อะไรค้ำยันพื้นได้ก็รีบค้ำไปด้านหลัง เมื่อเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อสลับกับโลหะวิ้งวับที่ทำให้ต้องเบี่ยงหนีแม้ว่ามันจะค่อยๆ เคลื่อนตามมาก็เถอะ
“แม่ทัพหนานหยาง! ท่านใจเย็นๆ ก่อน”
เกิดใหม่ทั้งที่อายุขัยฉันกำลังจะสั้นกว่ายุงลายตัวหนึ่ง!
ไม่หรอกพระเ้าคงไม่ใจร้ายกับฉันขนาดนั้นหรอก
พระเ้ากำลังนอนตะไบเล็บมองจากบนวิมาน พอเห็นคนพาดพิงก็เหลือบหางตามองอย่างไม่แยแสเอ่ย ‘แกตายแน่’
มะปรางร่างจิตก็หงุดหงิดสวนทันควัน ‘แกน่ะสิตาย’
โลหะด้านราบเรียบถูกตีเบาๆ แปะๆ ที่ิัจนฉันขนลุกเกรียว วิธีทักทายมีเยอะแยะ เรานั่งสวัสดีหรือเช็คแฮนด์กันก็ได้มั้ง (ไรท์:เขาไม่ได้ทักจ่ะลูกจ๋า)
จะเคลื่อนอาวุธน่ากลัวนี่ตามคนกระดึ๊บตัวหนี่ทำม๊ายยย?
กึก
จู่ๆ กระบี่ก็พลิกหันจากด้านเรียบเป็ด้านคม
“ผิงอัน เ้าเป็อิสตรีวิ่งโล่มาหาผู้ชายทุกวี่วันไม่พอ จิตใจยังคิดสกปรก แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้าก็ไม่เว้น เพียงเพื่อทำลายของลับของผู้อื่น เพียงเพื่อสนองอารมณ์ตัวเอง เ้ามันคนบาปหยาบช้า เ้าหน้าไม่อาย”
ไอ้คนวิ่งโล่ที่ว่ามันตัวร้ายต้นฉบับไม่ใช่ฉันนะ ถึงเื่เผาบัวฉันจะเป็คนคิดก็เถอะ แต่นั่นก็เป็เพราะคนมันเพิ่งเกือบตายมาหยกๆ นี่ มันเป็สัญชาตญาณอ่ะ ไม่ได้ตั้งใจเลยจริงจริ๊ง
เฮ้อ ชีวิตฉันมันก็แค่ยุงลายตัวหนึ่ง
“ข้าไม่ได้ชั่วร้ายอย่างที่ท่านว่าสักนิด ช่างเถอะ ข้าผิดเอง ข้าสำนึกผิดแล้ว”
อยากให้เป็คนบาปเดี๋ยวบาปให้ก็ได้
“เ้าเสแสร้งทำอะไร” เขาทำหน้าเหมือนว่าฉันถูกผีเข้าจนฉันต้องรีบโต้
“ท่านไม่ต้องถือสาทุกคำที่ข้าพูดได้ไหม”
“ไม่” ตอบกลับเร็วเกิ๊น “ข้าถือคำพูดเป็จริงจัง เ้าเองก็ควรทำเช่นกัน มิใช่พูดกลับกลอกพลิกลิ้นไปเรื่อย”
โอ๊ย เอาเลย อยากด่าอะไรก็ด่ามา
ฉันเนือยหน้าเซ็ง
“อีกเื่ ข้าตัดใจจากท่านได้แล้ว”
เขามองอย่างไม่เชื่อ
“ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรให้ท่านรำคาญใจอีก ตอนนี้ข้าเป็คนใหม่แล้ว ไม่วิ่งไล่ตามตื๊อท่านอีกแล้ว”
เอาเข้าไป ยิ่งพูดคนฟังยิ่งคิ้วผูกปม ประหนึ่งว่าอยากจะถอยเท้าหนีแต่กลัวเสียฟอร์ม จะพูดอะไรก็พูดไม่ออก
“ท่านผู้จิตใจดี เอาปลายกระบี่อันนี้ออกห่างๆ ร่างกายของข้าเถอะนะ”
พอพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ น่ารักเป็เด็กดีแบบนั้น ดูออกเลยว่าเขาคิดว่าฉันผีเข้าจริงๆ
สายตานั่นมองกันอย่างกับเครื่องสแกนเนอร์ราวกับกำลังจับผิด รับบทเป็หลวงจีนเตรียมไล่ผีแล้วมั้งน่ะ ยังอีกยัง ยังมองไม่จบ
หมับ!
