บทที่ 21 เงินสำคัญ แต่เธอสำคัญกว่า !
ถังซีเหมียนพยักหน้า "สัปดาห์หน้าเงินเดือนของพวกเราจะได้มาแล้ว แต่พอมีของเหล่านี้ พวกเราจะหาเงินได้ง่ายขึ้นด้วย" เธอตบกระเป๋าของตัวเองเบา ๆ
กระเป๋าใบเล็กนี้เป็ของที่เธอซื้อให้ตัวเองหลังจากได้เงินพิเศษจากการทำงาน ราคา 1 หยวน 5 เหมา รูปแบบเรียบง่าย มีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างมาก
เพราะอยู่บนรถของคนอื่น ถึงจะมีคำพูดหวานหูมากมายแค่ไหนก็ไม่อาจพูดออกมาในตอนนี้ได้
เมื่อถึงบ้าน ฟ้าก็มืดแล้ว ตำรวจาุโก็ไม่ได้อยู่กินข้าวต่อ แล้วเอ่ยขอตัวกลับก่อน แต่ตอนที่เขากลับไปเติมน้ำมันในอำเภอ เขาก็เห็นธนบัตร 10 หยวนนั้น
"เ้าเด็กคนนี้นี่ !"
ตำรวจาุโหัวเราะอย่างจนปัญญา ธนบัตรใบนั้นดูเหมือนจะมีความอบอุ่น...
ณ ลานบ้านตระกูลฉู่ ถังซีเหมียนมองฉู่เจียงชวนที่จ้องมองเธออยู่ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
"เกิดอะไรขึ้น ?" เมื่อเห็นทั้ง 2 คนดูเหมือนจะทะเลาะกัน สวี่กว่างเฟินก็ตีลูกชายไป 1 ทีโดยไม่ทันคิด "มีอะไรก็พูดมา ! มัวแต่ยืนเงียบอยู่ได้"
ฉู่เจียงชวนจูงถังซีเหมียนเข้าไปในบ้าน และพูดอย่างระมัดระวัง "ผมต้องตามคุณตลอดเวลาเลยไหม หืม ?!"
ถังซีเหมียนยิ้มเผยฟันขาวให้เขา และพยายามทำท่าทางออดอ้อน
ฉู่เจียงหรงสังเกตเห็นว่าแขนของเธอบวมขึ้นเล็กน้อย "แขนเป็อะไรน่ะ ?"
"ใจกล้าเกินไปแล้ว !" ฉู่เจียงชวนชี้ไปที่แขนของเธอ "เมื่อวานนั่งกินข้าวอยู่บนถนน เห็นคนถือมีดจะฟันคน เธอก็เข้าไปช่วยเลยทำให้ได้แผลมานี่ไง !"
ถังซีเหมียนพูดเสียงเบา "ฉันไม่เป็ไรหรอกน่า ! ไอ้หมอนั่นเป็ฆาตกรด้วย ตอนนี้ก็ถูกจับไปแล้ว แถมฉันยังได้เงินมา 2,000 หยวนด้วยนะ !"
เงินถูกหยิบออกมาแล้ว แต่สายตาของสวี่กว่างเฟินกลับเ็าลง ยื่นมือไปจิ้มหน้าผากถังซีเหมียนแรง ๆ "เด็กบ้า ! เงินสำคัญกว่าชีวิตเธอหรือไง !"
ฉู่เจียงหรงตรวจดูาแของเธออย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าบวมไม่มากถึงได้โล่งใจ "เหมียนเหมียน ทำอะไรลงไป ! ถึงบ้านเราจะขาดเงินก็ไม่ควรทำอะไรแบบนี้นะ !"
"โอ๊ย พี่อย่าคิดมากสิ ตอนนั้นมีเด็กอยู่ด้วยนะ !" ถังซีเหมียนถูกแม่สามีจิ้มหน้าผากไม่ได้รู้สึกโกรธแต่อย่างใด ดวงตาแดงด้วยความซาบซึ้ง "ไม่เป็ไรจริง ๆ ค่ะ ! แค่ยังไม่หายเจ็บนิดเดียวเอง !"
ทั้งครอบครัวจึงไม่พูดถึงเื่นี้อีก สวี่กว่างเฟินรับหน้าที่ทำงานบ้านทั้งหมด เมื่อถังซีเหมียนลงมือทำอะไรก็จะโดนตีมือ 1 ที "ไปพักผ่อนในห้องเดี๋ยวนี้ !"
เงินก้อนใหญ่ 2,000 หยวน ทั้งครอบครัวช่วยกันนับอยู่หลายรอบ เมื่อรวมกับเงินที่ ถังซีเหมียนหาได้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้บ้านพวกเขามีเงิน 2,500 กว่าหยวนแล้ว บวกกับเงินที่ขายข้าวสาลีตอนนี้ก็มีเกือบ 3,000 หยวน !
