ้มแหยๆ และตอบใหม่ ท่าทีเอาใจ เพราะเกรงว่าตนจะโดนตื้บรอบสอง
“ ดีมาก แต่คราวหลังไม่ต้องขนานนามเต็มยศแบบนี้ ั้แ่รู้จักกันมา เคยมีซักครั้งมั้ยที่จะไม่กวน เรียกใหม่เดี๋ยวนี้ ” เด็กสาวเริ่มขึ้นเสียง
“ จ้าๆ คุณนายจัน กระผมนายมาวินสำนึกผิดแล้วครับ ” เด็กหนุ่มปรับคำพูดใหม่ แต่ก็แกล้งล้อเลียนด้วยการค้อมตัวลงต่ำ ราวกับบริกรชั้นดี
“ ตุบ ”
“ โอ๊ย ก็พูดดีๆแล้วนี่นา เธอมาเตะชั้นทำไม ” เด็กหนุ่มแหกปากร้อง เพราะโดนหวดแก้มก้นด้วยฝ่าเท้า
“ เออ คำพูดน่ะโอเค แต่ท่าทางนายมันกวนเบื้องต่ำชะมัด เห็นแล้วคันเท้า ” เด็กสาวตอบเสียงต่ำ ดวงตาฉายแววหงุดหงิด
“ เชอะ ไปแล้ว ทำคุณบูชาโทษชัดๆ ” เด็กหนุ่มเอ่ยลา พร้อมลากมอเตอร์ไซค์แต่งยี่ห้อฮอนด้าเข้าไปเก็บในบ้านสองชั้นโทรมๆ
หลังจากเด็กหนุ่มเข้ารั้วบ้านของตัวเองเป็ที่เรียบร้อย เด็กสาวที่ยืนส่งด้วยสายตา ก็เตรียมหันหลังกลับ ทันใดนั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียงเล็กแหลมที่กวนประสาท
“ ไปล่ะนา…..คุณนายจัน สาวคลุ้มคลั่ง บ้าพลัง อีกหน่อย ก็ขึ้นคานไม่มีใครเอา ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”
“ หน็อย ไอ้นายวิน ” เด็กสาวหันหลังกลับทันควัน เพื่อเตรียมวิ่งเข้าไปเอาเืปากของเด็กหนุ่มออก แต่ก็ช้าไป จอมแสบได้แวบหายเข้าไปในบ้านเป็ที่เรียบร้อย
“ หน็อย ไอ้บ้าห้าร้อย ” เด็กสาวะโด่าไล่หลัง
“ สองร้อยห้าสิบก็พอ ที่เหลืออีกครึ่ง ชั้นแบ่งให้เธอ ” เสียงกวนๆของเด็กหนุ่มดังออกมาจากในบ้าน
“ เออ พรุ่งนี้เช้า ไปส่งชั้นกลับบ้านด้วย ” เด็กสาวตะเบ็งเสียงตอบ
“ จ้า….. คุณนายจัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” เด็กหนุ่มโต้ตอบด้วยการหัวเราะกวนๆใส่
“ ฮึ่ม ฝากไว้ก่อนเถอะ พรุ่งนี้ชั้นจะอัดนายให้หน้าแหกเลย ” เด็กสาวขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ถึงกระนั้นก็ไม่อาจทำอะไรเด็กหนุ่มได้
……………………
ทันทีที่มาวินเข้ามาในบ้าน ก็พบกับห้องรับแขกที่มีโซฟาเก่าๆตั้งอยู่ ด้านหน้ามีแอลอีดีทีวีขนาด 70 นิ้ว ข้างๆปรากฏเครื่องเล่นเพลย์สเตชั่น 8 บนพื้น มีแผ่นบลูเรย์เกมนับสิบกองอยู่อย่างไร้ระเบียบ
มาวินเดินผ่านห้องนั้น แล้วขึ้นบันไดไปที่ชั้นสอง จากนั้นก็ตรงเข้าห้องนอน เมื่อมาถึงก็พบกับประตูไม้ที่มีภาพโปสเตอร์ของนักกีฬาเอ็กซ์ตรีมติดอยู่
