คาบกิจกรรม
เด็กๆมารวมตัวกันโดยมีครูเพตราคอยดูแล และทำกิจกรรมร่วมกัน
ส่วนมากก็เป็การออกกำลังกายได้เคลื่อนไหวร่างกาย เหมือนวิชาพลศึกษาสำหรับเด็ก เล่นเกมที่ได้ออกแรง เช่นวิ่งผลัด วิ่งไล่จับ เล่นซ่อนหา เล่นลูกบอล หรือแม้แต่กิจกรรมในร่มอย่างเกมบทบาทสมมติ เล่นเป็พ่อแม่ลูก การเล่านิทาน วาดภาพระบายสี งานปั้นดินเหนียวการพับกระดาษ
แต่เมื่อมาถึงกิจกรรมที่ต้องแบ่งกลุ่มก็จะเห็นปัญหาอย่างชัดเจน
คือเริ่มมีการเหยียดกลุ่มกันเกิดขึ้นการลอยแพ การแบน จะเรียกแบบนั้นก็ได้
กลุ่มผู้ชายจะมีเบนโน เด็กร่างอ้วนตัวใหญ่เป็หัวโจก และมี แชซเด็กตัวโย่ง เจซเด็กตัวผอมกับมิกกี้เด็กตัวเตี้ยหุ่นคล้ายถังเบียร์ เป็สมาชิก
ผมกับไฮเดลริคโดนลอยแพกันออกจากกลุ่ม
พอเดาเหตุผลได้กรณีไฮเดลริคก็เป็การเยาะเย้ยปมติดอ่าง ส่วนของผมคงเป็ความอิจฉา ริษยาเพราะเมื่อวานมีเด็กผู้หญิงมารายล้อม จะว่าไปแองจี้ก็เป็ขวัญใจในหมู่เด็กชายนี่นะ
ส่วนของกลุ่มผู้หญิงมีแค่เจนนี่กับแองจี้ที่ไม่ถูกกัน แต่เหมือนพอลล่าจะอยู่ฝ่ายเจนนี่
ส่วนคนอื่นๆก็เหมือนจะจำใจอยู่ฝ่ายเจนนี่มากกว่าคงเพราะไม่มีใครกล้าเถียงหรือขัดขืนลักษณะการพูดจาที่เหมือนเ้านายชนชั้นสูงของเธอก็ได้สังคมจักรวรรดิเป็ระบบขุนนางปกครองชาวบ้านนี่นะ
ส่วนประเด็นที่ทำให้ทั้งสองไม่ถูกกันคงเป็ความเป็ขุนนางเหมือนกัน เลยทำให้เจนนี่มองแองจี้เป็คู่แข่งโดยธรรมชาติไปประมาณเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ และอีกเหตุผลคือบรรดาผู้ชายต่างก็ชอบแองจี้มากกว่า...ก็อารมณ์อิจฉาเหมือนกัน
เลยเหลือไฮเดลริค ผม แองจี้ มานั่งด้วยกันสามคน
แม้ครูเพตราจะพยายามเข้ามาไกล่เกลี่ยแต่สังคมของเด็กนี่นะ ผู้ใหญ่จัดการอะไรมากไม่ค่อยได้ ซึ่งตามจริงการไม่เข้ามายุ่งเลยจะถือว่าสมควรมากกว่า
เหล่าเด็กๆต้องเรียนรู้การรับมือกับสังคมด้วยตัวเองจากการเล่นด้วยกัน การผลัดกันเล่นทีละตา การทำตามกฎกติกาของเกม การโต้เถียงการร่วมมือกันทำงาน และการแก้ไขปัญหาขัดแย้งของเด็กเหล่านี้คือการเรียนรู้รากฐานทางศีลธรรมในวัยเด็ก และมันจะค่อยๆเติบโตดำเนินเป็ขั้นเป็ตอนไปเรื่อยๆจนโต