ฉู่เจียงชวนจะเอาเงินของตัวเองมาเพิ่มด้วย แต่สวี่กว่างเฟินปฏิเสธ "พวกเธอเก็บเงินไว้บ้างสิ !"
น่าน่ากอดตุ๊กตาเสือตัวเก่ามองอยู่ไกล ๆ สักพักจึงเอ่ยปาก "ยายคะ น่าน่าไม่รักษาแล้ว!"
ฉู่เจียงหรงหันไปมองลูกสาว พลันรู้สึกเ็ปในใจ "น่าน่า..."
"น้าเจ็บขนาดนี้ก็เพราะน่าน่า ขอโทษค่ะ น้าหนูไม่รักษาแล้ว !"
ขอบตาของน่าน่าแดงก่ำไม่นานน้ำตาก็หลั่งรินลงมา แต่ถังซีเหมียนกลับไม่ปลอบใจเหมือนที่เคยทำ
"พูดอะไรของเธอ ! หายป่วยแล้วก็ตอบแทนสิ ! เงินพวกนี้น้าให้ครอบครัวเธอยืมทั้งนั้น เมื่อหายป่วยก็ต้องใช้คืนนะ ! เธอคิดว่าทำไมตอนนี้ถึงไม่ให้เธอทำงานล่ะ ?"
น่าน่าชะงักไปทันที
"อีกอย่าง พ่อของเธอหลูต้าจ้วง ตอนนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่ดี ๆ เธอยังไม่ได้เห็นคนเลวคนนั้นได้รับกรรมเลย แค่นี้ก็จะไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วเหรอ ? เธอช่างไร้ประโยชน์จริง ๆ !"
"น้าพูดมั่ว !" น่าน่าลุกขึ้นยืนจากเตียงเตาทันที "น่าน่าไม่ได้เป็แบบนั้นค่ะ !"
ถังซีเหมียนแค่นเสียงฮึ "เธอไม่ยอมกินข้าวให้ดี แล้วไม่คิดจะรักษาตัว ไม่อยากหายป่วย เธอนี่มันขี้ขลาดชัด ๆ !"
"หนูไม่ใช่นะ !"
มือของน่าน่าเริ่มสั่น แต่เธอพยายามควบคุมตัวเอง สูดลมหายใจเข้าออกเฮือกใหญ่ "น่าน่าไม่ได้เป็แบบนั้น ! ไม่ใช่คนแบบนั้นแน่นอนค่ะ !"
น้ำตาไหลออกมาจากหางตา แต่อัศจรรย์ที่เธอไม่ล้มลงกลับทนผ่านมันมาได้ "น่าน่าจะต้องหายดี ! แล้วจะใช้เงินคืนน้าค่ะ !"
ถังซีเหมียนแย้มยิ้มบาง ๆ "แบบนี้ค่อยดีหน่อย !"
ไม่รู้ว่าเป็เพราะอยากประชดหรือเปล่า มื้อเย็นน่าน่าจึงกินข้าวเยอะเป็พิเศษ แถมยังอาสากวาดพื้นอีกต่างหาก
เห็นเด็กน้อยเต็มไปด้วยพลังงาน ทุกคนในครอบครัวต่างแอบยิ้มกัน
ถังซีเหมียนพูดว่า "แค่ไปเรียน 1 วันก็ไม่น่าจะทำให้ฉันถูกหลอกได้ขนาดนี้ !"
เมื่อกลับถึงห้อง สิ่งแรกที่ฉู่เจียงชวนทำคือถอดเสื้อนอกของถังซีเหมียนออก หลังจากเห็นชัดเจนว่าแขนของเธอมีแค่รอยาแเดียว และไม่มีาแที่อื่นอีก ฉู่เจียงชวนจึงกดภรรยาให้นั่งลงบนเตียง
"นั่งลง !"
ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มดูเคร่งขรึม และน้ำเสียงก็จริงจังมาก
ถังซีเหมียนรู้ว่าเขาเป็ห่วงตัวเธอ หญิงสาวจึงยิ้มตาหยีมองสามีเดินออกไป
ไม่นานนัก ฉู่เจียงชวนก็กลับเข้ามาพร้อมถังน้ำ เขาล้างหน้าให้เธอก่อนอันดับแรก
"อย่าขยับ" เขากดมือของเธอไว้ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับพยายามกลั้นความรู้สึก
ถังซีเหมียนปล่อยให้เขาเช็ดใบหน้าของตน และยิ้มอย่างน้อยใจ "ยิ้มให้ฉันหน่อยสิ..."