เด็กหนุ่มเข้าไปในนั้น มันดูรกรุงรัง ราวกับรังหนู ผ้าปูบนเตียงยับยู่ยี่ หมอน ผ้าห่มกระจัดกระจาย มีชั้นวางของขนาบพื้นที่ผนังทั้งสองข้าง ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยแผ่นเกมคอมพิวเตอร์และหนังสือการ์ตูนหลายสิบเล่ม
เมื่อเหลือบมองด้านในสุด ก็ปรากฏโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่มีคอมพิวเตอร์กำลังสูงวางเรียงถึงสามเครื่อง มีโน๊ตบุ๊คหนึ่งตัววางอยู่ใกล้ๆ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกหลายอย่างที่ไม่อาจบรรยายได้หมด ทำให้ห้องนี้ดูคล้ายสถานีอวกาศที่แสนไฮเทค
เด็กหนุ่มโยนเป้สะพายหลังลงบนที่นอน จากนั้นก็เดินมาเปิดคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เพื่อรันให้พวกมันทำงาน
เด็กหนุ่มเวียนไปดูการทำงานของคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง ไม่นาน พวกมันก็พร้อมออนไลน์ เพื่อท่องไปในโลกไซเบอร์ที่ไร้ขอบเขต นิ้วของเขาเคลื่อนที่บนคีย์บอร์ดอย่างคล่องแคล่ว ดวงตาอ่านข้อมูลที่ปรากฏบนจอภาพอย่างเร่งรีบ
ทันใดนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเด็กหนุ่มก็ดังขึ้น เสียงรอสายเป็เพลงร็อกมันๆที่ใช้ประกอบการ์ตูนเื่เคนชิโร่ หมัดเทพเ้าดาวเหนือ เขากดรับทันที เพราะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ถูกตั้งเสียงรอสายเป็เพลงนี้
“ ไง ตุ้ยนุ้ย มีไรวะ ไอ้น้อง ” เด็กหนุ่มจ้องคอมตัวที่สาม นิ้วมือกดแป้นพิมพ์ถี่ยิบ
“ มีสิครับ ผมเจอเกมที่โคตรน่าเล่นเลย ” เด็กเรียนร่างเตี้ยอ้วนที่ปลายสายตอบกลับ
“ เออ เกมไร แนวไหน เล่นยังไง ” มาวินถามรัวเร็ว สายตาและนิ้วมือยังคงทำงานกับคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่อง
“ แนวแฟนตาซีครับพี่ สร้างตัวละคร ลุยดัน เก็บเวล ” ตุ้ยนุ้ยแจง น้ำเสียงดูตื่นเต้น
“ ไม่เอา เปลืองเวลา ี้เีฟาร์มว่ะ ” เด็กหนุ่มปฏิเสธทันที
“ น่า ลองหน่อยเถอะพี่ เกมมันเพิ่งเปิด คนเห่อกันทั้งเซิร์ฟเลย มีหลายอาชีพให้เลือก แถมมีแนวทางการเล่นนับร้อยแบบ…… ” ตุ้ยนุ้ยสาธยาย พร้อมจูงใจต่างๆนานา
“ พอเลย ไม่ต้องพ่นแล้ว ไอ้ตุ้ยนุ้ย สรุปว่าจะให้ชั้นเล่นไอดีของแก ใช่มั้ย ” เด็กหนุ่มร้องขัด เพราะในยามที่ตุ้ยนุ้ยเล่นเกมอะไรไม่ผ่าน เขามักจะให้มาวินช่วยเหลือเป็ประจำ
“ เอ่อ ชะๆ ใช่ครับพี่ พอดีเกมนี้ต้องใช้คีย์บอร์ดน่ะ แต่ผมไม่เก่ง เลยอยากให้พี่ช่วย” เด็กหนุ่มร่างอ้วนเสียงอ่อย เพราะถูกอีกฝ่ายล้วงความในใจ
“ ก็พอไหวนะ ว่าแต่คราวนี้แกจะให้อะไรชั้นเป็การตอบแทน ” มาวินถามเด็กหนุ่มรุ่นน้อง
