"วิชาดาบของเ้านั้น นับวันๆยิ่งเก่งกาจนัก สมแล้วที่เป็บุตรหลานตระกูลซอ" แม่ทัพซอเอ่ยด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
"เพราะได้อาจารย์ดีอย่างไร เ้าค่ะ ฮิฮิ" ฮายอนตอบกลับด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า
"ฮ่าๆๆ เ้าลูกคนนี้"
"วันนี้เราจะฝึกทักษะต่อไปกัน คือการยิงธนู" แม่ทัพซอเอ่ย
การยิงธนูนั้น เป็ศิลปะการใช้อาวุธประเภทหนึ่ง มักใช้กันในาหรือการสู้รบ ซึ่งประกอบด้วยคันธนูและลูกธนู คันธนูจะมีรูปร่างโค้งและขึงด้วยสายธนู ส่วนลูกธนูจะเป็ไม้ตรงยาว มีหัวลูกธนูเป็เหล็กแหลมอยู่ที่ปลายด้านหน้า และที่ส่วนหางจะมีขนนกติดอยู่
ในการยิงธนูจะเริ่มจากการเอาลูกธนูมาเสียบไว้ข้างคันธนูกับสายธนู จากนั้นจะดึงสายธนูให้ตึง แล้วปล่อยสายธนู ซึ่งจะทำให้ลูกธนูพุ่งไปข้างหน้า ความไกลและความแรงนั้นขึ้นอยู่กับผู้ยิง การยิงธนูนั้นไม่ได้เน้นที่ความแข็งแรงหรือความเร็วเป็หลัก หากแต่เป็ศิลปะที่ต้องอาศัยการฝึกฝนและทักษะความแม่นยำเป็อย่างมาก นอกจากนี้ยังเป็การฝึกสมาธิไปในตัวอีกด้วย
บรรดาเหล่าทหารยืนเรียงกันอยู่ตรงข้ามกับเป้าธนู ทุกคนต่างกำลังใส่ลูกธนูเข้ากับคันธนู พร้อมกับง้างสายธนูจนสุดแขน จากนั้นจึงปล่อยสายธนูออกไป ลูกธนูหลุดออกจากสายพุ่งตรงออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว สายตาของฮายอนจับจ้องไปที่เป้าหมายอย่างตื่นเต้น
เสียงดัง ฉึก ฉึก หลายคราดังติดต่อกัน ลูกธนูทั้งหมดพุ่งตรงเข้าตรงกลางเป้าอย่างแม่นยำ ไม่มีลูกธนูดอกใดพลาดเป้าแม้แต่ดอกเดียว
ฮายอนนั้นตกตะลึงเป็อย่างมาก ทหารเหล่านี้มีความสามารถมากเหลือเกิน ยิ่งเห็นความสามารถของเหล่าทหารในกองทัพของท่านพ่อ นางก็ยิ่งรู้สึกนับถือและภูมิใจในตัวเขายิ่งนัก ท่านพ่อของนางนั้นนับว่าเก่งยิ่ง ที่สามารถฝึกบุรุษเหล่านี้ให้มีความสามารถเช่นนี้ได้
ฮายอนใช้เวลาฝึกยิงธนูไม่กี่เดือนก็สามารถทำได้เป็อย่างดี แม้จะไม่ได้แม่นยำราวจับวาง แต่ก็สามารถยิงให้โดนเป้าหมายที่กำลังเคลื่อนที่ได้ดีเยี่ยม หลังจากฮายอนฝึกทักษะการยิงธนูจนคล่องแคล่วแล้ว ก็ถึงการฝึกสุดท้ายนั้นก็คือ ทักษะการขี่ม้า
"วันนี้เราจะฝึกทักษะสุดท้ายกัน คือการขี่ม้า" แม่ทัพซอเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"มันดูน่ากลัวยิ่ง ลูกจะขี่มันได้เยี่ยงไร เ้าค่ะ" ฮายอนจ้องมองไปยังเ้าม้ารูปร่างสูงใหญ่ ตัวสีน้ำตาล มีหางเป็พู่ มีขนแผงคอยาวสีดำ ซึ่งเหล่าทหารกำลังจับจูงอยู่ มันกำลังเดินเข้ามาหาพวกนางด้วยแววซุกซนอย่างคุ้นชินกับมนุษย์
"การขี่ม้านั้น ไม่ใช่เื่ยาก ขอเพียงมีความกล้า" แม่ทัพซอเอ่ย
"เ้าลองขี่มันดู" ชอลซูเอ่ยกับน้องสาว
ฮายอนขึ้นไปนั่งบนหลังม้าด้วยความช่วยเหลือจากพี่ชาย นางจับบังเหียนบังคับม้าไว้แน่น นางทำความคุ้นเคยกับเ้าม้าตัวใหญ่อยู่สักพัก จึงเริ่มการเรียนรู้ ชอลซูคอยบอกวิธีการบังคับ และคอยช่วยเหลือนางอยู่ข้างๆ ร่างบางค่อยๆ ทำตามที่พี่ชายสอนอย่างตั้งใจ ่แรกเขาคอยจับจูงม้าไว้ให้มันเดินไปรอบๆลานฝึก จากนั้นพอฮายอนเริ่มจะบังคับได้แล้ว เขาจึงปล่อยให้นางได้ลองบังคับมันด้วยตนเอง
ใน่แรกที่นางฝึกบังคับม้าเองนั้น นางพลัดตกจากหลังม้าอยู่หลายครั้ง จนตามเนื้อตัวของนางนั้นเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ แต่นางก็ไม่เคยท้อหรือยอมแพ้ นางยังคงมุ่งมั่นฝึกต่อไปวันแล้ววันเล่าโดยไม่หยุดพัก
