บทที่5
ค่ายผู้รอดชีวิต
หลังจากที่พบเจอผู้รอดชีวิตที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเดินทางมาถึงค่ายเล็กๆที่ตั้งอยู่ภายในป่าเดย์พบเจอผู้คนหลายสิบคนรวมตัวกันอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้
ดวงตามากมายจ้องมองมาที่เดย์เดย์ที่ยืนอยู่บริเวณด้านหลังของคินััได้ถึงดวงตาที่ไม่ค่อยจะเเป็มิตรสักเท่าไหร่
ภายในสถานที่แห่งนี้มีทั้งคนที่มองมาด้วยแววตาที่เป็มิตรและก็แววตาที่ไม่เป็มิตรผสมปะปนกันไป
หลังจากที่คินส่งเสียงเรียกผู้คนที่เหลือรอดภายในค่าย
พวกเขาเริ่มมารวมตัวกันภายในสถานที่แห่งนี้บริเวณใจกลางขายกลุ่มผู้รอดชีวิตมารวมตัวกันหลายสิบคน
เดย์ใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองนับด้วยดวงตาคนพวกนี้มีจำนวนประมาณสิบแปดหรือสิบเก้าคน
มีชายและหญิงประสมปะปนกันไปจำนวนไม่เท่ากันดูเหมือนว่าจะมีผู้ชายมากกว่าผู้หญิงภายในค่ายแห่งนี้มีผู้หญิงเพียงแค่ประมาณเจ็ดถึงแปดคนเท่านั้น
ให้จดจำใบหน้าของคนพวกนี้ทั้งหมดในครั้งเดียวคงจะไม่สามารถจดจำได้
เดย์ใช้ดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงบนิ่งจ้องมองไปที่พวกเขา
เดย์ในตอนนี้เต็มไปด้วยความสุขุมพยายามไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาต่อหน้าพวกมัน
คินยังยืนอยู่ด้านหน้าแสดงร้อยยิ้มและก็กล่าวกับพรรคพวกของตนเอง “ ฉันเจอหมอนี่ภายในป่ากำลังโดนมอนสเตอร์เล่นงานเข้าไปช่วยเหลือแล้วก็พากลับมาที่นี่ด้วย ”
พูดออกมาเช่นนั้นหนึ่งในกลุ่มผู้รอดชีวิตที่อยู่ด้านหน้าพูดสวนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ นายชอบเก็บคนกลับมาอยู่เสมอเลยนะ”
เดย์ใช้ดวงตามองตรงไปที่คนที่พูดขึ้น
โดยคนที่พูดขึ้นมาเป็ชายวัยกลางคนอายุน่าจะไล่เลี่ยกับคินมีร่างกายอ้วนถ้วนสมบูรณ์สวมใส่ด้วยชุดสีขาวเป็เสื้อยืดธรรมดาและก็กางเกงขายาว
ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความไม่เป็มิตรใช้ดวงตาขว้างจ้องมองมาที่เดย์
คนผู้นี้ไม่ได้หวังดีกับเขาอย่างแน่นอนเดย์คิดภายในใจ
“ ไม่เอาน่าอย่างไรก็เป็ผู้รอดชีวิตเหมือนกันพวกเรายิ่งมีจำนวนเยอะมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอคุณภพ” คินแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อสนทนากับคนผู้นั้น
มันยังคงแสดงใบหน้าไม่พึงพอใจและก็พูดสวนกลับมา “ แต่ว่าเสบียงอาหารของพวกเราไม่มีพอมากขนาดนั้น”
คินถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วก็ออกตัวแทนอย่างรวดเร็ว “ ไม่เป็ไรหรอกยังไงเขาก็ไม่เป็ตัวถ่วงอย่างแน่นอนอาหารในส่วนของเขาฉันจะเป็คนหาเพิ่มให้เอง”