“ ฟาคราย 13 เป็ไง พี่ยังไม่เคยเล่นเกมนี้ ผมจะแฮกจากเซิร์ฟเวอร์หลักและเอามาถวายให้ถึงที่เลย สนใจมั้ย ” ตุ้ยนุ้ยเสนอ นับว่าเป็รางวัลที่แสนล่อใจ
“ โอเค ชั้นจะเก็บเวลให้สามชั่วโมง หลังเสร็จงาน แกก็อัปโหลดฟาคราย13 ลงที่เว็บประจำ เดี๋ยวชั้นจะเข้าไปดาวน์โหลด ว่าแต่เกมที่จะให้เล่นมีชื่อว่าอะไร ” มาวินตอบตกลงแบบไม่ต้องคิด เพราะฟาครายเป็ซีรีส์เกมที่เด็กหนุ่มโปรดปราน เนื่องจากมันเป็แนวชู้ตเตอร์ที่ใช้กราฟิกสูง และถ้าเลือกเล่นในระดับยากสุด แม้แต่เซียนเกมอย่างเขาก็ผ่านไม่ได้ง่ายๆ นับว่าท้าทายฝีมือโดยแท้
“ เกมนั้นมีชื่อว่า The Dark World ” ตุ้ยนุ้ยตอบสั้นๆ จากนั้นก็ตัดสายไป
พอจบการสนทนา เด็กหนุ่มหัวเขียวก็หันมาโหลดเกมออนไลน์ดังกล่าวจากเซิร์ฟเวอร์หลัก ขั้นตอนต่อมาคือติดตั้งลงบนคอม แล้วเข้าสู่เกมโดยใช้ไอดีพาสเวิร์ดที่ตุ้ยนุ้ยส่งมาให้ทางไลน์ ทันทีที่ล็อกอิน เขาก็พบกับ“ The Dark World”
เกมแนวแฟนตาซีผจญภัยที่ใช้กราฟิกระดับสูงปรากฏตรงหน้า ไม่นาน เขาก็พบกับตัวละครที่หนุ่มรุ่นน้องสร้าง
ตัวละครดังกล่าวเป็หนุ่มหน้าตาหน่อมแน้ม ผมสั้นสีส้มเป็กระเซิง ร่างเพรียวบางแบบอิสตรีถูกซ่อนอยู่ในเสื้อแขนกุดสีขาว กางเกงผ้าฝ้ายบางสีส้ม เครื่องป้องกันเป็เกราะหนังสีดำ เมื่อมองไปที่อาวุธประจำกาย ก็เห็นเพียงดาบผุๆสนิมเขรอะจำนวนสองเล่ม
“ โห ดูเผินๆ โคตรกากเลยว่ะ ไหนดูอย่างละเอียดซิ นายมีอะไรบ้าง ” มาวินไล่ดูข้อมูลที่เมนูเกม สิ่งแรกที่เห็นก็คือรายละเอียดของตัวละคร
ชื่อจาฟัส เพศชาย อาชีพนักดาบ
LV.10
พลังชีวิต 350/350 กำลัง 15 โชค 12
พลังกาย 80/80 ความเร็ว 20 ปัญญา 6
พลังเวทย์ 32/32 ทนทาน 8 ทักษะ 10
“ โห ไม่เลวแฮะ เ้าตุ้ยนุ้ยเล่นสายตีเร็ว แบบนี้ก็เข้าทาง ไหนดูรายละเอียดของอุปกรณ์ซิ ” พอเด็กหนุ่มเห็นค่าพลัง ก็สามารถวิเคราะห์แนวการเล่นคร่าวๆออก และสิ่งที่เขาทำในเวลาต่อมาก็คือกดดูเมนูอุปกรณ์ของตัวละคร
อุปกรณ์
หัว = ไม่มี มือซ้าย = ดาบเหล็กสนิมเขรอะ
เครื่องประดับ = ไม่มี เสื้อผ้า = เสื้อชาวบ้าน
มือขวา = ดาบเหล็กสนิมเขรอะ เกราะ = เกราะหนัง
รองเท้า = รองเท้าหนัง
“ ฮะๆ โหลจริงว่ะ สมกับเป็เวล 10 คอยดูนะ เ้าอ้วน อีกสองชั่วโมง ตัวของแกต้องเข้าขั้นเทพ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” เด็กหนุ่มหัวเราะเยาะอุปกรณ์เสี่ยวแดกตามสไตค์พวกเลเวลต่ำ เขามั่นใจว่าสามารถปั้นตัวละครนี้ให้เทพภายในสามชั่วโมงได้