ฮายอนฝึกการขี่ม้าทุกวันอย่างตั้งอกตั้งใจ ผลของการฝึกต่อเนื่องมาหลายเดือนทำให้ตอนนี้ทักษะของฮาอยนนั้นยอดเยี่ยมเป็อย่างมาก นางบังคับม้าได้เป็อย่างดี ตอนนี้นางสามารถขี่ม้าได้อย่างอิสระ สามารถออกไปด้านนอกลานฝึกได้ โดยไม่ต้องให้ผู้ใดคอยช่วยเหลือ
ฮายอนค่อยๆควบม้าไปตามทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เขียวขจีที่อยู่ไม่ไกลจากเมือง เมื่อมองไกลออกไปกลับเห็นูเาอยู่เรียงราย ล้อมรอบทุ่งหญ้านี้ไว้ บรรยากาศที่ท้องฟ้าโดนบดบังด้วยเมฆก้อนใหญ่ทำให้ไม่รู้สึกถึงแสงแดดทีร้อนระอุ บรรยากาศจึงสดชื่น อีกทั้งกลิ่นหอมอ่อนจากต้นหญ้าและพื้นดินลอยมาตามสายลม ทำให้รู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก
วันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเสียเหลือเกิน การฝึกของนางนั้นล่วงผ่านไปได้เกือบปีแล้ว ระยะเวลาเช่นนี้จะเรียกว่ายาวนานก็ย่อมได้หรือจะกล่าวว่าสั้นก็ไม่ผิดนัก เวลากว่าปีของนางนั้นหมดไปกับการฝึกวนเวียนไปจากทักษะหนึ่งไปยังทักษะหนึ่ง เป็เช่นนี้ในทุกๆวัน
และแล้วก็ถึงเวลาที่นางต้องทดสอบทักษะที่นางได้เรียนมาแล้ว
---
ณ ลานฝึกการต่อสู้
เคร้ง!..เคร้ง!...เคร้ง!..เคร้ง!...เคร้ง!
เสียงต่อสู้กลางลานกว้างดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฮายอนมองด้วยแววตาทอประกาย เพลงดาบของบุรุษเ่าั้ช่างดุดันแฝงด้วยความแม่นยำยิ่ง เสียงคมอาวุธกระทบกันดังขึ้นเป็ระยะดังก้องไปทั่วบริเวณ ปลุกเร่าความตื่นเต้นให้ฮายอนเป็อย่างมากนางมองดูการต่อสู้เบื้องหน้าอย่างตื่นเต้น
"น้องสาว เ้าสนใจมาร่วมฝึกกับพี่หรือไม่" ชอลซูหันมาเอ่ยกับน้องสาว ขณะที่มือหนึ่งก็รับดาบจากคู่ซ้อมที่ฟาดฟันลงมาได้อย่างดี
เพียงแค่นั้นฮายอนก็รีบเดินเข้าไปยังลานประลองโดยไว ไม่รอช้าให้บุรุษทั้งหลายได้ทันตั้งตัว นางก็เริ่มออกกระบวณท่าทันที นางพุ่งดาบเข้าใส่พี่ชายโดยเร็ว ชายหนุ่มรีบเบี่ยงหลบแล้วยกดาบขึ้นต้านอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เขาไม่คาดคิดว่านางจะเข้ามายังลานประลองทันทีเยี่ยงนี้
"จะเล่นแบบนี้ใช่หรือไม่ น้องสาว ได้เลยพี่จัดให้ "
ชอลซูหันดาบเข้าหาฮายอนที่อยู่ตรงหน้า ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ จนฮายอนต้องผงะถอยหลังเพื่อตั้งหลัก จากนั้นนางเริ่มโต้กลับด้วยเพลงดาบที่อ่อนช้อย บางขยับตัวหลบหลีกคล่องแคล่ว ดูงดงามยิ่งนัก ทำเอาเหล่าบุรุษทั้งหลายที่กำลังฝึกซ้อมอยู่รอบบริเวณนั้น ต่างหยุดการต่อสู้ตรงหน้า แล้วหันมาสนใจการต่อสู้ของนางแทน
หลังจากสู้ไปได้ราวหนึ่งชั่วโมง พอให้แก้มขาวเนียนมีสีแดงระเรื่อ เม็ดเหงื่อไหลหยดทั่วใบหน้างาม ท่านแม่ทัพซอจึงสั่งยุติการฝึกซ้อม เหล่าทหารทั้งหมดจึงพากันเก็บดาบและอาวุธฝึกอื่นๆเข้าที่ จากนั้นจึงแยกย้ายกันไปจัดการธุระของตน
"เป็เยี่ยงไรบ้าง ฮายอน" แม่ทัพซอเอ่ยถามบุตรสาว
"เหนื่อยเ้าค่ะ แต่สนุก"
"ฝีมือเ้าพัฒนาไปมากยิ่ง พ่อคิดว่าบทเรียนเท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเ้า"
"จำไว้ว่า สิ่งที่พ่อสอนเ้าไปนั้น เป็ไปเพื่อการป้องกันตัวเท่านั้น พ่อหวังว่าเมื่อถึงยามคับขัน เ้าจะสามารถเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์อันตรายเยี่ยงนั้นได้ แต่อย่าได้นำไปใช้เพื่อทำร้ายใครเด็ดขาด"
"เ้าค่ะ ลูกจะจำไว้"