ครูฝ่ายปกครองตัดสินว่าเราเป็ฝ่ายผิดที่ทำให้ห้องสมุดพังเละเทะ ซึ่งมันก็เป็เื่จริง ผมเถียงไม่ได้เลย และตอนนี้ผมกำลังรอฟังคำตัดสินจากครูประจำชั้น
“ลูกฉันจะถูกไล่ออกมั้ยคะครู” เสียงของแม่สั่นเครือ คล้ายอ้อนวอน
แม่ของเมย์และเฮกเตอร์เองก็ดูวิตกกังวลไม่แพ้กัน สีหน้าของผู้ปกครองทั้งสามเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดรอคำตอบ นี่อาจเป็วันสุดท้ายของผมที่โรงเรียนนี้ก็เป็ได้
เดี๋ยวนะ ไล่ออกงั้นเหรอ ก็ดีสิ ถ้าโดนไล่ออกก็หมายความว่าผมไม่ต้องมาโรงเรียนนี้อีก ผมจะได้กลับไปอยู่บ้านเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนใหม่ในปีหน้า ถ้าโชคดี พ่อกับแม่อาจยอมให้ผมเข้าโรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ก็ได้ ระหว่างที่อยู่ว่าง ๆ ผมก็คงต้องหางานทำ เก็บเงินช่วยพ่อกับแม่จ่ายค่าเทอม สงสัยว่าจะมีที่ไหนรับเด็กอายุสิบสามเข้าทำงานมั้ยนะ
“คงไม่ถึงขั้นไล่ออกหรอกค่ะ ครั้งนี้เป็การตักเตือน และขอให้คุณแม่รับทราบพฤติกรรมของนักเรียนไว้” ครูรินพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เด็ดขาด
บ้าเอ๊ย! แค่ตักเตือนเองเหรอ ผิดหวังชะมัด ผมต้องพังอะไรอีกถึงจะโดนไล่ออกกันนะ
“ครูเข้าใจค่ะว่านักเรียนใหม่ต้องใช้เวลาปรับตัว ซึ่งในกรณีนี้ครูจะช่วยพูดคุยปรับความเข้าใจกันต่อไป ส่วนเื่ความเสียหายในห้องสมุด ทางโรงเรียนจำเป็ต้องมีมาตรการลงโทษตามระเบียบ อย่างไรก็ตาม ถือว่าโชคดีที่ไม่มีทรัพย์สินสำคัญเสียหาย” ครูหยุดชั่วครู่เพื่อประเมินสีหน้าของเหล่าผู้ปกครอง ก่อนจะกล่าวต่อ
“แต่หากนักเรียนยังมีพฤติกรรมเช่นนี้อีก ยังมีการทะเลาะวิวาทหรือก่อความเสียหายซ้ำซ้อน ทางโรงเรียนอาจต้องพิจารณาให้พักการเรียน คุณแม่เข้าใจใช่มั้ยค่ะ”
แม่พยักหน้ารับ สีหน้าโล่งใจขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนผม… นี่มันเหมือนชี้โพรงให้กระรอกเลย พักการเรียนก็ไม่เลว ยังไงผมก็ไม่อยากมาโรงเรียนอยู่แล้ว
“แต่เด็ก ม.6 สองคนที่เพิ่งออกไปเมื่อกี้ คุณครูจะไม่ทำโทษหน่อยหรือคะ ฉันกลัวว่าพวกเขาจะกลับมารังแกลูก ๆ ของเราอีก และถ้าสามีของฉันรู้เข้ากลัวว่าจะเป็เื่ใหญ่” แม่ของเฮกเตอร์ถามด้วยความกังวล
“เราตักเตือนพวกเขาไปเรียบร้อยแล้วค่ะ วันนี้เชิญผู้ปกครองมาเพื่อรับทราบว่าเด็กทั้งสองต้องทำความสะอาดห้องน้ำเป็เวลาหนึ่งสัปดาห์เพื่อเป็การลงโทษ และถ้ายังก่อเื่อีก คงจะต้องให้พักการเรียน”
ครูเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะหันมาทางพวกเรา “ส่วนพวกเธอทั้งสามคนก็ต้องถูกทำโทษโดยการไปช่วยงานที่ห้องสมุดใน่พักกลางวันเป็เวลาหนึ่งเดือน”
“ครูคะ” เมย์ยกมือขึ้นทันที สีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม “ทำไมพวกเราโดนลงโทษนานกว่าตั้งเดือนหนึ่ง แต่พวกนั้นแค่อาทิตย์เดียวเองล่ะคะ”
“เพราะพวกเธอทำให้ห้องสมุดเสียหายจนต้องปิดใช้งานยังไงล่ะคะ” ครูตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “จะมีสมุดเซ็นชื่อให้บรรณารักษ์คอยรายงานพฤติกรรม และพวกเธอต้องช่วยกันดูแลห้องสมุดให้กลับมาเป็ระเบียบเรียบร้อยเหมือนเดิม เริ่มั้แ่วันนี้ ทำได้ใช่มั้ยคะ”
“ครับ/ค่ะ” เราตอบพร้อมกัน
“ถ้าอย่างนั้นก็หมดธุระแล้วค่ะ เชิญคุณแม่และนักเรียนตามสบายนะคะ” ครูรินลดายืนขึ้น ยกมือไหว้กล่าวลาผู้ปกครอง
ผมลุกขึ้นเดินตามแม่ออกจากห้องเย็น ใจลอยไปถึงอิสรภาพที่รออยู่ข้างหน้า วิเศษไปเลย แค่หาเื่ชกต่อยอีกครั้งเดียวผมก็จะได้พักการเรียนกลับไปนอนเล่นที่บ้าน วิธีง่าย ๆ แบบนี้ ทำไมผมเพิ่งคิดออกนะ
“เจมส์... เจมส์!” เสียงของแม่ดึงผมออกจากภวังค์
“ฮะ?" ผมหันไปมอง
“เป็อะไรหรือเปล่า ลูกดูใจลอยจัง” แม่เอื้อมมือมาลูบหัวผมเบา ๆ สายตาเต็มไปด้วยความห่วงใย “ไม่ต้องห่วงนะ ครูก็บอกแล้วว่าครั้งนี้แค่ตักเตือน แม่รู้ว่าลูกไม่ใช่เด็กเกเร แต่ลูกต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าเข้าไปยุ่งกับเื่อันตรายเลยนะ แม่เชื่อว่าลูกเป็เด็กฉลาด ลูกปรับตัวเข้ากับโรงเรียนได้อยู่แล้ว”
แม่เดินมาส่งผมถึงหน้าห้องเรียน หยุดมองบรรยากาศรอบตัวก่อนจะเอ่ยขึ้น “ตั้งใจเรียนนะลูก แล้วเจอกันที่บ้านจ้ะ” พูดจบแม่ก้มลงหอมแก้มผมเบา ๆ
“ไม่เอาน่าแม่ อายเขา” ผมเบี่ยงหน้าหลบ แม่หัวเราะเบา ๆ โบกมือลาแล้วเดินจากไป
เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีเมื่อผมกลับมานั่งที่โต๊ะ เมย์และเฮกเตอร์เดินตามเข้ามาติด ๆ ผมหยิบหนังสือเรียนออกจากกระเป๋า กางออกตรงหน้า พลางคิดแผนบางอย่างในใจ แผนร้ายที่จะฉุดตัวผมและรุ่นพี่เกเรสองคนให้ถูกพักการเรียนไปพร้อมกัน