“ อืม เอางี้ เปิดมาก็ลงดันโหดๆเลยดีกว่า ” เด็กหนุ่มเหมือนจะเปรี้ยว เพราะทันทีที่เล่น เขาก็เริ่มเข้าดันเจี้ยนที่เหมาะกับพวกเลเวล 30 ทั้งที่ตัวละครของตนมีเลเวลแค่ 10
ถ้าผู้เล่นทั่วไปเข้ามา ก็เหมือนฆ่าตัวตาย แต่ไม่ใช่มาวิน เขาสามารถบังคับตัวละครลุยฝ่านักรบโครงกระดูก ศัตรูหลักของดันเจี้ยนได้อย่างง่ายดาย การโจมตีที่หนักหน่วงไม่ต้องผิวกายของตัวละคร เพราะการอ่านจังหวะ และฝีมือการคอนโทรลของเด็กหนุ่มอยู่ในขั้นสุดยอด
มาวินเปิดฉากด้วยการฟันรัวๆ จากนั้นก็ถอยฉากออกมา แล้วปล่อยคลื่นพายุน้อยๆใส่กลุ่มศัตรู พอพวกมันเริ่มกรูเข้ามาหลายตัว เขาก็พลิกแพลงหลอกล่อจนหลุดจากวงล้อมได้ ปิดท้ายด้วยวิ่งหนีสลับหันกลับไปสู้ เพื่อเก็บศัตรูที่ล้ำหน้า
นิ้วทั้งสิบพลิ้วไหวบนแป้นพลาสติก เขาเพลิดเพลินกับการต่อสู้อยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุด ก็พบกับบอสประจำดันเจี้ยน
บอสใหญ่เป็ปีศาจโครงกระดูกในเสื้อคลุมตัวโค่ง มันสูงราวสามเมตร ในมือถือดาบยาวทรงโค้ง ส่วนอีกข้างถือโล่โครงกระดูก บนศีรษะสวมมงกุฎทอง ท่าทางน่ากลัว
มาวินคอนโทรลตัวละครให้เคลื่อนที่ไปมา ด้วยบอสใหญ่มีการโจมตีที่รุนแรง ซึ่งถ้าพลาดพลั้ง ก็ตายในดาบเดียว บางครั้งปีศาจร้ายก็พ่นลาวาออกจากปาก แต่เด็กหนุ่มก็หลบหลีกได้อีก
“ ฝีมือมันไม่ใช่ย่อยแฮะ แถมตัวเราก็บางเกินไป โดนปังเดียว มีหวังได้ไปเฝ้าเง็กเซียน หนีไปเรื่อยๆ เพื่อดูเชิงก่อนดีกว่า ” มาวินประเมินสถานการณ์อย่างใจเย็น จากนั้นก็บังคับตัวละครให้หลบการโจมตีหลายกระบวน เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ถึงบางอ้อ
“ ถ้าอยู่ใกล้ มันจะฟันสี่ห้าที แล้วพ่นลาวาใส่ แต่ถ้าอยู่ไกล มันจะพ่นลาวาใส่ และตามเข้ามาฟันเท่าๆกับตอนตีใกล้ พอพ่นลาวาออกมาครั้งนึง ต้องหยุดนิ่งประมาณสามวิ เพื่อชาร์จพลัง เข้าใจแล้ว ดีล่ะ ”
เมื่ออ่านทางได้ทั้งหมด มาวินก็ฉากหลบตลอด จากนั้นก็อาศัย่จังหวะที่ปีศาจโครงกระดูกหยุดชาร์จพลัง เพื่อเข้ามาเล่นงานด้วยทุกกระบวนท่าที่มี ไม่นาน ก็ถึงจุดจบ
“ ตูม……. ”
เสียงะเิดังสนั่น พร้อมร่างปีศาจที่แตกกระจาย กระดูกชิ้นเล็กๆของมันกลับกลายเป็ฝุ่นผง จากนั้นก็ปรากฏข้อความภาษาไทยบนหน้าจอ
“ ยินดีด้วย คุณผ่านดันเจี้ยนเลเวล 30 แล้ว ”
“ ฮะๆ ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก ” เด็กหนุ่มดูค่าสเตตัส พบว่าตอนนี้เลเวลของตัวละคระโไปที่ 25 แล้ว
“ อ้าว เพิ่งผ่านไปแค่ห้าสิบนาทีเองเหรอ น่าจะเล่นได้อีกซักสามเกมนะ ” เด็กหนุ่มพูดกับตัวเอง
…………………….