หลังจากที่คินออกตัวเช่นนั้นมันกระชากสีหน้าแล้วก็เดินออกไปจากจุดนี้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นคนผู้นั้นย่อมถอยไปคินถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความโล่งใจ
คินหันใบหน้ามามองเดย์แล้วก็พูดขึ้น “ อ้าวแนะนำตัวกับพวกเขาสิยังไงก็น่าจะอยู่ด้วยกันไปอีกสักพัก”
เดย์ก้มศีรษะลงเล็กน้อยแล้วก็พูดแนะนำตัวเอง “ เดย์ครับ อายุ 23ปี ”
เดย์เป็คนพูดน้อยมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้วเขาไม่ใช่คนพูดมากมักจะแสดงท่าทางที่สุขุมออกมาอยู่เสมอ
อาจจะเพราะท่าทางเช่นนี้ทำให้เดย์ไม่ค่อยมีเพื่อนและเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างตกอยู่ในรูปแบบนี้คนพวกนี้เดย์ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไว้ใจ
ต้องกล่าวว่านิสัยและท่าทางสุขุมภายนอกที่แสดงออกมาล้วนแล้วเป็เพราะว่านิสัยที่ระวังตัวเป็พิเศษเราก็ไม่ไว้ใจใครง่ายๆของเขา
ทักทายพอเป็พิธีคินก็ได้นำพาเข้ามาที่พักแหลมและก็ที่อยู่อาศัยเดินชมบริเวณรอบๆเริ่มอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ให้ฟัง
ภายในค่ายพักเเรมเเห่งนี้เรียกอีกอย่างว่าค่ายอพยพที่ถูกตั้งขึ้นมาโดยจำนวนสมาชิกภายในสถานที่แห่งนี้มีประมาณยี่สิบกว่าคน
แน่นอนว่าจำนวนที่เห็นคนพวกนั้นไม่ใช่จำนวนทั้งหมด
มันมีกลุ่มสำรวจอีกหนึ่งกลุ่มที่ออกไปเพื่อหาอาหารและก็ไปตรวจตราบริเวณรอบๆยังไม่เดินทางกลับมา
คินนำพาเข้ามาที่พักมันเป็กระโจมพักเล็กๆที่เป็ที่พักของคิน
คินส่วนใหญ่เป็คนทีค่อนข้างจะไม่ชอบนอนรวมที่พักส่วนกลางที่จริงแล้วที่พักภายในสถานที่แห่งนี้ก็มีแบ่งแยกชายหญิงอย่างชัดเจนถ้าใครอยากได้ที่พักส่วนตัวก็ต้องสร้างเอาเอง
มันเป็เพียงแค่กระโจมพักเล็กๆเท่านั้นที่ถูกสร้างขึ้นมา
“ เอาเป็ว่านายพักอยู่กับฉันก่อนก็แล้วกันถึงแม้มันจะเล็กแต่ก็พออยู่ได้ลำพังสองคนคงจะไม่ลำบาก ” คินพูด
เดย์พยักหน้าตอบรับกลับไป
ในเวลาเช่นนี้ไม่ใช่ว่าจะมีทางเลือกมากนัก
เดย์ถือโอกาสเอ่ยถามเกี่ยวกับข้อมูลที่ตนเองสงสัยในขณะที่บริเวณนี้มีพวกเขาเพียงแค่สองคน “ คือว่าที่ค่ายแห่งนี้ใครเป็คนที่ใหญ่ที่สุดอย่างนั้นหรอครับ”
คินหันใบหน้าของตนเองมามองด้วยความสงสัยดวงตาเต็มไปด้วยความฉงน
“ เอ่อคือว่าเกี่ยวกับเื่นั้น…ในเมื่อสถานที่แห่งนี้เป็ที่อยู่อาศัยและการรวมตัวของผู้คนที่เหลือรอดก็แสดงว่าน่าจะมีคนที่เป็ผู้นำแล้วค่อยตัดสินใจอยู่สินะหรือว่าคุณ? ”
คินแสดงรอยยิ้มและก็พูดกลับมา “ ไม่ใช่ไม่ใช่ฉันไม่ได้เป็คนก่อตั้งสถานที่แห่งนี้แล้วไม่ใช่ผู้นำหรอก”
” คนที่เป็ผู้นำของสถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าโทมัส ”
“ โทมัส? ”
