ณ ร้านกาแฟ จิรัตน์ คอฟฟี่ ร้านกาแฟขนาดเล็ก ในตัวเมืองจังหวัดหนึ่ง ทางภาคอีสาน ร้านนี้มีพนักงานทั้งหมด 3 คน ได้แก่ ผิง หญิงวัย28ปี ลักษณะผมสั้นและหยักเล็กน้อย เป็เ้าของร้านกาแฟ และ มีพนักงานทั่วไปอีก 2 คนได้แก่ ภู ชายหนุ่มผิวขาว สูง180เิเ ผมสีน้ำตาลเข้ม จุดเด่นคือชอบไว้ผมด้านหน้ายาว และทำเป็ปอยลงมายาวถึงบริเวณ ริมฝีปาก และอีกคนคือ มิริน หญิงสาววัยเดียวกับภู อายุ26ปี ส่วนสูง168เิเ ผิวพรรณขาวผ่อง ร่างกายบอบบาง ค่อนข้างผอมเส้นผมน้ำตาลประกายทอง
ทั้งภู และ มิริน เรียกได้ว่า เป็จุดเด่นของร้านกาแฟ จิรัตน์ คอฟฟี่ พอสมควร เพราะหน้าตาของทั้งคู่ หล่อสวย และ ดูดีกันมาก เรียกได้ว่าเหมือนเ้าของร้านกาแฟอย่าง ผิง จะคัดหน้าตาพนักงานของร้านมาดีพอสมควร แต่ความจริงแล้วทั้ง 3 รู้จักกันั้แ่สมัยเรียนอยู่ที่วิทยาลัย โดยที่เป็รุ่นพี่และรุ่นน้องกัน ซึ่งก็ชวนมาทำงานที่ร้านเพราะสนิทกัน ส่วนเื่หน้าตาก็ถือเป็กำไรเสริมของร้าน
เนื่องจากตัวผิง เป็คนเก่งมีความสามารถ รู้จักผู้คนอย่างกว้างขวาง แถมอัธยาศัยดี เธอไปได้ไกลกว่าจะเป็แค่เ้าของร้านกาแฟเล็กๆ แต่ด้วยความชอบ เธอจึงเลือกที่จะทำร้านกาแฟ กับเหล่ารุ่นน้องคนสนิททั้งสองคน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเธอไม่ได้มีรายได้แค่ร้านกาแฟทางเดียว เธอยังมีธุรกิจอีกหลายอย่างที่สร้างกำไรอย่างยั่งยืนให้กับเธอ อาทิเช่น อสังหาริมทรัพย์ เป็ต้น
ทั้งสามกำลังทำงานตามหน้าที่ของตนเองอย่างสุดความสามารถ โดยแต่ละวันจะสลับหน้าที่ในการดูแลร้านกัน
ซึ่งวันนี้ตัวของผิงทำหน้าที่อยู่หน้าแคชเชียร์เพื่อรับออเดอร์จากลูกค้า ภูทำหน้าที่ชงกาแฟ มิรินทำหน้าที่จัดการเื่ขนมและของหวานต่างๆภายในร้าน ลักษณะงานไม่ได้มีอะไรที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และความสะดวกของแต่ละบุคคล
ที่ร้าน จิรัตน์ คอฟฟี่ มีลูกค้าเฉลี่ยต่อวัน วันละประมาณ 30 คน หยุดทุกวันอาทิตย์ รายได้ต่อเดือนของร้าน หักค่าต้นทุนแล้วเหลือกำไรอยู่ที่ 40,000 กว่าบาท เรียกได้ว่าทุกคนก็มีส่วนช่วยเหลือ ให้ร้านมีกำไร
นั่นเป็การใช้ชีวิตตามปกติทุกวันของ 3คนนี้ ซึ่งมันเป็ความสุขเล็กๆ ภายในสถานที่ทำงานร่วม การมีเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน หรือ ลูกน้อง ที่ดี ถือว่าเป็เื่ที่โชคดีเป็อย่างมาก…
เวลา 20:00 น. ร้านปิด
ไฟที่ร้านแต่ละดวงค่อยๆถูกปิด ทีละดวง ทีละดวง เหลือไว้เพียงบางจุดที่พวกเขาทำกำทำงาน มิริน กับ ภู ช่วยกันเก็บข้าวของและทำความสะอาดที่ร้าน โดยที่ผิง กำลังสรุปยอดขาย
" พี่…ผมจะปิดไฟ ปิดร้านแล้วนะ เคลียร์บัญชีเสร็จหรือยัง? "
ภู ส่งเสียงเรียก ผิง ที่เป็เ้าของร้าน ที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะ และสายตากำลังจ้องตรวจเช็คบัญชี รายรับ รายจ่าย ของร้านอยู่
" เออ…จะเสร็จแล้ว รอก่อน "
ผิง ยังคงก้มหน้าคำนวณบัญชี พร้อมนับเงินไปพลางๆ ภู วางไม้กวาดในมือไว้ข้างๆเสา ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆผิง พร้อมโน้มตัวลงมือสองข้างเท้าคางตัวเอง แล้วมองผิง ด้วยสายตาแบบเหนื่อยหน่าย ก่อนที่ภูจะพูดขึ้นว่า...