‘เ้า! หน้าไม่อาย นี่เ้า! เ้าก-กอดข้า” ปากพูดแบบนั้นแต่ก็ไม่ผลักออก
ไม่ได้พุ่งมากอดเพราะพิศวาสหรอกนะ!
“เห็นไหม ขนาดข้าเกาะเอวท่านเช่นนี้ ข้ายังเฉยๆ ไม่หวั่นไหวกับท่านเลยสักนิด” ฉันรัดแน่นขึ้น “ท่านดูสิ ขนาดนี้แล้วหัวใจข้ายังเต้นปกติเลย”
หน้าตาก็ดีทำไมเอวแข็งขนาดนี้
“อืม”
คนเขาลงทุนลงแรง แต่กลับมีปฏิกิริยาแค่นี้?
ฉันกัดริมฝีปากตัวเองอย่าขัดใจ ก่อนที่จะเผลอค้อนวงใหญ่ใส่เขาโดยไม่รู้ตัว
“ท่านช่วยพูดยาวกว่านี้หน่อยได้ไหม ว่าแต่…ทำไมท่านหน้าแดงๆ ร้อนมากเหรอ”
เพิ่งรู้ว่าพระเอกขี้ร้อนง่ายอย่างกับแมงกะพรุน (?)
เขาไม่ตอบแต่เมินหน้าหนีกันซะงั้น ไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่าพระเอกนิสัยงี้ ตามพล็อตในนิยายเขาต้องสุขุมเรียบร้อยเป็พ่อคนดีศรีสังคมผู้เปี่ยมไปด้วยกิริยามารยาทงดงามไร้ที่ติ
ฉันคลายกอดหลวมๆ ไม่ให้เขาร้อนตาย
“อย่าหวังเลยว่าเ้าจะทำให้ข้าอับอายได้”
จู่ๆ เขาก็พึมพำงึมงำอะไรไม่รู้เสียงสั่น ทั้งยังใช้มือแข็งๆ เอากระบี่มาตวัดเกี่ยวผ้าแถวร่องอกจนขาดเป็รู
ดีนะที่ผละออกมาทันเลยไม่ขาดไปมากกว่านี้
อยู่ดีๆ ก็เอากระบี่มาวุ่นวายกับเสื้อผ้าคนอื่น การที่ทำแบบนี้ไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งๆ ที่ฉันคิดว่าเราปรับความเข้าใจกันแล้ว
นี่มันไม่ไร้สาระไปหน่อยเหรอ
เขามองมาที่บริเวณผ้าที่ขาด ง้างกระบี่ตั้งท่าเหมือนว่ายังไม่พอใจ
พระเอกลูกกตัญญูกำลังคลั่ง!
“ข้าจะไม่ยอมอับอายอยู่ฝ่ายเดียว เ้าต้องได้รับบทเรียน”
เขาตวัดกระบี่จากล่างขึ้นบน ฉันะโหนีได้อย่างหวุดหวิดทั้งที่ตอนนี้สมองกำลังประมวลผลทำความเข้าใจอย่างหนัก
ฉันหงุดหงิดตวาดลั่น
“ท่านจะบ้าเหรอ!”
พูดได้แค่นั้น หลังจบประโยกก็เริ่มสับเท้าวิ่งทันที และเกมวิ่งไล่จับที่ฉันไม่ได้สมัครใจจะเข้าร่วมก็เริ่มขึ้น
1 ชั่วโมงต่อมา…
จมน้ำฉันยังดิ้นจนหมดแรง แล้วตอนนี้จะได้หยุดวิ่งตอนไหน!
ฟึ่บ วืด ฟึ่บๆ วืด
“ท่านเลิกเอากระบี่มาฟันข้าสักทีได้ไหม ข้าบอกว่าข้าไม่…”
“คนบ้า คนบ้า คนบ้า”
ฉันสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเหมือนโดนด่าลอยมาจากบนฟ้า
ทำไมอีกาในโลกนี้มันร้องว่า ‘คนบ้า’ แทนที่จะเป็ ‘กา ก๊า’ ละเนี่ย!