ฉู่เจียงชวนยังคงเงียบ ก้มหน้าถอดถุงเท้ารองเท้าให้เธอแล้วค่อย ๆ วางเท้าของเธอลงในน้ำ
ติ่ง !
เสียงน้ำหยดลงน้ำดังชัดเจน ทำให้ถังซีเหมียนชะงักไปครู่
"เหมียนเหมียน..." ฉู่เจียงชวนเงยหน้ามองเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา "คุณอย่าเสี่ยงแบบนี้อีกเลยนะ ได้ไหม ?"
"ผมไม่ได้อยากรวยหรือมีอำนาจ แค่ขอให้เราได้อยู่ด้วยกันดี ๆ ก็พอ"
ถังซีเหมียนมองดวงตาของเขาที่เต็มไปด้วยน้ำตา พลันอดนึกถึงชาติที่แล้วไม่ได้ มือที่กอดเขาสั่นระริก "ขอโทษ... ขอโทษนะเจียงชวน... ขอโทษ..."
เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะทำให้เขาร้องไห้อีกในชีวิตนี้ แต่ว่า...
สุดท้ายเธอก็ทำไม่สำเร็จ
ฉู่เจียงชวนโอบกอด และจูบเธออย่างดุดัน น้ำตาเต็มไปด้วยความขมขื่นแต่ก็ไม่มีใครสนใจมัน
แขนของถังซีเหมียนถูกเขาปกป้องไว้อย่างดี แม้ว่าร่างจะถูกกดลงบนผ้าห่ม แต่ก็ไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อย
ทุกอย่างหยุดลงในชั่วพริบตา ถังซีเหมียนผลักร่างชายหนุ่มที่อยู่บนตัวเธอออกอย่างไม่พอใจ "คุณทำอะไรน่ะ !"
ฉู่เจียงชวนปกป้องเธอไว้ มือข้างนึงดึงผ้าห่มออกและหอบหายใจถี่ "ไม่ได้ คุณยังาเ็อยู่..."
พูดยังไม่ทันจบ ร่างแข็งแกร่งของชายหนุ่มก็ถูกกดลงบนผ้าห่มเสียแล้ว "ผู้ชายอะไรพูดมากจัง..."
ฉู่เจียงชวน "..."
2 สัปดาห์ที่ไม่ได้กินเนื้อดี ๆ ผู้ชายคนนี้ช่างน่ากลัวจริง ๆ ตอนที่ถังซีเหมียนกำลังจะผล็อยหลับไป เธอคิดว่าถ้าไม่ได้ยับยั้งเขาไว้ วันนี้จะได้นอนหลับสบายไหมนะ
วันรุ่งขึ้นตื่นสายจนตะวันลอยเดินอยู่กลางหัว น่าน่าเดินตามหลังแม่ไปซักผ้า เมื่อเห็นถังซีเหมียนเดินออกมาก็ไม่พูดอะไรกับเธอ
ฉู่เจียงชวนส่ายหน้าอย่างจนใจ เด็กน้อยคนนี้ช่างดื้อรั้นเสียจริง !
ถังซีเหมียนไม่คิดจะไปถือสาหาความกับเด็ก เธอดึงฉู่เจียงชวนไปดูเครื่องปรุงของตัวเอง "นี่คือเครื่องปรุงที่ฉันบอกว่าจะใช้ทำปิ้งย่าง ตอนนี้เหลือแค่ยี่หร่าและโป๊ยกั๊กที่ยังหาไม่ได้"
"มันหน้าตาเป็ยังไงเหรอ ?" ฉู่เจียงชวนถาม
ถังซีเหมียนหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาวาดให้ดู "แบบนี้ ฉันคิดว่ายังไงเราก็ต้องมีอาชีพเป็ของตัวเอง คุณเองก็ไม่สามารถพึ่งงานรับจ้างไปตลอดชีวิตได้นะ"
ฉู่เจียงชวนมองภาพที่เธอวาดแล้วพยักหน้า "บนูเาของเรามีนะ ผมจะไปหามาให้ !"
ถังซีเหมียนอยากจะไปด้วย แต่ถูกฉู่เจียงชวนปฏิเสธ "คุณพักอยู่บ้านจะดีกว่าร่างกายยังมีาแ อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม"
"แล้วเมื่อวานคุณยังทำกับฉัน..." ถังซีเหมียนพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำพลางบีบเนื้อนุ่ม ๆ ที่เอวของเขา
ฉู่เจียงชวนรีบปิดปากเธอ "คุณไม่รู้จักคำว่าอายบ้างเลยหรือไง !"