" ทั้งวันขายได้กี่แก้วอ่ะวันนี้? "
" ขายได้ 32แก้ว บราวนี่ อีก 40 ก้อน "
ผิง ตอบกลับโดยที่ไม่ได้เงยหน้ามอง
" รวมเป็ยอดเงินเท่าไหร่? "
" 3,520 บาท "
" ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะ "
ภู ยิ้มแบบพอใจ ก่อนจะเดินจากไป..
ซึ่งสาเหตุที่ภูทำแบบนี้ มันไม่มีอะไรเลย นอกจากคำว่า จงใจกลั่นแกล้ง และ หยอกล้อ ตามประสารุ่นพี่ รุ่นน้อง
"เดี๋ยวนะ!! ไอ้ภู ตกลงฉันหรือแกเป็เ้านายกันแน่? "
ภูหัวเราะ ที่ได้แกล้งผิง ที่เป็ทั้งเ้าของร้านและรุ่นพี่ ได้สำเร็จ...
" เร็วพี่!! อยากกลับบ้านแล้ว "
ภู ยังคงไม่หยุดต่อล้อต่อเถียงกับผิง จนผิงเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายชนิดที่ว่าแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนว่าจะหยุดได้เมื่อไหร่
"เออ… รู้แล้ว รอก่อน!!"
ภูเดินกลับไปหยิบไม้กวาดแล้วกวาดพื้นต่อ แต่ปากยังคงพูดไม่หยุด
" พี่รู้อะไรไหม? ให้ลูกน้องเลิกงานดึกๆ เนี่ย มันอันตรายนะ มิริน เป็ผู้หญิงด้วย กลับบ้านดึกๆ ดื่นๆ รู้ไหมอันตรายแค่ไหน? "
" มิรินไม่เป็อะไรหรอก เพราะมีแก ตามรับ ตามส่งอยู่นี่ไง ถ้าน้องจะมีอันตราย จริงๆ ก็มีเพราะไปกับแกนั้นแหละ แกมันอันตรายกว่าโจรอีก "
ผิงและภู พูดจากระแนะกระแหนตอบโต้กันไปมา มีเพียงมิรินที่ไม่ได้ร่วมวงสนทนาด้วย เธอเพียงทำหน้าที่ในการเก็บกวาดร้านของเธอไป แต่ เธอก็มีรอยยิ้มให้กับประโยคการคุยของภูและผิง เพราะเธอรู้สึกว่าภูและผิง ต่างมีนิสัยคล้ายๆกัน เวลาคุยพวกเขาก็เหมือนจ้องจะเอาชนะกันไปข้าง ซึ่งส่วนตัวเธอมองว่า ตลกดี
" ที่ว่าผมอันตรายกว่าโจรนี่คือยังไง? "
" แกมันพวกแสร้งทำดีหวังผล มารับ มาส่ง มิริน ทุกวัน ฉันรู้นะแกคิดอะไร "
" เป็คนอัธยาศัยดี ต่อเพือนร่วมงาน แปลกตรงไหน? "
" เหรอ? แต่ฉัน ไม่เห็นแกจะอัธยาศัยดี กับฉันเลยนะ "
" ออ… พอดีเป็คนเลือกคบคนไง? "
ผิงได้ยินก็แสยะยิ้มเล็กน้อย เพราะคำที่ ภู พูดว่า เลือกคบคน ทำให้ผิงนึกถึงั้แ่สมัยเรียน เพราะ ภูไม่เขาหาใครเลย นั้นเลยทำให้เขาแทบจะไม่มีเพือน คนที่เป็เพือนเขาได้คือคนที่เป็ฝ่ายเข้าหาเขาก่อน แต่ก็ถือว่าเขาเป็คนจิตใจดีคนหนึ่ง
เมื่อผิงเคลียบัญชีร้านเรียบร้อย พวกเขาก็เก็บสัมภาระของตัวเอง ปิดประตูร้าน ล็อกกุญแจ แล้วแยกย้ายกลับบ้าน
ผิงกลับบ้านด้วยรถยนต์ส่วนตัวคันสีขาว
ส่วนภู และมิริน กลับบ้านพร้อมกัน ด้วยรถมอเตอร์ไซค์ของภู
ขับรถออกมาไม่นานก็มาถึงหน้าบ้านของ มิริน…
" ขอบใจนะ ภู ที่มาส่ง "
มิรินพูด ในขณะที่ค่อยๆก้าวเท้าลงจากรถ
" ไม่เป็ไร ภูเต็มใจ "
ทันใดนั้นก็มีคนเปิดประตูออกจากในบ้าน เป็ผู้หญิงอายุราวๆ 42-46 ปี คนคนนั้นคือแม่ของมิริน นั้นเอง!!