“ถ้าเ้าหยุดวิ่งข้าจะปรานี”
บอกอย่างนั้นแต่ง้างเคียวพิฆาตตวัดวืดเฉียดหลังกันไม่หยุด
ปากพูดแบบนั้นมือก็หยุดฟันก่อนเถอะ
“โอ๊ะ” เพราะพื้นในป่าละแวกบึงบัวค่อนข้างเป็สภาพชื้นแฉะ พอเหยียบไปจุดที่มีหินหยาบอยู่น้อยมันก็เลยลื่นมากๆ
มากแค่ไหน มากจนจะล้มหงายหลังไปทับพระเอกแล้ว
เขารีบเก็บอาวุธไม่ให้ปัดป่ายพลาดมาโดนผิวกายฉันแม้แต่น้อย
“ยืนดีๆ อย่ายั่วยวนด้วยมารยาเช่นนี้ เ้าอาจจะาเ็”
ถึงปากพูดอย่างนั้น แต่เขาก็รีบพุ่งเอาตัวมารองรับไว้
“โอ๊ย”
ฉันพยายามยันแขนเขาเพื่อดันตัวเองลุกขึ้น
“เ้าหน้าไม่อาย”
“ข้าขอโทษ ข้าลื่นจริงๆ ข้าไม่ได้ตั้งใจล้มทับท่านเช่นนี้”
“ข้า…อึก เ้าอย่ามาทำไม่รู้ความ”
พอเห็นน้ำเสียงของเขายิ่งกดสั่นแถมหน้าแดงฉันยิ่งรีบจับแขนเขาให้มั่นแล้วลุกให้ไว แต่ขามันเจ็บเลยได้แต่ยึดเขาเป็หลักพยายามตั้งตัวอย่างทุลักทุเล
หลังแม่ทัพหนานหยางเงียบอยู่พักใหญ่ในที่สุดก็หลุดเสียงแปลกๆ ออกมาที่ไม่รู้ว่าเผลอหรือตั้งใจ “อึก เ้า!”
ตำรวจคะ มาจับฉันไปเถอะ ฉันเป็คนบาป
พอเห็นเขาหอบหายใจเอาแขนขึ้นมาปิดหน้าตัวเองฉันก็เริ่มเอะใจ
ถ้าแขนอยู่นั่น…
บางสิ่งที่ยาวพาดกลางลำตัวเบี่ยงขึ้นไปทางซ้ายเริ่มแข็งขึ้นเล็กน้อย เมื่อฉันทั้งบีบทั้งััอย่างมันมือตลอดมา
…มันคือเสาศาลาบึงบัวของพระเอก
พอเขาจ้องกันด้วยปลายหางตาลงมาไม่หยุดฉันก็ละล่ำละลักบอก
“ข-ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ! ข้าแค่พยายามจะลุกขึ้น ข้าไม่ได้ดู! ข้าไม่รู้ว่าไอ้เสา... ไม่ใช่สิ... ไอ้ที่ยาวๆ ใหญ่ๆ นั่นจะเป็... ดอกบัวของท่าน!”
ใครใช้ให้ขนาดเท่านั้นล่ะ
“สตรีใต้โลกหล้ามีเพียงเ้าที่เป็โจรปล้นสวาทอย่างอุกอาจเช่นนี้!”
รีบวิ่งพาตัวเองไปหลบหลังต้นไม้อัตโนมัติ
“ออกมานี่!”
“ท่านกำลังจะฆ่าข้า ข้าไม่ออก”
“ไม่ออกใช่ไหม ถ้าข้าจับเ้าได้ เจอดีแน่”
“คนบ้า คนบ้า คนบ้า”
อีกาตัวเดิมร้องแทรกได้จังหวะแย่มาก มันเป็อีกาหรือมันเป็พระเ้าแปลงกายมาเยาะเย้ยเนี่ย
แต่จะเป็อะไรก็ไม่อยู่แล้วจ้า ฉันมองหน้าเขาทิ้งทวนลา
เผ่นโลด
“ขอโทษนะท่านข้าขอไปก่อน”
รีบวิ่งหน้าตึงปะทะลมแบบไม่คิดชีวิต ต่อให้พื้นลื่นแค่ไหนฉันก็จะฝืนสังขารไปต่อ
ต้องพุ่งเข้าเมืองอย่างเดียวแล้ว
เขายังตามหลังมาแบบติดๆ
“ข้าคือแม่ทัพใหญ่ผู้เดียวในอาณาจักร ข้าสั่งให้เ้าหยุดวิ่ง”
“งั้นท่านก็รับปากสิว่าจะไม่โมโหไม่ทำอะไรข้า”
“...”
เงียบแบบนี้แปลว่าอะร๊าย!
ยี่สิบนาทีต่อมา…
ในขณะที่ฉันความเร็วตกเขาดันไม่หอบเลยนี่สิ
ไม่ไหวแล้ว! ฉันหลับหูหลับตาวิ่งตามสัญชาตญาณ ไม่สนทาง ไม่เหลียวหลัง ใช้แรงเฮือกสุดท้ายโกยหน้าตั้ง
วิ่งหนีตายมาได้ตั้งหลายนาทีทำไมตอนนี้จะ…