“ ใช่อย่างที่นายคิดนั่นแหละเป็คนอเมริกาแต่เกิดเื่ราวบ้าๆนี่ขึ้นมาเหมือนว่าโครงสร้างของโลกมันเปลี่ยนไปตอนนี้การที่จะพบเจอคนต่างชาติภายในพื้นที่บริเวณรอบๆก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรเพราะแบบนั้นตอนที่พบเจอกันครั้งแรกฉันถึงถามว่านายเป็คนไทยหรือเปล่า ” คินอธิบาย
เดย์ทำความเข้าใจ
“ แล้วเขาเป็คนยังไงหรอครับ? ” การที่จะอาศัยอยู่ที่สถานที่แห่งนี้แน่นอนว่าต้องรู้เกี่ยวกับตัวผู้นำก่อนว่าเป็คนอย่างไร
คินเงยหน้าของตนเองขึ้น้าเล็กน้อยคิดก่อนที่จะพูด “ ถ้าจะถามว่าเป็คนยังไงก็เป็คนที่เป็ผู้นำได้ดีเลยแหละ”
“ เป็คนรับฟังเหตุผล แล้วก็เป็คนตัดสินใจแทนคนอื่นได้ที่สำคัญเขาแข็งแกร่งด้วย ”
“ แข็งแกร่งอย่างงั้นเหรอครับ? ”
“ ใช่!!! แข็งแกร่ง ฉันลืมบอกสินะเขาเป็ทหารในกองทัพของอเมริกาน่ะเป็หน่วยรบพิเศษแข็งแกร่งอยู่แล้วแถมสกิลที่เขาถือครองอยู่เป็สกิลหลักก็เป็สกิลนักสู้ด้วยเพราะแบบนั้นเลยแข็งแกร่งเข้าไปใหญ่ ”
“ ตอนแรกที่ฉันตื่นขึ้นมาก็ได้เขาช่วยเอาไว้ ”
เดย์ได้ยินแบบนั้นก็สงบนิ่งแล้วก็คิดภายในใจของตนเอง “ เป็ทหารสินะเพราะแบบนั้นก็ไม่แปลกที่จะเป็คนที่่แข็งแกร่งภายในโลกที่โหดร้ายแบบนี้คนที่เหมาะสมจะเลือกเป็ผู้นำมากที่สุดในสายตาของผู้คนที่กำลังหวาดกลัวก็คงจะเป็คนที่แข็งแกร่ง”
“ คุณผู้ช่วยระบบช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยได้รึเปล่าว่าสกิลหลักนักสู้เป็อย่างไง ” เดย์พยายามหาข้อมูลจากเสียงภายในหัว
“ เรียนนายท่านสกิลนักสู้เป็สกิลหลักผู้ที่ถือครองจะได้รับความสามารถในการต่อสู้เพิ่มขึ้นทั้งด้านความเร็ว ความแข็งแกร่ง และพละกำลัง ”
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นเดย์หันมามองสกิลของตัวเอง มันไม่ได้เพิ่มพูมอะไรแบบนั้นขึ้นมาเลย
ในโลกแบบนี้ความแข็งแกร่งเป็สิ่งจำเป็
คินที่ยืนอยู่ข้างกายเห็นเดย์กำลังคิดบางอย่างอยู่จึงถามขึ้น “ มีอะไรงั้นเหรอ?”
“ หรือว่าคิดหนักเกี่ยวกับเื่โทมัสไม่ต้องกังวลหรอกโทมัสบอกว่าสามารถช่วยผู้รอดชีวิตกลับมาได้ตลอดส่วนคุณภพเขาก็เป็แบบนั้นแหละไม่ต้องใส่ใจ ” คินกำลังคิดว่าเดย์กำลังหนักใจเกี่ยวกับการอยู่ที่นี้
เดย์หันไปเล็กน้อยแล้วตอบกลับ “ ครับ… ”
เดย์ถามต่อ “ แล้วคุณโทมัสจะกลับมาเมื่อไหร่?”
“ นั้นสินะมองดูแล้วก็น่าจะพรุ่งนี้เช้าละมั้งได้ยินว่าจะไปหาเสบียงเพิ่มด้วย ”
“ ครับ… ”
….
กลางดึกภายในค่ายพักแรม
ภายในสถานทีแห่งนี้มีเพียงแค่แสงสว่างจากเปลวเพลิงเท่านั้นไม่มีไฟฟ้าและไม่มีหลอดไฟที่ให้แสงสว่าง
เดย์นั่งอยู่ด้านหน้ากระโจมพักของตนเองแล้วกำลังมองดูร้านค้าของตัวเองอยู่อย่างจริงจัง
“ อย่างแรกที่ต้องทำคือเลือกของจากในนี้สินะ ”
หลังจากทำความเข้าใจมาทั้งวันเริ่มจะลงมือทำกับสิ่งที่ปรากฏขึ้นมา
จบบท