ถ้าหนอนกินใบไม้มากพอมันก็จะมีปีกงอกออกมาเป็ผีเสื้อเด็กเองก็เช่นกัน ถ้าได้มีประสบการณ์เล่น การแข่งขัน ความยุติธรรมในการละเล่นเด็กก็จะกลายเป็สิ่งมีชีวิตที่มีศีลธรรม เติบโตมาสู่ความมีเหตุผล
เราเองก็ไม่มีสิทธิไปยุ่ง...แม้ร่างจะเป็เด็กแต่สังคมของเด็กคนอื่นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเราอยู่แล้วจะโดนลอยแพหรือไม่ก็ไม่ใช่ปัญหา
แองจี้เองเห็นเหมือนจะมีปัญหา แต่ตามความคิดของผม เธอสามารถรับมือสถานการณ์นี้ได้และคิดว่าคงแก้ไขด้วยตัวเองได้
เหตุผลเพราะเด็กผู้หญิงคนอี่นๆนอกจากเจนนี่แล้วไม่ได้มีใครรังเกียจแองจี้เลยเท่าที่ผมมองสีหน้าดู
เนื่องจากแองจี้เป็เด็กร่าเริงเข้ากับคนง่าย ยิ้มเก่ง ใครๆต่างก็รัก ในความเป็จริงก็เป็ขวัญใจของคลาสด้วยขึ้นอยู่กับเวลามากกว่าที่เธอจะพลิกสถานการณ์กลับมา
...ว่างจังไม่รู้จะทำอะไร พาไฮเดลริคไปอ่านนิทานละกัน
ในขณะที่กำลังคิดแบบนั้น...
“อย่ามาจับฉันนะ!!”
...พูดยังไม่ทันขาดคำ
เจนนี่ก็ผลักเด็กหญิงที่ชื่อมาร์ธา ให้ล้มลง
เจนนี่เธอคนนี้ เด็กสาวตาจิก ั์ตาสีฟ้า ผมบลอนด์ เป็ลูกขุนนาง
“ฉันคือบุตรีแห่งตระกูลยาส เอิร์ลลิงเจอร์ ท่านพ่อของฉันเป็ถึง บารอน เลยนะสามัญชนชั้นต่ำอย่างเธอไม่มีสิทธิมาแตะต้องตัวฉัน” เธอกล่าวแบบนั้น ทำหน้าย่นจมูกยกริมฝีบากบนขึ้น เป็สีหน้าแสดงความขยะแขยง พลางทำท่าทางปัดเศษ ปัดขน บนชุด
—เจนนี่ยาส เอิร์ลลิงเจอร์
ลูกสาวขุนนางระดับบารอนทาเลนท์คือ ‘เคลื่อนย้ายสิ่งของ’ ขยับสิ่งของโดยไม่ใช้มือ ทำให้ก้อนหินลอยวนรอบตัวก็ยังได้
ดูจากนิสัยที่โอ้อวดเย่อหยิ่ง แบบนี้แล้ว ทำให้รู้ว่าเธอเป็ลูกคุณหนูที่โดนเลี้ยงแบบตามใจั้แ่เด็ก
ถ้าสมมติฐานของเราถูกทาเลนท์ ‘การเคลื่อนย้ายสิ่งของ’ก็คงมาจากวัยเด็กของเธอที่มีคนใช้ ผู้คนคอยหยิบข้าว หยิบน้ำหยิบสิ่งของให้โดยไม่ต้องถึงมือตนเอง
แต่ น่าแปลกที่พลังนี้ในเชิงผลลัพธ์ของมันเป็การใช้พลังของตัวเองหรือการกระทำของตัวเองเคลื่อนย้ายสิ่งของ เลยคาดเดาว่าครอบครัวของเธออาจอยู่ในภาวะที่แทบจะไม่มีคนใช้คอยปรนเปรอเธอมากเหมือนเมื่อก่อนแล้วก็ได้...
