หลังจากพักฟื้นมาหนึ่งคืน สีหน้าของเยี่ยอู๋เม่ยก็ดูดีขึ้นมากแล้ว
ในโจ๊กที่เวินจื่อชีนำมาให้เยี่ยอู๋เม่ยเมื่อครู่ เวินจื่อถงใจดีหยดน้ำวิเศษเพิ่มลงไปหนึ่งหยดด้วย
อีกทั้ง เวินจื่อถงยังค้นพบว่า น้ำวิเศษนี้สามารถเพิ่มจำนวนและกักเก็บไว้ได้
ตัวอย่างเช่น หลังจากที่นางช่วยซานเป่าในครั้งก่อน น้ำวิเศษก็เพิ่มขึ้นมาหนึ่งหยด และต่อมาหลังจากช่วยเสี่ยวหู่ลูกชายของแม่หม้ายไฉ นางก็พบว่าน้ำวิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งหยดเช่นกัน
ทว่าหลังจากช่วยเยี่ยอู๋เม่ยเมื่อวาน น้ำวิเศษกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ดังนั้นเวินจื่อถงจึงคาดเดาว่า มีเพียงตอนที่นางช่วยชีวิตคนที่กำลังจะตายเท่านั้น ถึงจะได้รับน้ำวิเศษเป็การตอบแทน ส่วนเยี่ยอู๋เม่ยผู้นี้ ต่อให้นางไม่ช่วย ก็อาจจะมีโอกาสอื่นที่ทำให้เขารอดชีวิตได้หรือไม่?
เวินจื่อถงเองก็คิดไม่ออก แต่ไม่ว่าอย่างไร การช่วยคนย่อมมีข้อดีเสมอ!
"พี่ชาย! ท่านรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง?"
เวินจื่อถงชะโงกหน้าเดินเข้าไปในห้อง ขณะนี้เยี่ยอู๋เม่ยกินโจ๊กเสร็จแล้วและกลับไปนอนบนเตียง ดวงตาสีน้ำเงินคู่หนึ่งทอดมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับกำลังใจลอย
เมื่อเวินจื่อถงเห็นว่าเขาไม่ตอบสนอง จึงยื่นมือไปกดที่ข้อมือของเยี่ยอู๋เม่ยเพื่อตรวจชีพจรของเขา
อืม การตรวจชีพจรคงที่กว่าเมื่อวานมากจริง ๆ ตอนนี้เพียงแค่พักรักษาตัวให้ดีก็พอแล้ว
ในขณะที่เวินจื่อถงกำลังจะชักมือกลับ เยี่ยอู๋เม่ยก็เอ่ยปากขึ้นกะทันหันว่า "เ้ามีความรู้ด้านการแพทย์หรือ?"
เวินจื่อถงใกับเสียงที่ดังขึ้นกะทันหันจนมือสั่น หัวใจเต้นรัวแรง ราวกับหัวขโมยที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา
แต่ในไม่ช้า เวินจื่อถงก็เงยหน้าถลึงตาใส่เยี่ยอู๋เม่ย แล้วรีบชิงโวยวายด้วยท่าทางดุร้ายแบบเด็ก ๆ ว่า
"พี่ชาย! ท่านพูดขึ้นมากะทันหันได้อย่างไร! ท่านทำให้ถงเป่าใหมดเลย!"
เยี่ยอู๋เม่ยมองท่าทางของเวินจื่อถงแล้ว รู้สึกคล้ายกับเ้าถั่วเหลืองขนฟูที่เขาเคยเลี้ยงไว้ตอนถูกเหยียบหางจนขนลุกชัน ใจของเขาอ่อนลงชั่วขณะ จนลืมเลือนความแค้นระหว่างตระกูลเวินกับเขาในชาติก่อนไปเสียสนิท น้ำเสียงจึงอ่อนลงเล็กน้อย
"ข้าเห็นเ้าจับชีพจรข้า เลยนึกว่าเ้าเป็หมอ"
"ตอนนี้ถงเป่ายังไม่เป็เ้าค่ะ! แต่ว่าต่อไปถงเป่าจะเป็แน่นอน! พี่ชายท่านไม่รู้หรอกว่า อาจารย์ของถงเป่าน่ะเป็หมอเทวดาที่เก่งกาจมากเลยนะเ้าคะ! พอถงเป่าโตขึ้นก็จะกลายเป็หมอเทวดาเหมือนกัน!"