" อ้าว.. กลับมากันแล้วหรอ? มิริน เลิกงานซะดึกเลยนะ "
แม่ของมิรินกล่าว เมื่อเห็นลูกสาวคนเดียว พึงกับถึงบ้าน
" สวัสดีครับแม่ "
ภู ทักทายแม่ของมิริน พร้อมยกมือไหว้ อย่างนอบน้อม
" สวัสดีจ้ะภู เลิกงานดึกกันหรอวันนี้? "
" ครับ วันนี้ที่ร้านค่อนข้างยุ่งนะครับ งั้นผมขอตัวกลับเลยนะครับ สวัสดีครับแม่ เจอกันพรุ่งนี้นะมิริน "
ภู บอกลา มิริน และแม่ของเธอ ก่อนจะขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองแล้วขับออกไป…
เมื่อภูขับรถออกไปแล้ว 2แม่ลูกก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน ระหว่างทางก็เดินจับมือคุยกันไปด้วย…
" ลูก กับ ภู ถึงขั้นไหนกันแล้ว "
" ขั้นไหน อะไรกันค่ะ หนูกับภูเป็แค่เพือนกันค่ะ "
" ภู ก็เป็เด็กดีนะ หน้าตาก็หล่อ หนูไม่ชอบจริงๆเหรอ? "
"หนูคิดกับ ภู แค่เพือนจริงๆค่ะ"
มิรินกอดแม่ และ ทั้งคู่เดินเข้าบ้านด้วยกัน…
**วันถัดมา ณ ร้านกาแฟจิรัตน์คอฟฟี่**
" ทำไมวันนี้ลูกค้ามันน้อยจังว่ะ "
ผิงยืนกอดอกพูดพรึมพรำ พร้อมย่ำเท้าซ้ายอย่างร้อนรน เพราะหากลูกค้าเข้าร้านน้อย การที่วันนี้จะทำกำไรคงเป็เื่ยาก
" สงสัยลูกค้าเขาเบื่อขี้หน้าเ้าของร้านมั้ง?"
ภูที่กำลังชงกาแฟอยู่ด้านข้าง ยังไม่วายหันมาตอบแบบกวนๆ
" ไอ้ภู ถ้าแกไม่โดนฉันด่าสักวันแกจะตายหรือไง? "
เธอด่าภูกลับ แต่ภูก็ไม่ได้สลดแม้แต่น้อย กับรู้สึกภูมิใจที่ได้แกล้งซะมากกว่า
ในขณะที่ ภู และ ผิง ยังคงพูดเล่น แกล้ง และหยอกล้อกัน เหมือนมิรินจะรู้สึกคุ้นๆหน้าลูกค้าคนหนึ่ง ที่นั้งทานกาแฟอยู่ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ3โต๊ะ ลูกค้าเป็ผู้ชายอายุวัย 24 ปี ผมสั้น คิวหนา สวมแว่นตากันแดดสีดำ จมูกโด่ง ผิวขาว แต่งตัวสุภาพเรียบร้อย ด้วยความที่มิริน รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาชายคนดังกล่าวมาก จึงเดินเข้าไปหา และเอ่ยปากถาม…
" ขอโทษนะคะ คุณลูกค้า!! คุณลูกค้าใช่คุณ ต้น เอกสิทธิ์ ที่เป็นักแสดงไหมค่ะ? "
ผู้ชายคนนั้นมองไปตามเสียง ปลายเสียงคือผู้หญิงเอวบางร่างเล็กใส่ชุดพนักงานร้านกาแฟ พอเงยหน้ามองก็เจอใบหน้าของหญิงสาวหน้าตาสะสวยผมยาว ปากแดง ตาโต เขา ถึงกับตกตะลึงเมื่อได้เห็นหน้าของมิริน ที่สวยงามยิ่ง
เขาค่อยๆ ถอดแว่นตากันแดดออกช้าๆ ก่อนจะพูดว่า…
" ใช่ครับ!! ผม ต้น เอกสิทธิ์ ครับ"