...ไม่นึกว่าสถานการณ์เป็ใจให้แองจี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้
แองจี้ตอบรับภาพที่เห็นด้วยการวิ่งไปช่วยพยุงมาร์ธาลุกขึ้นจากพื้น
—มาร์ธาโลว์
ทาเลนท์‘ส่องแสง’ สามารถเปล่งแสงสว่างสีเหลืองออกมาจากร่างได้เธอเป็เด็กผมหยิกสีดำ ผิวคล้ำจากการโดนแดดบ่อย ตัวค่อนข้างผอม ชุดที่ใส่ดูเก่าขาดวิ่น มีรอยปะให้เห็นเด่นชัด ดูจากการแต่งตัวก็พอคาดเดาได้ว่าครอบครัวเธอยากจนนี่คงเป็เหตุทำให้เจนนี่รังเกียจ
เธอเป็เด็กที่นิสัยดี เป็กันเอง เหมือนแองจี้และยังห่วงใยผู้อื่น อย่างพอเห็นแองจี้โดนเจนนี่ไล่ออกมาก็ทำใบหน้าเป็ห่วงเข้าไปพูดคุยกับเจนนี่จนเป็เหตุให้ไม่พอใจ โดนผลักจนล้ม
นิสัยที่ดูพึ่งพาได้นี้ของมาร์ธาคาดว่าเป็เพราะเธอมีน้องๆหลายคนเป็แน่ สมเหตุสมผลกับฐานะทางบ้านแต่คิดว่าพ่อแม่คงยังอยู่กันครบเพราะไม่เช่นนั้นก็คงไม่พอจ่ายเงินส่งมาเรียนโรงเรียนได้แน่
พอนึกภาพ‘ครอบครัว’ ที่มาร์ธาวาดก็ตรงกับการคาดการณ์ของผมทุกอย่างมีบ้านหลังเล็กๆ พ่อกับแม่และน้องสาว 2 คน น้องชาย 1 คนอยู่กันพร้อมหน้าตัวเองอยู่ตรงกลาง ส่องแสงสว่างรอบตัว และใบหน้าของทุกคนยิ้มแย้ม
เื่ทาเลนท์‘ส่องแสง’ผมคาดว่าคงมาจากความปรารถนาของเ้าตัว ที่อยากเป็แสงสว่างในยามค่ำคืนให้น้องๆ
“จะเกินไปแล้วนะทำไมต้องทำร้ายเพื่อนด้วย” แองจี้ขึ้นเสียงใส่ ขมวดคิ้ว เม้มปากแน่น แสดงสีหน้าโกรธออกมา
“หา!? เพื่อน? อย่าเอาฉันไปรวมกับสามัญชนชั้นต่ำแบบนั้นนะเ้านั่นมันผิดเอง ที่มาทำให้ชุดของฉันต้องเลอะ จากคราบสกปรกบนเสื้อผ้าจนๆของมัน”
“พูดแรงไปแล้วนะ”
มาร์ธาเริ่มร้องไห้
“จะทำไม? เธอเองก็จับตัวมันไปแล้วนี่ลงไปเกลือกกลั้วอยู่ระดับเดียวกันซะไป” เจนนี่เชิดหน้า ยกมุมปากข้างหนึ่งขึ้นเป็สีหน้าแสดงการดูถูก
ผู้หญิงคนอื่นที่เหลือคลาร่ากับพอลล่า มองดูการทะเลาะกันของทั้งสองอยู่เงียบๆ
แองจี้พามาร์ธาลุกขึ้นแล้วเดินหันหลังจากมา ปล่อยให้ร้องไห้อยู่ตรงนี้คงไม่ดี
และแล้ว...คลาร่าเด็กหญิงใส่แว่น หวีผมเรียบร้อย ที่ดูเหมือนจะทนไม่ไหว ก็เดินตามแองจี้ไปด้วยสถานการณ์แบบนี้ ดูยังไงแองจี้ก็น่าชื่นชมมากกว่าล่ะนะ
และมันทำให้เจนนี่ยืนอึ้งไปเล็กน้อย
ทั้งสามคนมานั่งที่ม้านั่งข้างๆผมกับไฮเดลริคที่กำลังยืนดูสถานการณ์อยู่
“ไม่เป็อะไรนะ”แองจี้ถามมาร์ธา