เวินจื่อถงมีสีหน้าภาคภูมิใจ ยืดอกขึ้นอย่างทะนงตัวและพูดด้วยความมั่นใจ
เยี่ยอู๋เม่ยไม่ได้ไม่เชื่อคำพูดของเวินจื่อถง เพราะในชาติก่อนตัวเวินจื่อถงเองนั้นป่วยหนักจนแทบสิ้นใจ เพียงแค่ลมพัดแรง ๆ ก็อาจปลิดชีวิตนางได้ จะบอกว่านางมีความรู้ด้านการแพทย์อย่างนั้นหรือ? ย่อมเป็ไปไม่ได้อย่างแน่นอน
อีกอย่าง ตอนนี้เวินจื่อถงอายุเพียงห้าขวบเท่านั้น ตัวเล็กจิ๋วขนาดนี้ จะอ่านออกเขียนได้ครบถ้วนหรือไม่ยังไม่รู้เลย จะมีความรู้ด้านการแพทย์ได้อย่างไร?
เมื่อคิดได้ดังนี้ เยี่ยอู๋เม่ยจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ ร่างกายที่อ่อนแอทำให้เขาหลับตาลงอีกครั้งและเงียบเสียงไป
เวินจื่อถงเห็นดังนั้นก็ทำปากยื่น ส่งเสียงฮึดฮัดและบ่นพึมพำว่า
"พี่ชายท่านนี่ช่างไม่รู้คุณคนเอาเสียเลย! ถงเป่าช่วยท่านไว้ ท่านยังไม่รู้จักกล่าวคำขอบคุณสักคำ! ท่านทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะเ้าคะ!"
หากแม้แต่คำขอบคุณก็ไม่พูด เช่นนั้นเขาก็คงจะไม่ยอมรับว่านางเป็คนช่วยชีวิตใช่หรือไม่!
หากถึงเวลาที่คนผู้นี้หายดีแล้วกลับไป โดยไม่ยอมตอบแทนเป็เงินทอง ไม่เท่ากับว่านางต้องลงแรงไปเปล่า ๆ หรอกหรือ?
เมื่อคิดได้ดังนี้ เวินจื่อถงจึงแสร้งถามอย่างไม่ใส่ใจว่า
"พี่ชาย ทำไมท่านถึงถูกเสือโคร่งตัวใหญ่ไล่ล่าล่ะเ้าคะ? ทำไมท่านถึงเข้าไปในป่า? บ้านของท่านอยู่ที่ไหน? ในบ้านมีใครบ้าง? ท่านพ่อท่านแม่ของท่าน..."
"หุบปาก!"
เสียงของเยี่ยอู๋เม่ยไม่ดัง และไม่มีอารมณ์ใด ๆ เจือปน เป็เพียงคำสองคำที่พูดออกมาอย่างเรียบเฉย แต่กลับแฝงไปด้วยสง่าราศีของผู้ที่อยู่เหนือกว่าจนยากจะต้านทาน
เวินจื่อถงกะพริบตา ในใจอดไม่ได้ที่จะนำภาพของเยี่ยอู๋เม่ยไปเปรียบกับพวกเด็กประถมวัยสิบกว่าขวบที่ชอบทำตัวเท่ในชาติก่อน
จากนั้นนางก็เบ้ปาก และจัดกลุ่มเยี่ยอู๋เม่ยให้เป็พวกวัยรุ่นเบียวในใจทันที
"พี่ชาย ท่านทำแบบนี้มันผิดนะเ้าคะ! ถงเป่าช่วยท่านโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ถงเป่าเพียงแค่อยากทำความรู้จักกับพี่ชาย และอีกสองวันพวกข้าต้องไปตลาดในตัวอำเภอ หากท่านพ่อท่านแม่ของพี่ชายอยู่ในอำเภอ พวกข้าจะได้ช่วยไปส่งข่าวให้ด้วยอย่างไรเล่าเ้าคะ!"
"ข้าไม่มีพ่อแม่!"
เยี่ยอู๋เม่ยลืมตาขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงค่อนข้างเ็าและแฝงไปด้วยความโกรธเคือง
คราวนี้ เวินจื่อถงมั่นใจในจุดหนึ่งทันที
เด็กหนุ่มตรงหน้านี้ต้องเป็คุณชายตระกูลร่ำรวยที่กำลังอยู่ใน่วัยต่อต้านและทะเลาะกับคนที่บ้านอย่างแน่นอน!
ชีวิตเกือบจะสิ้นแล้ว ยังจะดื้อรั้นขนาดนี้ ช่างเสียดายใบหน้าหล่อ ๆ ของเ้าหมอนี่เสียจริง นิสัยไม่น่ารักเอาเสียเลย!