เวลาล่วงเข้าเที่ยงคืน มาวินกำลังนั่งดูคลิปกีฬาเอ็กตรีมเก่าๆ เขารอสายตุ้ยนุ้ยอยู่ ทันใดนั้นเอง เสียงริงโทนหมัดเทพเ้าดาวเหนือก็ดังขึ้น
“ ฮัลโหล ไง ไอ้ตุ้ยนุ้ย พอใจในผลงานมั้ย ” มาวินร้องทัก
“ สุดยอดมากครับ แม่งโดดไปที่เวล 38 แถมอาวุธแต่ละชิ้นที่ได้มาก็โคตรเทพเลย ตอนนี้ตัวของผมเก่งเป็อันดับต้นๆของเซิร์ฟแล้ว พี่ทำได้ไงเนี่ย ” ตุ้ยนุ้ยตอบลิ้นพันกัน น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ
“ ของง่ายๆว่ะ ชั้นก็แค่เข้าไปลุยในดันเวล 30 เท่านั้นเอง ” มาวินตอบแบบไม่ใส่ใจ เหมือนมันเป็เื่ง่ายที่ใครก็ทำได้
“ หา บ้าไปแล้ว ตัวละครผมเวล 10 แต่ดันทะลึ่งไปเล่นดันเวล 30 แค่โดนลูกสมุนมันอัดทีเดียว พี่ก็ม่องแล้ว ” ตุ้ยนุ้ยอุทานดัง ท่าทางใยิ่งกว่าเดิม
“ ก็อย่าให้โดนอัดสิฟะ แค่นี้ก็ไม่ตายแล้ว ” มาวินตอบหน้าตาเฉย
“ พูดน่ะมันง่าย แต่ไม่มีใครทำได้หรอก พี่โม้รึเปล่า ทำได้ไง บอกหน่อยสิ อย่ากั๊กความรู้กันเลย ” ตุ้ยนุ้ยยังไม่เชื่อ
“ เหอ เหอ เหอ ” มาวินหัวเราะแห้งๆ แต่ก็ไม่กล่าวคำใดต่อไป เพราะถึงพูดอย่างไร ตุ้ยนุ้ยก็ไม่เชื่ออยู่ดี เด็กหนุ่มจึงกดตัดสายโดยเร็ว
มาวินเริ่มดาวน์โหลดฟาคราย 13 ที่หนุ่มรุ่นน้องแอบแฮก แล้วเอามาปล่อยบนเว็บอัปโหลดสาธารณะอย่างเร่งร้อน พอเสร็จสรรพ ก็รีบติดตั้ง กระบวนการทุกอย่างกินเวลาไม่กี่นาที เนื่องจากคอมพิวเตอร์ที่ใช้มีกำลังประมวลผลสูง
ไม่นาน ภาพกราฟิกของเกมเกรดAAA ก็ปรากฏ มันเป็ฉากป่าดงดิบสุดโหดที่มีตัวละครหน้าตาคล้ายแรมโบ้ยืนอยู่ตรงกลาง
“ ฮะๆ เยี่ยมไปเลย มาดูกันว่าพวกแกจะเจ๋งแค่ไหน ” เด็กหนุ่มพึมพำเบาๆ ดวงตาลุกวาวเป็ประกาย ราวกับเห็นอัญมณีล้ำค่าอยู่ตรงหน้า
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