“ซึก...อือ”มาร์ธาตอบรับพร้อมกับเสียงสะอื้น
แองจี้เห็นดังนั้นจึงล้วงหาผ้าเช็ดหน้าของตน-
“-นี่”แต่คลาร่าเป็ผู้ยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวของตนให้ก่อน
“...ขอบใจนะ”มาร์ธารับมาซับน้ำตา
“พรุ่งนี้จะซักแล้วเอามาคืนให้”มาร์ธากล่าว
“ไม่เป็ไรเก็บไว้เถอะ”
“ไม่เอา...จะซักอย่างดีขาวสะอาด แล้วเอามาคืนแน่นอน” มาร์ธายืนกราน
“อือ”คลาร่าตอบรับ
ตอนนี้ก็กลายเป็3 ต่อ 2 ของกลุ่มผู้หญิง สถานการณ์พลิกกลับซะแล้ว รวดเร็วมาก สมเป็แองจี้ขวัญใจมหาชนจริงๆ
ทางฝั่งนั้นเหลือเจนนี่กับ...พอลล่า
...ผมนึกอะไรสนุกออกจึงพูดกับแองจี้
“นี่แองจี้”
“อะไรเหรอโยฮัน”
“อยากให้พอลล่ามาร่วมกลุ่มด้วยไหม”สถานการณ์ตอนนี้เรียกได้ว่า แบ่งกลุ่มกันอย่างชัดเจนแล้ว
“ก็...อยากอยู่หรอกทำไมเหรอ”
“ผมมีวิธีนะ...ยื่นหูมาสิ”แล้วผมก็กระซิบบอกเธอไป
...
ต่อมาในคาบอิสระ
แองจี้ถือโอกาสเดินเข้าไปคุยกับพอลล่าที่อยู่คนเดียว...ผมเป็คนชวนเจนนี่มาวาดภาพด้วยกันเองแหละ
สิ่งที่ผมบอกแองจี้ไป
คือให้เข้าไปชวนพอลล่าคุยโดยเฉพาะเื่ครูทักษะที่สอนแองจี้ ครูมาร์ติน ดาวิส เล่าเื่ของครูให้ฟังสุดท้าย แย้มไปว่าจะชมเื่ของพอลล่าให้ครูมาร์ตินฟัง...เท่านี้พอลล่าก็จะคุยกันถูกคอกับแองจี้ได้
—พอลล่าแคทซ์
เด็กสาวผิวสวยตัวสูง ผมสีน้ำตาล ทาเลน์คือ ‘เรียกลม’สามารถเรียกลมให้พัดมายังจุดที่้าได้
เธอเป็เด็กที่ชอบมองและสนใจในผู้ใหญ่เพศชาย เช่น ครูใหญ่ ครูทักษะของแองจี้ ครูทักษะของมาร์ธา ไม่ถึงกับฝักใฝ่หรือหมกมุ่นในทางเพศเป็เชิงคะนึงหา อยากอยู่ข้างๆ อยากสนิทด้วย เพียงเท่านั้นอันคาดว่าเกิดจากปมในครอบครัวเกี่ยวกับพ่อ น่าจะเป็การหย่าร้าง
ซึ่งถ้าอิงตามภาพ‘ครอบครัว’ ที่เธอวาดจะเป็แม่หน้ามุ่ยกำลังทำกับข้าว พอลล่ายืนยิ้มห่างๆ ส่วนคุณพ่อไม่มีใบหน้ามีขนาดเล็กยืนอยู่นอกหน้าต่างบ้าน...ก็จะยืนยันการสันนิษฐานของผมได้
คุณพ่อคงหย่าร้างไปั้แ่เธอยังเด็กเธอจึงแค่อยากให้ใครซักคนมาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในครอบครัวสิ่งที่เธอคะนึงหามาตลอดก็เท่านั้น
ส่วนทาเลน์‘เรียกลม’ คงมาจาก ‘อิสระ’ เธออยากจะเป็อิสระจากคุณแม่ที่เข้มงวดไม่อยากโดนผูกมัดเอาไว้ก็ได้ ความรู้สึกลึกๆของเธอจึงก่อกำเนิดออกมาเป็พลังนี้