"ได้ ๆ ๆ พี่ชายไม่มีพ่อแม่ พี่ชายะโออกมาจากก้อนหินสินะเ้าคะ! ถ้าอย่างนั้นพี่ชายช่วยบอกถงเป่าหน่อยได้ไหมว่า ท่านะโออกมาจากก้อนหินของบ้านไหนในอำเภอ? ถงเป่าจะได้ไปช่วยหาหินก้อนนั้นให้เ้าค่ะ"
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ของเวินจื่อถง เยี่ยอู๋เม่ยเกือบจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังตั้งใจเยาะเย้ยเขา
แต่เมื่อเห็นเด็กสาวที่เหมือนกับเสวี่ยฉิวตัวน้อยตรงหน้ามีสีหน้าจริงจัง ไม่เห็นวี่แววของการเยาะเย้ยหรือความหมายอื่นใด เยี่ยอู๋เม่ยก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างอ่อนใจ
ทำไมเขาถึงมีความรู้สึกผิด ๆ ว่าอีกฝ่ายเชื่อจริง ๆ ว่าเขาะโออกมาจากก้อนหินกันนะ?
เกิดใหม่ครั้งนี้ ตอนเด็ก ๆ เวินจื่อถง... น่ารักขนาดนี้เลยหรือ?
น่ารัก?
เมื่อเยี่ยอู๋เม่ยรู้สึกตัวว่าตนเองดันคิดว่าศัตรูน่ารัก เขาก็รีบปั้นหน้าบึ้งตึงและสั่งทันทีว่า "ออกไป!"
เวินจื่อถงไม่เข้าใจเยี่ยอู๋เม่ยจริง ๆ เมื่อครู่สีหน้ายังดูอ่อนลงแท้ ๆ ทำไมจู่ ๆ ก็กลับมาโกรธอีกแล้ว?
นิสัยของวัยรุ่น่เบียวมันบิดเบี้ยวขนาดนี้เลยหรือ?
ช่างเถอะ ๆ !
อย่างไรเสีย แผลของเขาก็คงไม่หายในเร็ว ๆ นี้ นางย่อมมีโอกาสถามว่าบ้านเขาอยู่ที่ไหนได้แน่นอน!
แซ่เยี่ย? อืม ไว้ตอนไปที่อำเภอจะลองถามดูว่ามีตระกูลใหญ่บ้านไหนแซ่เยี่ยบ้างก็แล้วกัน
เวินจื่อถงไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับเยี่ยอู๋เม่ยมากนัก หลังจากออกจากห้อง นางก็นึกถึงเวินจื่อชีที่กำลังเตรียมตัวออกเดินทาง จึงสะพายตะกร้าสะพายหลังใบเล็กและไซดักปลาใบใหม่ที่สานจากไม้ไผ่หลายใบ แล้วะโบอกเวินจื่อชีว่า
"ไปกันเถอะพี่เจ็ด!"
"หา? เอ้อ ๆ ๆ ! ได้ รอข้าด้วย!"
เวินจื่อชีสะพายตะกร้าสะพายหลังใบใหญ่ มือซ้ายและขวาต่างหิ้วของพะรุงพะรัง เมื่อเห็นสภาพเช่นนี้ เวินจื่อถงจึงแนะนำให้เวินจื่อชีเอาของมาน้อยลง ไม่จำเป็ต้องนำมามากมายขนาดนี้
ทว่าเวินจื่อชีกลับตอบอย่างลังเลว่า "แต่ข้ารู้สึกว่าของพวกนี้สำคัญมากเลยนะ!"
เวินจื่อชีเป็คนตัดสินใจยาก เขารู้สึกว่าทุกอย่างดูมีประโยชน์ไปหมดจนไม่กล้าทิ้ง
เวินจื่อถงรู้สึกอ่อนใจ จึงไม่พูดอะไรอีกและปล่อยให้เวินจื่อชีจัดการตามใจชอบ
เมื่อถึงริมแม่น้ำ วันนี้มีคนมามากกว่าเดิมเสียอีก
หลายคนรู้ว่าวันนั้นเวินจื่อถงจับปลาได้มากมายจึงเกิดความอิจฉา ทำให้เช้าตรู่วันนี้มีผู้คนมากมายมาลองเสี่ยงโชค
ภายใต้การชี้แนะของเวินจื่อถง เวินจื่อชีหาจุดที่เหมาะสมแล้วเจาะรูน้ำแข็งหลายรู จากนั้นจึงนำไซดักปลาที่ใส่เหยื่อไว้แล้วหย่อนลงไปในรูทีละใบ
อย่างไรก็ตาม วันนี้เพื่อให้จับปลาได้มากขึ้น เวินจื่อถงจึงตั้งใจหยดน้ำวิเศษลงบนไส้เดือนที่ขุดเตรียมไว้ั้แ่เช้าแล้วกวนให้เข้ากัน
นาง้าทดสอบดูว่า เหยื่อที่หยดน้ำวิเศษจะสามารถดึงดูดปลาได้มากขึ้นหรือไม่
"นางอยู่นั่น! ดีล่ะ เ้าตัวกาลกิณี ตัวซวย ในที่สุดข้าก็หานางเจอ! คอยดูเถอะ ข้าจะถลกหนังเ้าให้หมดเลย!"